“ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” มีอยู่จริง

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
“ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” มีอยู่จริง
ผมตั้งคำถามอยู่ในใจมานานแล้วว่ า “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”เคยมีอยู่ มีจริงหรือไม่ แต่ไม่เคยค้นหาคำตอบเอามาเขี ยนชัดๆสักที
ตอนหนุ่มๆสมัยที่ยังไม่ทำงานเป็ นนักข่าว ผมไม่คุ้นเคยกับคำว่า “ฆ่าล้ างเผ่าพันธุ์”หรือที่ภาษาอั งกฤษเรียกว่า genocide มาก่อนเลยก็ว่าได้
แต่คุ้นเคยกับคำว่า “ฆ่าหมู่”หรื อ massacre มากกว่า
คือคุ้นเคยมาเมื่อเริ่มหัดแปลข่ าวต่างประเทศตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ เพราะเจอบ่อยๆ โดยเฉพาะข่าวสงครามเวียดนามที่ โด่งดังมากก็คือ

“การฆ่าหมู่ที่มายลาย”(หรือ “หมี ลาย”) My Lai Massacre ในเวียดนาม
เหตุการณ์ที่สยดสยองนี้ เป็นการสังหารหมู่พลเรือนที่ไร้ อาวุธในสงครามเวียดนาม เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๑ มีผู้เสียชีวิตระหว่าง ๓๔๗ ถึง ๕๐๔ ศพ ที่หมู่บ้าน “มายลาย”ในเวี ยดนามใต้ โดยฝีมือของทหารอเมริกันสังกั ดกองร้อย “ชาร์ลี” สังกัดกองพันที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๒๐ กองพลน้อยที่ ๑๑ แห่งกองพลทหารราบ กองทัพบกสหรัฐ
ผู้ที่ถูกฆ่าส่วนมากเป็นสตรี เด็กและคนชรา ซึ่งบางศพมีการตัดแขนขาศพด้วย
การฆ่าหมู่นี้ เกิดจากพฤติกรรมผิดปกติ ของทหารกองร้อยนี้ เป็นความคับแค้นทางอารมณ์ ในกรณีที่กองร้อยเพิ่งสูญเสี ยทหารไปนับสิบ จากการโจมตีของพลพรรคเวี ยดกงและทหารเวียดนามเหนื อในสงครามตรุษญวน ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๑๑
พฤติกรรมของทหารอเมริกันกลุ่มนี้ เลยถูกประณามไปทั่วโลก สร้างความเสื่อมเสียแก่สหรั ฐอเมริกาเป็นอันมาก
แต่ก็ชัดเจนว่า มิได้เกิดจาก “เจตนา”หรือ Intent ของรัฐบาลสหรัฐ
ทีนี้กลับมาพูดถึงการ “ฆ่าล้ างเผ่าพันธุ์” ที่อิสราเอลกำลั งถูกตั้งข้อหาว่ากำลังกระทำต่ อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซานั้น คืออะไรและในที่สุดคดีความน่ าจะออกมาเป็นเช่นไร

Genocide หรือ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”นั้น คือการกระทำตามข้อความต่อไปนี้ :-
“genocide is a crime that can take place both in time of war as well as in time of peace. The definition contained in Article II of the Convention describes genocide as a crime committed with the intent to destroy a national, ethnic, racial or religious group, in whole or in part.”
แปลว่า:-
“การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็ นอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นทั้ งในยามสงครามหรือในยามสันติก็ ได้ ตามที่คำจำกัดความในมาตรา ๒ของสนธิสัญญาที่ระบุว่าคื ออาชญากรรมที่กระทำด้ วยเจตนาทำลายชาติ ชาติพันธุ์หรือกลุ่มเผ่าพันธุ์ หรือกลุ่มศาสนาจะบาง ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ตาม”
จะเห็นว่า “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ”ต่างกับ“การฆ่าหมู่”ก็ตรงที่ Intent คือ“เจตนา”ซึ่งเกิดจาก”หลักการ” ที่กำหนดไว้แล้วว่าจะต้องทำให้ ได้ ในขณะที่”การฆ่าหมู่เกิ ดจากอารมณ์ในขณะที่กระทำ
ถามว่าการ“ฆ่าล้างเผ่าพันธุ”นั้ นเคยมีอยู่จริงหรือไม่
ตอบว่า มีอยู่จริง คือมีมาก่อนที่จะตราหลั กกฎหมายสากลควบคุมเสียด้วยซ้ำไป
เช่นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอิ นเดียนในแผ่นดินอเมริกาโดยฝีมื อคนขาว
การฆ่าล้างเผ่นพันธุ์ชาวยิ วโดยฝีมือนาซี
การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพู ชาโดยกลุ่มเขมรแดง
หรือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาว“ตุ๊ ดซี”โดยกลุ่ม“ฮูตู”ในประเทศรวั นดา
ทั้งหมดนี้ล้วนทำด้วยยึดใน “เจตนา”อันเป็นหลักการหรือเป็ นนโยบาย
อย่างไรก็ตามการฆ่าล้างเผ่าพั นธุ์ที่กล่าวหาอิสราเอลนั้น อิสราเอลแถลงปฏิเสธไม่ยอมรับ(ข้ อกล่าวหาของอาฟริกาใต้)มาแต่ต้ นและยังคงอยู่ระหว่างการดำเนิ นคดีของศาลโลก ICJ ที่กรุงเฮก
ชัดเจนว่าอิสราเอลจะต้องสู้คดี ในประเด็นที่ว่าไม่ได้มี “เจตนา” ที่จะ“ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา
โดยจะให้เหตุผลว่าเป็นผลพวงที่ เกิดจากการทำสงครามที่หลีกเลี่ ยงไม่ได้ แม้พลอยทำให้พลเรือนปาเลสไตน์ต้ องเสียชีวิตเป็นจำนวนมากด้วย แต่ไม่มี“เจตนา”
และก็จะอ้างด้วยว่า ได้พยายามที่สุดแล้วที่จะหลี กเลี่ยง แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อกลุ่มฮามาสที่ต้ องการกวาดล้างนั้น เข้าไปหลบซ่อนอยู่กับชาวบ้าน ความสูญเสียก็จะต้องเกิดขึ้นเป็ นธรรมดา
หากพิสูจน์ได้ว่า “ไร้เจตนา”เป็ นที่ประจักษ์โดยสักขีพยานแล้ว แม้องค์ประกอบความผิดอื่นๆจะชั ดเจนเพียงไร อิสราเอลก็มีสิทธิที่จะหลุ ดจากข้อกล่าวหาได้

นี่ครับคือเหตุผลการต่อสู้ ทางกฏหมายของอิสราเอล ซึ่งยึดเอาประเด็น“เจตนา”ขึ้ นมาอ้างชนิดหัวชนฝา
ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้ว คาดว่าศาลโลกจะเอาผิดอิ สราเอลไม่ได้ในขั้นสุดท้าย
ผมเชื่อเช่นนั้นนะครับ
จึงนำมาเสนอให้อ่าน เป็นการแบ่งปันความรู้กั นในบรรดาผู้ที่สนใจติดตามเรื่ องนี้
Facebook Comments Box







