ต้องทำประชามติกรณีปฏิรูปสถาบัน

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
ต้องทำประชามติกรณีปฏิรูปสถาบัน
ณ โอกาสนี้ จะเล่าถึงความเลอะเทอะของผมให้ฟัง
เมื่อวานนี้(๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๓) ผมตั้ง”หัวข้อ”เรียกร้องลงบนเฟซบุ๊กว่า
เสนอลงประชามติ
“เอา-ไม่เอา”สถาบัน
เลี่ยงจลาจล
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ก็มีปฏิกิริยากลับมา ทั้งเห็นด้วยและทัดทาน(ว่ายากจะทำ)
แต่มีอยู่สองรายที่ส่งผล ทำให้ผมลบ”หัวข้อ”นี้ ทิ้งไป
โดยรายหนึ่งแย้งว่า ”ลุง(หมายถึงผม)ตั้งประเด็นไม่ถูกต้อง ว่า”เอา” หรือ”ไม่เอา” นั่นมันไม่ใช่นะครับ”
“ที่ถูกต้อง กลุ่มชุมนุมเขาเรียกร้องให้”ปฏิรูป”สถาบันต่างหาก”
ดังนั้น ผมจึงลบ”หัวข้อ”นั้นทิ้ง เมื่อตื่นมากลางดึกแล้วตรวจพบเข้า เพราะเห็นด้วย กับเสียงที่ทักท้วงมา จะไม่ปล่อยให้เกิดความสับสนเพราะความโง่เง่าของผม ต่อไปอีก
คือเสียงเรียกร้องนั้น กลุ่มชุมนุมเขาต้องการเพียง”ปฏิรูป”แต่ยังคงสถาบันเอาไว้ เป็นสัญลักษณ์ของชาติ
ต้องขอขอบคุณผู้ที่ทักท้วง ซึ่งตรงไปตรงมากับ ผมก็น้อมรับแต่โดยดี พร้อมกับพิจารณา”ตัวตน”อยู่พักหนึ่ง ได้ข้อสรุปว่า จงอย่าได้เชื่อในสิ่งที่ตนเองคิด หรือตัดสินใจ ว่าจะทะลุทะลวงถึงความถูกต้องเสมอไปทั้งหมด แท้จริงแล้วเป็นเพียงการตีความด้วยตัวเอง ด้วยอคติเท่านั้น (ว่าคนรุ่นใหม่พวกเขากำลังจะโค่นล้มสถาบัน)
อย่างไรก็ตาม ผมยังห่วงอยู่ครับว่า ฝูงชนฝ่ายจงรักภักดี(ขณะนี้กำลังเคลื่อนไหวทั่วประเทศ)กับฝ่ายเรียกร้องปฏิรูป จะเกิดการปะทะกัน ถึงขั้นเสียเลือดถึงเนื้อ หากเผลอใช้อารมณ์กัน ซึ่งจะไม่สามารถรักษาความสงบในชาติเอาไว้ได้อีกต่อไป
หรือไม่ก็เกิดจลาจล ถ้าหากรัฐบาลยังคงทำเฉยๆ นิ่งๆ ไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องเลยแม้แต่น้อย ปล่อยให้เจ้าหน้าที่จัดการไปตามกฎหมาย หนักบ้าง หรือเบาบ้าง
เพราะเช่นนั้น ก่อนที่จะมีข่าวการหารือเปิดสภาวิสามัญ ผมจึง”โพสต์”เรียกร้องให้รัฐสภาประชุม (ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการเรียกร้องของผู้ชุมนุม) ด้วยเกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย เพื่อรีบหาหนทางแก้ไขปัญหาการชุมนุมยืดเยื้อและหนทางออกอื่นๆ เพื่อรักษาความสงบในชาติเอาไว้ให้ได้ มิเช่นนั้น จะซ้ำเติมความทุกข์ยากภายในชาติที่มีอยู่แล้วจากภาวะเศรษฐกิจแ”โควิด 19”ให้หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้นไปอีก
เพราะถึงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างแน่นอน(ตามที่การชุมนุมเรียกร้องให้ลาออก) ดังที่เจ้าตัวแถลงยืนยันไว้แล้ว
ประเด็นเปิดประชุมสภาวิสามัญนั้น หลายฝ่ายบอกว่าให้ทนรอไปอีกไม่กี่วัน(๑ พฤศจิกายน)ก็จะเปิดสมัยประชุมสามัญแล้ว ทำไมจึงต้องเรียกร้องให้เปิดทันทีเล่า
ใคร่ย้อนถามว่า หากเกิดเหตุร้ายระหว่างนี้เล่า จะเตรียมการแก้ไขได้ทันท่วงทีหรือ
หรืออย่างน้อยที่สุด ก็หวังว่า การประชุมสมัยวิสามัญจะช่วยยืดเวลาที่อาจเกิดความรุนแรงออกไปได้….จะใช่หรือไม่ก็ตามทีเถิด
มีบางฝ่ายแย้งว่าเปิดให้มีการประชุมวิสามัญ ในสภาก็จะมีปัญหาขัดแย้งกัน ทะเลาะกัน ตีรวนกัน อย่างที่เคยเกิดขึ้น เป็นประจำ
ก็จะบอกว่า ก็ช่างหัวมันซี่ หากไม่รู้จักรับผิดชอบบ้านเมือง ก็ให้มันรู้กันไป
อย่างน้อยที่สุด ฝ่ายค้านที่ทำตัวเป็นตัวแทนฝ่ายชุมนุม ก็จะหยิบยกเสียงเรียกร้อง ของฝ่ายชุมนุมมาพูดกัน ให้มันรู้ดำรู้แดง ย่อมจะเป็นการดีกว่า
ไม่ใช่ปล่อยให้ออกไปชุมนุมตะโกนบริภาษทุกวัน เกะกะการสัญจรของชาวบ้าน ตามถนนหนทาง
ในฐานะที่เป็นคนไทย ผมเองใคร่ขอเสนออีกครั้งหนึ่ง ในการแก้ไขปัญหาระยะยาวและถาวร เพื่อจบเสียงเรียกร้องให้”ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” ในกรณีที่สภาไม่สามารถตกลงกันได้ด้วยวิธีอื่นใดเพื่อขจัดความขัดแย้ง อันอาจนำไปสู่ความแตกแยกภายในชาติ ชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน
นั่นก็คือ เสนอให้ทำประชามติว่า จะ “ปฏิรูป”หรือ”ไม่ปฏิรูป”สถาบันกษัตริย์” เพื่อยุติข้อขัดแย้งทั้งปวง
สำหรับวันนี้ ขออนุญาตเขียนเพียงสั้นๆ เพียงเท่านี้ครับ







