INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา

stop amnesty bill2photo by Three gether

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา

วันนี้ไม่เขียนแบบเย้าหยอก เช่นที่เคยแล้วละครับ

แต่จะเขียนจริงจัง เล่นงานคนไร้กาละเทศะ ไม่เลือกหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่เลือกผู้เฒ่าสาวแก่ ไม่เลือกวุฒิการศึกษาระดับไหน ที่ไร้จิตสำนึก ในความเป็นชาติ ในยามที่ประเทศต้องการสามัคคีธรรมอย่างยิ่ง ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน ขณะที่มฤตยู”โควิด-19”กำลังถาโถมพังทุกประตูบ้านเข้ามา มุ่งเอาชีวิตคนทั้งโลกและคนไทยทั้งชาติ

ขอแยก”คนไร้กาละเทศะ”ที่ว่าเป็นสามกลุ่มครับ

๑ กลุ่มเกลียด”ประยุทธ์”

๒ กลุ่มการเมืองฉกฉวยโอกาส

๓ กลุ่มวิจารณ์เรื่อยเปื่อย(“ทำอะไร”หรือ”ไม่ทำอะไร”ก็ผิดหมด)

โดยจะพรรณาถึง แต่ละกลุ่มโดยสังเขป ดังต่อไปนี้

๑ กลุ่ม”เกลียด”ประยุทธ์” ก็คือกลุ่มที่เกลียดทหารแบบ”เข้าไส้”นั่นแหละครับ

พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ในอดีตเป็นผู้บัญชาการทหารทัพบกและหัวหน้าคสช.ที่บังเอิญโชคร้าย เพราะถึงรอบต้องปฏิบัติหน้าที่ เข้ายึดอำนาจ จากรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ที่โกงสะบั้นหั่นแหลก (พร้อมกับปล่อยให้กลุ่มอาชญากรฉวยโอกาสทำร้ายและฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์) ก็เลยต้องตกเป็นเป็นเป้าเกลียดชัง ด้วยข้อหาที่ว่า”สืบทอดอำนาจทหาร”ไม่รีบคืนอำนาจให้ประชาชนทันที หลังจากกำจัดรัฐบาลโกง แต่กลับร่างรัฐธรรมนูญที่อำนวยประโยชน์ต่อการรักษาอำนาจ(ของทหาร)เอาไว้อย่างยาวนาน ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด แม้จะยืนยันว่าทำเพราะไม่ต้องการให้”กลุ่มโกงชาติ”กลับมามีอำนาจ เอารัดเอาเปรียบประชาชนอีก

คนกลุ่มนี้(กลุ่มเกลียด”ประยุทธ์”) ไม่สนใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ โดยส่วนตัวนั้น ต้องรับภาระหนักหนาสาหัส ด้วยความจำเป็น ตกอยู่ในภาวะ”หนังหน้าไฟ”(หนังตะลุงที่ถูกแสงไฟร้อนแรงสาดส่อง) แต่มีหน้าที่ต้องรักษาราชบัลลังก์เอาไว้ เพราะราชบัลลังก์เป็นศูนย์กลางแห่งความสามัคคีในชาติ เป็นขวัญและกำลังใจของราษฎรส่วนรวม เป็นที่เคารพนับถือและศรัทธาของประชาชนส่วนใหญ่ ถ้าไม่เชื่อทำก็ลองโพลสำรวจดู เพราะนั่นเป็นคติหรือขนบธรรมเนียมประเพณี ที่มีมาอย่างยาวนานฝังรากลึก มาแต่บรรพกาล ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์การสร้างชาติเลยทีเดียว

แต่ทหารอย่าง”ประยุทธ์”ก็ถูกวิจารณ์ว่า กระทำไปเพียงเพื่อรักษาอำนาจของทหารกลุ่มหนึ่ง)เท่านั้นเอง ในที่สุดก็ติดยึดในอำนาจ

จริงหรือไม่ โปรดใช้วิจารณญานให้รอบคอบด้วย เพราะในรัฐบาลเองและในหมู่ข้าราชการ ก็มีปัญหาคอรัปชั่นสูง ยังไม่เคลียร์ รวมทั้งในวงการทหารระดับสูงด้วย

