สาเหตุขัดแย้งเชิงลึกในทะเลจีนใต้

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
สาเหตุขัดแย้งเชิงลึกในทะเลจีนใต้
คราวที่แล้ว เขียนในประเด็นการซ้อมรบ โชว์กำลังทางทะเล แข่งกัน ระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับสหรัฐ โดยจีนซ้อมรบในทะเลจีนใต้ ส่วนสหรัฐซ่อมรบในพื้นที่”อินโด-แปซิฟิก”
ทะเลจีนใต้กับพื้นที่ทะเลที่สหรัฐเรียกว่า เป็น”อินโด-แปซิฟิก”นั้น แทบจะเป็นบริเวณเดียวกัน แต่ไม่ใช่ เพราะพื้นที่ทะเลจีนใต้นั้นเป็นพื้นที่ที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครอง(ลากเส้นจากฝั่งจีนตอนใต้ลงมาเฉียดมาเลเซีย ย้อนขึ้นไปบรูไน แล้วเลยไปเฉียดฝั่งตะวันตกฟิลิปปินส์ จากนั้นก็ลากเส้นขึ้นผ่านทางตะวันออกของเกาะไต้หวัน)
ส่วนสหรัฐซ้อมรบในน่านน้ำสากล ไม่ได้ล่วงละเมิดน่านน้ำของจีน เพียงแต่เฉียดไปเฉียดมาเท่านั้น ก็เลยไม่กระทบกระทั่งกัน
(ดูภาพประกอบ)
Territorial claims in the South China Sea
จะเห็นว่าการอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ในทะเลของจีนนั้น กระทำอย่างแปลกแปร่ง เพราะเป็นการทับซ้อนหรือเหลื่อมล้ำพื้นที่นอกฝั่งทะเล มิได้เป็นไปตามหลักการสากล ที่ทำให้หลายชาติยอมรับไม่ได้ อาทิ เวียดนาม, มาเลเซีย, บรูไน, ฟิลิปปินส์และไต้หวัน
จีนอ้างเหตุผลอะไรเข้าครอบครองพื้นที่ทะเลจีนใต้ ตอบว่า อ้างหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ว่าทะเลจีนใต้เป็นของจีนมาตั้งแต่ ๒๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช ไม่ผิดอะไรกับการที่ชาวเฮบบรูอ้างแผ่นดินสัญญา(มิได้เจาะจงว่าเป็นที่ไหน)ที่พระเจ้าประทานให้เลยแล้วก็มาโมเมว่า ต้องรวมแผ่นดินปาเลสไตน์เข้าไว้ด้วย โดยไม่เคารพหลักการสากล
ถามว่า แล้วสหรัฐเข้ามายุ่งเกี่ยวได้อย่างไร ในเมื่อผืนทะเลใน”อินโด-แปซิฟิก”และทะเลจีนใต้ ไม่ได้อยู่ในสิทธิครอบครองของสหรัฐเลย
คำตอบนั้นง่ายๆ ครับ
กล่าวคือ เพราะสหรัฐเกรงว่าจีนจะเข้าครอบงำพื้นที่ทางทะเลแถบนี้หมด ก็จะทำให้สหรัฐขาดความน่ายำเกรงนารเป็นอภิมหาอำนาจไป โดยเฉพาะเมื่อจีนเริ่มก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอีกชาติหนึ่งในโลก หลังจากที่จีนโดยการนำของประธานาธิบดี”สี จิ้นผิง”เน้นการแผ่อิทธิพลทางเศรษฐกิจไปทั่วโลกในระยะหลังๆ บีบคั้นให้สหรัฐโดยประธานาธิบดี”โดนัลด์ ทรัมพ์”เปิดฉากทำสงครามการค้ากับจีน เพื่อลดความเสียเปรียบ ขึ้นภาษาสินค้าจีน ถอนการลงทุนในจีน ลดการลงทุนของจีนในสหรัฐ ฯลฯ
นับเป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจจีน ทำลายหัวใจในการพัฒนาประเทศของจีน โดยตรง เพราะไม่ต้องการเห็นจีนเจริญเติบโตเกินหน้า
ส่วนในแง่ภูมิรัฐศาสตร์สหรัฐ ”ทรัมพ์”ก็พยายาม”ปิดล้อม”จีนในเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ เช่นด้วยการใช้การแสดงแสนยานุภาพขู่ ขณะเดียวกันก็ได้ใช้เครื่องมือทางการทูตและใช้ทุนเป็นเครื่องมือแสวงหาความร่วมมือกับชาติในแถบนี้
คงจะจำกันได้ว่า เมื่อครั้งที่สหรัฐโดยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ”ไมค์ ปอมเปโอ”มาเยือนกรุงเทพหานคร เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปี ๒๕๖๑ เพื่อรณรงค์เปิดเกมยุทธศาสตร์”อินโด-แปซิฟิก”ด้วยการแถลงยืนยัน ต่อที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ก่อนเดินทางต่อไปยังออสเตรเลียและสหพันธรัฐไมโครนีเซียว่า “สหรัฐมีภารกิจที่หนักแน่นและยั่งยืน ต่อภูมิภาคนี้”
