มองหลักคิดทางสังคมวิทยาอิบนุคอลดูน(Ibn Khaldun) ตอนที่ 1

มองหลักคิดทางสังคมวิทยาอิบนุคอลดูน(Ibn Khaldun) ตอนที่ 1
ประเสริฐ สุขศาสน์กวิน
ศูนย์อิสลามศึกษา วทส.
มนุษย์โดยธรรมชาติเป็นสัตว์สังคมและผูกโยงอยู่กันแบบหมู่คณะ ดังนั้นมนุษย์จึงเป็นผู้รักความก้าวหน้าและเป็นสัตว์แห่งการเรียนรู้รักการเรียนรู้ ซึ่งเป็นที่มาของการพัฒนาและความเจริญก้าวหน้าด้านปัจเจกและด้านสังคม
ในช่วงวัยเด็กที่เราเคยมีนิสัยที่ได้หมกมุ่นหรือพยายามแสวงหาอะไรบ้างอย่างหรือได้เล่นอยู่กับอะไรบางอย่างอย่างบ้าคลั่งและสนุนสนานอะไรทำนองนั้น นักจิตวิทยาถือว่าว่าพฤติกรรมเช่นนั้นไม่ใช่ความบ้าหรือความไม่มีเป้าหมายของมนุษย์เรา แต่เป็นเพราะความรักและความปรารถนาบางอย่างที่อยู่ในตัวของเราเป็นพลังขับเคลื่อนให้เราทยานไปหามัน จนกระทั้งได้สืบค้นสิ่งลี้ลับต่างๆ และด้วยกับสัญชาตญาณบริสุทธิ์(ฟิตเราะฮ์)ของมนุษย์ในด้านการอยากรู้อยากเห็น ทำให้มนุษย์สามารถค้นพบและคว้าสิ่งมีชีวิตต่างๆและความลี้ลับของมันอย่างน่ามหัศจรรย์ทีเดียว เริ่มด้วยการอยากรู้อยากเห็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติต่างๆของจักรวาลและเอกภพ จนกระทั้งผืนแผ่นดิน และดวงดาวบนท้องฟ้า ซึ่งวิทยาการต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ เนื่องจากความอยากรู้และความปรารถนารู้ของมนุษย์ จนกระทั้งมนุษย์ได้มีสัมปชัญญะและตั้งคำถามสำหรับตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า ฉันมาจากไหน?ฉันเกิดมาเพื่ออะไร?และใช้ชีวิตไปมีเป้าหมายอะไรในชีวิต? การมาและการจากไปของข้าพเจ้ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร? เอกภพที่มีความสง่างามนั้น ดวงดาวอันสวยงาม ท้องฟ้าอันน่าพิศวง เกิดมาได้อย่างไร?เอกภพนี้และสรรพสิ่งทั้งหลายอุบัติขึ้นมาโดยผู้สร้างหรือเกิดขึ้นโดยความบังเอิญ ?และถ้ามีผู้สร้างมีเป้าหมายในการสร้างหรือเปล่า? สุดท้ายของชีวิตมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายคือความตายกระนั้นหรือ? ความตายคือจุดจบทุกสิ่งหรือไม่? หรือว่ายังมีชีวิตหลังความตายอีก? ถ้ามี แล้วเราจะไปอยู่กันที่ไหน?
คำถามเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคน ซึ่งโดยธรรมชาติของมนุษย์แล้ว พวกเขาจะหาคำตอบตามที่เขานั้นมีองค์ความรู้ ดังนั้นบางคนจะได้รับคำตอบที่กระจ่าง บางคนหาคำตอบได้แค่เพียงบางส่วนอีกบางส่วนยังคลุมเคลือ และบางคนยังหาคำตอบไม่เจอเลย ดังนั้นคำตอบของคำถามข้างต้นจะไปในทิศทางใดขึ้นอยู่กับโลกทัศน์ของแต่ละคน และนี่คือโลกทัศน์ของมนุษย์ที่เราควรจะรู้จักมันและเป็นพื้นฐานสำคัญด้านสังคมวิทยาที่จะจรรโลงให้สังคมหนึ่งๆนั้นได้รับการเปลี่ยนแปลงหรือเกิดพลวัตไปสู่การปรากฏสังคมที่เป็นสังคมที่พึงปรารถนา
เมื่อเราพูดถึงสังคมวิทยา หรือว่าด้วยศาสตร์ด้านสังคม นั่นคือเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ของมนุษย์ในสังคมและความเป็นไปของมนุษย์ในมิติทางสังคม ที่ส่งผลถึงความสัมพันธ์เหล่านั้น ไม่ว่าในรูปใด ๆ หรือเพื่อวัตถุประสงค์อันใด มีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ในการดำรงอยู่ต่อไปของสังคม ดังนั้นนักสังคมวิทยา เชื่อว่า ความสัมพันธ์เหล่านี้ ประกอบกันเป็นโครงสร้างจริงและมีชีวิตอยู่จริงไม่ใช่มายาคติ นั่นหมายความว่าสังคมนั้นจะมีอิทธิพลอย่างมากเหนือพฤติกรรมของมนุษย์ อีกทั้งจากความสัมพันธ์ที่มนุษย์ที่มีต่อกัน ทำให้เขาได้เรียนรู้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ และพัฒนาบุคลิกภาพ นิสัยใจคอ ความคิดเห็น และแบบของการดำเนินชีวิต ซึ่งส่วนหนึ่งของการที่จะสร้างสังคมที่มีคุณภาพ
