INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ปาเลสไตน์ – ฮามาส ความขัดแย้งครั้งที่ 4 ตอนจบ

ปาเลสไตน์ – ฮามาส ความขัดแย้งครั้งที่ 4 ตอนจบ

จรัญ มะลูลีม

การประกาศยอมรับการหยุดยิง  และการสิ้นสุดความขัดแย้ง 11 วัน

การประกาศหยุดยิงโดยอิสราเอลและขบวนการฮามาสในวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม ทำให้ความขัดแย้งปาเลสไตน์-อิสราเอล ซึ่งคุกคามภูมิภาคยุติลง

เช่นเคยอียิปต์เป็นตัวกลางในการทำให้การหยุดยิงของสองฝ่ายยุติลงอย่างที่อียิปต์เคยทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้งในอดีตที่ผ่านมา

การเลือกตั้งที่ยังไม่ลงตัวในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทำให้นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลต้องต่อสู้อีกครั้งเพื่อจัดตั้งรัฐบาล   แต่ความขัดแย้งกับปาเลสไตน์ที่เพิ่งจบลงทำให้ความเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองของเขาได้รับการชดเชย

การหยุดยิงนั้นดูเหมือนจะสร้างความสั่นไหวในการเมืองอิสราเอล   ซึ่งกลุ่มก้อนของพวกไซออนิสต์หรือชาวยิวจากยุโรมที่มาตั้งหลักแหล่งในดินแดนปาเลสไตน์ได้ตีความไปเรียบร้อยแล้วว่าเป็นการยอมแพ้

นับตั้งแต่มีข้อตกลงออสโล (Oslo Accords) เกิดขึ้นในปี 1993 โลกส่วนใหญ่ต่างก็ให้การยอมรับการมีสองรัฐ (two-state solution) ว่าเป็นทางออกของความขัดแย้ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็คืออิสราเอลยังคงมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะสร้างบ้านเรือนในดินแดนที่ตนเองเข้าไปยึดครองและไม่ต้องการยกเลิกข้ออ้างในการเป็นเจ้าของนครเยรูซาเล็มตะวันออกที่ไม่ได้รับการยอมรับ โดยคณะมนตรีความมั่นคงและในอีกหลายประเทศ

บริบทรอบด้านที่ชาวปาเลสไตน์ได้รับจากอิสราเอลจะยังคงส่งผลต่อความรู้สึกทางจิตใจและจะยังคงเป็นแรงจูงใจไปสู่ความขัดแย้งครั้งแล้วครั้งเล่าต่อไปในอนาคตได้อีก   ทั้งนี้ก็เพราะสภาพของประชาชนที่ได้รับการดูแลโดยขบวนการฮามาสยังอยู่ในสภาพยากลำบากอยู่เหมือนเดิมเนื่องจากพวกเขาถูกปิดล้อมจากอิสราเอลในเกือบทุกๆ ด้าน  เส้นทางผ่านที่นำเอาอาหารเข้ามาฉนวนกาซ่าส่วนใหญ่ถูกปิด   จำนวนผู้ป่วยก็เพิ่มมากขึ้น

นโยบายปิดล้อมของอิสราเอลนำไปสู่ราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น   ระบบการศึกษาได้รับผลกระทบ  นักศึกษาหลายพันคนไม่สามารถเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยทั้งในดินแดนเวสต์แบงก์หรือในต่างประเทศ    การห้ามนำเข้าวัตถุดิบที่สำคัญต่อโรงงานอุตสาหกรรมในเมืองกาซ่า  รวมทั้งการห้ามส่งออกสินค้าจนนำไปสู่การปิดตัวลงของโรงงาน

ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่นๆ ก็คือเกษตรกรไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบและอุปกรณ์ทางการเกษตรที่จำเป็นต่อการเพาะปลูกและรักษาพืชผลไม่ให้เกิดความเสียหายได้    จากข้อมูลของธนาคารโลกพบว่าร้อยละ 67 ของชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในเมืองกาซ่า  มีฐานะต่ำกว่าเส้นความยากจน  สภาพแวดล้อมที่พวกเขาอยู่อาศัยจึงผสมผสานกันระหว่างความสูญเสีย  ความยากจน  ความโกรธแค้น  ความไร้อำนาจ  และความหวาดกลัว    ความรู้สึกนี้ในท้ายที่สุดอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้

คณะมนตรีความมั่นคงกับการหยุดยิง

คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติเรียกร้องให้มีการช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนต่อพลเรือนชาวปาเลสไตน์อย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองกาซ่า

แถลงการณ์ของคณะมนตรีความมั่นคงได้รับการสนับสนุนจากตัวแทนของสหรัฐ  ซึ่งเคยหยุดยั้งแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของคณะมนตรีความมั่นคงมาก่อน

ทั้งนี้แถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของคณะมนตรีความมั่นคงได้ประณามปฏิบัติการณ์อันรุนแรงที่มีต่อพลเรือน   รวมทั้งปฏิบัติการณ์ก่อการร้าย การยั่วยุ ปลุกปั่นและการทำลายล้าง

แถลงการณ์ดังกล่าวยังแสดงความห่วงใยถึงความตึงเครียดของความรุนแรงในนครเยรูซาเล็มตะวันออก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณภายในและภายนอกที่ตั้งของนครศักดิ์สิทธิ์  และเรียกร้องให้เคารพสถานะทางประวัติศาสตร์ในที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

อาจกล่าวได้ว่าตัวแทนของสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดต่ออิสราเอลในสหประชาชาติ  โดยก่อนหน้านี้ตัวแทนของสหรัฐใน UN ได้ปฏิเสธการเรียกร้องของฝรั่งเศสที่ให้หยุดยั้งการเป็นปรปักษ์ต่อกันของสองฝ่าย   และเรียกร้องให้มีการช่วยเหลือทางด้านสิทธิมนุษยชนในเมืองกาซ่า

ส่วนแถลงการณ์ที่นำเสนอโดยจีน นอร์เวย์และตูนีเซียก็เพียงแต่จะบอกว่าสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคง  แสดงความไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของพลเรือนอันมีผลมาจากความรุนแรง  โดยสนับสนุนข้อเรียกร้องของเลขาธิการ  สหประชาชาติ Antonio Guterress  ร่วมกัปบระชาคมระหว่างประเทศที่จะทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนการสร้างบ้านเรือนที่ถูกทำลายล้างจากความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติได้ให้การยอมรับ “ความสำคัญสำหรับบทบาทของอียิปต์ (และ) ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคที่มีบทบาทในเรื่องนี้  รวมทั้งกลุ่มก้อนของประเทศและองค์กรที่รวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางอย่างเช่น สหรัฐ สหภาพยุโรป

การทำลายล้างในความขัดแย้ง 11 วันในท้ายที่สุดก็จบลงโดยขบวนการฮามาสสูญเสียพลเรือนของตนไปพร้อมกับเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้ง 248 คน บาดเจ็บราว 1,000 คนและไร้ที่อยู่อาศัย 6,000 คน ในขณะที่อิสราเอลเสียชีวิต 12 คนในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทย 2 คน  ซึ่งเป็นความสูญเสียที่น่าสลดใจเนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นกำลังหลักของครอบครัวและเด็กอินเดียอีกหนึ่งคน

จากความขัดแย้งที่ระเบิดออกมาเป็นการใช้อาวุธตอบโต้กันระหว่างฝ่ายปาเลสไตน์ภายใต้การนำของขบวนการฮามาสและรัฐบาลอิสราเอลนำโดย Natunyahu  ดูเหมือนว่าประวัติศาสตร์ได้ซ้ำร้อยตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะความขัดแย้งที่มีรูปแบบเดียวกันนี้ได้เกิดมาก่อนหน้านี้แล้วถึงสามครั้งโดยครั้งสุดท้ายเกิดในปี 2014 ทั้งนี้ความไม่ลงรอยกันครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่ 4 เกิดขึ้นในปี 2021

หนึ่งในสงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์ที่ยังอยู่ในความทรงจำของชาวปาเลสไตน์คือสงครามในปี 2008 โดยอิสราเอลปิดท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่   ในปี 2008 ด้วยการบุกถล่มขบวนการฮามาสอย่างรุนแรง  ทั้งนี้อิสราเอลได้ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่เรียกว่า “แคสต์ลีด” เข้าถล่มฉนวนกาซ่า, และข่านยูนุส ฯลฯ    อันเป็นที่อยู่ของขบวนการฮามาสโดยฝูงบินรบของอิสราเอลระดมยิงขีปนาวุธกว่า 30 ลูก ถล่มที่มั่นของขบวนการฮามาสนำไปสู่การเสียชีวิตและบาดเจ็บของประชาชนจำนวนมากและการรบก็ดำเนินต่อไปยาวนานถึง 3 สัปดาห์   นำไปสู่ความตายของเด็ก 400 รายและผู้บาดเจ็บที่พุ่งขึ้นถึง 5,500 ราย

ทั้งนี้หากฉนวนกาซ่ายังคงถูกปิดกั้นจากอิสราเอลทั้งทางบก ทางอากาศและภาคพื้นดินและหากของนานาประเทศยังหาทางออกร่วมกันว่าด้วยการยึดครองพื้นที่ของชาวปาเลสไตน์ไม่ได้  ความขัดแย้งก็จะยังคงกลับสู่วัฏจักรของมันเองอยู่ตลอดเวลา  แม้ว่ารายละเอียดในความขัดแย้งแต่ละครั้งจะแตกต่างอยู่บ้าง   อย่างเช่นความแข็งแกร่งที่มีมากขึ้นของขบวนการฮามาสเป็นต้น แต่โดยภาพรวมแล้วสภาพแวดล้อมของความขัดแย้งยังไม่มีทางออกที่เป็นรูปธรรม แต่อย่างใดในปัจจุบัน

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com