“ภูมิภาคนี้”ที่เขาหมายถึงนั้น ก็คือมหาสมุทรแปซิฟิกไปจนกระทั่งอนุทวีป ซึ่งก็คืออินเดีย (รวมทั้ง มัลดีฟส์,เนปาล,ศรีลังกาและปากีสถานด้วย) ซึ่งสหรัฐต้องการเห็นความมั่งคั่ง โปร่งใสและมีเสรีภาพ
จากนั้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี”โดนัลด์ ทรัมพ์”แห่งสหรัฐและสุภาพสตรีหมายเลข ๑ ก็ได้ไปเยือนอินเดีย อย่างเป็นทางการ นัยแรกก็เพื่อกระชับความสัมพันธไมตรีตามปกติ แต่อีกนัยหนึ่ง ก็เพื่อเน้นเจตนารมณ์ที่”ปอมเปโอ”แถลงไว้แล้วก่อนหน้านี้แล้ว
ท่าทีของสหรัฐดังกล่าวถูกมองว่า เป็นการ”กันท่า”จีนและรักษาความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์โลกเอาไว้ มิให้จีนเข้าครอบงำชาติต่างๆ ในภูมิภาคนี้ ในการรวมหัวกันเพื่อปิดล้อมสหรัฐ (จะด้วยรู้ตัวหรือไม่ก็ตามที)
ทีนี้มาพิจารณากันว่า ชาติที่ถูกจีนรุกล้ำพื้นที่ทางทะเล มีจุดยืนอย่างไร ต่อท่าทีของจีน ที่นับวันยิ่งรุกฆาตเข้ามาในทะเลจีนใต้ แสดงความเจ้าข้าวเจ้าของชัดเจนมากขึ้น นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ซึ่งเหิมเกริมเข้าไป สถาปนาสิ่งปลูกสร้างไว้บนเกาะบางแห่ง ทั้งในหมู่เกาะสแปรตลีและหมู่เกาะพาราเซล โดยไม่กลัวชาติที่คัดค้าน
ก่อนที่จะกล่าวถึงจุดยืนของชาติต่างๆ ที่มีข้อพิพาทดินแดนกับจีนในเรื่องทะเลจีนใต้ สิ่งที่จะต้องรู้ก็คือ
๑ ทะเลจีนใต้ เป็นเส้นทางการขนส่งทางเรือที่สำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มีเรือเดินทะเลผ่านปีหนึ่งราวๆ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ลำหากใครสามารถเข้าควบคุมเอาไว้ได้ ก็สามารถควบคุมเส้นทางการเดินเรือและควบคุมยุทธศาสตร์ทางทะเล สามารถสะกัดกั้นการขยายอิทธิพลของชาติอื่น สามารถควบคุมการขยายอิทธิพลทางทหาร
๒ ทะเลจีนใต้มีแหล่งสำรองแก๊สและน้ำมันขนาดใหญ่ มีการสำรวจพบแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่นอกฝั่งรัฐซาบาห์ของมาเลเซียและบรูไน รวมทั้งทางใต้ของเวียดนาม ในเขตซาราวักของอินโดนีเซีย รวมทั้งแหล่งสำรองแก๊สธรรมชาติ ซึ่งจีนร่วมกับแคนาดาค้นพบ
๓ ทะเลจีนใต้เป็นแหล่งประมงที่อุดม เป็นแหล่งสัตว์น้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ที่มีความสมบูรณ์ยิ่ง ด้วยเหตุนี้ทะเลจีนใต้ จึงเป็นพื้นที่ที่มีการแย่งชิงกันทรัพยากรธรรมชาติสูง ระหว่างชาติต่างๆ ที่อ้างกรรมสิทธิ์และมีการล่วงละเมิดน่านน้ำจับสัตว์ทะเลกันอยู่เสมอมิขาด
ความขัดแย้งกันระหว่างชาติที่อ้างสิทธิเหนือทะเลจีนใต้ในรายที่หนักหนากว่าใครๆ ดูจะเหมือนจะเป็นจีนกับเวียดนามที่มักจะกระทบกระทั่งกัน ถึงกับใช้ความรุนแรง เพราะทะเลมีพื้นที่ทับซ้อนกันมาก จนใจที่สุด ก็ต้องตกลงกันในการป้องกัน ด้วยการลาดตระเวณร่วม เพื่อป้องกันเหตุร้าย แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลนัก แต่กลับ ส่งผลกระทบไปถึงโครงการ”หนึ่งแถบและหนึ่งถนน”ของจีน ที่เวียดนามเคยรับปากไว้กับจีน ว่าจะร่วมมือด้วย แต่ระยะหลังๆ หลังเวียดนามชักจะระแวงสงสัย ซึ่งอาจจะนำไปสู่การถอนตัวได้ในที่สุด
กรณีทะเลจีนใต้นั้น แม้ไทยจะไม่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรง เพราะไม่มีเขตแดนทับซ้อนกับใคร แต่ก็ต้องพึงระวังให้ดีๆ ที่จะถูกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ดึงเข้าไปร่วมเล่นเกมด้วย
อย่างกรณีที่ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐ(พล.อ.เจมส์ ซี แมคคอนวิลล์) มาเยือนไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ก็ไม่รู้ว่าได้ชี้ขวนให้ไทยเปิดสนามบินอู่ตะเภา ให้ทหารอเมริกันเข้ามาใช้งานอีกหรือเปล่า
จบดื้อๆ ตรงนี้แหละครับ







