INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ดาไล ลามะ การยกโทษ

ดาไล ลามะ การยกโทษ

ภายในหนังสือ “The Sunflower” ไซมอน วีเซนธัล ได้ถามดาไล ลามะ เกี่ยวกับการยกโทษทหารนาซีใกล้จะตายกระทำความโหดร้ายต่อชาวยิวอย่างไร ดังเช่น คาร์ล ขอการยกโทษต่อการกระทำที่โหดร้ายต่อชาวยิว ดาไล ลามะ บนคำสอนพุทธศาสนาของเขาได้ตอบสนองว่าเขาจะยกโทษให้ทหารนาซีที่กระทำความโหดร้าย การมุ่งเน้นแนวคิดพุทธศาสนาของความเห็นอกเห็นใจ เป็นรากฐานของการยกโทษ การตอบสนองของดาไล ลามะฝังรากลึกภายในคำสอนของพุทธศาสนา ตรงที่ความเห็นอกเห็นใจถูกพิจารณาเป็นพื้นฐานคุณธรรม การยกโทษ เป็นไปไม่ได้จนกว่าความเห็นอกเห็นใจกำเนิดภายในหัวใจความเห็นอกเห็นใจเป็นแกนของคำสอนของพุทธศาสนาภายในหัวใจของคุณ ดาไล ลามะ มุ่งเน้นว่าการยกโทษเป็นไปได้ แม้ว่าเพื่ออาชญากรรมที่ชั่วร้าบ เเต่มันไม่ได้หมายถึงการลืม เขาเชื่อว่าบุคคลคารจะยกโทษ แต่ไม่จำเป็น ต้องลืมการกระทำอาชญากรรม เขาได้เน้นย้ำว่า ความทรงจำรายละเอียดของอาชญากรรมสำคัญต่อการเรียนรู้จากอดีตและป้องกันความโหดร้ายในอนาคต ดาไล ลามะ เหมือนบุคคลอื่น ได้สร้างความแตกต่างระหว่างการยกโทษและการลืมการยืนยันว่าอาชญากรรมไม่ควรจะถูกลืม มุมมองของดาไล ลามะบนการยกโทษแตกต่างจากไซมอน วีเซนธัลเมื่อดาไล ลามะ สนับสนุนอย่างเข้มแข็งต่อการยกโทษ แม้ว่าภายในการเผชิญกับอาชญากรรมที่น่ากลัวเหมือน นาซีได้กระทำภายในโฮโลคอสท์ ในขณะที่ไซมอน วีเซนธัล ต่อสู้กับความซับซ้อนของการยกโทษเนื่องจากประสบการณ์บาดเเผลของเขาเองเป็นผู้รอดชีวิต ในที่สุดได้เลือก ที่จะไม่ยกโทษทหารนาซีใกล้จะตายที่ได้สารภาพความโหดร้ายโดยส่วนรวมจุดสำคัญคือในขณะที่ ทั้งดาไล ลามะ และไซมอน วีเซนธัลยอมรับความสำคัญของความมีศีลธรรมและความยุติธรรม ประสบการณ์ของพวกเขานำพวกเขาไปสู่ข้อสรุปที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการปฏิบัติของการยกโทษ โดยเฉพาะ เมื่อพวกเขาได้เผชิญกับความโหดร้ายขนาดใหญ่ ความขัดเเย้งระหว่างดาไล ลามะ และไซมอน วีเซนธัล โดยพื้นฐานเกิดขึ้นจากมุมมองที่แตกต่างกันของพวกเขาที่จะตอบสนองต่อการกระทำอย่างโหดร้ายมากอย่างไรโดยเฉพาะภายในสภาพเเวดล้อมของโฮโลคอสท์ตรงที่ไซมอน วีเซนธัล ต่อสู้ที่จะให้ลงรอยกันแนวคิดของการยกโทษกับความเจ็บปวดอย่างมากที่เขามีประสบการณ์ ในขณะที่ดาไล ลามะ ผู้นำพุทธศาสนาได้สนับสนุนอย่างเข้มแข็งเพื่อความเห็นอกเห็นใจ และการยกโทษ แม้ว่าไปสู่ผู้กระผิดของอาชญากรรมที่น่ากลัว

การกล่าวว่าการยกโทษสำคัญที่จะเอาชนะความเกลียด และก้าวไปข้างหน้า แต่นั่นไม่ได้หมายถึง ลืมการกระทำอาชญากรรม โดยพื้นฐานแล้วการสนับสนุนเพื่อความเป็นไปได้ของการยกโทษ เเม้ว่าเพื่อการกระทำที่น่ากลัว ในขณะที่ยังคงรับรู้ความรุนเเรงของสถานการณ์ และความสำคัญของความทรงจำที่ผ่านมา เขาเชื่อว่าพุทธศาสนาแท้จริง โดยพื้นฐานเเล้วเกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจ รวมทั้งความสามารถที่จะยกโทษแม้ว่าบุคคลได้กระทำผิดอย่างใหญ่หลวงในขณะที่การยกโทษสำคัญ มันไม่ได้หมายถึงการลืมอาชญากรรมตัวมันเอง เขาได้แสดงสิ่งนี้ด้วยเรื่องราวของพระสงฆ์ธิเบตได้ยกโทษผู้จับกุมจีนของเขา ทั้งที่มีการปฏิบัติอย่างรุนเเรงการแสดงพลังของความสงบภายในผ่านทางการยกโทษ ด้วยการเลือกที่จะยกโทษ บุคคลสามารถปลดปล่อยตัวพวกเขาเองจากภาระของความโกรธ และความเกลียด การบรรลุความสงบภายใน ปรัชญาของดาไล ลามะ มุ่งเน้นอย่างหนักความเห็นอกเห็นใจเป็นเส้นทางไปสู่ความสงบภายใน ดาไล ลามะ กล่าวว่า ความเห็นอกเห็นใจเป็นสภาวะของจิตใจที่เกี่ยวพันความปราถนาให้บุคคลอื่นพ้นจากความเจ็บปวด เขากล่าวว่าความเห็นอกเห็นใจเป็นความรู้สึกที่สร้างสรรค์สามารถถูกเรียนรู้ และสอนได้ ความเห็นอกเห็นใจเป็นการผสมผสานของความเข้าอกเข้าใจและเหตุผลมันสามารถเป็นแหล่งที่มาของความเข้มแข็ง ความสงบ และความสุข มันสามารถช่วยเหลือปลูกฝังความรู้สึกของความเป็นอยู่ที่ดี ถ้่าคุณต้องการให้บุคคลอื่นมีความสุข ปฏิบัติความเห็นอกเห็นใจ ถ้าคุณต้องการมีความสุข ปฏิบัติความเห็นอกเห็นใจดาไล ลามะ ได้พูดเกี่ยวกับการยกโทษ ภายในบริบทหลายอย่าง รวมทั้งการบุกธิเบตของจีน การส่งเสริมความเห็นอกเห็นใจและการกระตุ้นบุคคลก้าวไปจากความทรงทำที่เจ็บปวด ดาไล ลามะกล่าวว่า เขายกโทษรัฐบาลจีน และไม่รู้สึกความเกลียดไปสู่พวกเขา เขาได้อ้างพระสงฆ์ธิเบต ที่กล่าวว่าความกลัวยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในขณะที่จำคุกคือ การสูญเสียความเห็นอกเห็นใจต่อชาวจีน การยกโทษเป็นของขวัญที่เราให้ตัวเราเอง ที่ป้องกันความสงบภายในของเรา ถ้าเรามีหัวใจที่จริงใจและเปิดเผยเราจะรู้สึกตามธรรมชาติคุณค่าตัวเราเองและความเชื่อมั่น และไม่จำเป็นต้องกลัวบุคคลอื่นกรณีของดาไล ลามะบนการยกโทษไปทางจีน รวมอยู่ที่การเรียกร้องซ้ำเพื่อการสนทนาอย่างสงบและวิถีทางสายกลางตรงที่เขาได้สนับสนุนเพื่อความเป็นอิสระอย่างสำคัญต่อธิเบตภายในกรอบข่ายของจีน นี่มักจะพบกับการต่อต้านจากรัฐบาลจีนที่ต้องการว่าดาไล ลามะ ยอมรับ ธิเบตเป็นส่วนหนึ่งของจีน เมื่อดาไล ลามะ พูดเกี่ยวกับ “การยกโทษไปทางจีน” มันหมายความว่าทั้งที่มีการกระทำของรัฐบาลจีนภายในธิเบต รวมทั้งการยึดครองบ้านเกิดของเขา และการยกเลิกวัฒนธรรมธิเบต
ดาไล ลามะได้เลือกที่จะปล่อยไปของความไม่พอใจและความโกรธไปสู่พวกเขา การสนับสนุนเพื่อความสงบและการสนทนา แทนการเป็นศัตรูกันอย่างยืดเยื้อ เขาเลือก ที่จะยกโทษพวกเขาต่อการทำอันตรายต่อบุคคลของเขาความเชื่อว่า การยึดความเกลียดจะทำให้เกิดความเจ็บปวดต่อไปเท่านั้น ในขณะที่ดาไล ลามะ ยกโทษส่วนบุคคล เขายังคงแสวงหาอย่างกระตือรือร้นการแก้ปัญหาอย่างสันติต่่อธิเบต ผ่านทางการสนทนาและความเป็นอิสระเพื่อธิเบต รัฐบาลจีนมักจะวิจารณ์การเรียกร้องเพิ่อความเป็นอิสระของชาวธิเบต และมองการยกโทษของเขาเป็นยุทธวิธีทำลายการควบคุมเหนือภูมิภาคของพวกเขา
เมื่อดาไล ลามะ พูดเกี่ยวกับการยกโทษไปทางจีน หมายความว่า ทั้งที่มีการกระทำของรัฐบาลจีนภายในธิเบต ที่เขามองเป็นการกดขี่ เขาเลือกที่จะปล่อยไปของความโกรธและความไม่พอใจต่อพวกเขา ความเชื่อว่าการยึดอารมณ์ทางลบ ทำอันตรายตัวเองเท่านั้น และขัดขวางความเป็นไปได้ของความสงบและการสนทนาในอนาค โดยพื้นฐานแล้วเขาสนับสนุนเพื่อวิถีทางความเข้าอกเข้าใจ แม้ว่าจะไปสู่พวกที่ทำผิดกับเขาหรือบุคคลของเขา ในขณะที่ดาไล ลามะยกโทษจีนเป็นส่วนบุคคล เขาได้สนับสนุนอย่างต่อเนื่องเพื่อความเป็นอิสระของธิเบต และสิทธิมนุษยชนภายในประเทศดาไล ลามะ ได้เล่าเรื่องราวของพระสงฆ์ธิเบต ถูกจำคุกและทรมานโดยชาวจีนนาน 18 ปี ก่อนการปล่อยตัวของเขา เขาได้บอกดาไล ลามะว่าไม่กี่ครั้งที่เขาได้เผชิญอย่างแท้จริงอันตรายบางอย่าง ดังนั้น ดาไล ลามะได้ถามเขาอันตรายอะไร คิดว่าเขาน้าจะบอกถึงการทรมานและคุกของจีน พระสงฆ์ได้ตอบว่า หลายครั้งผมอยู่ภายในอันตรายของการสูญเสียความเห็นอกเห็นใจต่อชาวจีน

การปฏิบัติอย่างรุนแรง และความเจ็บปวดมายาวนานที่เขาอดทนภายในคุก สามารถเป็นไปได้กัดกร่อนคำสอนพุทธศาสนาของความเห็นอกเห็นใจ
ของเขา ทำให้มันยุ่งยากต่อเขาที่จะรักษาความเข้าอกเข้าใจไปทางพวกที่จำคุกเขา โดยพื้นฐานความโหดร้ายมายาวนานสามารถคุกคามทำให้หัวใจของเขาขมขื่นและพยาบาท ดาไล ลามะยอมรับว่าการยกโทษสามารถเกิดขึ้นบนระดับแตกต่างกัน จากการเลือกอย่างเรียบง่าย ไม่กระทำอบนความบนโกรธ ไปสู่ระดับที่ลึกซึ้งของความเข้าใจ และความเห็นอกเห็นใจไปทางผู้กระทำผิด เมื่อบุคคล กล่าวถึง ระดับการยกโทษของดาไล ลามะ พวกเขาหมายถึงระดับของการยกโทษที่ลึกซึ้งพิเศษและสมบูรณ์แสดงโดยการปลดปล่อยของความโกรธและความไม่พอใจไปสู่บุคคลบางคนที่ได้กระทำผิดกับคุณแม้ว่าภายในการเผชิญความโหดร้ายที่รุนแรง ด้วยการมุ่งเน้นความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจ แทนการแสวงหาการแก้แค้น การสะท้อนคำสอนของดาไล ลามะบนการยกโทษ เป็นวิถีทางเพื่อที่จะบรรลุความสงบภายในโดยพื้นฐานการยกโทษบุคคลบางคนบนระดับที่ลึกซึ้งมากเกือบจะไม่มีข้อจำกัดเลย ณ ระดับหนึ่งการยกโทษหมายถึงคุณไม่ควรจะพัฒนาความรู้สึกของการแก้แค้น การแก้แค้นทำอันตรายบุคคลอื่น มันเป็นรูปแบบของความรุนแรง เเละโดยปรกตินำไปสู่การตอบโต้ความรุนแรง ดังนั้นปัญหาไม่ไม่เคยหายไป ณ ระดับอื่น การยกโทษหมายถึง คุณควรจะพยายามไม่พัฒนาความรู้สึกของความโกรธ ไปสู่ศัตรูของคุณ ดาไล ลามะ เชื่อว่าการปฏิบัติการ
ยกโทษเเสดงความเข้มแข็งภายใน ไม่ใช่ความอ่อนแอดาไล ลามะสนับสนุนต่อระดับที่สูงมากของการยกโทษเชื่อว่ามันสำคัญที่จะปล่อยไปของความโกรธ และความไม่พอใจไปสู่บุคคลอื่น แม้ว่าพวกเขาได้กระทำความโหดร้ายอย่างมาก เพื่อที่จะบรรลุความสงบภายในและความเห็นอกเห็นใจ ในขณะที่ยอมรับว่าการยกโทษไม่จำเป็นหมายถึงการลืมการกระทำตัวมันเอง ดาไล ลามะ มักจะมุ่งเน้นความสำคัญของ การไม่ยอมให้อารมณ์ทางลบควบคุมคุณ และมุ่งการก้าวไปข้างหน้า ด้วยความ
รู้สึกของความเข้าใจและความเมตตาต่อบุคคลอื่นการอยู่เหนือตนเองของ ดาไล ลามะ หมายถึงการก้าวไปเลยพ้นจากมุมมองศูนย์กลางตัวเอง และบรรลุสภาวะของจิตสำนึก ผ่านทางการปฏิบัติเหมือนเช่นความเห็นอกเห็นใจ ตรงที่บุคคลได้แสวงหาอย่างกระตือรือร้นที่จะบรรเทาความเจ็บปวดของบุคคลอื่น ความเห็นอกเห็นใจเป็นการปฏิบัติที่สำคัญที่จะบรรลุการอยู่เหนือตนเอง เมื่อมันได้ปลูกฝังความต้องการที่จะเห็นบุคคลอื่น ปราศจากความเจ็บปวด ด้วยการปฏิบัติความเห็นอกเห็นใจบุคคลสามารถบรรลุความสงบภายในและความสุขที่เป็นเป้าหมายในที่สุดของการอยู่เหนือตนเองดาไล ลามะ กล่าวว่าการยกโทษและความเห็นอกเห็นใจจะสำคัญต่อการอยู่รอดของมนุษย์ และสามารถนำไปสู่ความเข้มแข็งภายในและความสงบความเห็นอกเห็นใจจะเป็นสภาวะของจิตใจที่ไม่ใช้ความรุนแรงเกี่ยวพันกับความต้องการให้บุคคลอื่น ปราศจากความเจ็บปวด ความเห็นอกเห็นใจจะเกี่ยวพันกับความสงสารความเจ็บปวดของบุคคลอื่น และมุ่งหมายที่จะช่วยเหลือกำจัดความเจ็บปวดของพวกเขาการยกโทษพันกันอย่างลึกซึ้งกับความเห็นอกเห็นใจ ตรงที่ความเห็นอกเห็นใจกระทำเป็นรากฐานเพื่อความสามารถที่จะยกโทษบุคคลอื่น การอยู่เหนือตนเองเป็นรากฐานเพื่อการปลูกฝังความเห็นอกเห็นใจด้วยการทำให้บุคคลมองเห็นเลยพ้นความต้องการของพวกเขาเองและเชื่อมโยงกับความเจ็บปวดของบุคคลอื่นความเห็นอกเห็นใจเป็นผลลัพธ์ของการอยู่เหนือตนเอง เมื่อบุคคลข้ามพ้นผลประโยชน์ตัวเองของพวกเขา พวกเขาน่าจะรู้สึกมากขึ้นเห็นอกเห็นใจบุคคลอื่นการอยู่เหนือตนเองอยู่ตรงที่บุคคลได้มองเห็น เลยพ้นความต้องการของบุคคลเองของพวกเขา การยึดเอาความเข้าใจที่กว้างขึ้นของความเชื่อมโยงถึงกันและความลุ่มหลง มักจะบรรลุผ่านทางการปฏิบัติเหมือนเช่นการนั่งสมาธิปลูกฝังอารมณ์ทางบวก เช่น ความรักและความเมตตา ไม่ใช่การมุ่งที่ความต้องการและความกังวลส่วนบุคคลเท่านั้น การอยู่เหนือตนเองเป็นความคิดที่กำเนิดจากนักจิตวิทยาอเมริกันอับราฮัม มาสโลว์ดาไล ลามะ ผู้นำจิตวิญญานของธิเบต ได้อภิปรายการอยู่เหนือตัวเองภายในวิถีทางบางอบ่าง ดาไล ลามะ เชื่อว่าการอยู่เหนือตนเองถูกบรรลุด้วยการฝึกอบรมจิตใจที่จะเข้าถึงสภาวะจิตสำนึกที่ขยายตัว นี่สามารถช่วยเหลือบุคคลพบความหมายภายในบางสิ่งบางอย่างทีกว้างขึ้นเขาได้เสนอแนะว่าบุคคลสามารถต่อสู้อารมณ์ทางลบเหมือนเช่น ความโกรธ ความเกลียด และความกลัว ด้วยการปลูกฝังอารมณ์ทางบวกเหมือนเช่น ความเห็นอกเห็นใจ ความรัก และความอดทนดาไล ลามะ ได้กล่าวว่า การดูเเลเพื่อความสุขของบุคคลอื่นสามารถนำไปสู่ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ของความเป็นอยู่ที่ดี เขาเชื่อว่าการปลูกฝังความรู้สึกที่อบอุนใจเพื่อบุคคลอื่นสามารถช่วยเหลือกำจัดความกลัวและความไม่ปลอดภัย และให้บุคคลมีความเข้มแข็งที่จะรับมือกับอุปสรรคได้ การปล่อยไปของการผูกติดต่อตัวเองที่จำกัด และรับรู้ความเชื่อมโยงถึงกันของการดำรงอยู่ทั้งหมด ดาไล ลามะ เป็นผู้นำทางศาสนาและศีลธรรม พูดเกี่ยวกับความสุขและความมุ่งหมายของชีวิต ดาไล ลามะ กล่าวว่า ความสุขไม่ได้เป็นบางสิ่งบางอย่างทำสำเร็จรูป มันมาจากการกระทำของคุณเอง คำพูดอ้างอิงนี้ตรงประเด็นกับแนวคิดของอิคิไก เราควรจะมองหาความสุขภายในตัวเราเอง ไม่ใช่การค้นหามันข้างนอกตัวคุณเอง ความเห็นอกเห็นใจ และความอบอุ่นใจ เป็นศูนย์กลางต่อชีวิตที่มีความสุขและโลก และบุคคลทุกคนจะมีความรับผิดชอบสร้างโลกเป็นสถานที่ที่มีความสุข ผมจะเข้าหาความสุขเป็นวิถีทางของการดำรงชีวิต ไม่ใช่ของขวัญโชคชะตาที่ดีมอบให้เรา และโชคร้ายของโชคชะตานำกลับคืน เขาได้เรียกร้องศตวรรษที่ 21 เป็นศตวรรษแห่งความเห็นอกเห็นใจดาไล ลามะ ได้เขียนหนังสือชื่อ The Art of Happiness : A Handbook for Living ด้วย พิจารณารากฐานของจิตวิทยาทางบวก ภายในหนังสือเขาได้สำรวจที่จะเอาชนะความวิตกกังวล ความไม่ปลอดภัย ความโกรธและความท้อเเท้ ผ่านทางการสนทนา เรื่องราว และการนั่งสมาธิอย่างไรเขาได้กล่าวว่าความสุขเป็นส่วนแกนของชีวิต เเละมันสามารถบรรลุผ่านทางการปฏิบัติเหมือนเช่น การดูแลบุคคลอื่น การรมีมุมมองที่กว้าง ความตั้งใจ และความเห็นอกเห็นใจ

Cr รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com