INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เร่งช่วยเหลือชาวอัฟกันด่วน!!!

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

เร่งช่วยเหลือชาวอัฟกันด่วน

การรับรองรัฐบาล”ฏอลีบัน”ยังไม่เกิดขึ้นเป็นความจริง เมื่อ”เสียงส่วนใหญ่”ของโลกสากล โดยเฉพาะจากชาติสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ รวม ๑๙๓ ประเทศ โดยที่ประชุมยังก้าวไม่ถึงขั้นเสนอลงมติรับรองอัฟกานิสถานในชื่อใหม่ว่า“เอมิเรตอิสลามแห่งอัฟกานิสถาน” ว่าเป็นประเทศที่ถูกต้องชอบธรรม สะท้อนถึงความระมัดระวัง ของสหประชาชาติที่จะไม่สร้างโอกาส ให้”ฏอลีบัน”ฮึกเหิมจนเกินไปนัก

แม้กลุ่มการเมืองติดอาวุธ”ฏอลีบัน”เข้ายึดอำนาจตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล ไว้ได้เบ็ดเสร็จแล้ว ในอีกแง่หนึ่งนั้น มีคุณค่าเท่ากับเป็นการ”กู้ชาติ”ให้เป็นอิสระ จากมหาอำนาจนักล่าอาณานิคม ที่พยายามเข้ามาตั้ง”รัฐบาลหุ่น”ในดินแดนแห่งนี้ ซึ่งในที่สุดต่างก็ต้องถอนตัวไป ปล่อยให้ชาวอัฟกัน ตัดสินชาตากรรมของตนเอง จากซากการสู้รบที่ทิ้งไว้ เพราะไม่สามารถควบคุมได้

ขณะนี้ จึงมีเพียงสามประเทศเท่านั้น ที่รับรอง”เอมิเรตอิสลามแห่งอัฟกานิสถาน” คือซาอุดีอาระเบีย,ปากีสถานและสหอาหรับเอมีเรตส์(ยูเออี) เท่านั้น                                                           เหตุผลที่ยังไม่มีใครยอมรับรองนั้น เข้าใจว่าเป็นเพราะทุกชาติยังคงพะวงสงสัยรัฐบาล”ฏอลีบัน”ที่อาจตีความและนำหลักการอิสลามอย่างเคร่งครัด มาปกครองประเทศต่อ เพื่อกดขี่ประชาชน ไม่ให้โงหัวรับวัฒนธรรมสมัยใหม่

ทำให้ไม่สามารถยอมรับได้ ในแง่สหประชาชาติ เพราะถือว่า ไม่มีความ”ศิวิไลซ์”พอ คือไม่จำเริญพอหรือทันสมัยพอ ต่อโลกสมัยใหม่

โดยเฉพาะการจำกัดสิทธิเด็กและสตรี ในด้านการศึกษา ให้เรียนได้แต่เรียนเพียงเล็กน้อย ในการทำงาน ก็ไม่ให้สตรีออกมาทำงานนอกบ้าน หรือการที่สตรีไม่สมควรมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกับบุรุษ

แม้ตลอดไปจนกระทั่งในแง่กฏหมายอาญา การใช้บทลงโทษในคดีความ ที่อาจยังไม่เลิกใช้การลงโทษด้วยวิธีการ อันโหดเหี้ยมทารุณ เช่น การตัดข้อมือสำหรับโทษลักขโมย การตัดคอสำหรับโทษฆ่า การใช้ก้อนอิฐก้อนหินขว้างปาผู้กระทำผิดประเวณี(การลักลอบมีเพศสัมพันธ์อันล่วงละเมิดข้อปฏิบัติทางศาสนา)จนสิ้นใจ ในที่สาธารณะเพื่อเป็นการประจาน

เข้าใจว่า ทั้งหมดนี้ รัฐบาล”ฏอลีบัน”ยังไม่สามารถรวบรัดขีดเส้นชี้ชัด ซึ่งเข้าใจว่า จะต้องตั้งคณะกรรมการกฎหมายพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนและจะต้องใช้ระยะเวลา ถึงแม้ว่า จะมีบรรทัดฐาน ในหลักการปฏิบัติอยู่บ้างแล้วจากตัวอย่างเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือซาอุดีอาระเบีย ซึ่งตีความตาม”ชารีอะห์”(กฎหมายอิสลาม)ค่อนข้างจะเคร่งครัด ก็ตามที

ถามว่า ไม่ยอมทำตาม”ชารีอะห์”ไม่ได้หรือ

ตอบว่าได้ อย่างเช่นที่รัฐบาลอัฟกานิสถานชุดที่เพิ่งสูญเสียอำนาจกระทำก่อนหน้านั้น โดยส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตก แยกศาสนากับการปกครองและการเมือง อย่างค่อนข้างจะเด็ดขาด

แต่ในทัศนะของ”ฏอลีบัน”มองว่า การให้สิทธิเสรีภาพ เป็นของฟุ่มเฟือย ทำให้สังคมไร้เอกภาพ ปกครองยาก ผู้คนเสี่ยงต่อการประพฤติผิดกฎหมาย ผิดคุณธรรม

กลุ่ม”ฏอลีบัน”คงเห็นโดยสรุปว่า การปกครองในระบอบอื่นใด นอกเหนือจากอิสลามแล้ว คือแนวทางไปสู่ความหายนะ ในระยะเวลาอันยาวนาน

กระนั้น กลุ่ม”รัฐอิสลาม” หรือ ไอเอส”กลับเห็นว่า แม้”ฏอลิบัน”จะสุดโต่งอย่างไร ก็ยังไม่เคร่งหลักการพอ แต่ต้องใช้”ความเด็ดขาด”และมีเป้าหมายในระดับเพ้อฝัน ถึงขั้นต้อง”ปฏิวัติโลก”เลยทีเดียว

แนวความคิดนี้ แอบแฝงตัวอยู่อย่างเงียบๆ มานานแล้ว เพิ่งมาปะทุ ก็ต่อเมื่อสถาปนาระบอบ”ไอเอส”ขึ้นมา เป็นการสนองตอบความใฝ่ฝันของมุสลิมกลุ่มกระจิดริด

ฉะนั้น จึงมี”นักฝัน”จำนวนหนึ่ง หลบออกจากชาติที่ตนสังกัด เข้าไปสมัครเป็นพลพรรค”ไอเอส”แล้วพยายามสร้างเขตปกครองขึ้นมา เพื่อค่อยๆขยายตัว ให้เติบใหญ่ขึ้นในระยะเวลาอันยาวนาน ไม่แค่เพียงในตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังกระจายไปในอัฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังที่รู้ๆ กัน จากข่าวสารอยู่แล้ว

เช่นกลุ่ม”อาบู ไซยัฟ”ที่เมือง”มาราวี”(ถูกแยกสลายไปแล้ว)ในฟิลิปปินส์, กลุ่ม”โบโก หะรอม”ที่ไนจีเรียและล่าสุด กลุ่ม”ไอเอส เค”ในอัฟกานิสถาน

สำหรับอัฟกานิสถานภายใต้”ฏอลิบัน”จึงคงจะต้องหนักใจกับกลุ่ม”ไอเอส เค”ที่จ้องจะขยายอิทธิพลต่อไปในประเทศ

ในแง่สหประชาชาตินั้น เมื่อ”ฏอลิบัน”ยึดอำนาจได้ตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคมเป็นต้นมา เท่าที่จะช่วยได้ ก็จะช่วยเฉพาะในแง่สิทธิมนุษยชนเท่านั้น โดยจะสนับสนุนทุกทาง เพื่อบรรลุถึงสันติภาพ, ความมั่นคง การพัฒนาและเคารพในสิทธิมนุษย์

ทั้งนี้ ก็คงจะต้องเป็นไปตามเสียงเรียกร้องของ”เชค ตามิม บิน ฮามัด อัล-ฏอนี” เจ้าผู้ครองนครแห่งกาตาร์ ที่ขึ้นปราศรัยต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติครั้งที่ ๗๖ เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ที่ผ่านมานี้ว่า “สมควรที่ทุกฝ่ายจะได้บรรลุถึงสิ่งที่จับต้องได้ก่อน ทั้งนี้เพื่อนำไปสู่เป้าหมายตามกรอบสัญญา”โดฮา”คือต้องปกป้องพลเรือนอัฟกานิสถาน เคารพสิทธิมนุษยชน ต่อต้านก่อการร้าย เพื่อว่าจะเข้าถึงหนทางแก้ไขทางการเมือง”

สรุปแล้ว สถานภาพของอัฟกานิสถาน ในวงการสากล ก็ยังลอยๆ

จนกว่า รัฐบาล”ฏอลีบัน”จะออกประกาศหลักประกันสิทธิเสรีภาพของชาวบ้าน ในลักษณะที่ทำให้ทั่วโลก ประจักษ์และให้ความไว้วางใจ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในขณะนี้ความช่วยเหลือ เฉพาะในด้านอาหาร เครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรค จากนานาชาติ จะไปถึงอัฟกานิสถานแล้ว โดยพลัน

ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลไทยและคนไทย จะช่วยชาวอัฟกัน ในยามยากขณะนี้อย่างไรบ้าง

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com