INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

มหาวิบัติมนุษยชาติ

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
มหาวิบัติมนุษยชาติ
ผมมองมหาวิบัติของมนุษยชาติออกเป็นสองแง่มุมคือภาวะโลกร้อนกับสงครามยิง ….สงครามเย็นไม่เกี่ยวครับ
ในแง่ภาวะโลกร้อนนั้นมองจาก ความรุนแรงจากภาวะ Extreme weather หรือลมฟ้าอากาศแปรเปลี่ยนสุดโต่ง อันหมายถึงปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศที่มีความสุดโต่งเทียบกับอุบัติภัยธรรมชาติที่มีบันทึกไว้โดยรวม
โดยเฉพาะลมฟ้าอากาศที่มีความรุนแรงมาก หรือลมฟ้าอากาศที่ผิดไปจากปกติ กำลังคุกคามโลกใบนี้ แทบจะพร้อมเพรียงกัน หรือเกิดขึ้นไล่ๆ กันมาในรอบปีเป็นที่น่าสังเกตครับ
โดยเฉพาะในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยเน้นที่รอบปีนี้
ทั้งในทวีปเอเชีย ซึ่งเกิดมาแล้ว ตั้งแต่ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม เมียนมา ลาวเนปาลและไทย
จากนั้นก็เกิดในยุโรปตะวันออก ยุโรปเหนือและกำลังจะเกิดขึ้นกับสหราชอาณาจักรในรูปแบบความหนาวเย็นที่ผิดปกติ
รวมทั้งในอเมริกาใต้ ที่เกิดไฟไหม้ป่าอย่างขนานใหญ่ในบราซิล และเกิดแห้งแล้งผิดปกติในเอกวาดอร์ ถึงขั้นไร้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังน้ำเพราะฝนไม่ตกติดต่อกันยาวนาน
ในแต่ละที่ในแต่ละแห่งล้วนมีคนตาย ทรัพย์สินข้าวของเสียหายเป็นวงกว้าง
โดยเฉพาะเฮอริเคน “เฮลีน”ที่เข้าฝั่งฟลอริดาแล้วเลยไปในอีกหลายรัฐทำให้มีผู้เสียชีวิตไปไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ราย บ้านเรือนข้าวของเครื่องใช้ไร่นาสาโทพินาศย่อยยับชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
และก็กำลังจะถูกซ้ำเติมจากเฮอริเคน “มิลตัน”ในวันสองวันนี้
ที่ฉายภาพมานี้ ก็เพื่อจะบอกซ้ำอีกครั้งหนึ่งว่า มนุษย์ชาติกำลังถูกธรรมชาติ “เอาคืน”อย่างสาสม ที่ทำเกิดภาวะโลกร้อนต่อเนื่อง จนน้ำทะเลในมหาสมุทรที่เคยช่วยดูดซับความร้อน จนทนทานไม่ไหว จึงปล่อยพิษ”โลกร้อน”ออกมารูปลมและฝนรุนแรงให้ปรากฏและก็เป็นที่เชื่อกันในหมู่นักวิทยาศาสตร์ว่าในปีต่อๆ ไปก็ยิ่งเกิดมากแรงยิ่งขึ้นและถี่กระชั้นมากขึ้น
ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงการละลายตัวที่เร็วขึ้นของ “ธารน้ำแข็ง”ทั่วโลกที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมโลกเช่นตำนาน”เรือโนอาห์”ซึ่งอีกนานกว่าจะชัดเจน ถึงขนาดที่คนกรุงเทพต้องอพยพหนีน้ำขึ้นที่ราบสูง ต้องใช้โคราชเป็นเมืองหลวง
ส่วนในแง่สงครามยิงนั้น ผมมองกว้างจากหลาย ๆจุด แม้จะมองไม่ครบถ้วน
จากการที่มนุษย์ที่กำลังรบราฆ่าฟันกันเองเช่นในอาฟริกาที่ซูดาน หรือการสังหารหมู่ที่บูร์กินาฟาโซและยังมีที่อื่นๆ อีก
ในเอเชียที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดก็คือการทำสงครามกลางเมืองในเมียนมา
หรือในยุโรประหว่างรัสเซียกับยูเครน
หรือในตะวันออกกลางที่อิสราเอลทำสงครามในฉนวนกาซา ในเลบานอน อิรัก ซีเรียและอิหร่านที่ทำท่าจะลุกลามขยายของเขตออกไปเพียงเพื่อการเอาชนะคะคานกันด้วยเหตุผลที่แตกต่างๆ กัน
สงครามที่เกิดขึ้นมานี้ เกิดความเสียหายอย่ามหาศาล ไม่อาจประเมินได้และเป็นอีกอุบัติการณ์หนึ่งในการทำลายล้างมนุษยชาติและทรัพยากรต่างๆ โดยตรง
แต่ก็ไม่มีใครพยายามจะหยุดยั้งหรือพยายามแต่ก็ไม่จริงจัง ทั้งๆที่รู้ว่านั่นเป็นที่มาของหายนะโลก
แม้จะมีองค์การสหประชาชาติคอยทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย แต่ไม่เกิดผลใดๆ ในทางบวกมากนักครับ
ผมว่าอวสานของโลกใบนี้ ที่จะไปสู่“วันโลกาวินาศ”โดยน้ำมือมนุษย์นั้น ใกล้เข้ามามากแล้ว
เพราะในช่วงนั้นจะเกิดข้าวยากหมากแพง ขาดแคลนกันไปทั่ว คือ”แพงทั้งโลก”ไม่ใช่แค่”แพงทั้งแผ่นดิน”เฉพาะในเมืองไทย
รวมทั้งการเสี่ยงเกิดสงครามปรมาณูที่จะทำให้มนุษยชาติลดจำนวนลงราวสองในสามจากทั้งหมดราว ๗.๙๕๑ พันล้าน(ยอดพ.ศ.๒๕๖๕)
ยังมองไม่เห็นเลยว่าจะมีผู้นำชาติมหาอำนาจชาติใด พยายามยับยั้ง
ถามมาว่า จะเอายังไงกันดีครับ
หรือจะรอให้ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยไม่ใส่ใจแก้ไขจริงจัง
เขียนมาอย่างนี้ เพราะไม่เคยเห็นใครบ่นมาก่อนครั
จะว่าผมบ้าก็ไม่น่าจะใช่ ที่มองอะไรเกินตัว
อะไรที่ตัวเองไม่สามารถแก้ไขได้
หากโลกทั้งใบไม่ร่วมมือกันแก้ไขป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนที่มนุษย์จะมีความสามารถโยกย้ายไปอยู่อาศัยดาวดวงอื่นได้สำเร็จ เพื่อหนีน้ำท่วมโลก อย่างที่นักสร้างภาพยนตร์สะท้อนให้เห็นเชิงทำนายทายทักเอาไว้จากเรื่อง The water World และทีวีซีรีย์ Foundation
และก็จะโลกย้ายไปได้แค่มนุษย์กลุ่มเล็กๆ เท่านั้น โดยเฉพาะลูกหลานของอภิมหาเศรษฐี “อีลอน มัสก์”และกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชั้นหัวกะทิ
ขอสารภาพว่า บทความเรื่องนี้ผมเขียนด้วยความบรรเจิดในอารมณ์ในยามที่การเมืองไทยไร้สาระครับ……ฮา
Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com