INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

อิสราเอลได้เปรียบแต่เสี่ยงถูกโดดเดี่ยว

images 29
สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
อิสราเอลได้เปรียบแต่เสี่ยงถูกโดดเดี่ยว
บทความต่อไปนี้ ผมเรียบเรียงและตัดต่อมิให้เยิ่นเย้อ มาจากบทวิเคราะห์ของ”อาบูบากัรฺ อัลฌะมาฮี”ที่เขียนลงในสำนักข่าว”อัลญาซีเราะห์”Al Jazeera ครับ
หาได้เขียนและวิเคราะห์เองไม่ เพราะสติปัญญามีไม่พอ
เนื่องจากว่า เขียนไว้ดีเกินกว่าที่ผมจะเอามา เขียนดัดแปลงปรับปรุง ให้ดียิ่งขึ้นไปกว่า
เพราะฉะนั้น ผิดหรือถูกอย่างไร ผมไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น…….ฮา
เขาเขียนไว้ดังต่อไปนี้ครับ
“ช่วงสองปีที่ผ่านมา ในขณะที่อิสราเอลเปิดฉากทำสงครามกาซา หมายกวาดล้างกลุ่ม”ฮามาส”ให้หมดสิ้นไปนั้น ก็ได้ทำสงครามอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย กับทั้งอิหร่าน เลบานอน ซีเรียและเยเมน
โดยเฉพาะกับซีเรียที่โหมโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มุ่งทำลายล้างเป้าหมายทางทหารที่นั่น พร้อมคุกคามออกอาการ”ปราม”ประธานาธิบดี”มือใหม่”อะห์มัด อัชชะเราะอ์“ที่มาจากผู้ก่อการร้าย”อัล- กออิดะห์”(ตามที่สหรัฐเคยกล่าวหา)
แน่นอนที่อิสราเอลอ้างเหตุผลในการโจมตีว่า เป็นความชอบธรรมเพื่อปกป้องชาวดรูซอันเป็นชนกลุ่มน้อยในซีเรีย
ทำให้สหรัฐต้องช่วยไกล่เกลี่ยให้หยุดยิง แต่ก็ไม่น่าจะได้ผลเพราะการสู้รบกับชนกลุ่มน้อย”เบดูอิน”ยังคงดำเนินต่อไปและทางการซีเรียก็ต้องส่งทหารกลับไปจัดการอีก
ในเลบานอนอิสราเอลอ้างว่าที่ต้องทำสงครามก็เพื่อหยุดยั้งการคุกคามของกลุ่ม”ฮิซบุลเลาะห์”ที่อิหร่านหนุนหลัง
ที่โจมตีอิหร่านนั้น อิสราเอลอ้างว่า ก็เพื่อหยุดความพยายามที่จะผลิตอาวุธปรมาณู
และในเยเมน อิสราเอลทิ้งระเบิดเพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มกบฏ”ฮูธี”(ซึ่งอิหร่านให้การสนับสนุน)
คำถามก็คืออิสราเอลทำเช่นนี้ได้อย่างไร ในเมื่อทั่วโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลางนั้น เห็นว่านั่นคือพฤติการณ์รุกรานชัดๆ
หาได้เป็นการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศไม่
แต่ความขัดแย้งกับชาติต่างๆ ทั้งหมดนี้อิสราเอลบอกว่าเป็นความจำเป็นไม่มีทางอื่นใดเลือกได้ และในการทำสงครามที่ว่านี้ ก็จะต้องเอาชนะให้ได้เท่านั้น
ผลพวงชัดๆ ก็คือสงครามกาซานั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า ๕๘,๐๐๐รายและยังจะทวีจำนวนเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
ทั้งนี้ยังไม่รวมการเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในอิหร่าน เลบานอน ซีเรียและเยเมน
รัฐบาล(อิสราเอล)ที่มีนโยบายขวาสุดโต่งไม่เคยสนใจว่าบรรดาชาติเพื่อนบ้านจะคิดต่ออิสราเอลอย่างไร จะชอบหรือไม่ชอบอิสราเอลหรือไม่
แต่กลับคิดว่าชาติเพื่อนบ้านน่าจะหวาดกลัวอิสราเอลเพียงไหนมากกว่า
อิสราเอลเชื่อมั่นว่าตนเองมีศักยภาพทางทหารสูงสุดในภูมิภาค ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ชาติที่ทรงศักยภาพทางทหารสูงสุดของโลก
ดังนั้นอิสราเอลย่อมจะสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ปรารถนา
อิสราเองยังตระหนักถึงความอ่อนแอ ของการจัดการระเบียบ ตามแบบแผนสากล ในช่วงที่ภาวะโลกหาความแน่นอนไม่ได้ โดยเฉพาะในกรณีที่สหรัฐ ด้วยการนำของประธานาธิบดี”โดนัลด์ ทรัมป์”เคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยผ่านนโยบายต่างประเทศในรูปแบบที่มีการต่อรองมากขึ้น
โดยก่อนหน้านั้นชาติตะวันตกพยายามที่จะรักษาไว้ซึ่งแนวทางว่าด้วยความคิดตามระเบียบสากลเสรี ตามที่สหประชาชาติประกันไว้ ด้วยหลักกฎหมายหมายระหว่างประเทศ
แต่พฤติกรรมของอิสราเอลในหลายทศวรรษมานี้ ยิ่งกลับทำให้ยากต่อการที่จะรักษาระเบียบแบบแผนที่ว่านี้ไว้ได้
โลกไม่สามารถหยุดยั้ง ความพยายามของอิสราเอลที่ต้องการเข้ายึดครองดินแดนปาเลสไตน์ แม้จะเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
การตั้งถิ่นฐานใหม่ๆ ของชาวยิวในดินแดนเวสต์แบงก์ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ตั้งถิ่นฐานก็ยังฆ่าชาวปาเลสไตน์ต่อไปไม่เลิก
องค์กรสิทธิมนุษยชนและหน่วยงานสากลอื่นๆ ล้วนพบว่า อิสราเอลกระทำผิดซ้ำๆ ละเมิดกฎระเบียบของสงครามในกาซา แม้จะถูกตั้งข้อหาว่ากำลังลงมือ”ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”แต่องค์การที่ว่าเหล่านั้น จะทำอะไรได้
ไม่มีพลังหรือความรู้สึกอะไรอีกแล้ว จะแรงพอที่จะทดแทนอำนาจอิทธิพลของสหรัฐ
จนกว่าจะมีการเขียนกฎระเบียบใหม่ ที่จะนำไปสู่การมีสิทธิที่เท่าเทียม ซึ่งตอนนี้ในภูมิภาค ก็มีแต่อิสราเอล(ชาติเดียวที่มีปรมาณูในครอบครอง)เท่านั้นที่ได้ประโยชน์
”อาบูบากัรฺ อัลฌะมาฮี”ยังอธิบายลงรายละเอียดอีกมากในพฤติกรรมของอิสราเอลต่อชาติที่เป็นศัตรู แต่ผม(เกษม)ก็จะไม่ถ่ายทอดมาให้อ่านยืดยาวไปมากกว่านี้ เพราะเกียจคร้านเต็มทีแล้ว
แต่จะวกเข้าประเด็นจากพฤติกรรมของอิสราเอลตามที่ว่า จะถูก”ตีกลับ”อย่างไร
การโจมตีซีเรียทำให้เป็นไปได้ที่ชาติในภูมิภาค จะโดดเดี่ยวอิสราเอลมากขึ้น  แม้แต่ชาติที่เคยมีแนวโน้มที่จะเป็นพันธมิตรกับอิสราเอล
เช่น ซาอุดีอาระเบียเคยประกาศว่าจะสนับสนุนรัฐบาลใหม่ของซีเรีย พฤติกรรมโจมตีซีเรียล่าสุดของอิสราเอล อาจจะมีผลทำให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย เริ่มรู้สึกที่จะไม่ร่วมมือกับอิสราเอลด้วยกับข้อตกลง”อับราฮัม”ในการช่วยดูแลฉนวนกาซา หลังสงครามกาซาสิ้นสุดลง
นี้คือตัวอย่างหนึ่งที่จะเป็นไปได้ในระยะสั้น
หลายชาติในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะรัฐอ่าว(ทั้งหลายแหล่) การแสดงอำนาจเหนือของอิสราเอล ทำให้รัฐเหล่านี้มองว่าอิสราเอลกำลังแผ่ขยายอำนาจ อันจะนำไปสู่ความอลหม่าน เสี่ยงต่อความมั่นคงโดยรวม
อิสราเอลยังต้องเสี่ยงกับอิหร่าน แม้จะสูญเสียอย่างหนักในการทำสงครามล่าสุดกับอิสราเอล แต่มีความเป็นไปได้สูงที่อิหร่านจะบ่อนทำลายอิสราเอลต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า เป็นไปได้ที่จะฟื้นฟูมาตรการป้องกันตนเองและเร่งพัฒนาอาวุธปรมาณู
เอาเป็นว่าหากค่ายนักการ”คลั่งชาติ”ยังคงเป็นแกนนำรัฐบาลอิสราเอลอยู่ อิสราเอลก็ยังสามารถใช้อำนาจทางทหารต่อไป ด้วยการสนับสนุนของสหรัฐ
แต่นั่นก็เป็นความสำเร็จในระยะสั้นๆ เท่านั้น
การก่อความวุ่นวายกับให้เกิดกับชาติอื่นๆ ในภูมิภาค ตลอดไปจนถึงการปฏิเสธกฎระเบียบของสากล ก็มีแนวโน้มที่จะทำให้สูญเสียการสนับสนุนจากพันธมิตรต่างๆ ได้ แม้แต่จากสหรัฐในอนาคต โดยเฉพาะหลังจาก”ทรัมป์”
อิสราเอลจึงเสี่ยงต่อการถูกโดดเดี่ยวมาก
หากไม่วางแผนระยะยาวอันนำไปสู่สันติภาพ ความมั่นคง ความเคารพร่วมกันกับชาติเพื่อนบ้าน
ซึ่งหมายรวมทั้งกับปาเลสไตน์ด้วย
หากอิสราเอลไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันท่วงที ก็ไม่อาจหลีกหนีพ้นจากผลพวงในทางลบที่จะติดตามมา
โอ้โอ…คนเขียนบทวิเคราะห์นี้ ตบท้ายได้ดีนัก… พับผ่าสิวะ
Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *