INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

งานนี้ทำให้ผมสติแตก

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

งานนี้ทำให้ผมสติแตก

“เอ็งมา ข้ามุด, เอ็งหยุด ข้าแหย่, เอ็งแย่ ข้าตี,เอ็งหนี ข้าตาม”คือหลัก”จรยุทธ์”ในการทำสงครามกองโจรของ”เหมา เจ๋อ ตง”ในสมัยที่รบทัพจับศึกกับกองทัพจีนคณะชาติของ”เจียง ไค เช็ก”ก่อนที่จะเอาชนะและสถาปนา”สาธารณรัฐประชาชนจีน”ขึ้นมาเป็นรัฐคอมมิวนิสต์อย่างเต็มตัวในปี ๒๔๙๒

เมื่อเวลาพ้นผ่านมาถึง ณ บัดนี้ กลุ่ม”เยาวชนปฏิวัติ”(ไทย)กลับหันไปนำเอาหลัก”จรยุทธ์”ดังกล่าวมาดัดแปลง เป็นกลยุทธ์เพื่อใช้ในความพยายาม”จุดไฟปฏิวัติ”สังคมไทย(โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นหนุ่มสาว) ตั้งแต่แรก ด้วยการนำเสนอให้มีการ”ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ๑๐ ข้อ”(หมายแยกสลาย”จุดแข็งสูงสุด”ในระบอบการปกครองปัจจุบันคือ”สถาบันกษัตริย์”) ก่อนสิ่งอื่นใด หวังใช้เป็นแนวร่วมกับกลไกในรัฐสภา(ส.ส.ฝ่ายค้าน) ก่อให้สถาบันเกิดภาวะผุกร่อนเป็นเบื้องแรก แล้วค่อยรุกแรงขึ้นในภายหลัง ตามแต่ที่จะมีโอกาส

ทั้งนี้ หลังจากพบว่า สถาบันหลักอีกสองประการคือชาติและศาสนาตกอยู่ในภาวะถูกบ่อนทำลาย อยู่ก่อนแล้ว ตามสัญญานบ่งชี้เชิงพฤติกรรม ด้วยการทำลายสถาบันชาติ โดยพยายามแยกชนในชาติออกเป็นกลุ่มสีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ด้วยการทำลายสถาบันศาสนา โดยฝีมือ”ธรรมกาย”และทำลายอิสลามด้วยการใส่ความว่า มุสลิมพยายามจะเข้ายึดประเทศซึ่งในประเด็นนี้ ทำได้ยากเพราะมุสลิมไทยยังคงจงรักภักดีอย่างแนบแน่น เนื่องจากสถาบันกษัตริย์ ทรงเป็นองค์ศาสนูปถัมภกคือผู้บำรุงศาสนาอยู่

อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องเช่นนี้ ผมไม่เชื่อว่า จะกระทำเพื่อการสร้างสังคมคอมมิวนิสต์ ที่เชื่อกันว่าส่งเสริมความเท่าเทียมขึ้นมาจริงๆ ถึงแม้ว่าล่าสุด จะมีการเอา”ค้อน-เคียว”มาเป็นสัญลักษณ์ (หลังจากเริ่มต้น ด้วยการขุดเอา”คณะราษฎร ๒๔๗๕” ขึ้นมาเป็นเครื่องมือ) แต่กระทำเพราะไม่ชอบหรือรังเกียจสถาบันมากกว่า

ส่วน”สาธารณรัฐ”ที่เรียกร้องอยากจะเป็นนั้น ก็ไม่รู้ว่าอยากจะเป็น”สาธารณรัฐธรรรมดา” หรือ”สาธารณรัฐแบบคอมมิวนิสต์”

หากจะให้ทายล่วงหน้า ก็อาจผิด เพราะช่วงนี้ ยังเป็นแค่ความพยายามเดินหน้าทางอุดมการณ์ หรืออยู่ระหว่างพยายามจะพัฒนากระบวนการโค่นล้มระบอบปัจจุบัน ที่ฝ่ายต่อต้านเห็นว่า แท้จริงคือการรวบอำนาจและสืบต่ออำนาจของฝ่ายทหารที่เชื่อว่าต้องทำหน้าที่ค้ำจุนราชบัลลังก์เอาไว้ให้ได้เพราะเป็นศูนย์รวมชาติ

ฉะนั้น ใครที่หวังจะเห็นประชาธิปไตยไทยเป็นอย่างสหรัฐอเมริกาหรืออย่างฝรั่งเศส ที่มีระบบการตรวจสอบที่เข้มข้น ก็อาจผิดหวังเพราะอาจพลาดไปเป็น”สาธารรัฐประชาธิปไตย”ที่ไม่มีศาสนา ไม่มีชนชั้น ไม่มีวัฒนธรรม อย่างจีนแผ่นดินใหญ่ได้ ตราบเท่าที่ท่าทียังคงเป็นเช่นนี้

ดังนั้น ขอย้ำว่า กระบวนการทั้งหลายปวงนั้น ในขณะนี้เพิ่งเข้ามาสู่ขั้น “เอ็งหยุด ข้าแหย่” ยังไม่เกิดความแตกแยกรุนแรง ถึงขั้นจลาจล ตามที่ฝ่ายปฏิรูปหรือปฏิวัติอยากจะเห็นสภาพ”เอ็งแย่ ข้าตี”

ในการปฏิรูปหรือปฏิวัตินั้น เคยกล่าวไว้หลายหนแล้ว ในคอลัมน์นี้ว่า สถานการณ์ต้อง”สุกงอม”พอ

การยุยงให้เกิดการปราบปรามอย่างรุนแรง หวังให้ประชาชนโกรธแค้น ถึงขั้นลุกขึ้นสู้ฝ่ายรัฐนั้น ไม่มีความเป็นไปได้เลย

แล้วทำไม ฝ่ายที่เรียกร้องการปฏิรูป ยังดันทุรังทำไป แม้ว่ายากจะบรรลุถึงจุดนั้น

ตอบได้อย่างเดียวว่า เพราะ”ร้อนวิชา” หรือ”ทำดีกว่าไม่ทำ”เพราะอย่างน้อย ก็จะช่วยชี้ให้เห็นปัญหาต่างๆที่ทำให้สังคมไทยไม่พัฒนาในทางการเมือง ได้ปรากฏออกมาฟ้องโลก

ขณะที่มีความหวังอีกอย่างว่า ถ้าหากถ้าฝ่ายรัฐใช้ความรุนแรง ในการปราบประชาชน บางทีครับบางที นานาประเทศโดยสหประชาชาติ จะยื่นมือเข้ามาช่วย”จัดการ”ให้มีประชาธิปไตยขึ้นมาใหม่

นี่ยิ่งกว่า”กลางวัน ในฤดูร้อน”เสียอีก เพราะเป็นไปไม่ได้เลย

เมืองไทยเรา สถานการณ์ในประเทศยังไม่รุนแรงถึงขนาดที่ต้องยอมให้ทำอย่างนั้น เพราะแม้แต่ในเมียนมาร์ ซึ่งมีการกดขี่กันอย่างมากต่อชนกลุ่มน้อยหลายๆกลุ่มในอดีต แต่ก็ไม่เคยปรากฏว่ามีกองกำลังรักษาสันติภาพจากนานาชาติเข้าไปได้

หรือมีตัวแทนจากต่างชาติเข้าไปจัดการทางการเมือง ช่วยให้มีการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อสถาปนาระบอบประชาธิไตยขึ้นมาใหม่ อย่างเช่นที่เคยเกิดขึ้นในกัมพูชา กรณี”เขมรสามฝ่าย”ทำสงครามแย่งชิงอำนาจกัน จนความเป็นชาติล่มสลาย

สถานะทางการเมืองของไทยเวลานี้ ยังไม่เลวร้ายถึงขั้นนั้น ที่จะต้องเรียกร้องให้นานาชาติเข้ามาช่วยจัดการ

ไทยเรายังพอจะจัดการด้วยตัวเองได้                                 โดยเฉพาะในขณะนี้ รัฐบาลหลังจากผ่อนคลายระบอบเผด็จการในยุคสมัยของ คสช.แล้ว ก็แสดงให้นานาชาติเห็นว่า เรากำลังค่อยๆ กลับนำเอาประชาธิปไตยกลับคืนมา แต่ก็คงจะยาวนานหน่อย ไม่เหมือนในบทเพลงปลอบใจ ของพล.อ.ประยุทธ์

เอาเป็นว่า ช้ามากไปหน่อย ไม่ทันใจคนไทยกลุ่มหนึ่ง ที่อยากจะเป็นประชาธิปไตยเต็มใบโดยเร็ว และก็ยังไม่พอ คือยังต้องการมากไปกว่านั้น คือการให้สถาบันกษัตริย์อยู่ใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือไม่ก็ยกเลิกสถาบันนี้เสียเลย (ผมอ่านเกมได้เช่นนั้น)

บอกตรงๆ ว่า ยากครับ

เพราะกระแสจงภักภักดีของคนไทยทั้งชาติยังมาแรง เรื่องนี้ถ้าไม่เชื่อก็ขอย้ำให้ทำประชามติชี้ขาด ว่าคนไทยส่วนใหญ่ จะเอาสถาบันกษัตริย์ไหม

ขออีกที อย่างนี้ดีไหมครับ

ในการแก้ปัญหาชาติ ขอให้ทุกฝ่ายรวมทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายต่อต้านรัฐบาล แข็งใจเข้าร่วมหารืออย่างจริงจังกับฝ่ายที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาในนาม”คณะกรรมการสมานฉันท์” ตามที่ประธานรัฐสภาเสนอเพื่อ หาทางออกร่วมกัน ตามที่เหมาะที่ควร

แต่บอกได้เลยว่า การที่ฝ่ายค้านตั้งเงื่อนไขให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกก่อน แล้วจะเข้าร่วมหารือนั้น  ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกครับ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ท่านค้ำยันราชบัลลังก์อยู่

ราชบัลลังก์อยู่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องอยู่

หากพวกคุณไม่ยอม การที่จะทำอะไรได้ ก็ต้องโค่นล้ม พล.อ.ประยุทธ์ให้ได้เท่านั้น

ขอยืนยันว่านี่ไม่ใช่การชี้นำหรือยั่วยุ….เพียงแต่ผม(และเชื่อว่าคนอื่นๆ อีกมากมาย)รำคาญเต็มทีแล้วเท่านั้น

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com