INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

อารยธรรมอิสลามกับวิทยาการด้านปรัชญาและตรรกวิทยา ปรัชญาอิสลาม : อัตลักษณ์และคุณค่าทางปัญญา ตอนที่ 1

 

อารยธรรมอิสลามกับวิทยาการด้านปรัชญาและตรรกวิทยา

ปรัชญาอิสลาม : อัตลักษณ์และคุณค่าทางปัญญา ตอนที่ 1

 

โดย  ดร.ประเสริฐ สุขศาสน์กวิน

ศูนย์อิสลามศึกษา  วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

 

ได้ขึ้นชื่อว่า”อารยธรรม” ถือว่าเป็นเนื้อหาและประเด็นที่น่าสนใจของนักค้นคว้ามากทีเดียว และยังอยู่ในความสนอกสนใจของมนุษยชาติทุกๆยุค และอารยธรรมนั้น ไม่ได้ถูกจำกัดว่าเป็นอารยธรรมของกลุ่มชนใดหรือสังกัดในชาติพันธุ์ไหน หรือเป็นของลัทธิศาสนาใด  เพราะว่าทุกๆอารยธรรม คือ การเจริญก้าวหน้าและการพัฒนาการที่ผ่านกระแสดงทางความคิดและการประดิษฐ์ของมนุษย์ ผ่านช่วงระยะเวลาและยุคสมัยหนึ่งสู่อีกสมัยหนึ่ง จนทำให้มนุษย์ในยุคปัจจุบันต้องหันมาสืบค้นและเสาะหาความสำเร็จต่างๆของคนในยุคนั้นๆว่าพวกเขาได้ผ่านกรอบแนวคิดและหลักคิดอะไร ทำให้พวกเขาได้ฝากอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่บนโลกใบนี้ให้ชนรุ่นหลังต้องหันมาศึกษาและวิจัย

อารยธรรมอิสลามถือว่าเป็นอารยธรรมหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้อย่างน่าภาคภูมิ และมีความโดดเด่นเป็นเลิศในทุกๆมิติ ในทุกๆห่วงโซ่แห่งอารยธรรมที่ประวัติศาสตร์เคยรับรู้มา( อาลี เสือสมิง อารยธรรมอิสลาม หน้า๑)

อารยธรรมอิสลามได้สร้างความเจริญทั้งทางจิตวิญญาณและทางวัตถุอย่างมีดุลยภาพ  ได้สร้างบุคลกรและปราชญ์ผู้รู้ขึ้นในทุกสรรพวิชา ทั้งเป็นชาวอาหรับและไม่ใช่ชาวอาหรับ  และต่อมาอารยธรรมอิสลามนั้น ได้ใหลบ่าสู่ประเทศต่างๆและนำอารยธรรมอิสลามสืบสานและต่อยอด จนสร้างคุณูปการอย่างมากมายต่อโลกใบนี้

ประวัติการกำเนิดการใช้ความคิดของมนุษยชาติ ถือว่าได้เกิดมาพร้อมกับการสร้างมนุษย์เลยทีเดียว นั่นคือมนุษย์เกิดมาพร้อมกับการมีความคิดและการใช้ปัญญา    ดังนั้นการคิดและการใช้หลักสติปัญญา ถือว่าเป็นอัตลักษณ์พิเศษของมนุษย์ ที่ไม่สามารถจะแยกออกจากตัวตนของความเป็นมนุษย์ได้

นักประวัติศาสตร์ด้านปรัชญาเชื่อว่า ร่องรอยเก่าแก่ด้านปรัชญาที่ถูกบันทึกไว้ ในยุคกรีกโบราณ ประมาณหกร้อยปีก่อนคริสตศักราช  และในยุคนั้นมีนักปรัชญาและนักคิดจำนวนหนึ่งได้พูดถึงเรื่องของภวันต์(Being) พูดถึงเรื่องความจริงสูงสุด ปฐมเหตุแรก และเหตุสุดท้าย   และแนวความคิดทางปรัชญาเหล่านั้นมีกลิ่นอายที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมและปรัชญาทางฝั่งตะวันออกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อิสลามคือศาสนาเรียกร้องและสนับสนุนการเรียนรู้ สนับสนุนให้มนุษย์ใช้ปัญญาและคิดไตร่ตรอง ด้วยเหตุนี้มุสลิมในยุคสมัยศาสดามุฮัมมัด(ศ)และในยุคสาวกผู้ทรงธรรมทั้งหลายได้มีความก้าวหน้าและมีความเจริญและรุ่งเรืองยิ่ง โดยเฉพาะอย่างนี้ในยุคแห่งการฟื้นฟูทางด้านวิทยาการ ทำให้โลกอิสลามได้จารึกไว้หน้าประวัติศาสตร์ว่า บรรดาสาวกเหล่านั้นคือกลุ่มคนที่ได้สร้ายอารยธรรมอันยิ่งใหญ่แก่ชาวโลกไว้อย่างน่าภาคภูมิ

การแสวงหาความเข้าใจในเนื้อหาทางปรัชญาและความนิยมในศาสตร์ปรัชญาถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่พิเศษหนึ่งของมนุษย์ เพราะว่าแม้แต่อริสโตเติลได้นิยามมนุษย์ไว้ว่าเป็นสัตว์สังคม เป็นสัตว์แสวงหาความรู้และการเรียนรู้โดยธรรมชาติ เมื่อเราได้เห็นเช่นนี้เราจะพบว่านั่นคือความเฉพาะและความพิเศษของมนุษย์ ถึงแม้ว่าสัตว์อื่นๆจะมีธรรมชาติแห่งการสัมผัสหรือมีประสาทสัมผัสในการเรียนรู้ แต่ทว่านั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหนทางในการเรียนรู้และการสร้างองค์ความรู้แต่ทว่ามนุษย์ใช้ปัญญาใช้เหตุผลในการเอาตัวรอดและการเรียนรู้ชีวิตและการสร้างความก้าวหน้า และในทัศนะของอิสลามถือว่าปรัชญานั้นไม่ได้นิยามกินความหมายไปยังองค์ความรู้ทางด้านประสบการณ์และการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า แต่ปรัชญาอิสลามคือ องค์ความรู้ที่ผ่านกระบวนการคิดและการใช้หลักตรรกะขั้นสูงเพื่อการพิสูจน์ความจริง เพื่อเข้าใจและประจักษ์รู้ถึงมูลเหตุต่างๆของสรรพสิ่ง และประจักษ์รู้ต่อเรื่องภาวะของสิ่งที่มี(Being) และภาวะของการรู้จัก  ภาวะทางจิต  พระเจ้า และสรรพสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น

จากการวิวัฒนาการของปรัชญาอิสลามจากอดีตจนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าปรัชญาอิสลามมีความเป็นอัตลักษณ์ของตัวเองที่ชัดเจนมากขึ้นและมีประเด็นปัญหาที่นำมาพูดคุยในรายละเอียดและเนื้อหาที่กว้างขึ้น และจุดแข็งของปรัชญาอิสลามคือการสืบค้นหาหลักบูรณาการทั้งทางศาสตร์ทฤษฎีและทางปฎิบัติที่จะให้เกิดผลสะท้อนในเชิงบวกทั้งทางด้านสังคมศาสตร์ ทางจิตวิทยา หรือทางประวัติศาสตร์ หรือบางครั้งปรัชญาอิสลามได้ถูกนำเสนอมาในบริบททางการเมืองและสังคมอย่างน่าทึ่งทีเดียว เช่นมุลลาศอ็ดรอ(Mulla Sadhra)เจ้าสำนักปรัชญาสูงส่ง(Hikmatulmotahaliyah) ได้มีชีวติอยู่ในสมัยการปกครองราชวงศ์ซาฟาวียะฮ์(Zafaviyah) แนวคิดทางปรัชญาอิสลามก็จะถูกนำเสนอไปตามบริบทนั้นอย่างลงตัวและสร้างคุณูประการอย่างยิ่งใหญ่ต่อสังคมในยุคนั้น โดยการนำเสนอปรัชญาการเมืองด้วยหลักการ”ความเป็นเอกภาพในพหุภาพ”

ปรัชญาอิสลามเริ่มต้นด้วยวิธีการอธิบายและแจกแจงให้ความเข้าใจพื้นฐานของปรัชญาภายนอกก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งถ้าจะวิเคราะห์จากท่านอัล-กินดีย์(Al-Kindi)เป็นนักปรัชญามุสลิมคนแรก ของโลกอาหรับ จนได้ฉายาว่า “นักปรัชญาอาหรับ” พบว่าปรัชญาอิสลามได้เสนอรูปแบบการสาธยายหรืออธิบายโครงสร้างเดิมของปรัชญา บางเนื้อหาได้ขยายความหลักคิดทางปรัชญาของอริสโตเติลบ้าง หรือของเพลโตบ้าง ซึ่งผลกระทบปรัชญากรีกโบราณต่อปรัชญาอิสลามในช่วงแรกเริ่มเป็นผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ

จากผลการตรวจสอบวาทกรรมทางปรัชญาของนักปรัชญามุสลิมระดับแนวหน้า ไม่ว่าอัลกินดีย์ อัลฟารอบีย์ หรืออิบนุสีน่า ได้รับอิทธิพลรูปแบบและแนวคิดทางปรัชญากรีกโบราณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การที่กล่าวว่าผลกระทบนั้นมิได้หมายความว่านักปรัชญามุสลิมรับแนวคิดหรือรูปแบบปรัชญากรีกมาเต็มร้อย หรือผลกระทบนั้นเป็นผลกระทบในเชิงลบเสียทีเดียว เพราะว่ากระบวนการคิดเชิงปรัชญาแท้จริงแล้วไม่มีพรมแดน ไม่มีอดีต ไม่มีปัจจุบัน  ไม่มีอนาคต เพียงแต่การใช้ความคิดและการเพ่งพินิจโดยกระบวนการทางปรัชญาจะปริดอกและเจริญก้าวไปไปแค่ไหน อย่างไรมากกว่า ซึ่งเป็นการพัฒนาแก่นปรัชญาให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ปรัชญาอิสลามได้เดินทางมาเป็นระยะเวลาหลายศตวรรษและผ่านสำนักคิดทางปรัชญามากมาย ไม่ว่าสำนักมัชชาอียะฮ(Mashaiyah)  สำนักอิชรอกียะฮ(Ishrakiyah)  สำนักฮิกมะตุลมุตะอาลียะฮ์(Hikmatulmotahaliyah) และสำนักย่อยๆอีกมากมาย เป็นการบ่งชี้ว่าปรัชญาอิสลามได้เดินทางมาด้วยวิธีการและรูปแบบที่เข้มแข็งขึ้นทุกวันและกำลังมุ่งทยานไปสู่ความสมบูรณ์สูงสุด โดยผ่านกระบวนทัศน์แต่ละยุคแต่ละสมัย ดังนั้นปรัชญาอิสลามก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ หรือเป็นปรัชญาที่ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณท์ แล้วผู้สนใจทางปรัชญาเรียนรู้ในเชิงประวัติปรัชญาเท่านั้น แต่ทว่าแก่นปรัชญาอิสลาม ได้ผ่านการกลั่นกรองและตกผลึก จนปรากฏเป็นศาสตร์ที่เข็มแข็งและนับว่าเป็นอารยธรรมอันสูงส่งของโลกอิสลาม

ปรัชญาอิสลามได้ฉายแสงความเป็นศาสตร์ปรัชญาอย่างน่าทึ่งและโดดเด่น ไม่มีวันตาย เป็นการเพ่งพินิจใช้ความคิดจากระดับหนึ่งสู่อีกระดับหนึ่งเพื่อทยานไปสู่ความสมบูรณ์สูงสุด เป็นรูปแบบเชิงพิพากษาและตรวจสอบวาทกรรมทางปรัชญาทั้งภายในและภายนอก เรียนรู้ประวัติปรัชญาเพื่อเข้าถึงบริบททางปรัชญา ใช้หลักตรรกะเป็นเครื่องมือควบคู่กับหลักปรัชญาอย่างเกื้อกูลกันและกัน นั่นหมายความว่านักปรัชญามุสลิมได้นำทฤษฎีทางปรัชญามาอธิบายและแจกแจงประเด็นปัญหาโดยรูปแบบทางปรัชญาและรูปแบบทางตรรกวิทยาด้วย

ปรัชญาอิสลามถือว่าเป็นศาสตร์หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในสร้างอารยธรรม และปรัชญาคือว่าเป็นมรดกอันล้ำค่าของอิสลาม  ก่อนสมัยอิสลามและยุคแรกๆของอิสลาม ชาวอะหรับไม่ได้รู้จักคำว่า”ฟัลสะฟะฮ” แต่พวกเขารู้จักปรัชญาในนามของ”ฮิกมะฮ” ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า”wisdom” (ปัญญา)หรือตรงภาษากรีกว่า”Sophia” ดังตำราปรัชญาชื่อดังขของท่านมุลลา ซอดรอ(นักปรัชญาชาวชีอะฮ เจ้าของสำนัก “อิกมะตุลมุตะอาลียะฮ”)ชื่อว่า”อัลฮิกมะตุลมุตะอาลียะฮ”(ปรัชญาอันสูงส่ง) หรือในหนังสือของอิบนุสีนา ได้เรียกนักปรัชญาว่า”ฮุกามาห์”แทนคำว่า”ฟัยละซูฟ”

สำนักคิดในยุคหลัง เช่นสำนักมุตะซีละฮ ได้นำหลักการและทฤษฎีทางปรัชญามาแก้ปัญญาหลักการศรัทธาจนทำให้เกิดผลดีเกินคาด ต่อมาในสำนักอะชาอิเราะฮ ได้มีนักเทววิทยาบางท่านได้นำหลักการทางด้านปรัชญามาแก้ปัญหาทางหลักอะกียะฮ และในสำนักชีอะฮก็เช่นกันได้นำศาสตร์ปรัชญานี้มาให้มีบทบาทในการอรรถาธิบายศาสนา เช่นท่านคอญะฮนะศีรุดดีน ตูซี ท่านอัลลามะฮฮิลลี้ จนกระทั้งในศาสตร์แห่งเทววิทยาของชีอะฮอิมามียะฮได้มีศาสตร์แห่งปรัชญาปะปนอยู่อย่างเห็นได้จัด ซึ่งแท้จริงแล้วด้วยกับความพยายามของนักปรัชญาอิสลามในยุคแรกๆนั้นทำให้นักการศาสนามุสลิมเห็นว่าวะฮยูกับปรัชญานั้นไม่ได้ขัดแย้งกันเลย แต่เป็นการสนับสนุนซึ่งกันและกัน และความเชื่อหรือความศรัทธาที่ประกอบด้วยปรัชญานั้นจะสร้างความสงบสุขแก่จิตใจ และผู้ที่นับถือศาสนาที่มีปรัชญาอยู่ในจิตใจนั้น จะทำให้การนับถือศาสนาของเขามีเหตุมีผลและตรวจสอบได้

 

นิยามปรัชญาอิสลาม

คำว่า “فَلْسَفَةٌ” (ฟัลสะฟะฮฺ)และคำว่า “  فَيْلَسُوْفْ(ฟัยละซูฟ) ทั้งสองคำมาจากภาษากรีกโบราณรากศัพท์จากคำว่า ฟัยลูส (فَيْلْوسْ) มีความหมายว่า คนทีรัก และคำว่า ซูเฟีย (سوفياً) หมายถึง ความฉลาดปราดเปรื่อง ดังนั้น ฟัยละสูฟ จึงมีความหมายว่า คนที่รักต่อความฉลาดปราดเปรื่องและคำว่า”ฟัลสะฟะฮฺ “จึงหมายถึง รักต่อความฉลาดปราดเปรื่อง

หลังจากมาถึงยุคของโซเครติส เขาได้ประกาศว่าผู้ทรงฉลาดปราดเปรื่องยิ่งมีองค์เดียวเท่านั้น นั่นคือพระเจ้า จึงสมควรแล้วที่มนุษย์จะรักและชอบในความฉลาดปราดเปรื่องนั้น  เมื่อวันเวลาผ่านไป ฟัลสะฟะฮฺจึงตั้งมั่นอยู่บนสองภาค คือภาคทฤษฎี เช่นเรื่องของพระเจ้า ความจริงสูงสุด และภาคปฏิบัติ เช่น เรื่องการเมือง จริยศาสตร์ ด้วยเหตุนั้นจึงเรียกว่า ฟัลสะฟะฮฺ(ปรัชญา)เป็นมารดาแห่งศาสตร์ทั้งปวง

อะบู อิสฮาก อัล-กินดีย์กับนิยามปรัชญา

ปรัชญาคือการนิยมและรักต่อการมีความรู้ ปรัชญาคือ การแสวงหาความปรีชาญาณแห่งพระเจ้า ภายใต้ศักยภาพของมนุษย์ ปรัชญาคือการสืบค้นความจริงแท้แห่งความตาย เพื่อแสวงหาความดีงามอันอนันต์ ปรัชญาคือ วิชาที่สอนให้รู้จักความจริง และเข้าหาความจริง และรู้จักปฐมเหตุแห่งสรรพสิ่งโดยเท่าศักยาภาพของมนุษย์ที่มี  ปรัชญาคือการรู้จักความจริงด้วยหลักคิดทางปัญญา และจะนำพาไปสู่การรู้จักแท้แก่ความจริงสูงสุด

 อบูนัศร์ อัลฟารอบีย์ กับการนิยามปรัชญา

ปรัชญาคือวิชาแห่งเครื่องมือทางปัญญา เพื่อช่วยให้เข้าถึงภาวะของภวันต์ที่อยู่ห่างไกลได้เข้ามาอยู่ใกล้

  ปรัชญาคือ ศาสตร์หนึ่งที่มีหน้าที่สืบค้นความเป็นตัวตนและแก่นแท้ของมัน ปรัชญาคือ วิชาแห่งการรู้จักพระเจ้า

อบูอะลี อิบนิ สีน่ากับการนิยามปรัชญา

ปรัชญาคือวิชาสืบค้นหาความจริงแท้ของสิ่งที่มีอยู่ วิชาสอนให้รู้จักจิตและพัฒนาจิตไปสู่ความสมบูรณ์

ปรัชญาคือ วิชาที่สอนให้รู้จักปฐมเหตุแรกและให้รู้จักภวันต์จำเป็น(วายิบุลวุยูด)

จากคำนิยามของนักปรัชญามุสลิมชื่อดังจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทุกสำนักคิดและทุกลัทธิทางปรัชญาในโลกอิสลาม สามารถเห็นถึงความแตกต่างและความเหมือนและได้นำเสนอศาสตร์ปรัชญาในมุมมองต่างๆ ดังนี้

ก.ปรัชญา คือศาสตร์และวิชาหนึ่งที่เปรียบเสมือนแม่ของบรรดาศาสตร์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นมาในโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์เชิงทฤษฎีและศาสตร์เชิงปฏิบัติ

ข.ปรัชญา คือศาสตร์แห่งการใช้ตรรกะและกระบวนการคิด ซึ่งรวมไปถึงศาสตร์ที่เป็นทฤษฎีและศาสตร์ที่มีการปฏิบัติ

ค.ปรัชญาคือศาสตร์ที่สืบค้นหาความจริงแท้ และด้วยกับทฤษฎีทางปรัชญาจะทำให้เข้าใจและเข้าถึงความจริงสูงสุด และรู้จักเหตุและปัจจัยต่างๆแห่งการเกิดและการอุบัติของสรรพสิ่ง

ง.ปรัชญาคือวิชาที่พูดถึงสิ่งที่มีและเนื้อหาของสิ่งที่มี

จ.ปรัชญาคือ ศาสตร์แห่งการใช้ปัญญาและตรรกะในการพิสูจน์และการสืบค้นหาความจริง ความเป็นจริง และข้อเท็จจริง

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com