โต้วาที“ทรัมพ์”-“ไบเดน” เหมือนหมากัดกัน

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
โต้วาที“ทรัมพ์”-“ไบเดน” เหมือนหมากัดกัน
ขึ้นหัวข้ออย่างนี้ไม่สุภาพ….แต่ในสายตาของผม นับว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับท่านผู้อ่าน
ผมหมายถึงการอภิปราย-โต้วาทีครั้งแรกเมื่อวานนี้ตามเวลาในไทย(๓๐ กันยายน ๒๕๖๓)ก่อนการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐซึ่งกำลังจะมีขึ้นในวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ระหว่างตัวแทนพรรครีพับลิกัน “โดนัลด์ ทรัมพ์”และตัวแทนพรรคเดโมแครต”โจ ไบเดน”
การจัดอภิปราย-โต้วาทีคราวนี้ กระทำที่”เคส เวสเทอร์น ยูนิเวอร์ซิตี” เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ระหว่างเวลา ๙.๐๐ – ๑๐.๓๐ น.วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๓ เวลาเริ่มตรงกับเวลาในไทยที่ ๘.๐๐น.วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ โดยจำกัดผู้เข้าฟังไม่เกิน ๑๐๐ คน ตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อ”โควิด 19” แต่ก็คาดว่าจะมีผู้ชมผู้ฟังผ่านสื่อราว ๑๐๐ ล้านคนในสหรัฐ ทั้งนี้ ไม่นับผู้ชมผู้ฟังในต่างประเทศที่สนใจการเมืองสหรัฐ ซึ่งก็มีผมอยู่ด้วยคนหนึ่ง
อนึ่ง เหตุผลที่ตั้งหัวข้อเขียนประชดประชันในทางลบ ก็เพราะเห็นว่า นี่ไม่ใช่การอภิปราย-โต้วาที เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ หรือแสดงบุคลิกภาพ ตามธรรมเนียมปฏิบัติมา แต่เป็นการโต้เถียงกันเพื่อเอาชนะ
ไม่ใช่การอภิปรายที่อยากจะเห็น เช่นในอดีต เพื่อให้ผู้ที่มีสิทธิออกเสียง นำไปประกอบการตัดสินใจ ว่าจะเลือกใครขึ้นมาเป็นผู้นำ
บอกตามตรงว่า ผู้ฟังอย่างผม แทบไม่ได้อะไรเลย ที่จะนำสาระมาช่วยประกอบการพิจารณา เพราะ”ทรัมพ์”ตีรวนตลอด เลี่ยงจะพูดถึงเนื้อหาสาระ ที่ควรจะพูด เพราะเกรงว่าจะเข้าตัว
เมื่อผู้ดำเนินการ(คริส วอเลซ)ตั้งคำถามหัวข้อใหม่ แต่การพูดกลับเหลื่อมกันไป-มา ในประเด็นที่พูดไปแล้ว หรือในประเด็นที่ยังไม่กำหนดให้พูดถึง นับเป็นความยากลำบากที่สุด ที่ผู้ดำเนินการต้องพยายามคุมเกม ที่ทำท่าว่าน่าจะพัง
ถึงกับในที่สุด ผู้ดำเนินการพยายามหยุด”ทรัมพ์”ไม่ให้พูดแทรก “ทรัมพ์”โต้ว่า ต้องหยุด”ไบเดน”ด้วย
ผู้ดำเนินการว่า “ท่านพูดแทรกมากกว่า”
“ทรัมพ์”โต้กลับว่า “เขา(ไบเดน)ก็พูดแทรกเยอะ / เถียงไม่ตกฟากเลยทีเดียว
ในการนี้ ผู้ดำเนินการตั้งประเด็นเป็นกรอบเอาไว้ หกหัวข้อ(หัวข้อละ ๑๕ นาที)ด้วยกัน ในช่วงเวลา ๙๐ นาที
หัวข้อที่ตั้งไว้กว้างๆ ก็คือ ๑ ศาลสูง ๒ โคโรนาไวรัส ๓ ปัญหาสีผิว ๔ ความรุนแรงในเมือง ๕ การเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบ ๖ เศรษฐกิจ
แต่ทั้งสอง คือผู้สมัครลงแข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ใช้เวลาส่วนหนึ่ง ค่อนข้างจะมาก ไปในการถกเถียงนอกประเด็น รวมทั้งเรื่องส่วนตัว ตั้งแต่ต้นจนจบ กระทั่งหมดเวลา สร้างความผิดหวังกับผู้ที่ตั้งใจจะฟังจริงๆ แต่ก็นับว่าเป็นความสำเร็จของ”ทรัมพ์”ที่ทำให้คู่แข่งไม่สามารถโจมตี หรือเปิดเผยจุดอ่อน หรือเปิดโปงความผิดพลาดของเขา ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิดีได้ถนัด
ต่อไปนี้ คือตัวอย่างการตอบในบางหัวข้อที่ผู้ดำเนินการตั้งคำถาม
สำหรับหัวข้อที่ผู้คนสนใจมากที่สุดเพราะกระทบถึงคนอเมริกันมากที่สุด ก็คือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โดย”ไบเดน”ได้วิจารณ์”ทรัมพ์”อย่างแรงว่า ไม่ให้ความสนใจมาแต่แรก แถมมองข้ามว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา เลยทำให้ตอนนี้มีคนอเมริกันเสียชีวิตไปแล้วกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ราย
