เบื้องหลังสุดยอด”ปูติน-ทรัมป์”ที่อลาสกา

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
เบื้องหลังสุดยอด”ปูติน-ทรัมป์” ที่อลาสกา
ผมหมายถึงการประชุมสุดยอดระหว่ างผู้นำรัสเซีย”วลาดิมีร์ ปูติน”กับผู้นำสหรัฐ”โดนัลด์ ทรัมป์”มุ่งเป้าเจรจาหยุดยิงเป็ นเบื้องแรกก่อน เพื่อนำไปสู่ก้าวถั ดไปในการเจรจาสันติภาพและยุติ สงครามระหว่างรัสเซียกับยู เครนที่อุบัติขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๐๒๒ เป็นเบื้องสุดท้ายครับ
เป็นสงครามที่ยืดเยื้อลากยาวกว่ าสามปี ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับความเสี ยหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินไปเป็ นอันมาก
ที่สำคัญส่งผลกระต่อเศรษฐกิจทั่ วโลกด้วย
ดูง่ายๆจากราคาข้าวของที่แพงขึ้ น โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากราคาน้ำมั นโลกที่สู งตามเพราะภาวะสงครามครับ
นับตั้งแต่”ทรัมป์”ขึ้ นดำรงประธานาธิบดี เขาประกาศไว้ล่วงหน้าระหว่ างหาเสียงเลยว่า จะช่วยทำให้เกิดสันติภาพระหว่ างชาติทั้งสองได้ ภายใน ๒๔ ชั่วโมง ทันทีที่ขึ้นรับตำแหน่ง……. ฮา
แต่ก็ทำไม่ได้ ตามคุยโวเอาไว้ แม้จะพยายาม”ต้อน”ให้ทั้งสองฝ่ ายตกลงกันให้ได้ในช่วงเวลาที่ผ่ านมาก็ตาม
“ต้อน”ด้วยวิธีขู่และปลอบ แต่ก็ยืดเยื้อเรื่อยมา ยังไม่บรรลุไปสู่การหยุดยิงใดๆ
สงครามกลับขยายตัวขึ้น สุ่มเสี่ยงต่อการแผ่ขอบเขตไปเป็ นการสู้รบกับชาติ”นาโต้”อยู่ รอมร่อ
หลังสุดในความพยายาม”ต้อน”ที่ว่ านั้น “ทรัมป์”ที่เชื่อว่ากุมสภาพยู เครนไว้ได้นั้น แสดงทีท่าว่า จะยินยอมให้รัสเซียเข้ายึ ดครองดินแดนจากยูเครนบางส่ วนไปได้ โดยมิสนใจว่าใครจะว่ายังไง
ในที่สุดวานนี้(๑๒สค.๖๘) ผู้นำยูเครน”โวโวดีมีร์ เซเลนสกี”ก็แถลงยืนยันว่าจะไม่ ยอมมอบภูมิภาค”ดอนบาส”ให้รัสเซี ยแน่นอน ทั้งนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า รัสเซียจะใช้เป็นพื้นที่เปิ ดฉากรุกรบครั้งที่ ๓ ต่อต้านยูเครนต่อในอนาคต
แต่ในเที่ยวนี้ ผมจะไม่ทำนายหรือคาดการณ์อะไร ต่อการเจรจาที่จะมีขึ้นระหว่าง” ปูติน”กับ”ทรัมป์”นะครับ ว่ามีโอกาสสำเร็จลุล่วงหรือไม่ แค่ไหน
เอาไว้รอผลการเจรจาก่อน แล้วจึงจะวกมาพูดถึง ในคราวต่อๆ ไป
แต่อยากจะเล่าถึงเบื้องหลั งการเปิดเจรจาครั้งนี้ ว่าทำไมจึงเลือกเอา”แองเคอเรจ” ซึ่งมีฐานะเป็นเมืองท่องเที่ ยวในรัฐอลาสกา ของสหรัฐ มาเป็นสถานที่ประชุม
เผื่อจะได้รับทราบเกร็ดเล็กเกร็ ดน้อย เอาไว้เป็นความรู้นิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดีครับ
กล่าวคือ :-
การเปิดประชุมเจรจาสุดยอดระหว่ าง”ปูติน”กับ”ทรัมป์”ที่” แองเคอเรจ”ในรัฐอลาสกาที่กำลั งมีขึ้นใน ๑๕ สค.๖๘ นั้น เป็นการพบปะกันครั้งแรก นับแต่”ทรัมป์”ขึ้นเป็นผู้ นำสหรัฐสมัยที่ ๒ ทั้งสองเคยพบกันมาแล้วครั้งหนึ่ งที่”โอซากา”ในปี ๒๐๑๙ ในฐานะผู้นำเช่นกัน
ทำไมต้องไปพบกันที่”แองเคอเรจ”
เรื่องราวมีความเป็นมาต่อไปนี้ ครับ
การเลือกเอา”แองเคอเรจ”เป็นที่ ประชุมมาจากการตกลงของเจ้าหน้ าที่สองฝ่ายที่เห็นพ้องต้องกั นว่าเหมาะสมแล้ว หลังจากหารือกันมานาน ว่าจะเอาที่นั่นที่นี่ แต่ก็ไม่เอา
รวมทั้ง”จูโน”เมื องหลวงของอลาสกา
“แองเคอเรจ”นั้นให้ บรรยากาศของเมืองใหญ่ (ตามมาตรฐานของอลาสกา)ที่มีภูมิ ทัศน์แปลกใหม่ต่างจากที่ใดๆ ในโลก ที่สะท้อนวัฒนธรรมอลาสกาอย่ างแท้จริง ตั้งแต่เลื่อนสุนัขลาก การตกปลาในน้ำแข็ง ไปจนถึงศิลปินพื้นเมืองและเชฟผู้ บุกเบิกเมนูอาหารที่ไม่ จะพบจากที่อื่น
วกกลับมายังประเด็นการเลื อกสถานที่ประชุม ซึ่งต้องประกันความปลอดภัยผู้ นำเอาไว้ก่อน เป็นเรื่องหลัก
คือความปลอดภัยทั้งของ”ทรัมป์” และของ”ปูติน”
โดยเฉพาะ”ปูติน”นั้นจะไม่ ยอมไปประชุมที่ใด หากพื้นที่นั้น อยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาระหว่ างประเทศหรือ International Criminal Court (ICC)ซึ่งก็แน่นอนว่า สหรัฐมิได้เป็นสมาชิก
ทั้งนี้เนื่องจาก”ปูติน”ถู กศาลนี้ออกหมายจับฐานผู้ต้ องสงสัยเป็นอาชญากรสงครามมาเมื่ อปี ๒๐๒๓ นี่เอง
ในการช่วยกันแสวงหาที่ประชุมก่ อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัสเซียปฏิเสธที่ จะใช้ที่ใดๆ ในยุโรปประชุมสุดยอด รวมทั้งที่”เจนีวา”และ”เวียนนา” ก็ไม่เอา
แม้ยุคสงครามเย็น ผู้นำสหรัฐและรัสเซียมักจะเลื อกใช้เมืองที่ว่านี้
“ปูติน”เองยกย่องว่า สหรัฐเอมีเรตส์น่าจะเป็นสถานที่ เหมาะสมที่สุด แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสหรัฐกลับไม่ เห็นด้วย ที่”ทรัมป์”ต้องเดินทางไกลอีก เพราะเคยไปมาแล้ วในการตระเวนตะวันออกกลางเมื่ อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
แม้ในที่สุด นายกรัฐมนตรีฮังการี”วิคเตอร์ ออร์บัน”เต็มใจจะเป็นเจ้าภาพจั ดประชุมเพราะมีความสนิทสนมกับทั้ ง”ทรัมป์”และ”ปูติน”
แต่ก็ไม่ โอเค ครับ
เจ้าหน้าที่สหรัฐเองรู้สึกยินดี ปนประหลาดใจที่”ปูติน”จะมาประชุ มในดินแดนที่เคยเป็นของจั กรวรรดิรัสเซียมาก่อน
ก่อนที่จะขายให้สหรัฐในปี ๑๘๖๗ ด้วยราคาเพียง ๗.๒ ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น
“ผมคิดว่าการมาประชุมคราวนี้คื อชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของ”ปูติน”
“ทรัมป์”หยอดคำหวานทิ้งท้ายไว้ อย่างน่าประทับใจครับ
โปรดทราบ การเขียนครั้งนี้ จะสำเร็จลุล่วงไม่ได้แน่ หากมิได้อาศัยข้อมูลพื้ นฐานจากสำนักข่าว“ซีเอ็นเอ็น”.. ..จึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้
ฐานที่เคยเป็นศิษย์เก่าเฉพาะกาล
Facebook Comments Box