“กลุ่มเกลียด”ประยุทธ์”ที่ว่านี้ ไม่สนใจว่าราชบัลลังก์มีความสำคัญมากมาย ถึงขนาด”ขาดไม่ได้” พวกนี้คิดว่าไม่มีราชบัลลังก์ก็ไม่เป็นไร ขอให้ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดินก็แล้วกัน

พวกเขาเห็นว่า ไม่มีราชบัลลังก์ ชาติก็อยู่ได้ ดังนั้น จึงพยายามกระทำทุกอย่าง เพื่อบั่นทอนราชบัลลังก์ ด้วยการมุ่งทำลาย”ประยุทธ์”ซึ่งเท่ากับการทำลายสถาบันทหาร ที่คุ้มครองราชบัลลังก์ซี่งต่างค้ำจุนกันอยู่

ดังนั้น กลุ่มนี้จึงด่าหรือบริภาษ”ประยุทธ์”ในทุกๆ เรื่อง เท่าที่จะทำได้ เพื่อบ่อนทำลายขวัญกำลังใจ ทั้งๆ ที่รู้ว่า ด่าไปก็”ไลฟ์ บอย”แต่ก็ทำเพราะ”สะใจ”ดี

กลุ่มนี้ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ”ประยุทธ์”ที่กำลังทำหน้าที่หัวหน้ารัฐบาลบริหารประเทศ ซึ่งต้องรับภาระหนัก ในการนำพารัฐนาวาแล่นฝ่าคลื่นลมไปให้รอด ในยามวิกฤติ

“ประยุทธ์”ผิดพลาดเมื่อใด ก็บริภาษเมื่อนั้น ไม่เห็นใจ ให้กำลังใจ หรือร่วมใจกันติติง ในทางบวก ในยามที่ชาติยากลำบาก แต่ด่าลูกเดียว

กลุ่มที่ ๒ นักการเมืองฉวยโอกาส เห็นได้ชัดครับ ยามนี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นกลุ่ม”คณะก้าวหน้าไกล”อดีตคณะผู้บริหารพรรคอนาคตใหม่ นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ถูกยุบไปแล้ว ได้ออกมาแถลงเปิดตัวกลุ่ม เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคมที่ผ่านมา

อยู่ๆ นายธนาธรบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรลาออก จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วก็ให้สภาแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่

พูดง่ายไปครับ ไม่รับผิดชอบในการการพูดเลย โดยเฉพาะในยามที่ชาติบ้านเมืองเกิดภาวะวิกฤติเช่นนี้ เท่ากับเป็นไล่ส่ง หรือยุยงให้เกิดการ”เปลี่ยนม้ากลางลำธารอันเชี่ยวกราก” ก็จมน้ำตายสิครับ

ถือว่าป็นการฉวยโอกาส อย่างน่าอาย แทนที่จะแนะนำวิธีหรือแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยหยุดพูดเรื่องการเมืองไปก่อน เพื่อแสดงสปิริตนักการเมืองที่มีคุณธรรม

จึงถามว่า เดี๋ยวนี้ ธรรมศาสตร์เขาสอน ให้ไม่ต้องมีคุณธรรมทางการเมืองแล้วหรือ หรือว่ามีสิทธิเสรีภาพ คิดเองทำเอง

ไม่มีชาติไหนหรอกครับ ที่จะออกมาไล่ผู้นำ ที่พวกเขาไม่ชอบในยามที่ชาติสับสนอลหม่าน ผู้คนล้วนตื่นตระหนกและหวาดกลัว

ผมเคยเห็นใจอย่างมากมาก่อน ว่าอดีตผู้บริหารพรรคอนาคตใหม่ ยังหนุ่มยังสาว พูดจาหรือประพฤติอะไรพลาดพลั้งไป น่าจะยังแก้ไขเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงได้ มาถึงตอนนี้ ไม่เห็นใจแล้วละครับ ผมจะสอนลูกสอนหลาน ว่าอย่าได้ไปให้การสนับสนุน กลุ่มการเมืองที่ฉาบฉวยและมักง่ายอย่างนี้ ในวันข้างหน้า แต่ถ้าไม่เชื่อฟัง ก็พากันไปสู่ที่ชอบๆ ก็แล้วกัน

เพราะจะมีแต่นักการเมือง ที่ไร้กาละเทสะเท่านั้น ที่พูดจาอย่างนี้ได้ สะท้อนถึงความไม่รับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมอย่างยิ่ง ต่อไปจะทำงานให้บ้านให้เมืองอย่างไรกัน คงเอาแต่ใจพวกตน

ผมย้ำนะครับว่า การออกมาแถลงคราวนี้ จะได้คะแนนมากเลย ถ้าเสนอแนะแนวทางดีๆ ช่วยรัฐบาลแก้ไขปัญหา

ขอถามว่า เคยเห็นไหม ที่พรรคฝ่ายค้าน ออกมาไล่ประธานาธิบดี”โดนัลด์ ทรัมพ์”แห่งสหรัฐ หรือไล่นายกรัฐมนตรี”บอริส จอห์นสัน”แห่งสหราชอาณาจักร ในยามที่ชาติบ้านเมืองเกิดภาวะคับขันจาก”ไวรัสโคโรนา”

ผมว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ที่สนับสนุนกลุ่มการเมืองนี้(ในทุกๆ เรื่อง)โดยไม่ออกปากทักท้วงหรือทัดทานในทางที่ถูกที่ควร ก็จงพากันไปลงนรกพร้อมๆกัน กับไวรัสเถิด

จะเห็นว่า”พรรคก้าวไกล”ซึ่งได้สมาชิกใหม่จากอดีตพรรคอนาคตใหม่ เป็น ส.ส.จำนวน ๕๓ คน ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้การประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินเช่นกัน แต่ไม่รุนแรงจนน่าเกียด เมื่อเทียบเคียงกับถ้อยแถลงของ”คณะก้าวหน้าไกล”(แม้จะมาจากสายเลือดเดียวกัน)

พรรคก้าวไกลตำหนิรัฐบาลไม่วางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบในการรับมือไวรัส จึงไร้ประสิทธิภาพในการจัดการและดูจะไม่พร้อม ขณะเดียวกันได้แสดงความห่วงใยการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐที่ออกไปกำกับภาวะฉุกเฉินที่อาจทำเกินเหตุ

ในกรณีสื่อสารมวลชน ผมเห็นว่า เป็นการปกป้องบางสื่อ ที่จ้วงจาบรัฐบาลจนเลยเถิด แถมทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล แม้ด้วยการบิดเบือนข่าวก็เคยมีบ่อยๆ

กลุ่มที่ ๓ “กลุ่มวิจารณ์เรื่อยเปื่อย (“ทำอะไร”หรือ”ไม่ทำอะไร”ก็ผิดหมด) เช่น

-แจกเงิน ก็บอกว่า หาเสียง

-ไม่แจก ก็ว่าไม่ช่วยคนจน ผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะคนทำงานรายวัน หรือตกงาน

-ไม่ปิดประเทศ ก็ถามว่าทำไมรีบไม่ทำ คนอื่นเขาทำแล้ว

-พอจะปิดก็ว่า ไม่สะดวก ไปไหนลำบาก เป็นปัญหาในการทำมาหากิน

-ไม่ให้เดินทาง กักตัว ก็ว่าละเมิดสิทธิเสรีภาพ

-ให้ไป ก็ว่าส่งเสริมการแพร่เชื้อไวรัส

สาระพัดจะตำหนิได้ทุกๆ เรื่อง จนรัฐบาลเองก็ทำอะไรแทบจะไม่ถูกอยู่แล้ว

นี่ครับคนไทย ประเภทไร้กาละเทศะ เพราะคุ้นเคยอยู่กับความสะดวกสบาย ใช้สิทธิเสรีภาพ จนไร้ขอบเขต

จึงใคร่ขอบคุณ”โควิด-19”ที่มาช่วยแยกแยะความเป็นมนุษย์ ให้ได้รู้เช่นเห็นชาติ เห็นกมลสันดานลึกๆ ในแต่ละคน ได้ชัดเจนขึ้นในวันนี้

หวังว่า”ไอ้พวก”ไร้จิตสำนึก“ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา”เหล่านี้จะกลับเนื้อกลับตัวได้ทัน ก่อนที่”วันโลกาวินาศ”จะมาถึง

มันมาแน่ๆ ครับ

 

บทความนี้เป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้เขียน จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ inewhorizon.net แต่อย่างใด

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *