พล.ต.ดร.อนุชาติ บุนนาค วิเคราะห์“เมียนมา”

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
พล.ต.ดร.อนุชาติ บุนนาค วิเคราะห์“เมียนมา”
พล.ต.ดร.อนุชาติ บุนนาค ได้พูดออกทาง”ยูทูบ” โพสต์ลง เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๔ อย่างสั้นๆและ กระชับว่า
๑ พม่า”เอาอยู่”
๒ ทัพชนกลุ่มน้อยทั้งหลายไม่มีศักย์สงครามสูงพอจะเอาชัยชนะกองทัพพม่าได้เลย
๓ กองทัพต่างชาติจะไม่มีใครกล้าเข้าไปแทรกแซงยกกำลังเข้าไปในพม่าเป็นอันขาด
๔ รัฐบาลทหารพม่าจะครองอำนาจติดต่อไปอีกนานไม่ต่ำกว่าห้าปี
๕ การเลือกตั้งในพม่า อย่างน้อยห้าปีนี้ ไม่มีวันเกิดขึ้น
๖ ใครก็ตามที่บอกว่า ทหารอเมริกาจะบุกพม่า โกหกทั้งนั้นครับ
๗ พวกม็อบที่ประท้วงรัฐบาลในปัจจุบันนี้ ไม่มีน้ำยาที่จะทำให้รัฐบาลกระทบกระเทือนได้
๘ “ซูจี” จะไม่มีวันโงหัวขึ้นมาอีกต่อไป ตลอดชีวิตนี้
ซึ่งทั้งหมดนี้ พล.ต.ดร.อนุชาติ ท่านบอกว่า จะหยิบยกมาอธิบายความทีละข้อ ๆ ใน”ยูทูบ”ในลำดับต่อไปในรายละเอียด ว่าทำไมท่านจึง”ฟันธง”อย่างนั้น
ผมทนรอไม่ไหว ก็เลยเอาประชาสัมพันธ์ต่อ เพื่อชี้ชวนทุกท่านที่ต้องการเรียนรู้สถานการณ์เมียนมาอย่างรอบด้าน ได้เตรียมตัวรับฟังกันเอาไว้และเมื่อรับฟังแล้ว มีความเห็นต่อยอดอย่างไร ก็ช่วยกันเอามาขยายความ สู่กันฟังอีกที ก็จะดีต่อส่วนรวมครับ
ผมบอกเลยครับว่า เห็นด้วยกับท่าน(พล.ต.ดร.อนุชาติ)ทุกข้อ ที่เสนอมา เลยทีเดียว หลังจากที่ผมใช้เวลาก่อนหน้านี้ เที่ยวอ่านความเห็นของนักวิเคราะห์มากมาย ทั้งไทยและทั้งต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความเห็นในเชิงตีความสถานการณ์ที่เป็นไป
แต่ไม่ได้นำเสนอข้อแนะนำ หาทางออกให้ชาวเมียนมา ที่อยากได้ประชาธิปไตย อย่างจริงจังเลย
แม้แต่สหประชาชาติเอง ก็ได้แต่ประณามแค่ การทารุณโหดร้ายของทหารเมียนมา เพียงเท่านั้น มิได้มีมาตรการอะไร ออกมาหยุดยั้งการสังหารหมู่และหรือหยุดยั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชนใดๆในเมียนมา อย่างเป็นรูปธรรม อย่างรีบด่วน มีแต่บางชาติมหาอำนาจออกมาใช้มาตรการ”แซงชั่น”เท่านั้น
อย่างดีที่สุดในช่วงที่ผ่านมา ที่สหประชาชาติกระทำก็คือ เรียกร้องให้ใครก็ได้ ส่งหลักฐานคำสังฆ่าประชาชน ให้หน่วยงานทางกฏหมายของสหประชาติ ซึ่งทำหน้าที่”อัยการ”พยายามรวบรวมหลักฐาน เพื่อเอาผิด”มิน อ่อง ไลง์”ผู้นำคณะทหารเมียนมา หมายทำเป็นข้อกล่าวส่งฟ้องร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศในข้อหา”อาชญากรสงคราม”หรือ “อาชญากรรมต่อต้านมนุษยชาติ”
ซึ่งก็ดูเหมือนจะฝันๆ ไปเช่นกัน
ผมเองก็ถึงขนาดที่ฝันไปว่า เป็นไปได้ไหม ที่สหประชาชาติจะเข้าแทรกแซง เพื่อกระทำสิ่งที่เรียกว่า”บอลข่านไนเซชั่น” คือเข้ามาจัดการแยกให้กลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งรัฐอิสระของตนเอง อย่างในแหลมบอลข่าน หลังจากที่”จักรวรรดิออตโตมาน”เสื่อมสลายไป
แต่การที่จะเข้ามาในเมียนมานั้น คงจะต้องสู้รบกับรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งออกมาขู่แล้วว่า ใครส่งทหารเข้ามา ก็จะสู้รบอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องมาตุภูมิ (ที่จริงปกป้อง”กลุ่มอำนาจทหาร”)
เพราะเช่นนั้น หากสหประชาชาติตั้งใจทำ”บอลข่านไนเซชั่น”จริง ก็จะต้องใช้เวลา ในการเตรียมการโดยเฉพาะการระดมทุน ที่จะดำเนินการส่งกองกำลังนานาชาติเข้าไป เพื่อหยุดยั้งกองทัพเมียนมาทำร้ายประชาชน
แน่ละ การกะทำเช่นนี้ อาจเกิดสงครามเต็มรูปแบบและอาจกลายเป็นสงครามยืดเยื้อ
ซึ่งก็มีปัญหาว่า ชาติอภิมหาอำนาจ โดยเฉพาะชาติที่มีสิทธิยับยั้ง(veto)ในคณะมนตรีความมั่งคง จะ
เอาด้วยทุกชาติหรือไม่ เพราะอาจมีชาติหนึ่งชาติใด(อันได้แก่ สหรัฐ-อังกฤษ-ฝรั่งเศส-รัสเซีย-จีน) ที่มีผลประโยชน์กับรัฐบาลทหารเมียนมา ใช้”สิทธิยับยั้ง”นั้น
และอุปสรรคอีกอย่างหนึ่ง ก็คือสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ จากการแพร่ระบาดของ”โควิด 19”ที่กระทบอย่างรุนแรงต่อทุกๆชาติในเวลานี้ ดังนั้น ชาติมหาอำนาจทั้งหลายจะพร้อมเพรียงกัน”จัดการ”เมียนมา หรือเปล่า
จึงนับเป็นสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย ให้สหประชาติลงมือใดๆ ด้วยวิธีเด็ดขาด โดยเฉพาะการส่งกองกำลังนานาชาติเข้าแทรกแซงจัดการกับรัฐบาลทหารเมียนมา
ก็ใคร่ฝากถึง พล.ต.ดร.อนุชาติว่า หากท่านมีข้อเสนออย่างไร ในการหาทางออกให้เมียนมา ก็ได้โปรดเสนอมาพร้อมด้วยครับ
จะได้เกิดประโยชน์ อย่างแท้จริง ในการวิเคราะห์อย่างครบถ้วนกระบวนความ
ผมจะคอยเฝ้าติดตาม ด้วยความเคารพและนับถือยิ่งครับ







