INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ดอกทานตะวัน

ดอกทานตะวัน

ไซอมน วีเซนธัล ได้กลายเป็นที่รู้จักกันดีต่อนักล่านาซี เขามักจะเรียกตัวเขาเองว่า ผู้ทำการแทน เพื่อความตาย เขาเชื่อบุคคล ไม่ใช่กลุ่ม หรือชาติ รับผิดชอบต่ออาชญากรรมของโฮโลคอสท์ เขาเชื่อว่าโฮโลคอสท์จะเป็นอาชญากรรต่อมนุษย์ชาติ ไม่ใช่เพียงแค่ชาวยิวเท่านั้น การดำเนินคดีต่ออาชญากรสงครามเป็นวิถึทางที่จะรักษาบาดเเผลการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ความทรงจำแห่งโฮโลคอสท์เป็นเครื่องมือที่จะต่อสู้การเหยียดเชื้อชาติ และสงครามในอนาคต เขาติดตามและช่วยเหลือส่งนาซีเยอรมันมากกว่าหนึ่งพันคนไปสู่การสอบสวนและติดคุก รวมทั้งอดอล์ฟ ไอชมันน์ ด้วยไซมอน วีเซนธัล ได้อธิบายว่า เมื่อประวัติศาสตร์ได้มองย้อนหลังกลับไป ผมต้องการให้บุคคลรู้ว่า นาซีไม่สามารถฆ่าบุคคลหลายล้านคน และหลบหนีไปกับมัน เขาได้กล่าวอยู่หลายครั้งถ้าเรายกโทษให้การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว มันจะเกิดขึ้นซ้ำอีก และไม่ใช่เพียงแค่ชาวยิวเท่านั้น ถ้าเราไม่เรียนรู้บทเรียนนี้ บุคคลหลายล้านคนตายเพื่ออะไรไซมอน วีเซนธัล ไม่ยอมรับหลักการของความรับผิดชอบร่วม ได้กล่าวว่าบุคคลทุกคนควรจะรับผิดชอบต่ออาชญากรรมที่เขาได้กระทำส่วนบุคคลหรือบังคับบุคคลอื่นให้กระทำเท่านั้น ดังนั้นไมใช่ว่าฟาสซิสต์เป็นศัตรูของเขาเท่านั้นแต่ผู้สนับสนุนของการกระทำอาชญากรรมด้วย เขาได้ยืนยันว่าบุคคล ไม่ใช่กลุ่ม หรือประเทศ ต้องรับผิดขอบต่อการกระทำของพวกเขาเขาได้ต่อว่าแนวคิดของความรับผิดชอบร่วม การลงโทษร่วม และการยกโทษร่วม บุคคลรุ่นหลังโฮโลคอสท์ต้องถูกชักจูงว่าบุคคลต้องรับผิดชอบเพื่อการปกป้องต่อการฟื้นตัวของลัทธินาซีและลัทธิฟาสซิสต์ใหม่มันเป็นการไม่ยอมรับความรับผิดชอบร่วม ที่ได้ดึงเรามาสู่เรื่องราวของไซมอน วีเซนธัล เขาไม่เพียงแต่ใช้ชีวิตของเขาติดตาม และนำอาชญากรนาซีมาสู่ความยุติธรรม เขาได้ป้องกันนายทหาเยอรมันและออสเตรียที่ไม่ยอมมีส่วนร่วมภายในไฟนอล โซลูชั่นด้วยเขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อสิทธิของเหยื่อโฮโลคิสท์ชาวยิว แต่เป็นชาวรัสเซีย ชาวโปแลนด์ และชาวยิปซี ด้วยไซมอน วีเซนธัล ไม่ยอมรับความคิดของความผิดร่วมกัน และเขาเชื่อว่าบุคคลควรจะรับผิดชอบต่อการกระทำของพวกเขา ความผิดร่วมกันของเยอรมัน เป็นความคิดที่ชาวเยอรมันรับผิดชอบร่วมกันต่อโฮโลคอสท์และความโหดร้ายอื่นของสงครามโลกครั้งที่สอง แม้ว่าพวกเขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวโดยตรงภายในอาชญากรรม โดยพื้นฐานการกำหนดความรับผิดชอบแก่ทั้งกลุ่มบนเชื้อชาติของพวกเขา แนวคิดนี้เป็นส่วนที่สำคัญของเอกลักษณ์ของชาติของเยอรมัน และชีวิตทางสังคม นับตั้งแต่สงครามได้สิ้นสุดลงเเนวคิดนี้ได้ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อมันสามารถลงโทษต่อบุคคลอย่างไม่ยุติธรรม ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำของนาซีเลย
ความผิดร่วมกันเป็นนัยว่า มันเป็นความผิดของคุณ เพราะว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ยอมให้มันเกิดขึ้น “ความโหดร้ายเหล่านี้ : ความผิดของ
คุณ – โปสเตอร์แสดงค่ายกักกันแก่ชาวเยอรมัน โปสเตอร์ความผิดร่วมกันด้วยถ้อยคำความผิดของคุณ หมายความว่าโปสเตอร์กำลังกล่าวโทษกลุ่มของบุคคลไม่ใช่เพียงแค่บุคคลต่อความรับผิดชอบต่อความโหดร้าย
ความโหดร้ายเหล่านี้ – ความผิดของคุณ – เป็นโปสเตอร์สงครามโลกครั้งที่สองที่ตำหนิขาวเยอรมัน ต่อโฮโลคอสท์และความโหดร้ายอย่างอื่นโปสเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ ทำให้ชาวเยอรมันยอมรับบทบาทของพวกเขาภายในรัฐบาลนาซี โปสเตอร์ได้ถูกใช้มุ่งเน้นลักษณะอาชญา
กรรมของรัฐบาลนาซี และกระตุ้นเยอรมันก้าวต่อไปจากอดีต โปสเตอร์แสดงภาพของค่ายกักกัน และรายละเอียดของความโหดร้ายที่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่นี่
โปสเตอร์ได้ ถ่ายทอดความคิดของความผิดร่วมกันของชาวเยอรมันต่อโฮโลคอสท์และความโหดร้ายอื่น การกล่าวหาว่าเยอรมันของการสมรู้ร่วมคิดภายในอาชญากรรม ด้วยความล้มเหลวที่จะกระทำ หยุดนาซี เยอรมัน โปสเตอร์มุ่งหมาย ที่จะช่วยเหลือเยอรมันก้าวไปจากสงคราม ด้วยการทำมัน ให้เป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิเสธอะไรได้เกิดขึ้น การสอบสวนนูเรมเบิรก ไม่ยอมรับความคิดของความผิดร่วมกันเพื่อชาติ และมุ่งการดำเนินคดีบุคคลต่ออาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ การสอบสวนนูเรมเบิรกได้ถูกจัดภายในนูเรมเบิรก เยอรมัน ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง การสอบสวนอยู่บนความคิดว่าบุคคลควรจะรับผิดชอบต่อการการกระทำของพวกเขาไม่ใช่ทั้งประเทศการสอบสวนมุ่งหมาบที่จะเป็นสัญลักษณ์การสิ้นสุดของนาซี เยอรมัน ความคิดของความผิดร่วมกันเพื่อชาติถูกปฏิเสธโดยผู้นำที่ชนะสงครามสงครามโลกครั้งที่สอง นี่เป็นเพราะว่า มันไม่ยุติธรรมที่จะลงโทษคนรุ่นในอนาคตต่ออาชญากรรมของความโหดร้ายของพวกเขาฮานนาห์ อาเรินดท์ นักปรัชญาทางการเมือง พยายามทำให้ความสับสนหมดไปรอบสถานการณ์ที่ลำบากทางศีลธรรมที่เผชิญโดยประชาชนของนาซี เยอรมัน เธอได้ปฏิเสธความคิดของความผิดร่วมกันเพื่อนาซีเยอรมัน เธอเชื่อว่ามันเป็นวิถีทางอย่างหนึ่ง ที่จะหลีกเลี่ยงให้บุคคลรับผิดชอบส่วนบุคคลที่ไม่ได้ร่วมมือร่วมใจกับนาซี ควรจะถูกยอมรับต่อการตัดสินใจส่วนบุคคลของพวกเขาฮานนาห์ อาเรินดท์ เชื่อว่าความคิดของความรับผิดชอบร่วมเป็นการทำให้เข้าใจผิดทางกฏหมายและศีลธรรม มันเป็นวิถีทางเพื่อบุคคลที่คิดหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบส่วนบุคคลและความรับผิดชอบทางการเมืองเธอเชื่อว่าความผิดและความบริสุทธิ์ มีความหมายเท่านั้นเมื่อประยุกค์ใช้ต่อบุคคล เธอโต้เเย้งว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกความแตกต่างระหว่างชาวเยอรมันธรรม และอาชญากรสงครามนาซีภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เเต่เธอเชื่อว่าบุคคลควรจะรับผิดชอบการกระทำของพวกเขาฮันนาห์ อาเรินดท์ ได้อ้างถึงบรรยากาศหลังสงครามภายในเยอรมันตรงที่บุคคลบริสุทธ์ส่วนบุคคลระหว่างข่วงเวลานาซีทุกคนยอมรับต่อความรับผิดชอบร่วมของพวกเขา ในขณะที่ฆาตกรตัวจริงได้แสดงไม่สำนึกผิดเป็นธาตุแท้ของของความสับสนทางศีลธรรม แนวคิดของความผิดร่วมกันเมื่อต่อต้านความรับผิดชอบของบุคคลไร้สติ เธอกล่าวว่า ถูกใช้เท่านั้นเป็นการล้างความผิดที่มีประสิทธิภาพ เพื่อบุคคลที่ผิดหลบซ่อนอยู่ข้างหลังความคิดของฮันนาห์ อาเรินดท์ เกี่ยวกับความผิดและความรับผิดชอบได้ถูกสำรวจภายในบทความของเธอคือ Orgabized Guilt and Universal Responsibiliy และ Collective Responsibility เธอได้พิจาณาความคิดเหล่านี้ภายในหนังสือของเธอด้วย Eichmann in Jerusalem ทฤษฎีฟันเฟืองของฮันนาห์ อาเรินดท์ อธิบายบุคคลภายในระบบเผด็จการสามารถกลายเป็นลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ และมองตัวพวกเขาเองเป็นเพียงแค่ฟันเฟืองภายในเครื่องจักรเท่านั้นอย่างไร โดยจุดสำคัญการปลดเปลื้องตัวพวกเขาเองของความรับผิดชอบส่วนบุคคลเพื่อการกระทำของพวกเขาภายในระบบนั้น พวกเขายังคงรับผิดชอบส่วนบุคคลเพื่อการเลือกของพวกเขา แมัว่าภายในรัฐบาลเผด็จการ ทฤษฎีฟันเฟืองถือว่าข้าราชการไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของรัฐบาล เป็นวิถีทางหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบที่ยอมรับกันเธอเชื่อว่าบุคคลที่มีส่วนร่วมภายในรัฐบาลนาซี ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของพวกเขา ภายในบริเวณทางกฏหมาย ฮันนาห์ อาเรินดท์ ได้ตำหนิ ทฤษฎีฟันเฟืองเป็นการหลีกเลี่ยงทางศีลธรรม ทฤษฎีนี้ได้ยีนยันว่าการทำหน้าที่ เหมือนอดอลฟ์ ไอชมันน์ ไม่รับผิดชอบต่อการกระทำทางอาญชากรรมของรัฐบาลที่เขาเชื่อฟังการบังคับบัญชา ศาลไม่ควรจะรับมือกับระบบ หรือลัทธิ แต่เป็นบุคคลความผิดร่วมกันภายในเยอรมัน เป็นความคิดว่าชาวเยอรมันรับผิดชอบต่อโฮโลคอสท์และความโหดร้ายอื่นของสงครามโลกครั้งที่สองเเนวคิดนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญภายในสังคมเยอรมันภายหลังสงคราม โฮโลคอสท์จะเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงโลก ความผิดแห่งชาติของเยอรมันมีอิทธิพลต่อสังคมเยอรมันนับตั้งแต่สงครามระหว่างการยึดครองโปแลนด์ของนาซี ชาวเยอรมันลงโทษใครก็ตามที่ช่วยเหลือชาวยิวรวมทั้งครอบครัวของผู้ช่วยเหลือถ้อยคำ ความผิดร่วมกันได้ถูกแนะนำโดยนักจิตวิทยาชาวสวิส คาร์ล ยุง เมื่อ ค.ศ 1975 คาร์ล ยุง ได้อธิบายมันเป็นปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่กระทบต่อชาวเยอรมันภายหลังความโหดร้ายของโฮโลคอสท์ บทความของคาร์ ล ยุง ได้อธิบายความผิดร่วมกัน เป็นเมฆมืดที่พุ่งขึ้นมาจากฉากของอาชญากรรมที่ไม่คาดคิด เขาเชื่อว่าความผิดร่วมกันที่ถูกยอมรับเป็นสภาวะที่จำเป็นต่อศีลธรรมของเยอรมันและการเกิดใหม่ทางการเมือง แต่กระนั้นบุคคลอื่นเหมือนเช่นผู้รอดชีวิตโฮโลคอสท์ ซาบินา โวลานสกี และวิตเตอร์ เเฟรงเกิ้ล ได้พูดต่อต้านแนวคิดของความผิดร่วมกัน
