“ลุ้น”ยูเครนในวาระครบรอบหนึ่งปีสงคราม

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
“ลุ้น”ยูเครนในวาระครบรอบหนึ่งปีสงคราม
สงครามยูเครนจะครบรอบหนี่งปี ในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ คือวันพรุ่งนี้ วันที่รัสเซียส่งกองทัพรุกรานเข้าสู่ดินแดนเพื่อนบ้าน ท่ามกลางความตระหนกตกใจของชาวโลก
จึงเสนอรายงานเชิงเก็บความโดยสรุป จากข้อมูลของสำนักข่าว”อัลจาซีรา” ซึ่งเชื่อว่า น่าจะเป็นกลางมากที่สุด มาให้อ่านทบทบทวนเหตุการณ์กันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสมควรรับรู้เอาไว้ อย่างน้อยก็เพื่อประดับสติปัญญา
หรือถ้าไม่อ่าน ใครจะมาว่าได้เล่าครับ
ย้อนกลับไป เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ประธานาธิบดี”วลาดิมีร์ ปูติน”ในฐานะประมุขของรัสเซียได้ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการยกให้แคว้น”โดเนสก์”และแคว้น”โลฮานสก์”ในยูเครน เป็นรัฐเอกราช
สองแคว้นนี้ คือหัวใจแห่งความขัดแย้ง ระหว่างกองทัพยูเครนกับกองกำลังแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียหนุนหลังมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ อันเป็นปีที่คาบสมุทรไครเมีย ถูกผนวกเข้ากับรัสเซีย
สองแคว้นนี้ จึงสถาปนาขึ้นเป็นสาธารณรัฐ คือสาธารณรัฐประชาชนโดเนสก์กับสาธารณรัฐประชาชนโลฮานสก์ หลังจากนั้น “ปูติน”จึงประกาศส่งทหารส่งเข้ายูเครน เมื่อเวลา ๐๖.๐๐ น.(เวลาที่กรุงมอสโก)เพื่อ”ปฏิบัติการทหารเป็นกรณีพิเศษ”หมายปกป้องราษฎรที่ต้องทุกข์ยากและถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่กระทำโดยรัฐบาล”เคียฟ”

ในการนี้ กองกำลังภาคพื้นดินของรัสเซียรุกเข้าไป จากสี่ด้านคือ จากภาคเหนือ(คือจากประเทศเบลารุสสู่”เคียฟ”) จากตะวันออกเฉียงเหนือ(คือจากพรมแดนตะวันตกของรัสเซียสู่”เคียฟ” ) จากตะวันออก(คือจากแคว้น”ดอนบาส”สู่”เคียฟ”)และจากภาคใต้(คือจาก”ไครเมีย”ไปยัง”โอเดซา”ทางตะวันตกไปยัง”ซาโปริสเซีย”ทางเหนือและไปยัง”มาริอูโปล”ทางตะวันออก) โดยทัพรัสเซียได้ถล่มทั้งปืนใหญ่และขีปนาวุธเข้าใส่เป้าหมายต่างๆ อย่างหนัก
ชาติตะวันตกต่างพากันตื่นตกใจ ต่อการรุกรานครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปนับแต่สงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นต้นมา
พอปลายเดือนกุมภาพันธ์กรุง”เคียฟ”ก็ถูกล้อมเอาไว้ ชาวเมืองพากันลุกขึ้นสู้ด้วยความกล้าหาญ ใช้อาวุธทุกอย่างเท่าที่จะหาได้ รวมทั้งระเบิดน้ำมันที่เรียกกันว่า”โมโลตอฟ ค็อกเทล”สู้กับกองกำลังรัสเซีย
ทั้งๆ ที่ถล่มโจมตีอย่างหนัก แต่ทัพรัสเซียก็ไม่สามารถเข้ายึดครองกรุง”เคียฟ”ได้ เพราะเจอกับปัญหาหลายอย่างโดยเฉพาะการขนส่ง กองกำลังภาคพื้นดินไม่สามารถลำเลียงเชื้อเพลิง กระสุนและยุทธสัมภาระอื่นๆ เนื่องจากถนนหนทางล้วนอุดตันเพราะการสู้รบ
ข้อเท็จจริงที่เป็นประจักษ์พยานชัดแจ้งก็คือ ภาพถ่ายดาวเทียมที่เปิดเผยต่อสายตาชาวโลกเห็นขบวนรถรัสเซียติดกันยาวเหยียดถึง ๔๐ กิโลเมตรนอกกรุง”เคียฟ”
ล่วงเข้าราวกลางเดือนมีนาคม ทัพยูเครนก็ตีโต้การรุกของรัสเซีย ด้วยการยึดคืนเมืองต่างๆรอบเมืองหลวง โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน จึงสามารถช่วยเมืองหลวง ให้พ้นจากการยึดครองได้
ทำให้รัสเซียต้องถอนทหารออกไป
แต่หนึ่งเดือนที่รบกันนั้น ก็ได้สร้างความตระหนกอย่างยิ่งกับชาวโลกเป็นคำรบที่ ๒
เป็นอย่างไร โปรดอ่านต่อครับ

“บูชา”เป็นเมืองๆ หนึ่งอยู่นอกกรุง”เคียฟ” กลายเป็นฐานการยุทธอย่างสำคัญของกองทัพรัสเซียที่รุกคืบเข้าเมืองหลวง แต่เมื่อรัสเซียต้องถอนทหารออกพ้นจากบริเวณรอบๆ”เคียฟ”ในปลายเดือนมีนาคม โดยไปยึดภาคตะวันออกของแคว้น”ดอนบาส”เอาไว้แทนนั้น
ก็ปรากฏหลักฐานที่แสดงถึงการก่ออาชญากรรมสงคราม(ของทหารรัสเซีย)ก็เปิดเผยตัวขึ้นที่เมือง”บูชา”ว่าคือเวทีแรก ในการก่ออาชญากรรมสงคราม
ผู้ที่ยืนยันคือหัวหน้าศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ หลังจากรวบรวมหลักฐานเพียงพอที่จะแถลงกล่าวหา ว่าได้พบหลักฐานการสังหารหมู่พลเรือน
เป็นการเตือนเอาไว้ว่า “จงอย่าทำต่อ”
แต่รัฐบาลมอสโกแถลงปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงและกล่าวหาว่านั่นเป็นการสร้างพยานหลักฐานเท็จ แถมกล่าวหาว่ารัฐบาล”เคียฟ”ตกเป็นเครื่องมือของสื่อตะวันตกไปแล้ว
ยุทธการยึดเมือง”มาริอูโปล”เมืองท่าภาคใต้ เริ่มขึ้นเมืองวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์
เมืองนี้(ประชากรเดิมก่อนสงคราม ๔๕๐,๐๐๐ คน)เป็นแหล่งผลิตเหล็กประเภทต่างๆ และเครื่องจักรกล
เมืองนี้ถูกล้อมไว้ทุกทิศทาง เมื่อต้นเดือนมีนาคม เกิดการสู้รบอย่างรุนแรง แต่ในที่สุดเมือง”มาริอูโปล”ก็ตกอยู่ในความยึดครองของรัสเซียเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕ หลังจากที่ทหารยูเครนที่ป้องกันเมืองราว ๑,๗๐๐ นายยอมจำนน เพราะทนอดอยากไม่ไหว
เมืองนี้”ปูติน”ต้องการยึดให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด เพราะเป็น”หัวใจ”ทางเศรษฐกิจของยูเครน คือนอกจากจะเป็นเมืองอุตสาหกรรมเหล็กแล้ว ก็ยังเป็นเมืองท่าสำคัญในการส่งออกข้าวโพด ถ่านหินและเหล็ก อันเป็นรายได้หลักของยูเครน

ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่แล้ว ทัพยูเครนได้รับความสำเร็จในการตีโต้ที่เมือง”คาร์คีฟ”สามารถยึดพื้นที่คืนได้ ๓,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ทั้งยังได้อาศัยช่วงระหว่างทหารรัสเซียสับเปลี่ยนกำลัง ก็สามารถยึดพื้นที่คืนได้มากขึ้น
การค้นพบหลุมฝังศพรวมและห้องทรมาน มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากพื้นที่ที่ทหารัสเซียถอนตัวออก รวมทั้งที่เมือง”คาร์คิฟ”และ”ลีมาน” ทางรัฐบาล”เคียฟ”กล่าวหาว่าเกิดการก่ออาชญากรรมสงคราม ของฝ่ายรัสเซียหลายครั้ง
แต่”อัลจาซีรา”ก็ว่า ไม่สามารถแยกแยะ หรือยืนยันได้ในทุกครั้ง ว่าจริงหรือไม่
อีกเมืองหนึ่งที่มีความสำคัญมาก ในขณะนี้คือ เมือง”บากห์มุต” ในแคว้น”โดเนสก์”หากรัสเซียสามารถเข้ายึดเอาไว้ได้ ก็จะไปต่อ สำหรับกองทัพรัสเซียที่จะรุกเข้าตี ที่ตั้งสำคัญของกองกำลังยูเครนที่”ครามาตอสก์”และ”สโลเวียนสก์”ได้
เพราะฉะนั้น ทัพยูเครนจึงต้องรักษาเมืองนี้ไว้ให้ได้ เพื่อป้องกันฐานทัพขนาดใหญ่และสำคัญ เอาไว้
พรุ่งนี้(๒๔ กพ.๖๖)จะเป็นวันที่ครบรอบหนึ่งปีของสงคราม ในวาระนี้รัสเซียจะโหมกำลังเข้าตี”บากห์มุต”หรือไม่
หรือว่าจะมีการเปิดฉากโจมตีพร้อมๆ กันจากทุกทิศทุกทาง หรือด้วยกองกำลังทั้งทางอากาศและภาคพื้นดินหรือพร้อมๆ กันเปล่า
เรามาคอย”ลุ้น”กัน
ขอขอบคุณ”อัลจาซีรา”อีกหนครับ