“และยังจะมีคนตายเพิ่มมากขึ้นไปอีก เว้นแต่ว่าจะฉลาดมากขึ้นและ เร็วขึ้น” “ไบเดน”ว่า
“คุณอย่ามาใช้คำว่า“ฉลาด”กับผม” “ทรัมพ์”โต้”ไบเดน”กลับ พร้อมกับสำทับว่า “คุณน่ะมันเรียนจบด้วยคะแนนที่ต่ำมาก หรือเกือบจะโหล่สุดในชั้น ฉะนั้น อย่ามาใช้คำว่า “ฉลาด” กับผม” ในที่สุด เมื่อ”ทรัมพ์”ไม่รู้ว่าจะแก้วตัวอย่างไร ก็โบ้ยว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดพลาดของจีน ต้นเหตุของการแพร่ระบาด ไม่ใช่เพราะเขาผิดพลาด
เมื่อพูดถึงประเด็นวัคซีน ที่กำลังทดลองนำมาใช้ป้องกัน”ไวรัสโคโร
นา” ปรากฏว่า”ทรัมพ์”อดโม้ในการอภิปรายไม่ได้ว่า “อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะได้ใช้แล้ว”
ข้อเท็จจริงก็คือว่า มีโอกาสน้อยมาก ที่จะผลิตวัคซีนได้สำเร็จภายในเดือนตุลาคม
ดร.แอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านการติดเชื้อ เคยให้ปากคำไว้กับคณะกรรมาธิการวุฒิสภาเอาไว้ว่า จะรู้ผลการทดลองสำเร็จ-ปลอดภัยหรือไม่ ก็ตกราวเดือนพฤศจิกายหรือเดือนธันว่าคม จะนำมาออกมาจำหน่ายจ่ายแจกใช้ได้จริงๆ ก็ตกราวเดือนเมษายนปีหน้า
ในประเด็นเศรษฐกิจ”ทรัมพ์”อ้างว่าเขาประสบความสำเร็จในการทำให้เศรษฐกิจสหรัฐมีความยิ่งใหญ่ก้าวหน้ามากที่สุดในประวัติศาสตร์
ประเด็นนี้ ก็ไม่จริงอีก เพราะเศรษฐกิจสหรัฐนับแต่ปี ๑๙๕๐ เป็นต้นมานั้น เติบโตที่สุดราว ๑๘ % ในระหว่างปี ๑๙๗๐-๑๙๗๐ (ดูจากตารางของ US bureau of economic analysis ที่แย่ไปมากว่านั้นก็คือ เศรษฐกิจสหรัฐ ตกต่ำถึงที่สุด ทะลุ ๓๐ % ในปีนี้เอง
อีกข้อหนึ่งที่น่าสนใจ ในความเจ้าเล่ห์ของ”ทรัมพ์”ก็คือ เขาตั้งข้อสงสัยในการอภิปรายว่า จะมีการโกงเลือกตั้งกันมาก หากปล่อยให้มีการโหวตเสียงทางไปรษณีย์(ป้องกันการติดเชื้อไวรัส)ในการเลือกตั้งคราวนี้อย่างกว้างขวาง
แต่ผลการศึกษากลับไม่พบว่า เกิดการโกงอย่างแพร่หลายจริง ตามที่”ทรัมพ์”อ้าง
ซึ่งนั่นก็เป็นคำตอบในกรณีที่”ทรัมพ์”เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า เขาจะ”ไม่ยอมรับ”ผลการเลือกตั้ง หากเขาต้องพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งแน่ละ จะต้องเกิดความวุ่นวายในสังคมอเมริกันอย่างแน่นอน เมื่อ”กลุ่มขวาจัด”ที่สนับสนุนเขา ลุกฮือไม่ยอมรับว่าแพ้เลือกตั้ง
เท่าที่หยิบยกสิ่งละอันพันละน้อยมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงการสะท้อนกระบวนการเลือกตั้งผู้นำของสหรัฐว่าสลับซับซ้อนอย่างไร ละเอียดมากแค่ไหน ในการสร้างความยุติธรรมทางการเมือง แต่ก็ยังอุตส่าห์มีคนอย่าง”ทรัมพ์”ปรากฏขึ้นมา โดยไม่มีอะไรจะควบคุมเขาไว้ได้ แม้จะมีกฎหมายและคุณธรรมกำกับ
โดยเฉพาะในประเด็นหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ซึ่งหนังสือพิมพ์”นิวยอร์ก ไทมส์”รายงานโดยการอ้างหลักฐานว่า บางปีเขาเสียภาษีเงินได้เพียง ๗๕๐ เหรียญสหรัฐต่อรัฐบาลกลาง ซึ่งก็ถกเถียงคอเป็นเอ็นกับ””ไบเดน”นั้น
“ทรัมพ์”พูดอย่างหน้าตาเฉยว่านั้นคือ”ข่าวปลอม”และว่าปีหนึ่งๆ เขาเสียหลายล้าน พูดทิ้งไว้กว้างๆ อย่างนี้ ซึ่งก็จะต้องพิสูจน์กันในชั้นศาลต่อไป ว่าใครผิดใครถูก
แต่กรณีนี้ น่าจะเขย่าคะแนนเสียงเขาไปไม่น้อยทีเดียว
พูดถึงเรื่องการหลีกเลี่ยงภาษีนี่ ผม”แวบ”เข้าในสมองว่า มักจะเกิดกับ”คนรวย”ที่แสนจะเจ้าเล่ห์เท่านั้น
แต่เอ….จะมีใครอีกนั้น ช่วยผมนึกด้วยครับ
วันนี้ เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน







