INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เนลสัน มานเดลา : มหาตมะ คานธี ยุคใหม่

เนลสัน มานเดลา : มหาตมะ คานธี ยุคใหม่

ความเป็นผู้นำแบบแท้จริงถูกใช้ครั้งแรกเป็นถ้อยคำโดยบิลล์ จอร์จ ภายในหนังสือของเขา “Authentic Leadership” เขาได้เขียนมันราวช่วง
เวลาของเรื่องอื้อฉาวของเอนรอนและเวิรลด คอม อาชญกรรมบริษัทที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ได้กระตุ้นปฏิกิริยาอย่างรุนแรง ความต้องการอย่างเข้มแข็งทันทีเพื่อผู้นำที่บุคคลสามารถไว้วางใจได้ ด้วยคำพูดอีกอบ่างหนึ่ง “ผู้นำ
แบบเเท้จริง”
ผู้นำเเบบแท้จริงรู้และอยู่กับค่านิยมของพวกเขา พวกเขาชนะความไว้วางใจของบุคคลโดยพวกเขาคือใคร ไม่แสร้งทำเป็นใครก็ตาม หรือทำตามความคาดหวังของบุคคลอื่น แนวคิดของความจริงใจเทียบเท่ากับความซื่อสัตย์และความจริง และตรงไปตรงมาและโดยตรง หลีกเลี่ยงการใช้การยืดเยื้อ การประชาสัมพันธ์ หรืซ่อนเร้นเบื้องหลังคำพูดที่คลุมเครือ และให้สัญญาที่ไม่จริงใจ ตามบิลล์ จอร์จ แล้ว จุดสำคัญของการกลายเป็นผู้นำแบบแท้จริงคือ เรียนรู้ที่จะนำตัวเองอย่างไร มันไม่ได้เกี่ยวกับความสามารถและทักษะ
บิลล์ จอร์จ กล่าวว่า การเป็นผู้นำแบบแท้จริงหมายถึวการเป็นจริงต่อเราคือใคร และเราเชื่อมั่นอะไร เราเข้าใจความมุ่งหมายของความเป็นผู้นำของเรา และเราปฏิบัติค่านิยมของเราอย่างสม่ำเสมอ มันไม่เพียงแค่เกี่ยวกับการมีค่านิยมที่ดี แต่ที่จริงแล้วเป็นการปฎิบัติมันโดยเฉพาะภายใต้ความกดดัน
มันเกี่ยวกับการนำด้วยใจของเรา ไมใช่เพียงหัวของเรา ดังนั้นเรานำทั้งคน และเมื่อพูดเกี่ยวกับเรื่องใจ ผมอ้างถึงคุณลักษณะเหมือนเช่น ความรู้สึกร่วม ความลุ่มหลง ความเห็นอกเห็นใจ และความกล้าหาญ
ทิศเหนือที่เท้จริงเกิดขึ้นจากการสัมภาษณ์ 125 ครั้ง เราถามบุคคลอะไรทำให้พวกเขาสามารถกลายเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ พวกเขาบอกเราว่า การอยู่กับความจริงต่ออะไรที่พวกเขาเชื่อช่วยพวกเขา เเม้ว่าจะมีความกดดันและความยั่วยวนของโลกที่เป็นจริง พวกเขารับรู้เรามีสิ่งล่อใจมากมายข้างนอก เรามีพื้นที่สีเทามากมายภายในธุรกิจ มันไม่ได้เป็นขวาและดำทุกอย่าง
ผู้เขียนอีกคนหนึ่ง ได้สร้างจากความคิดของบิลล์ จอร์จ นิค เครก ผู้เขียนร่วมกับบิลล์ จอร์จ ของหนังสือ “Defining Your True North : Personal Guide” กลายเป็นหนังสือวิชาหนึ่งต่อชั้นเรียนเอ็มบีเอของคณะบริหารธุรกิจ
ฮาร์วาร์ด – Authentic Leadership Development นิค เครก ได้กล่าวว่า
เพื่อความเข้าใจความเป็นผู้นำแบบเท้จริง เราต้องเข้าใจสภาวะภายใต้ที่
มันถูกสร้าง ค.ศ 1980 และ ค.ศ 1990 แสดงคุณลักษณะโดยภูมิปัญญา
ความกลัาหาญ วิสัยทัศน์ และผลกระทบของผู้นำที่มีบารมีหลายคน โลกที่เรามีชีวิตอยู่วันนี้ถูกสร้างอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งโดยผู้นำที่น่าประทับใจ
เหล่านี้ โรนัลด์ เรแกน และมิคาอิล กอบชอฟ ยุคติสงครามเย็นภายในโลก มาร์เกต แธเชอร์
ปฏิรูปอังกฤษ และพิสูจน์ผู้หญิงเทียบเท่าผู้ชาย ลูว์ เกริทเนอร์ ฟื้นฟูไอบีเอ็มให้รอดชีวิต เนลสัน มานเดลา ได้สิ้นสุดการแบ่งเเยกสีผิว เเจ็ค เวลซ์ ได้ช่วยชีวิตจีอี และกลายเป็นสัญลักษณ์ของอุตสาหกรรม นายพลชวาซ์คอปซ์ ชนะสงครามอิรัคครั้งแรก วอร์เรน บัฟเฟตต์ สร้างความร่ำรวยจากการลงทุน
ผู้นำเหล่านี้แสดงคุณลักษณะร่วมกันบางอย่าง พวกเขามีบารมีมากมาย
และความทะเยอทะยานสูง การมองตัวพวกเขาเองเป็นหัวใจความสำเร็จ
ขององค์การ แต่ทุกคนไม่ได้เป็นตามที่ดูเหมือน คุณลักษณะเหลานี้ของ
ผู้นำที่มีบารมีมีด้านมืดของความเย่อหยิ่ง การบังคับใจตัวเอง ความผยอง และการแสร้งทำ วีรบุรุษบนหนังสือพิมพ์หน้าแรกก่อนหน้านี้ เเละตัวอย่างของขบวนการผู้นำที่มีบารมี เช่น เคน เรย์ แห่งเอนรอน เบอรนี่ เอบเบอร์ แห่ง
เวิรลด คอม ได้กลายเป็นการเปิดเผยสาธารณะของการเสแสร้งและการหลอกลวง
ความเป็นผู้นำแบบแท้จริงได้กำเนิดภายในบริบทของความไม่เน่นอนเละ
ข้อผิดพลาดทางจริยธรรม ถ้าโลกภายนอกไม่แน่นอนมาก เราสามารถหาพื้นฐานที่เชื่อถือได้ตรงไหน สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพิ่มความต้องการผู้นำรากฐานและรวมศูนย์จากภายใน ไม่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่คลุมเครือ
เมื่อเราคิดเกี่ยวกับความเป็นผู้นำ เรามักจะสับสนระหว่างสไตล์ความเป็นผู้นำและคุณลักษณะความเป็นผู้นำ สไตล์ความเป็นผู้นำไม่ได้สำคัญที่สุด
ถ้าเรามองดูผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของโลก พวกเขาทุกคนมีสไตล์แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งร่วมกัน พวกเขาเป็นบุคคลที่เเท้จริง ความเเท้จริงไม่ได้เกี่ยวกับการเป็นบุคคลที่มีบารมีมากที่สุด มันเกี่ยวกับเราคือใคร มันสำคัญที่จะต้องพัฒนาสไตล์ความเป็นผู้นำที่สอดคล้องกับคุณลักษณะของเรา ถ้าเราพยายามเป็นบางสิ่งบางอยางที่เราไม่ใช่ บุคคลอื่นจะรู้อย่างแน่นอน ผู้นำแบบแท้จริงสามารถเป็นตัวพวกเขาเองโดยไม่แสร้งทำ
ผู้นำแบบเเท้จริงมีค่านิยมที่เข้มแข็งและความรู้สึกของความมุ่งหมาย และไม่พยายามเป็นทุกสิ่งแก่บุคคลทุกคน มุ่งที่การให้โมเดลบทบาทที่ดีด้วยการพัฒนาจุดแข็งของพวกเขาเอง ผู้นำแบบบารมีมุ่งที่การสร้างถ้อยคำ บริหารภาพพจน์ของพวกเขา และกลายเป็นโมเดลบทบาทต่อผู้ตามของพวกเขา ด้วยการมุ่งที่ความต้องการของพวกเขา และดึงดูดพวกเขาด้วยความรู้สึก บิลล จอร์จ เสนอแนะว่าคณะกรรมการบริษัทเลือกผู้นำเบบเเท้จริงเพื่อคุณลักษณะ ไม่ใช่เพื่อบารมี แต่เพื่อค่านิยมของพวกเขา และความสามารถจูงใจบุคคลสร้างคุณค่าที่จริงใจแก่ลูกค้า เขายืนยันว่าความไว้วางใจของสาธารณะจะไม่ถูกฟื้นฟู จนกว่าเรามีผู้นำแบบแท้จริงภายในทั้งบริษัทและบนวอลล์ สตรีท
จงพิจารณาสไตลความเป็นผู้นำของนโปเลียน โบนาปาร์ค และเนลสัน
มานเดลา ในขณะที่นโปเลียนมีบารมีสูงมาก เขาปล่อยให้ความสำเร็จเข้าไปสู่
หัวของเขา ในที่สุดได้พ่ายแพ้สงคราม เนลสัน มานเดลาสามารถมีอิทธิพล ระดม และบันดาลใจบุคคลอื่นด้วยความทะเยอทะยานร่วม สิ่งนี้เน้นย้ำว่าความเป็นผู้นำไม่ได้เกี่ยวกับการยึดครอวตำแหน่งที่เป็นทางการ มันเกี่ยวกับพฤติกรรม
เรามีผู้ก่อตั้งหลายคนของความเป็นผู้นำแบบแท้จริง เมื่อ ค.ศ 2001 จิม คอลลินส์ พิมพหนังสือ “Good to Great” เขาได้ระบุต้นแบบรากฐานของความเป็นผู้นำแบบแท้จริง บริษัทตัวอย่างภายในการวิจัยของเขามีผู้นำระดับ 5 ผู้นำระดับ 4 ไม่ได้เป็นรายชื่อตัวอย่าง เป็นตัวอย่างของผู้นำที่มีบารมี ข้อจำกัดที่สำคัญอย่างหนึ่งของพวกเขาคือ การขาดความสามารถสร้างรุ่นต่อไปของผู้นำภายในองค์การของพวกเขา
จุดมุ่งของพวกเขาอยู่ที่ตัวพวกเขาเอง และไม่มีโอกาสต่อใครก็ตามที่จะยิ่งใหญ่ ดังนั้นเมื่อพวกเขาออกไปจากองค์การ การขาดความเป็นผู้นำเป็นหลักฐานที่เจ็บปวด ภายในมุมมองของจิม คอลล้นส์ ผู้นำระดับ 5 สะดุดตาของการไม่มีบารมี จิม คอลลินส์ ได้ระบุผู้นำเหล่านี้สร้างความยิ่งใหญ่ที่ยั่งยืน
ผ่านทางการรวมกันที่ขัดแย้งกันของความถ่อมตัวส่วนบุคคลและความมุ่งมั่นทางวิชาชีพ สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืน
ผู้นำระดับ 5 ไม่เคยพูดโอ้อวด กระทำอย่างสงบ บนมาตรฐานที่บันดาลใจ และมีชีวิตอยู่กับมัน ไม่บันดาลใจด้วยบารมีและคำปราศัย นำทางความทะเยอทะยานสู่บริษัทไม่ใช่ตัวเอง สร้างผู้สืบทอดเพื่อความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้น มองที่หน้าต่างไม่ใช่กระจก แบ่งปันการยกย่องแก่บุคคลอื่น หรือรับผิดชอบเมื่ออะไรไม่ถูกต้อง และให้การยกย่องแก่บุคคลอื่นเมื่ออะไรถูกต้อง
ดังนั้นเมื่อ ค.ศ 2001 โมเดลเก่าใช้ไม่ได้ต่อไปอีกแล้ว และโมเดลใหม่ยังไม่ได้ถูกพัฒนา เราเพียงแค่หวังที่จะรับรู้มันเมื่อมันปรากฏขึ้น ผู้นำที่ยิ่งใหญ่บางคน เช่น เนลสัน มานเดลา และลูว์ เกิรทเนอร์ สอดคล้องอย่างใกล้ชิดมากขึ้นกับโมเดลระดับ 5 เราต้องการเร่งผู้นำไปสู่ระดับ 5 มากขึ้น
การเริ่มต้นเมื่อ ค.ศ 2003 ทีมนักวิชาการ ณ มหาว้ทยาลัยเนบราสก้า เช่น
บรูช อโวลิโอ วิลเลียม การ๋ดเนอร์ เฟรด ลูธานส์ และเฟรด วาลัมบ์วา ได้เริ่มต้นพิมพ์บทความวิชาการของความเป็นผู้นำแบบเเท้จริง
เรามีวิธีการศึกษาความเป็นผู้นำแบบเท้จริงสองอย่าง : ทางปฏิบัติ และทางทฤษฎี วิธีการศึกษาทางปฏิบัติของความเป็นผู้นำเบบเเท้จริงพัฒนาจากตัวอย่างและสิ่งตีพิมพ์โลกแห่งความจริง วิธีการศึกษาทางปฏิบัติได้ถูกพัฒนาโดยบิลล์ จอร์จ เมื่อ ค.ศ 2003 เมื่อเขาได้รวมประสบการณ์เป็น
ผู้บริหารด้วยการสัมภาษณ์ผู้นำที่บรรลุความสำเร็จ 125 คน
วิธีการศึกษาทางทฤษฎีของความเป็นผู้นำแบบแท้จริงถูกพัฒนาจากการวิจัยเริ่มต้นเมื่อ ค.ศ 2003 เป็นการตอบสนองต่อความเป็นผู้นำที่ขาดประสิทธภาพและจริยธรรมอย่างกว้างขวาง วิธีการศึกษาทางทฤษฎียืนยันว่า
ผู้นำแบบเเท้จริงเรียนรู้คุณลักษณะเฉพาะผ่านทางบรรยากาศจริยธรรมทางบวกและกระบวนการทางจิตวิทยา
ตามเฟรด วาลัมบ์วา มหาวิทยาลัยเนบราสก้า วิถีทางทฤษฎีของความเป็นผู้นำแบบแท้จริงประกอบด้วยส่วนประกอบสี่อย่าง การตระหนักตนเอง ความโปร่งใสทางความสัมพันธ์ การประมวลอย่างสมดุล และมุมมองทางศีลธรรมภายใน
1 การตระหนักตัวเอง
ผู้นำแบบเเท้จริงแสดงการตระหนักตัวเองสะท้อนผ่านทางจุดแข็ง จุดอ่อน
และค่านิยมของพวกเขาเอง การรู้ว่าเรายืนหนัดเพื่ออะไร การตระหนักตัวเองสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดต่อความคิดกรีกโบราณของ
การรู้ตัวเอง มันเกี่ยวกับคุณลักษณะภายในและภายนอกของเราเอง และ
สิ่งเหล่านี้สัมพันธ์ต่อการเป็นผู้นำของเราอย่างไร ความตระหนักตนเองเป็นความเข้าใจตัวเราเอง มันเป็นแกนของของความเป็นผู้นำแบบแท้จริง และต้องการเวลาและความพยายาม ด้วยความตระหนักตนเอง ผู้นำแบบเท้จริงไม่เพียงแต่รู้ค่านิยม ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาเท่านั้น แต่เป็นผลกระทบพวกเขามีต่อบุคคลอื่นด้วย การตระหนักตัวเองอธิบายความเข้าใจของตัวเองภายในการค้นหาความหมายของชีวิตของเขา และความเข้าใจเหล่านี้มีอิทธิพลต่่อการมองตัวเองตลอดเวลาอย่างไร
2 ความโปร่งใสทางความสัมพันธ์
ผู้นำเบบความแบบแท้จริงซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาภายในการเกี่ยวพันกับบุคคลอื่น พวกเขาร่วมคิดของพวกเขาเองอย่างเปิดเผย
พวกเขาไม่เล่นเกมหรือมีวาระซ่อนเร้น เรารู้เราว่ายืนอยู่ตรงไหนด้วย
ผู้นำแบบแท้จริงอยู่บนรากฐานของความจริงใจ มันอ้างถึงการแสดวตัวเราที่แท้จริงต่อบุคคลอื่น การร่วมความรู้สึกและความคิดอย่างเปิดเผย ด้วยการแสดงอารมณ์ไม่เหมาะสมน้อยที่สุด เพื่อส่งเสริมความไว้วางใจ ความเปิดเผยของผู้นำกับบุคคลอื่นให้โอกาสพวกเขาร่วมความคิดของพวกเขา
ความโปร่งใสทางความสัมพันธ์แสดงความสามารถของผู้นำแบบเเท้จริง
เปิดเผยความรู้สึกและความเชื่อของพวกเขาต่อบุคคลอื่น ส่วนประกอบนี้
ถูกมองเป็นพฤติกรรมควบคุมตัวเอง แสดงทั้งด้านบวกและลบของความรู้สึกด้วย ความโปร่งใสทางความสัมพันธ์ยอมให้บุคคลที่ถูกนำมองเห็นคุณลักษณะความเป็นผู้นำภายในสถานการณ์ดีที่สุดและเลวที่สุด
3 การประมวลอย่างสมดุล
ผู้นำแบบแท้จริงแสวงหามุมมองที่ขัดแย้งจากบุคคลของพวกเขา
และพิจารณาทางเลือกทุกอย่าง ก่อนเลือกทางเลือกของการกระทำ
ความเป็นผู้นำอยู่บนพื้นฐานความเปิดเผยและความยุติธรรม บนสภาพแวดล้อม ตรงที่ความคิดเห็นไม่เพียงแค่ถูกยอมรับแต่กระตุ้นด้วย ผู้นำแบบแท้จริงจะถูกสมดุลภายในวิถีทางของพวกเขา เพราะว่าเเสวงหาความคิดเห็นจากบุคคลของพวกเขา และต้อนรับมุมมองที่ขัดแย้งกัน และพิจารณาคุณค่าของมุมมองเหล่านีภายในวิถีทางที่ยุติธรรม การประมวลอย่างสมดุลอ้างถึงผู้นำที่แสดงว่าพวกเขาวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องทุกอย่างก่อนการตัดสินใจ การประมวลอย่างสมดุลเกี่ยวกับกระบวนการของการแสดง
การรวบรวมและการตีความอย่างไม่อคติของข้อมูลทุกอย่าง ด้วยมุมมอง
ที่หลากหลาย ก่อนการตัดสินใจอย่างยุติธรรมใดก็ตาม
4 มุมมองทางศีลธรรมภายใน
ผู้นำแบบเเท้จริงมีแกนทางจริยธรรม พวกเขารู้อะไรถูกต้องที่จะทำ และถูกขับเคลื่อนโดยความห่วงใยศีลธรรมและความยุติธรรม ผู้นำแบบแท้จริงแสดงจรรยาบรรณอย่างเข้มแข็ง พวกเขาแสดงภายในความสัมพันธ์และการตัดสินใจ ยิ่งกว่านั้นมุมมองทางจริยธรรมของความเป็นผู้นำไม่อยู่บน
พื้นฐานปัจจัยภายนอก มุมมองจริยธรรมไม่ได้เป็นบางสิ่งบางอย่างกำหนดให้แก่ผู้นำแบบแท้จริงโดยองค์การหรือแม้แต่สังคม แต่เป็นพฤติกรรมควบคุมตัวเองกำหนดให้ตัวเอง และมาจากค่านิยมศีลธรรมซึมซับ
ของผู้นำ มุมมองทางศีลธรรมภายในนำทางโดยตัวเองที่แท้จริงของผู้นำ
ไม่ใช่เเรงกดดันสภาพแวดล้อมภายนอก มุมมองทางศีลธรรมภายในเป็นพฤติกรรมควบคุมตัวเองที่ผู้นำใช้มาตรฐานศีลธรรมเละค่านิยมภายใน
นำทางพฤติกรรมของพวกเขา ไม่ยอมให้แรงกดดันภายนอกควบคุม
พวกเขา

เมื่อเราเดินทางไปทั่วโลกเช่นอัฟริกาใต้ สิ่งเเรกที่บุคคลอ้างถึงประเทศนี้คือ เนลสัน มานเดลา ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ตามสายตาของบุคคลของพวกเขา ด้วยการเป็นตัวพวกเขาเอง และพัฒนาความตระหนักเกี่ยวกับอะไรที่สร้างพวกเขาเป็นพวกเขาคือใคร พวกเขาสามารถสื่อสาร ผมคือใคร และเนลสัน มานเดลาเข้าใจสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่อายุน้อย เนลสัน มาลเดลา ได้กลายเป็นโมเดลบทบาท และเคลื่อนผู้ตามของเขาไม่ยอมรับการแบ่งแยกสีผิวของรัฐบาล
อ้ฟริกาใต้ด้วยวิถีทางที่สันติและศักดิ์ศรี เนลสัน มาลเดลา ได้กล่าวอย่างมีชื่อเสียงว่า “ผมไม่ต้องการแสร้งทำเป็นบุคคลบางคนที่ผมไม่ใช่ สัญลักษณ์ที่แท้จริงของความเเชื่อมันอย่างแท้จริง
เนลสัน มาลเดลาสามารถจูงใจผู้ตาม ด้วยการบันดาลใจพวกเขาไปสู่
การบรรลุวิสัยทัศน์ร่วม ผ่านทางความรู้สึกที่เข้มแข็งของความมุ่งหมาย ความสามารถของเขาที่จะบันดาลใจผู้ตาม และผ่านทางความรู้สึกร่วมของเขา และทักษะทางสังคมที่ทรงพลังของเขา เขาสามารถบันดาลใจบุคคลอื่นไปสู่สิ่งที่ดีร่วมกัน
ตั้งแต่เป็นชายหนุ่ม เนลสัน มาลเดลา มีวิสัยทัศน์ที่จะยุติระบบการแบ่งเเยกสีผิว และนำการรณรงค์แห่งสันติภาพ การขัดขืนที่ไม่รุนเเรงต่อสู้รัฐบาลอัฟริกาใต้ ผู้ตามของเขาเชื่อว่าวิสัยทัศน์ของเขาเเสดงวิถีทางที่จะยุติการแบ่งแยกสีผิว ด้วยบารมีและทักษะการพูดของเขา เขาสามารถบันดาลใจบุคคลหลายล้านคน แต่วิสัยทัศน์ของเขาไม่จำกัดอยู่ที่การสิ้นสุดการแบ่งเเยกสีผิวเท่านั้น มันเกี่ยวกับการจินตนาการอนาคตอัฟริกาใต้ของความเสมอภาค เอกภาพ และความเจริญรุ่งเรือง
ภายในการเข้ารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของอัฟริกาใต้ เนลสัน มานเดลา ได้อธิบายวิสัยทัศน์ของเขาต่อ “ชาติสีรุ้ง”
“เราเเต่ละคนผูกพันอย่างใกล้ชิดต่อพี้นดินของประเทศที่สวยงามนี้ ดังเป็นต้นจาคารันดาที่มีชื่อเสียงแห่งพิทอเรีย และต้นไมยราบแห่งบุชเวลด์
ชาติสีรุ้งแห่งสันติภาพด้วยตัวมันเองและโลก”
ชาติสีรุ้งเป็นถ้อยคำสร้างโดยหัวหน้าบาทหลวง เดสมอนด์ ตูตู อธิบาย
อัฟริกาใต้ภายหลังการแบ่งแยกสีผิว ภายหลังการเลือกตั้งประชาธิปไตยครั้งเเรกของอัฟริกาใต้

เนลสัน มานเดลา เป็นมนุษย์ที่หายาก เป็นตัวอย่างของความเป็นผู้นำแบบรับใช้ การมองเลยพ้นไปจากการแบ่งแยกสีผิวและความไม่ยุติธรรม เขาได้รวมประเทศเป็นหนึ่งเดียวอย่างสันติภาพ ความเป็นผู้นำแบบรับใช้เป็นถ้อยคำสร้างโดยโรเบิรต กรีนลีฟเมื่อต้น ค.ศ 1970
ภายหลังการยึดครองอำนาจ เนลสัน มาลเดลา ได้บริหารก้าวเลยพ้นจากความท้าทายและความยากลำบากที่บาดเจ็บภายในคุก ในฐานะของประธานาธิบดีรักชาติ เนลสัน มานเดลาได้ใช้ส่วนใหญ่หลักการความเป็นผู้นำแบบรับใช้ของโรเบิรต กรีนลีฟ
เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายของเขา หลักการเเรกคือ การร่วมความรู้สึก เขาได้จัดการปัญหาส่วนใหญ่ที่คนชนบทของเขาเผชิญอยู่ เช่น การแบ่งแยกสีผิว หลักการมองไปข้างหน้านำทางเขา นำบุคคลของเขาเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
เนลสัน มานเดลา ได้ถูกรับรู้ทั้งโลกเป็นผู้นำแบบประชาธิปไตยมีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่ง ทิ้งตัวเขาเองเป็นมรดกที่ยิ่งใหญ่ การกระทำและอุดมการณ์การเมืองของเขาแสดงคุณลักษณะความเป็นผู้นำที่สำคัญ ในขณะนี้ได้ถูกสอนกันภายในทฤษฎีความผู้นำที่หลากหลาย เช่น ความเป็นผู้นำแบบปฏิรูป และความเป็นผู้นำแบบรับใช้ หรือความเป็นผู้นำแบบแท้จริง สะท้อนภายในชีวิตความเป็นผู้นำของเนลสัน มานเดลา
เนลสัน มานเดลา เป็นประธานาธิบดีของอัฟริกาใต้จาก ค.ศ 1994 -1999 แต่ผลกระทบของเขาเป็นผู้นำแบบปฏิรูปจะยาวนานตลอดกาล เหนือสิ่งอื่นใด เนลสัน มานเดลา
เป็นผู้นำที่อัศจรรย์ เพราะว่าเขาชื่นชมกับพลังของสัญลักษณ์ และการชักจูงทางศีลธรรมของความเมตตาอย่างจริงใจ ด้วยการเป็นผู้รับใช้บุคคลอื่น
และความเมตตาต่อบุคคลอื่น เนลสัน มานเดลา เป็นแรงบันดาลใจต่อบุคคลของเขา
และผู้นำคนอื่นด้วย การมุ่งการให้อภัยของเขาอย่างไม่น่าเชื่อด้วย ภายหลังจากถูกปล่อยตัวจากคุก เขากล่าวว่า ผมทำงานกับบุคคลคนเดียวกัน
ที่โยนผมเข้าคุก ตัดสินคดีภรรยาของผม และไล่ล่าลูกของผมออกจากโรงเรียน
โดยสาระสำคัญความเป็นผู้นำแบบปฏิรูปอยู่บนรากฐานของมิติสี่อย่าง
เมื่อ ค.ศ 1985 เบอร์นารด แบสส์ นักจิตวิทยาอุตสาหกรรม ได้เขียนคุณลักษณะพื้นฐานของความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูปไว้สี่อย่างคือ
1 การมีอิทธิพลด้วยอุดมการณ์ ผู้นำเเบบปฏิรูปเป็นโมเดลบทบาทและแสดงบุคลิกภาพที่มีบารมีต่อบุคคล และกระทำตามที่สัญญาไว้
2 การจูงใจแรงบันดาลใจ ผู้นำแบบปฏิรูปมีความสามารถบันดาลใจและจูงใจบุคคล เมื่อรวมเข้ากับการมีอิทธิพลด้วยอุดมการณ์แล้วกลายเป็นแหล่งที่มาของบารมีของผู้นำแบบปฏิรูป
3 การกระตุ้นสติป้ญญา ผู้นำเเบบปฏิรูปให้คุณค่าต่อความคิดสร้างสรรค์และความเป็นอิสระแก่บุคคล การสนับสนุนบุคคลให้มีส่วนร่วมภายในการตัดสินใจ
4 การมุ่งบุคคล ผู้นำเเบบปฏิรูปมุ่งความต้องการและความรู้สึกของบุคคล การให้ความสนใจส่วนตัวแก่บุคคลแต่ละคน
เนลสัน มานเดลา ใช้การจูงใจแรงบันดาลใจของเขามุ่งที่ความพยายามและรวมเป็นหนึ่งทั้งชาติ เขาใช้ชีวิตของเขาเป็นโมเดลบทบาทที่เขาต้องการให้บุคคลอื่นเดินตาม สามารถทำการบันดาลใจเอแอนซีก่อน เดินตามการนำของเขา และการรณรงค์เพื่อสิทธิเสมอภาค นอกจากนี้ระหว่างภายในคุก เนลสันยังคงสามารถมีเสียง – ผ่านบุคคลอื่น สื่อสารวิสัยทัศน์ของการสิ้นสุดการแบ่งแยกสีผิว ในที่สุดเนลสัน มานเดลา สามารถเป็นผู้จูงใจแรงบันดาลใจภายหลังเขาถูกปล่อยตัวเมื่อ ค.ศ 1990
เมื่อเนลสัน มานเดลา ออกจากคุก เขาได้รวมบุคคลที่เขารังเกียจ เช่น ผู้คุมนักโทษ และบุคคลที่จำคุกเขาภายในคณะรัฐมนตรีของเขา เพราะว่าเขารู้ความสำคัญของยกระดับบุคคลอื่น เนลสัน มานเดลาทำสิ่งนี้เพราะว่าความเป็นผู้นำไม่ได้เกี่ยวกับการช่วยเหลือบุคคลที่รักเรา แล้วให้รักเรามากขึ้น
มันเกี่ยวกับการชักจูงบุคคลที่สงสัยเราไว้วางใจได้หรืือไม่ เป็นตัวอย่างของอิทธิพลด้วยอุดมการณ์ที่เนลสัน มานเดลา ใช้เป็นผู้นำแบบปฏิรูป เขาได้ใข้การพิจารณาส่วนบุคคลต่อบุคคลที่เขานำด้วย
เนลสัน มานเดลา ได้ใช้บารมีส่วนบุคคลและการกระตุ้นสติปัญญาแก่บุคคลด้วย เนลสัน มานเดลาได้ช่วยบุคคลในขณะที่เขาถูกจำคุก เขากระตุ้นนักโทษคนอื่นศึกษาตัวพวกเขาเอง เขาได้ช่วยผลักดันกฏบัตรเสรีภาพด้วย เนลสัน มานเดลา ร่วมความรู้ของเขา และในขณะที่เขาอยู่ภายในคุก เขาได้ใช้การศึกษาของเขาเป็นนักกฏหมาย ช่วยผู้คุมด้วย
ปัญหาทางกฏหมายของพวกเขาด้วย

หลักการและปรัชญากรีกโบราณหลายอย่างยังคงเกี่ยวข้องภายในโลกของธุรกิจ ความเป็นผู้นำแบบแท้จริงเป็นแนวคิดอีกอย่างหนึ่งถูกสร้างโดยนักปรัชญากรีกภายในสมัยโบราณ และความแท้จริงได้มาจากถ้อยคำของกรีก โมเดลความเป็นผู้นำแบบแท้จริงมีรากฐานที่เข็มเข็งภายในจริยธรรม
ตลอดประวัติศาสตร์ เรามองเห็นตัวอย่างความเป็นผู้นำแบบแท้จริงที่หลากหลาย มหาตมะ คานธ เนลสัน มานเดลา และมารติน ลูเธอร์ คิง ต่างเป็นผู้นำแบบเเท้จริงที่มีชื่อเสียง พวกเขาทุกคนได้พยายามเพื่อความก้าวหน้าของบุคคลของพวกเขา และใช้ความพยายามที่เป็นไปได้ทุกอย่างบรรลุเป้าหมายของพวกเขา
เมื่อวันเกิดครบร้อยปีของเนลสัน มานเดลา โดยบังเอิญมันเป็นวันครบรอบ 125 ปี ของมหาตทะ คานธี ถูกโยนลงมาจากรถไฟ ต่อการไม่ยอมให้ที่นั่งของเขาภายในชั้นที่หนึ่งที่ต้องเป็นชาวผิวขาวเท่านั้น ต่อโลกแล้ว การเชื่อมโยงระหว่างบุคคลยิ่งใหญ่สองคน ไม่เป็นเพียงแค่โดยบังเอิญ ต่อบุคคลจำนวนมาก เนลสัน มาเดลลาเป็นมหาตมะ คานธีสมัยใหม่ เพราะว่าวิถึทางการคิดและการกระทำของมหาตมะ คานธีพบได้จากเสียงสะท้อน
ภายในเนลสัน มานเดลาต่อต้าน และต่อสู้
การแบ่งเเยกสีผิวอย่างไร เพื่อความเสมอภาคของชาวอัฟริกันใต้ผิวดำ
เนลสัน มานเดลาคือ มหาตมะ คานธี แห่งอัฟริกาใต้ เนลสัน มานเดลา ได้กล่าวว่า มันอาจจะไม่ถูกต้องเปรียบเทียบผมกับคานธี เราไม่มีใครเลย
สามารถเท่าเทียมกับการเสียสละของเขาหรือความถ่อมตัวของเขา เขาแสดงเรามันเป็นความจำเป็นที่จะกล้าหาญต่่อการถูกจำคุก ถ้าความจริง
และความยุติธรรมชนะความชั่ว
เนลสัน มานเดลา เป็นผู้นำเแบบแท้จริง ด้วยระดับของความแท้จริงนี้ เขา
มีอิทธิพลต่อบุคคลและประเทศมาอยู่เบื้องหลังความมุ่งหมายของเขา จุดสำคัญของความสำเร็จของเนลสัน มานเดลาคือ ความสม่ำเสมอของเขา มันสามารถทำให้เขาบันดาลใจบุคคลอื่น และสร้างความไว้วางใจจากบุคคลอื่น ช่วยบรรลุความมุ่งหมายของเขา เขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของเขาเพียงแค่เพราะว่าเขาอยู่ภายในความทุกข์ยากอย่างมาก
เเม้แต่ในขณะที่อยู่ภายใต้การจำคุก 27 ปี เเม้แต่เมื่อเขาเป็นอิสระจากการจำคุกในที่สุด หรือเเม้แต่เขากลายเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของอัฟริกาใต้ เขาไม่ได้
เปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของการมีชีวิตอยู่ เขาเป็นเเท้จริงอย่างสม่ำเสมอโดยไม่มองความสำเร็จและความทุกข์ยากที่เขาประสบ ด้วยการเป็นผู้นำแบบแท้จริงอย่างสม่ำเสมอ เนลสัน มานเดลา ได้สร้างโลกใหม่แก่เราทุกคน ขับเคลื่อนด้วยหลักการประชาธิปไตยที่เราทุกคนมีชีวิตอยู่ สิ่งเหล่านี้เป็นหลักการ ณ เวลาการต่อสู้ของเขาดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ต่อบุคคลจำนวนมาก
ในฐานะของประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของอเมริกาใต้ เนลสัน มานเดลาได้ให้ความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่แก่ประเทศของเขา เมื่อมันถูกต้องการที่จะรวมเป็นหนึ่งเดียว และก้าวจากอดีตการแบ่งเเยกสีผิวที่ไม่ยุติธรรม
ไปสู่อนาคตที่สันติภาพมากขึ้น ความเป็นผู้นำของเขาได้รวมไว้อย่างสมบูรณ์ของคุณลักษณะห้าอย่างของผู้นำแบบแท้จริงพัฒนาโดยบิลล์ จอร์จ เขาเขัาใจความมุ่งหมายของเขา ขับเคลื่อนด้วยค่านิยมที่เข้มแข็ง สร้างความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจ วินัยด้วยตนเอง และกระทำจากหัวใจ
เนลสัน มานเดลา ถูกขับเคลื่อนด้วยความมุ่งหมายอย่างเดียว การกำจัดการเเบ่งแยกสีผิว และสร้างความเสมอภาพทางเชื้อชาติภายในประเทศของเขา การเริ่มต้นด้วยงานต่อต้านอาณานิคมของเขาตอนเป็นนักกฏหมายวัยหนุ่มภายในต้น ค.ศ 1940 เนลสัน มานเดลา ได้เริ่มต้นต่อสู้ที่จะยุติระบบการแบ่งแยกผิว
ภายใน ค.ศ 1948 เขาได้ถูกจับกุมและฟ้องร้องหลายครั้งต่อการเคลื่อนไหว
ของเขาตลอดทศวรรษ ก่อนการตัดสินถูกจำคุกตลอดชีวิต เขาได้กล่าวว่า
เมื่อบุคคลถูกปฏิเสธสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ตามที่เขาเชื่อ เขาไม่มีทางเลือก แต่กลายเป็นผู้ทำผิดกฏหมาย
ภายหลังการจำคุก 27 ปี เนลสันได้ถูกปล่อยตัวเมื่อ ค.ศ 1990 แม้ว่าจะเป็นความยากลำบากที่เขาต้องอดทน ความลุ่มหลงของเนลสัน มานเดลาต่อความมุ่งหมายของชีวิตของเขาไม่เคยท้อเเท้ เขาได้ทำงานกับประธานาธิบดีอัฟริกาใต้ เพื่อการยุติการแบ่งแยกสีผิวอย่างเป็นทางการ ก่อนการเลือกตั้งตัวเขาเองเป็นประธานาธิบดีเมื่อ ค.ศ 1994
ตามบิลล์ จอร์จ ผู้นำแบบแท้จริงมี “ดาวเหนือที่แท้จริง” รู้ว่าพวกเขาคือใคร
และไม่ยอมประนีประนอมค่านิยมของพวกเขา เมื่อเผชิญกับความยากลำบาก เนลสัน มานเดลา ให้คุณค่าความเสมอภาคและความยุติธรรมต่อประชาชนทุกคนของอัฟริกาใต้ และไม่ย่อท้อต่อการเเสวงหาสิ่งเหล่านี้ของเขา
ณ เวลาหนึ่งระหว่างการจำคุกของเขา เนลสัน มานเดลา ไม่ยอมรับการปล่อยตัวเร็วขึ้น เพราะว่ามันยืนยันต่อการประนามค่านิยมของเขา เขาเลือกที่จะยังคงอยู่ภายในคุก ไม่ใช่การประนีประนอมคุณธรรมของเขา
นักโทษคนหนึ่งที่ประทับใจต่อความสนใจที่อบอุ่นและจริงใจของเนลสัน มานเดลา กล่าวว่า ผมได้เรียนรู้จากเขา การให้ความสนใจอย่างเต็มที่ต่อเพื่อนคุยของเรา และสังเกตุอย่างเเท้จริงบุคคลกำลังพูดอะไร รับฟังพวกเขาอย่างรอบคอบ ความสามารถของ เนลสัน มานเดลา รับฟังอย่างกระตือรือร้นต่อนักโทษคนอื่น เขาได้ช่วยสร้างความไว้วางใจท่ามกลางกลุ่มนักโทษ แม้ว่าพวกเขาหลายคนยึดอุดมการณ์แตกต่างกันต่อการยุติการแบ่งเเยกสีผิวอย่างไร
เนลสัน มานเดลาเปิดเผยมากกับบุคคลทุกคนต่อเรื่องส่วนตัว เช่น ข่าวลือความไม่ซื่อสัตย์ของภรรยาของเขา เนลสัน มานเดลา รู้สึกว่าถ้าเขาไม่เปิดเผยเกี่ยวกับอะไรกำลังเกิดขึ้น เส้นทางของเขาจะสูญเสียความน่าเชื่อถือ การช่วยให้เนลสัน มาลเดลาสร้างความเข้าใจที่ยิ่งใหญ่กับกลุ่มของเขา
เนลสัน ได้ชักจูงนักโทษด้วยมุมมองของการต่อสู้ที่โง่เขลาต่อผู้คุมเรือนจำ
เขาได้ใช้กลยุทธ์ เพื่อที่จะปฏิรูปสภาพการมีชีวิตอยู่อย่างน่ากลัว ด้วยการ
ใช้วินัยตนเองอย่างมาก ทั้งกลุ่มนักโทษ ภายใต้ความเป็นผู้นำของเนลสัน มานเดลา ได้กลายเป็นโมเดลนักโทษ และค่อยได้รับความเคารพจากผู้คุมนักโทษ ด้วยการผ่อนคลายข้อจำกัดที่เข้มงวดมากขึ้น การพัฒนาวินัยตนเองทำให้เนลสีน มาลเดลามีท่าทางสงบใจ และยังคงสม่ำเสมอต่อ
ค่านิยมของเขา
ดังที่บิลล์ จอร์จ ผู้นำแแบบแท้จริงมีความเห็นอกเห็นใจหรือรู้สึกไวต่อเรื่องชีวิตของบุคคลอื่น เนลสัน มานเดลา อดทนเพื่อความเหนือกว่าของชาวผิวขาว การรวมเป็นหนึ่งเดียวชาวอัฟริกันผิวขาวเเละชาวอัฟริกันผิวดำต้องใช้ความเห็นอกเห็นใจอย่างมาก และความเมตตาจากเนลสัน มานเดลา
ความมุ่งมั่นของเขาเพื่อการรวม สร้างความไม่พอใจแก่บุคคลที่ยึดมั่นการแบ่งแยกสีผิว แต่กระนั้นเนลสัน มานเดลา เข้าใจความต้องการเพื่อการรวมกันของทั้งสองฝ่ายเพื่อการสร้างชาติ
การปฏิรูปของเนลสัน มานเดลา จากการเปลี่ยนแปลงที่สร้างความวุ่นวาย ไปสู่นักโทษการเมืองที่เจ็บปวด ไปสู่ประธานาธิบดีอัฟริกาใต้ ไม่เป็นเพียงแค่เรื่องราวของความมุ่งมั่นของชายคนหนึ่ง มันเป็นเรื่องราววิวัฒนาการ
ของเขาเป็นผู้นำ จุดแข็งของเนลสัน มานเดลาคือ ความแท้จริงของเขา คุณลักษณะที่เขาได้รับความเคารพจากเพื่อนของเขา ผู้จับกุมของเขา
และโลกของเขา

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *