วิบากกรรม”ทรัมพ์”หลังพ้นตำแหน่ง

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
วิบากกรรม”ทรัมพ์”หลังพ้นตำแหน่ง
ลุ้นกันแทบจะแย่ว่า ผลการเลือกตั้งช่วงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐระหว่าง”โจ ไบเดน”กับ”โดนัดล์ ทรัมพ์”จะพลิกผันเหมือนเมื่อครั้งที่รองประธานาธิบดี”อัล กอร์”(ยุครัฐบาล”บิล คลินตัน”)พ่ายแพ้ให้แก่”จอร์จ ดับเบิลยู บุช”ด้วยการชี้ขาดของศาลในปี ๒๕๓๔ กรณีที่มีข้อบกพร่องในการนับคะแนน
เพราะในที่สุดความพยายามทำศึกยืดเยื้อ ด้วยการร้องขอให้ศาลสั่งนับคะแนนใหม่ ตามรัฐต่างๆ (โดยเฉพาะใน”รัฐสมรภูมิ”หรือรัฐที่คะแนนคู่คี่) หรือการตั้งข้อกล่าว”โกงเลือกตั้ง”ของ”ทรัมพ์”ก็ไม่เป็นผล
ในขณะที่คะแนนประเมิน ของสำนักข่าวต่างๆ บ่งชี้ว่า ถึงยังไงๆ
“ไบเดน” ก็ต้องชนะแน่ๆ แม้ในรัฐที่เป็น”แฟนขาประจำ”พรรครีพับลิกันชนิดผูกขาด ก็ยังอุตส่าห์พ่ายแพ้เลย ไม่ว่าจะเป็นรัฐจอร์เจีย รัฐมิชิแกนและรัฐเพนซิลวาเนีย
ถามว่า ความพ่ายแพ้นี้สะท้อนอะไร
ตอบอย่างย่อสั้นว่า คนที่เกลียด”ทรัมพ์”ออกมาใช้เสียงเพิ่มมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยออกมาโหวตหนุน”ไบเดน”ถึงกว่า ๘๐ ล้านเสียงทั่วประเทศ
จนในที่สุด ความหวังเดียวของ”ทรัมพ์”ที่จะนำเรื่องโกง(ตามที่ลั่นวาจาเอาไว้ล่วงหน้าก่อนเลือกตั้งว่า”ถ้าผมแพ้ แสดงว่ามีการโกงเลือกตั้ง”) ขึ้นสู่ศาลเพื่อให้ชี้ขาด ก็ไม่ได้ผล
เมื่อไม่ยอมรับพ่ายแพ้แต่โดยดี แข็งขืนดันทุรัง ว่ายังไงๆ ก็ต้องชนะแน่ๆ / ทำให้แผนการถ่ายโอนอำนาจการบริหารของประธานาธิบดี”ทรัมพ์”ที่จะต้องส่งผ่านไปถึง”ว่าที่ประธานาธิบดี”ต้องพลอยเลื่อนออกไปด้วย ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่ง ในการบริหารประเทศที่จะต้องต่อเนื่อง
คนที่ได้รับผลกระทบก็คือชาวอเมริกัน ซึ่งกำลังรอการ”เยียวยา”อย่างเร่งด่วน จากการแพร่ระบาดของโรค”โควิด 19” ซึ่ง”ทรัมพ์”ผิดพลาดมาแต่แรก ไม่เร่งแก้ไขทันที ไม่สนใจทำแผน”แม่บท”ใช้ในการป้องกัน แถมใช้”โควิด 19”เป็นเครื่องมือทางการเมือง โยนความผิดพลาดไปให้จีนรับผิดชอบ ว่าเป็นต้นตอแห่งปัญหาการแพร่ระบาด ทั้งขู่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากจีนด้วย
แถมปล่อยให้แต่ละรัฐ แก้ไขปัญหากันเอาเอง ตามยะถากรรม จนในที่สุดตัว “ทรัมพ์”เอง ก็ติดเชื้อพร้อมๆ ภริยา (แต่โชคไม่ดี เพราะถูกมองว่าเล่นละครตบตา) ทำให้จำนวนชาวอเมริกันผู้ติดเชื้อไวรัสสะสมและผู้เสียชีวิตในขณะนี้ มาเป็นอันดับที่ ๑ ของโลก คือติดเชื้อที่ ๑๒,๙๕๕,๐๐๗ รายและเสียชีวิตที่ ๒๖๕,๘๙๑ ราย(ตัวเลขเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓)
สหรัฐคงจะครองตำแหน่ง”แชมป์โลก”ไปอีกนาน จนกว่าจะสามารถนำเอา”วัคซีน”(ยี่ห้อ”ไฟเซอร์”)ที่คุยนักคุยหนาว่า ได้ผลเกือบ ๑๐๐ % มาฉีดป้องกัน จนสามารถหยุดการแพร่ระบาดได้สนิท ซึ่งเข้าใจว่าตกราวๆ สิ้นปีหน้าโน่น
ทีนี้ มาถึงคำถามที่ว่า ทำไม”ทรัมพ์”ไม่ยอมจำนนง่ายๆ พร้อมกับดิ้นรนหาทางเอาชนะ ชนิดที่”ไม่ด้วยเล่ห์ ก็ด้วยกล”เป็นที่เอือมระอาของนักการเมืองทั่วๆ ไป ซึ่งจะดีจะชั่วเพียงไร ก็มักยึด”สปิริตประชาธิปไตย”เป็นหลัก
ตอบสั้นๆ ก่อนว่า เพราะ”แพ้ไม่ได้” เนื่องจากมีคดีความมากมายที่ตามไล่บี้เขาอยู่ หากพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี ก็หมดเอกสิทธิ์ทางกฎหมายที่คุ้มกะลาหัวอยู่ แต่ถ้าได้รับเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งอีกสี่ปี ก็จะยังได้เอกสิทธิ์คุ้มครองและบางคดีอาจหมดอายุความไปเลย
ประเด็นที่ตามไลล่าเขาอยู่นั้น มองคร่าวๆ มีอยู่ดังต่อไปนี้ครับ
๑. กรณีใช้เงินปิดปากนางแบบ”คาเรน แม็คดูกัล”และดาราหนังโป๊”สตอร์มี แดนีลส์”ซึ่งอ้างว่าเคยมีความสัมพันธ์ทางเพศกับ”ทรัมพ์”และมีการจ่ายเงินค่ารูดซิปปาก เหตุเกิดก่อนหน้า”ทรัมพ์”ลงสมัครรับเลือกตั้ง ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี ๒๐๑๖
ครั้นต่อมาในปี ๒๐๑๘ สตรีทั้งสองนำเรื่องนี้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งเท่ากับเป็นการโยนระเบิดการเมืองเข้าใส่”ทรัมพ์”ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี นั่นคือการจุดไฟสอบสวนทางอาญาสองข้อหา
ข้อหาแรก มุ่งเป้าว่ามีความผิดด้านกฎหมายสหพันธ์หรือกฎหมายแห่งชาติ หรือผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งยังสอบสวนบทบาทของ”ไมเคิล โคเฮน”อดีตทนายส่วนตัวของ”ทรัมพ์”ในฐานะ”ผู้จัดหา”(fixer) ในการนี้”โคเฮน”ให้การว่า “ทรัมพ์”สั่งเขาให้จ่ายเงิน แต่จนกระทั่งทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีการกล่าวหา”ทรัมพ์” แม้”โคเฮน”จะถูกพิพากษาจำคุกไปแล้ว
จึงมีคำถามว่า ทำไม ไม่สอบให้ทะลุจนไปถึง”ทรัมพ์”เล่า
สำหรับอัยการท้องถิ่นที่รับผิดชอบคดีการใช้จ่ายเงินในทางไม่ถูกต้องก็คือ ”ไซรัส แวนซ์”
๒. กรณีภาษี ซึ่งตามที่หนังสือพิมพ์”นิวยอร์ก ไทมส์”รายงานข่าวว่าหลักฐานที่ได้มา ระบุว่าประธานาธิบดี”ทรัมพ์”และบริษัท”ทรัมพ์ ออร์แกไนเซชั่น”จ่ายภาษีไม่ครบถ้วนและภายในปี ๒๐๑๖ ที่เขาลงเลือกตั้ง ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี จ่ายภาษีเพียง ๗๕๐ เหรียญสหรัฐ ซึ่งดูจะเกินจริงไป
คงจำกันได้ว่า”ทรัมพ์”เคยตอบโต้ง่ายๆ สั้นๆ ว่าว่า”เป็นข่าวปลอม” แล้วเรื่องก็เงียบหายไปนั้น
ล่าสุด อัยการท้องถิ่น”ไซรัส แวนซ์”ออกมาเปิดเผยว่า ได้ออกหมายเรียก ขอหลักฐานเอกสาร ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วพร้อมกับขอให้ส่งหลักฐานการขอคืนเงินภาษีด้วย เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
ปรากฏว่าในการนี้“ทรัมพ์”พยายามขัดขวางโดยอ้างต่อศาลว่า เป็นการคุกตามทางการเมือง ซึ่งก็จะต้องดูกันต่อไปว่า ทางอัยการจะดำเนินการต่ออย่างไร เมื่อ”ทรัมพ์”พ้นตำแหน่ง หลังจาก”ไบเดน”สาบานตน เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔
๓. กรณีฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนหาหลักฐานของอัยการรัฐนิวยอร์ก”เลทิเทีย เจมส์”ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว(๒๐๑๙)ว่า”ทรัมพ์ ออร์แกไนเซชั่น”คดโกงหรือไม่ จากกรณีที่”ทรัมพ์”สั่งลดมูลค่าทรัพย์สินของเขาลง เพื่อประกันการกู้ยืมและแน่นอน เพื่อลดจำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษี
๔.การหารายจากรัฐบาลต่างชาติ ซึ่งเป็น”ข้อห้าม”สำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ
เรื่องนี้ มาเกี่ยวข้องกับ”ทรัมพ์”เพราะเขามีโรงแรม”ทรัมพ์ อินเตอร์เนชันนัล”อยู่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี และให้เจ้าหน้าที่ของต่างชาติเข้าพำนักและมีรายได้จากนั้น กรณีนี้ จะทำให้ถูกต้องได้ ก็ต่อเมื่อประธานาธิบดีร้องขอต่อสภาคองเกรสและได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น แต่ก็ไม่มีรายละเอียดว่าพฤติกรรมนี้ กระทำลงไปแล้ว จะถูกลงโทษสถานใด
๕.ข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศ ในช่วงเวลาผ่านมาหลายสิบปีนี้ มีสตรีจำนวนหนึ่งกล่าวหาว่า”ทรัมพ์”มีพฤติกรรม กระทำการอันเป็นการล่วงละเมิดทางเพศต่อพวกเธอ ซึ่งเขาก็ปฏิเสธไปแล้วรวมๆ ว่า “ล้วนเป็นข่าวปลอม” หลายคนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย มีอยู่สองรายฟ้องร้อง”ทรัมพ์”ว่า ทำให้พวกเธอเสื่อมเสียชื่อเสียง ที่พูดใส่พวกเธอว่า”นางขี้ปด”
มีอยู่รายหนึ่งเป็นสตรีที่มีชื่อเสียงคือ “อี จีน แครอล”คอลัมนิสต์นิตยสาร”เอลลเล”กล่าวหาว่า “ทรัมพ์”ข่มขืนเธอและเธอก็ยังจะดำเนินคดีเขาอยู่
ทั้งหมดนี้คือ เวรกรรมที่ตามไล่ล่า”ทรัมพ์”หลังพ้นตำแหน่งหัวโขนที่เขาสวมอยู่ เท่าที่พอจะรวบรวมเอามาให้อ่านได้ ณ ที่นี้
ขอขอบคุณสำนักข่าวบีบีซี (ยกเว้น“บีบีซี ไทย”)ครับ