ไซมอน วีเซนธัล เกิดภายในบูชาช์ กาลิเซียออสเตรีย-ฮังกรี เขาได้ศึกษาสถาปัตยกรรมภายในปราก เมื่อ ค.ศ 1945 เขาได้ถูกปลดปล่อยจากค่ายกักกันมอธูเซนภายในออสเตรีย ภายหลังจากนั้นไม่นานเขาได้รวบรวมรายชื่อของนาซี 91 คน เป็นอาชญากรสงครามที่เขาสามารถยืนยันได้ เขาได้ส่งรายชื่อแก่กองกำลังยูเอส และได้นำเสนอบริการของเขาแก่ผู้มีอำนาจอเมริกันค้นหาผู้กระทำผิดนาซี เขาได้กลายเป็นรู้จักกันเป็นนักล่านาซี ในขณะที่มันเป็นความจริงว่าเขาได้ติดตามอาชญากรสงครามนาซีภายหลังสงคราม เขาได้รับผิดชอบต่อการจับกุมอาชญากรสงครามนาซี มากกว่า 1,100 คนด้วย
แต่กระนั้น เขารู้สึกว่าชื่อนักล่านาซีดูแล้วคล้ายกับเขาอยู่ภายในการติดตามเพื่อการแก้แค้น ไซมอน วีเซนธัล ได้รู้เห็นถึงความน่ากลัวที่คาดไม่ถึงภายในค่ายกักกันระหว่างโฮโลคอสท์ เขาเชื่อว่าผู้หญิงและผู้ชายกระทำผิดอาชญากรรมโฮโลคอสท์ต้องรับผิดชอบ แต่งานของชีวิตหลังสงครามของเขาไม่ได้เกี่ยวกับการแก้เเค้น เขามองงานของเขาว่าเป็นการติดตามของความยุติธรรม ผ่านทางการศึกษาโฮโลคอสท์ และการสนับสนุนทางสังคม นานหลายปีสำนักงานของไซมอนภายในออสเตรียเป็นสำนักงานติดตามอาชญากรสงครามนาซี และต่อสู้การต่อต่อต้านยิวเท่านั้น สุภาษิตที่มั่นคงของไซมอนคือ “ยุติธรรม ไม่แก้แค้น” เขาเชื่อว่าความผิดไม่สามารถถูกยกโทษให้ แต่ต้องชำระ เพื่อการชดเชยความผิดเท่านั้น ไซมอน วีเซนธัล ได้รวบรวมหลักฐาน และปากคำอย่างไม่ลดละ แม้ว่าผู้มีอำนาจออสเตรียไม่ค่อยจะสนับสนุนเขาเขาบรรลุความสำเร็จภายในการนำผู้กระทำผิดหลายคนมาสอบสวน รวมทั้งอดอลฟ์ ไอชมันน์ ผมถูกทำให้เชื่อว่าแต่ละการสอบสวนนาซีสำคัญบนตัวมันเองเพื่อเหตุผลทางประวัติศาสตร์และศีลธรรม และเเต่ละความสำคัญที่มีชื่อเสียงภายในหน้าที่ของมันเป็นบทเรียนต่อบุคคลวัยหนุ่มสาว การสอบสวนเหล่านี้ได้ถูกใช้เป็นการเตือนต่อฆาตกรของวันพรุ่งนี้ที่ได้เกิดมาแล้ว ไซมอน วัเซนธัลกล่าวไซมอน วีเซนทรัล ได้ถูกจับกุมเมื่อ ค.ศ 1941 ภายหลังนาซี เยอรมัน บุกรัสเซีย เขาได้ใช้เวลาภายในค่ายกักกันหลายแห่งรวมทั้งยาโนฟสกา ปวาซอฟ เอาชวิทซ บูเคินวัลท์ และเมาเทาเซน เขาได้ถูกบังคับให้เป็นแรงงานภายในค่ายกักกัน เขารอดชีวิตจากโฮโลคอสท์ โดยการหลบหนีจากค่ายกักกันหลายแห่ง ด้วยการใช้ความฉลาดแกมโกง ความยืดหยุ่น และความโชคดี ในที่สุดเขาได้ถูกปลดปล่อยโดยกองกำลังอเมริกันค่ายกักกันเมาเทาเซิน ตรงที่เขาอยู่ภายใน เดธ บล็อคของผู้เจ็บป่วยถึงตายทุกคน แต่ได้พยายามมีชีวิตอยู่จนกระทั่งการปลดปล่อยของ
ค่ายกักกัน

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ไซมอน วีเซนธัล เป็นนักโทษภายในค่ายกักกันนาซีห้าแห่ง สมาชิก 89 คนของครอบครัวยิวของเขาและภรรยาของเขาถูกฆ่าโดนาซีหนังสือ “The Sunflower” ได้เปิดตัวด้วยค่ายกักกันยาโนฟสกา ตรงที่ไซมอน วีเซนธัลใช้สามปีของชีวิตของเขา ระหว่างสิ้นสุดของ ค.ศ 1941 และ ค.ศ 1944 ทำงานเป็นเเรงงานบังคับ ไม่จำเป็นต้องพูด สภาพภายในค่ายกักกันเหมาะสมกับสัตว์มากกว่ามนุษย์ และมันไม่เป็นเพียงแค่เเรงงานบังคับ มันเป็นการหายากของอาหาร และการปฏิบัติอย่างซาดิสต์ ของทหารเอสเอสด้วยภายใน “The Sunflowers” โดยไซมอน วีเซนธัล คำถามที่สับสนของความผิดและการยกโทษอยู่ ณ ศูนย์กลางของเรื่องราว คุณเป็นนักโทษภายในค่ายกักกัน ทหารนาซีใกล้จะตายขอการยกโทษของคุณ คุณจะทำอย่างไร แนวคิดของความผิดร่วมกันของนาซี ได้ถูกสำรวจผ่านทางสถานการณ์ที่ลำบากของนักโทษชาวยิว ควรจะยกโทษให้ทหารนาซีที่ใกล้จะตายหรือไม่ ที่ได้ขอเพื่อการยกโทษต่ออาชญกรรมที่น่ากลัวของเขา วันหนึ่งไซมอน วีเซนธัล ถูกพาจากค่ายกักกัน ไปทำความสะอาดภายในโรงพยาบาลสนามชั่วคราวเพื่อทหารเยอรมันที่บาดเจ็บใกล้แนวตะวันออก
เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มแรงงานทาสเมื่อพวกเขาเดินแถวจากค่ายนักโทษไปสู่โรงพยาบาล พวกเขาได้พบสุสานเพื่อทหารเยอรมัน บนแต่ละหลุมฝังศพเป็นดอกทานตะวัน การแสดงความเคารพต่อทหารเยอรมัน ประชาชนได้วางดอกทานตะวันหลุมฝังศพของทหารที่ตาย ไซมอนได้สังเกตุว่าสภาพที่พิถีพิถันของสุสานได้สะท้อนว่า เขาเป็นแรงงานราคาถูก ไร้คุณค่า ส่วนหนึ่งของโควต้าชาวยิวภายในค่ายกักกันนาซี เขาจะตายภายในหลุมฝังศพมวลชนไม่มีเครื่องหมาย ไซมอนจะไม่ได้รับดอกทานตะวัน หรือผู้อุทิศตัวกวาดหลุมฝังศพของเขาไซมอน ได้เขียนว่า : ผมอิจฉาทหารที่ตายเเล้ว แต่ละคนมีดอกทานตะว้นที่จะเชื่อมโยงเขากับโลกที่มีชีวิต และผีเสื้อมาเยี่ยมหลุมฝังศพของเขา ต่อผมแล้วจะไม่มีดอกทานตะวัน ผมจะถูกเผาภายในหลุมฝังศพมวลชนตรงที่ศพช้อนอยู่ข้างบนผม ไม่มีดอกทานตะวันจะเคยนำเเสงสว่างมาสู่ความมืดของผม ไม่มีผีเสื้อจะกระโดดข้างบนสุสานน่ากลัวของผมในขณะที่กำลังทำงาน ณ โรงพยาบาลสนาม พยาบาลเข้ามาหาเขาและถาม คุณเป็นยิวใช่ไหม เมื่อไซมอนตอบว่าใช่ พยาบาลได้สั่งให้ไซมอนเดินตามเธอ เขาได้ถูกพาไปที่ห้องหนึ่ง ตรงที่ทหารเอสเอสคนหนึ่งใกล้จะตายชื่อคาร์ล ไซดอล อายุยิ่สิบสองปี เขาถูกพันแผลจากหัวถึงปลายเท้าครอบคลุมหน้าทั้งหมด ด้วยรูเท่านั้นเพื่อปาก จมูก และหูของเขา คารล์ ใกล้จะตายภายในโรงพยาบาลชั่วคราว เขาได้ขอให้พยาบาลพามาชาวยิวที่เขาสามารถสารภาพอาชญากรรมของเขา
คาร์ล ไซดอลได้เริ่มต้นอธิบายเรื่องราวชีวตของเขาแก่ไซมอน วีเซนธัลคาร์ลได้ถูกเลี้ยงดูเป็นคาธอลิค แต่ได้ละทิ้งความศรัทธาของเขาเข้าร่วมฮิตเลอร์ ยูธ และได้อาสาสมัครเป็นเอสเอส ภายใต้การค้ดค้านจากพ่อเเละเเม่ของเขา เขาได้เล่าเรื่องเวลาของเขาระหว่างสงคราม เรื่องราวของเขาอยู่ที่เขาและนาซีคนอื่นกักกันชาวยิว 300 คนไว้ภายในอาคารและเผาพวกเขา คาร์ลได้เห็นแม่และพ่อ ด้วยพ่ออุ้มลูกชายอายุหกปีภายในแขนของเขา เพื่อที่จะหลบหนีจากเปลวไฟ ครอบครัวนี้พยายามกระโดดจากหน้าต่างชั้นที่สอง คาร์ลได้ยิงพวกเขาทั้งหมด เขาได้ถูกหลอกหลอนจากการกระทำของเขา ในขณะนี้คาร์ลบาดเจ็บอย่างรุนเเรง ภายในการสู้รบ และเขาต้องการสารภาพครั้งสุดท้ายของเขา ระหว่างหลายชั่วโมง ที่ไซมอนนั่งกับคาร์ลไซมอนไม่เคยพูดเลย ณ การร้องขอของคาร์ล ไซมอนจับมือของคาร์ลที่ใกล้ตาย เขาได้ปัดแมลงวันและให้น้ำดื่มแก่คาร์ล แต่เขาไม่เคยพูดเลยระหว่างความเจ็บปวดที่ยาวนาน ไซมอนไม่เคยสงสัยความจริงใจของคาร์ล หรือเขาเสียใจอย่างแท้จริงต่ออาชญากรรมของเขา ในที่สุดคาร์ลได้กล่าวว่าผมไปจากที่นี่ด้วยความผิด ภายในชั่วโมงสุดท้ายของชีวิตของผม คุณอยู่ที่นี่กับผม ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใครผมรู้เท่านั้นว่าคุณเป็นชาวยิวและนั่นเพียงพอเเล้ว ผมรู้ว่าอะไรที่ผมได้บอกคุณน่ากลัว ภายในกลางคืนที่ยาวนาน ในขณะที่ผมกำลังรอความตาย ครั้งแล้วครั้งเล่าผมโหยหาที่จะพูดเกี่ยวกับมันแก่ชาวยิว และขอการยกโทษจากเขา ผมไม่รู้เท่านั้นว่ามีชาวยิวใครก็ตามเหลืออยู่หรือไม่ ผมรู้ว่าอะไรที่ผมกำลังขอเกือบจะมากเกินไปต่อคุณ แต่ถ้าไม่มีคำตอบของคุณ ผมไม่สามารถตายอย่างสงบไซมอนได้ฟังเรื่องราวของทหารที่ใกล้ตายอย่างสงบ และรู้สึกว่าภายในการสารภาพของเขาเป็นความสำนึกผิดอย่างเเท้จริงเขาได้ขอไซมอนเพื่อการยกโทษต่ออาชญกรรมของเขาที่ไซมอน วีเซนธัล ไม่ได้ให้ ไซมอนไม่ไม่สามารถพาตัวเขาเอง เพื่อที่จะยกโทษแก่ทหารต่ออาชกรรมที่น่ากลัว โดยเฉพาะแก่ทหารยิงบุคคลที่ถูกเผาและลูกของเขากระโดดจากอาคารนักโทษเพื่อนของไซมอนได้เน้นย้ำว่าเขาทำสิ่งที่ถูกต้องโดยการเดินออกไปโดยไม่ตอบ และนักโทษคนหนึ่งได้กล่าวว่าคุณมีสิทธิอะไรที่จะยกโทษมาตกรของเรา
ไซมอน วีเซนธัลได้เขียนเรื่องราวรายละเอียดของเหตุการณ์ และส่งมันไปสู่ผู้นำศาสนา นักวิชาการ นักวิชาการ ผู้รอดชีวิตโฮโลคอสท์ เป็นต้นถามพวกเขาพวกเขาจะทำอย่างไร ภายในสถานการณ์ของเขา หนังสือ The Sunflower ปรากฏภายในหลายภาษา บนการสะท้อนกลับมาของบุคคลเหล่านี้มีทั้ง ดาไล ลามะ เฮอร์เบิรต มาร์คัส ซินเธีย โอซิค เป็นต้น The Sunflower ถูกใช้เป็นหนังสืออ่านภายในโรงเรียนทั่วโลกการสะท้อนความพยายามทางการศึกษาของไซมอน วีเซนธัล ภายในหนังสือของไซมอน The Sunflower ชื่อหนังสืออ้างถึงภาพที่เจ็บปวดที่เขาได้มองเห็นในขณะที่จำคุกภายในค่ายกักกัน ตรงที่เขามองเห็น
ดอกทานตะวันวางบนหลุทฝังศพของทหารเยอรมัน เป็นสัญบักษณ์ความแตกต่างและความทรวจำที่พวกเขาได้รับแม้แต่ตายไปเเล้ว ในขณะที่ชาวยิวมักจะถูกเผาภายในหลุมฝังศพมวลชนไม่มีเครื่องหมาย แสดงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ระหว่างการปฏิบัตต่อผู้กระทำผิดและเหยื่อโฮโลคอสท์ ดังนั้นดอกทานตะวันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่มีพลังของคำถามที่ซับซ้อนรอบการยกโทษและความทรงจำภายในการเผชิญกับความเจ็บปวดที่คาดคิดไม่ถึงภายหลังสงครามไซมอน ได้ไปเยี่ยมแม่ของคาร์ลที่จะตรวจสอบเรื่องราวของคาร์ล มันเป็นดังเช่นที่ คาร์ลได้พูด แม่ของคาร์ล ได้รับรองไซมอนว่าคาร์ลเป็นเด็กดี ภายในวัยเด็ก คาร์ลเป็นเด็กดีอย่างแน่นอน แต่ช่วงเวลาที่ไม่ดีของชีวิตของเขา ได้ทำให้เขากลายเป็นฆาตรกร การต่อสู้ภายในใจ ไซมอนเลือกที่จะไม่ตอบ และเขาได้ออกไปจากห้องโดยไม่พูดเลย วันต่อมาเขาได้รู้ว่าคาร์ลเสียชีวตแล้ว น่าประหลาดใจ คาร์ลได้ยกสมบัติทั้งหมดของเขาแก่เขา และที่อยู่ของแม่ของเขา ไซมอนไม่ยอมรับที่จะเอาอะไรก็ตาม บอกพยายบาลให้ส่งสมบัติไปให้แม่ของคาร์ลภายหลังการรวมกันใหม่กับเพื่อนของเขา ณ ค่ายกักกัน ไซมอนได้เล่าใหม่พวกเขาเรื่องราวข้างบน พวกเขาค่อนข้างมีความสุขกับผลลัพธ์ และดีใจที่ไซมอนไม่ยกโทษคาร์ล เราไม่สามารถยกโทษบาปภายในนามของบุคคลอื่นได้ เพื่อนคนหนึ่งได้กล่าวแก่เขาตอนคืนหนึ่ง ไซมอนยังคงถูกหลอกหลอนโดยประสบการณ์ของเขากับคาร์ล เขาได้เล่าเรื่องเดียวกันนี้แก่นักโทษคนหนึ่ง มันเป็นความจริงว่าคุณสามารถยกโทษความผิดทำต่อตัวคุณเอง นักโทษคนนี้พูด แต่ตรงกันข้ามทหารเอสเอสจะหันไปที่ใคร ไม่มีใครเลยที่เขาทำผิดยังคงมีชีวิตอยู่ ด้วยคำพูดอีกอย่างหนึ่ง ตามความคิดเห็นของนักโทษคนนี้ ไซมอนควรจะยกโทษ มันดูเหมือนยากต่อเขา ณ เวลานั้นไซมอนได้ถูกปลดปล่อยเมื่อ ค.ศ 1945 และวันหนึ่งดอกทานตะวันได้เตือนใจเขาถึงคาร์ล และที่อยู่ของแม่ของเขา เขาไปที่นี่ และภายในการพูดคุยกัยเธอ เขาได้รับรู้ว่าแม่ของคาร์ลยังคงเชื่อว่าลูกชายของเธอตายอย่างชายหนุ่มที่บริสุทธิ์ ฉันสามารถเชื่ออย่างดีอะไรที่บุคคลพูด เธอพูดกับไซมอน ดังนั้นสิ่งที่น่ากลัวหลายอย่างได้เกิดขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ใจได้ คาร์ลไม่เคยทำความผิดอะไรก็ตาม เขาเป็นชายหนุ่มที่ดีอยู่เสมอ ไซมอนไม่ได้เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับคาร์ลต่อเธอ อีกครั้งหนึ่งเขายังคงเงียบ เลือกที่จะไม่ลดความศรัทธาภายในความดีของลูกชายของเธอ

ภายใน “The Sunflower” ไซมอน วีเซนธัล ได้ถามคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่านบนการกระทำของการยกโทษอาชญากรรมชั่วร้ายจนการยกโทษไม่
สามารถถูกยอมให้หรือไม่ และบางทีคำถามหลอกหลอนมากที่สุด คุณจะทำอย่างไรภายในสถานการณ์ของเขา โดยจุดสำคัญความเป็นไปได้ และ
ข้อจำกัดของการยกโทษคืออะไร เเต่ภายในเรื่องราว และการตอบสนองของไซมอน แก่นของเรื่องอีกอย่างหนึ่งที่อยู่เหนือความคิดเห็น และคำพูดคือ ความเงียบ มากกว่าสิ่งอื่นใด เรื่อวราวของไซมอน ได้สอนเราพลังของความเงียบ เรื่อวราวของไซมอนได้บอกผู้อ่านว่าบางครั้งความเงียบจะเป็นการตอบสนองที่เหมาะสมเท่านั้นภายหลังคาร์ล ได้เล่าเรื่องราวของเขา เขาได้ขอไซมอน วีเซนธัลเพื่อการยกโทษภายในนามของชาวยิวทุกคน สถานการณ์ที่ลำบากทางศีลธรรมที่ยิ่งใหญ่ ไซมอนสามารถที่จะยกโทษทหารนาซีคนนี้หรือไม่ เขามีสิทธิที่จะยกโทษเขา ภายในนามของเหยื่อทุกคนหริอไม่ ความเสียเสียใจที่จริงใจของทหารนาซีคนนี้ สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามหรือไม่ ไซมอน ออกไปจากห้องโดยไมพูดอะไรก็ตาม ไซมอน วีเซนธัล สรุปเรื่องราวของเขากับคำถามนี้ผมควรจะยกโทษเขาหรือไม่ ความเงียบของผม ณ ข้างเตียงของทหารนาซีใกล้จะตายถูกหรือผิด นี่จะเป็นคำถามทางศีลธรรมที่ลึกซี้งที่ท้าทายมโนธรรมของผู้อ่านของกรณีนี้ เพียงแค่มากเท่ากับมันครั้งหนึ่งได้ท้าทายหัวใจและจิตใจของผม ประเด็นหลักคือคำถามของการยกโทษ ณ ตอนจบของบันทึกความทรงจำของเขา ไซมอน วีเซนธัลได้กล่าวกับผู้อ่านโดยตรง ประเด็นหลักคือ คำถามของการยกโทษ การลืม เป็นบางสิ่งบางอย่างที่เวลาอย่างเดียวดูแล แต่การยกโทษจะเป็นการกระทำของการละเมิด และผู้เจ็บปวดเท่านั้นเหมาะสมที่จะตัดสินใจ คุณเพียงแค่อ่านกรณีความโศรกเศร้านี้ภายในชีวิตของผม สามารถเปลี่ยนจิตใจสถานที่กับผมและถามตัวคุณเองคำถามที่สำคัญ ผมจะทำอย่างไรเรื่องราวของไซมอน วีเซนธัล ยังคงท้าทายผู้อ่าน พิจารณาลักษณะของการยกโทษ ความยุติธรรม และความรับผิดชอบ หนังสือได้บรรจุการรวบ
รวมบทความโดยผู้นำศาสนา นักวิชาการ นักหนึงสือพิมพ์ และผู้รอดชีวิตโฮโลคอสท์ ทั้งหมดได้ตอบสนองต่อคำถามที่ไซมอนได้กำหนดไว้ตอนจบของบันทึกความทรงจำของเขา ภายในหนังสือ “The Sunflower” ไซมอน ได้ถามผู้อ่านพิจารณาพวกเขาควรจะทำอย่างไร ภายในสถานการณ์ของเขา
หนังสือจะมีทั้งการตอบสนองจากนักวิชาการ ผู้นำศาสนา และผู้รอดชีวิตโฮโลคอสท์ ความเชื่อของไซมอนคือแต่ละกรณีควรจะพิจารณาคดีภายในศาล และการสอบสวนเป็นรูปแบบหนึ่งของการศึกษาทางศีลธรรมและการเมือง เขาเชื่อบุคคบควรจะถูกตัดสินโดยการกระทำของพวกเขา ไม่ใช่เชื้อชาติของพวกเขาเดอะ ซันฟาวเวอร์ ซิมโพเซียม อ้างถึงการอภิปรายหรือสภามุ่งที่แก่นของเรื่องและสถานการณ์ที่ลำบากทางศีลธรรมภายในหนังสือของไซมอน มันเป็นครึ่งที่สองของหนังสือของไซมอน วีเซนทรัล The Sunflower การรวบรวมของการตอบสนองต่อคำถามของไซมอน วีเซนธัล คุณจะทำอย่างไรภายในสถานการณ์ของผม การตอบสนองเหล่านี้เแสดงความซับซ้อนของคำถามของการยกโทษ ภายใน The Sunflower “ผู้ตอบสนอง 53 คน” อ้างถึงจำนวนของบุคคลที่หลากหลายจากภูมิหลังที่แตกต่างกัน ได้ถูกถามที่จะตอบคำถามกำหนดโดยไซมอน วีเซนธัล เกี่ยวกับพวกเขาจะมีการยกโทษแก่ทหารนาซีใกล้จะตายที่ได้กระทำความโหดร้ายต่อชาวยิวหรือไม่ โดยพื้นฐานการสร้างขอบเขตที่กว้างของมุมมองบนเรื่องที่ซับซ้อนของการยกโทษภายในการเผชิญของความเจ็บปวดอย่างรุนเเรงผู้ตอบสนองได้ให้สเปคตรัมที่กว้างของการยกโทษ ผู้ตอบสนองบางคนสนับสนุนการยกโทษ ในขณะที่ผู้ตอบสนองหลายคน เเสดงความเป็นไปไม่ได้ของการให้การยกโทษ ผู้ตอบสนองห้าสิบสามคนจะเข้าใจคำถามแท้จริงว่า เรามีวิถีทางที่บุคคลภายในฐานะของไซมอนสามารถให้การยกโทษแก่ทหารนาซีใกล้จะตายหรือไม่ ผู้ตอบสนองยี่สิบแปดคนกล่าวว่า ไม่ การให้การยกโทษภายในสถานการณ์นี้จะเป็นไปไม่ได้ ผู้ตอบสนองสิบหกคนกล่าวว่า ใช่ เรามีวิถีทางบางอย่างของการให้การยกโทษ ผู้ตอบสนองเก้าคนไม่ชัดเจนต่อฐานะของพวกเขา ผู้ตอบสนอง 53 คนภายใน “The Sunflower” เป็น บุคคลหลากหลายจากภูมิหลังแตกต่างกัน รวมทั้งผู้รอดชีวิตโฮโลคอสท์ ผู้นำศาสนา นักปรัชญาประวัติศาสตร์ และนาซีก่อนหน้านี้ ได้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ลำบากทางศีลธรรมนำเสนอภายในเรื่องราว : การยกโทษให้หรือไม่แก่ทหารนาซีใกล้จะตายที่ได้สารภาพอาชญากรรมสงครามที่น่ากลัวมาก ดังนั้นมันได้กระตุ้นการอภิปรายอย่างกว้างขวางมาก บนความซับซ้อนของการยกโทษความยุติธรรม และความชั่วร้ายภายในสภาพแสดล้อมของโฮโลคอสท์คำถามแกนที่ถกเถียงกันคือ ไซมอน วีเซนธัล ผู้รอดชีวิตชาวยิว ควรจะให้การยกโทษแก่ทหารนาซีใกล้จะตายได้ขอ เพื่อการยกโทษต่อบทบาทของเขาภายในการสังหารหมู่ชาวยิวอย่างโหดร้ายหรือไม่ ความพยายามที่จะล่าอาชญากรสงครามนาซีของวีเซนธัลได้ช่วยเหลือนำความยุติธรรมมาสู่เหยื่อของโฮโลคอสท์ โลกจะรู้จักเขาเป็นผู้รอดชีวิตของโฮโลคอสท์ ล่าอาชญากรสงครามนาซีนานกว่าครึ่งศตวรรษ
ตามคำบอกเล่าไซมอน วีเซนธัล ชี้ที่อยู่ของผู้อพยพนาซีเกือบ 1,100 คน ระหว่างอาชีพของเขา สุภาษิตที่มั่นคงของไซมอน ยุติธรรมไม่ใช่แก้แค้น และจนถึงวันสุดท้ายของเขาเขาได้ยืนยันว่าสังคมประชาธิปไตยกฏหมายสำคัญที่สุด

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com