สังคมวิทยาเป็นการศึกษาหรือเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เป็นการให้ข้อเท็จจริงและใช้วิธีการในทางวิทยาศาสตร์เข้ามาประกอบ เพื่อจะให้ผล ตรงกับสภาวะที่เป็นจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และมีนักสังคมวิทยาได้กำหนดนิยามของสังคมวิทยานั้นอย่างน่าสนใจ เช่น P. A. Sorokon กล่าวว่า “สังคมวิทยาเป็นวิทยาศาสตร์ทั่ว ๆ ไปเกี่ยวกับ ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมของสังคม โดยดูจากรูปทั่ว ๆ ไป ชนิด และความสัมพันธ์อัน ซับซ้อน” Kovalevsky กล่าวว่า “สังคมวิทยเป็นศาสตร์ของการจัดระเบียบและการ เปลี่ยนแปลงทางสังคม” Max Weber อธิบายว่า สังคมวิทยามุ่งศึกษาเพื่อกำหนดแบบแนวความคิดต่าง ๆ และหาหลักเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งที่ปรากฏที่เป็นแบบเกี่ยวกับของขบวนการที่เกิดขึ้นตามสภาพความเป็นจริง สังคมวิทยาแตกต่างกับประวัติศาสตร์ตรงที่ว่า ประวัติศาสตร์ มุ่งศึกษาเหตุการณ์เฉพาะ วิเคราะห์หาสาเหตุ และอธิบายพฤติกรรมที่สำคัญของบุคคล สถาบัน และบุคลิกภาพพิเศษบางอย่าง Auguste Comte (1842)
อะบู ซัยด์ อับดุรเราะห์มาน บิน มุฮัมมัด บิน ค็อลดูน อัลฮัฎเราะมี (อาหรับ: أبو زيد عبد الرحمن بن محمد بن خلدون الحضرمي; 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1332 – 19 มีนาคม ค.ศ. 1406) เป็นนักประวัติศาสตร์และนักประวัติศาสตร์นิพนธ์มุสลิมชาวตูนิเซียเชื้อสายอัลอันดะลุส และได้รับการยกย่องจากนักวิชาการหลายคนว่าเป็นหนึ่งในบิดาแห่งองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์นิพนธ์ สังคมวิทยา และเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่
อิบน์ ค็อลดูน เป็นที่รู้จักมากที่สุดจากผลงานที่มีชื่อว่า อัลมุก็อดดิมะฮ์ ซึ่งได้รับการค้นพบ ประเมินค่า และตระหนักถึงคุณค่าเป็นครั้งแรกในวงวิชาการของยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19[2] แต่ผลงานชิ้นดังกล่าวก็มีอิทธิพลอย่างมากต่อนักประวัติศาสตร์ชาวออตโตมันในคริสต์ศตวรรษที่ 17 อย่างฮัจญี เคาะลีฟะฮ์ และมุศเฏาะฟา นะอีมา ซึ่งอาศัยทฤษฎีของเขาในการวิเคราะห์ความเจริญรุ่งเรืองและความเสื่อมถอยของจักรวรรดิออตโตมันเช่นกัน[3] ภายหลังในคริสต์ศตวรรษที่ 19 นักวิชาการตะวันตกจึงยอมรับว่าอิบน์ ค็อลดูน เป็นหนึ่งในบรรดานักปรัชญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากโลกมุสลิม(อิบน์ ค็อลดูน วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)
อินนุ คอลดูน ถือว่าเป็นผู้ได้วางรากฐานของวิชาสังคมวิทยามาก่อนนักวิชาการตะวันตกไม่น้อยกว่า 500 ปี คือ ท่านมีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค . ศ . 1332-1406 โดยท่านได้เขียนหนังสือชื่อ มุก๊อดดิมะฮ์ อิบนุ คอลดูน(The Muqaddimah )อันเป็นแม่บทของวิชาสังคมวิทยาอิสลาม( Sociology)
ทฤษฎี Social Solidarity หรือเรียกเป็นภาษาอาหรับว่า عصبية ของท่านอิบนุคอลดูน ได้สอดคล้องกับแนวคิด Solidarity Mecanical และ Solidarity Organic ของ E.Durkheim, Gemin-Shacrt และของ Gesell Shaft (Tonnies) ซึ่งท่านเหล่านี้พึ่งคิดขึ้นมาและเป็นที่นิยมในบรรดานักสังคมวิทยาตะวันตกในศตวรรษที่ 19 (1 May 2017 Tangnam News :อิบนุ คอลดูน นักฟิกฮฺ รัฐบุรุษ นักสังคมวิทยา และนักประวัติศาสตร์อแห่งโลกมุสลิม)
ทฤษฎีวงจรสังคม (Cyclical Theory) ของท่านอิบนุคอลดูน ที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทางสังคม พัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของสังคม มีความสอดคล้องกันกับทฤษฎีวิวัฒนาการ (Historical Materialism) ของ Karl Marx ในศตวรรษที่ 19 และยังสอดคล้องกับทฤษฎีความเสื่อมของตะวันตก (Decline of the West) ของ Aswad Spengler และสอดคล้องกับแนวคิดของ Arnold Toybee (la Study of History) ในศตวรรษที่ 20 (อิบนิ ค็อลดูน บิดาแห่งประวัติศาสตร์ สังคมวิทยา และเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ :กรกฎาคม 11, 2017)
อิบนุคอลดูน ได้วางรากฐานวิชาสังคมวิทยาประวัติศาสตร์ (Historical Sociology) โดยอาศัยกฎเกณฑ์ของความสัมพันธ์ที่เป็นเหตุและผลของเหตุการณ์ในสังคมยุคก่อนกับปรากฎการณ์ในปัจจุบันของสังคม ซึ่งทฤษฎีนี้ยังคงทันสมัยจนถึงปัจจุบัน
ในด้านสังคมวิทยาการเมือง (Political Sociology) ท่านอิบนุคอลดูนได้วางกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการรวมตัวอย่างเข้มแข็งของสังคม Social Solidarity ว่าถ้าสังคมรวมตัวบนฐานของ ( عصبية ) จะสามารถสร้างระบบการปกครองอันยิ่งใหญ่ได้ ทั้งนี้เพราะความรู้สึกในความเป็นพี่น้องที่มีขอบเขตจำกัดนั้นจะขยายตัวสู่วงกว้างเพื่อรวมตัวกันป้องกันการรุกราน ( ปรากฏการณ์ร่วมสมัยได้ยืนยันแนวคิดนี้คือการเกิดขึ้นของรัฐชาติ (The Nation State) หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ในด้านเศรษฐกิจ การผลิต การค้าทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจกับการเมือง ซึ่งปัจจุบันมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดภายใต้ชื่อเศรษฐศาสตร์การเมือง (Political Economy) ท่านอิบนุคอลดูน ก็ได้พูดมาก่อนแล้ว ( อิบนิ ค็อลดูน บิดาแห่งประวัติศาสตร์ สังคมวิทยา และเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ กรกฎาคม 11, 2017)
อิบนุคอลดูนพูดถึงกฎเกณฑ์ทางสังคม Social Law การศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพของสังคมและการวิเคราะห์อย่างมีระบบ (Systematic Analysis) ซึ่งปัจจุบันเป็นสาขาที่มีความสำคัญทางสังคมศาสตร์(1 May 2017 Tangnam News :อิบนุ คอลดูน นักฟิกฮฺ รัฐบุรุษ นักสังคมวิทยา และนักประวัติศาสตร์อแห่งโลกมุสลิม)
ในอัลมุกอดดิมะฮฺ อิบนุคอลดูน กล่าวว่าท่านได้ก่อตั้งศาสตร์แขนงใหม่นั่นก็คือศาสตร์ว่าด้วยอารยธรรม (Ilm al-Umran) ขึ้น ในหนังสือเล่มดังกล่าวนี้ อิบนุ คอลดูนได้พูดถึงแนวคิดของท่านเกี่ยวกับการรวมกลุ่มของมนุษย์ สังคมในระดับต่าง ๆ ตลอดจนการเกิดและการล่มสลายของจักรวรรดิ นักวิชาการบางท่านถือว่าอิบนุคอลดูนเป็นบิดาแห่งวิชาสังคมวิทยา (Sociology) ทั้งนี้เพราะท่านเป็นนักวิชาการคนแรกที่พยายามก่อตั้งกฎทางสังคมขึ้น(1 May 2017 Tangnam News :อิบนุ คอลดูน นักฟิกฮฺ รัฐบุรุษ นักสังคมวิทยา และนักประวัติศาสตร์อแห่งโลกมุสลิม)
ในโลกอิสลามดูเหมือนว่า อิบนุคอนดูน เป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งทางด้านสังคมวิทยาอิสลาม และถือว่าองค์ความรู้ด้านสังคมวิทยาของอิบนุคอนดูนได้ขยายเนื้อหาและแก่นของวิชาด้านสังคมวิทยาออกไปอย่างกว้างขวางแนะน่าสนใจไม่น้อย เราคงจะมากล่าวกันในตอนต่อไป







