การเจาะคอช่วยชีวิตเด็กลูกอมติดคอบนเครื่องบินด้วยมีดวิคโทรินอกซ์

การเจาะคอช่วยชีวิตเด็กลูกอมติดคอบนเครื่องบินด้วยมีดวิคโทรินอกซ์
ไซมอน ซีเนค ยืนยันว่าการเล่นเกมที่ไม่สิ้นสุดต้องการความยืดหยุ่น ไม่เพียงแค่ความมั่นคง ภายในการเผชิญกับวิกฤติ ดังนั้นเรามีหลายกรณีศึกษาภายในหนังสือของเขา “The Infinite Game” กรณีศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจคือ เรื่องราวของวิคโทรินอกซ์
วิคโทรินอกซ์เชื่อต่อการเล่นเกมที่ไม่สิ้นสุด และใช้เงินสดสำรองกระตุ้นและคิดค้นต่อไปชดเชยต่อการสูญเสียรายได้จากมีดสวีส เนี่องจากภายหลังวิกฤติ 11 กันยายน 2001 ของความหายนะศูนย์การค้าโลก การห้ามนำมีดสวีสของพวกเขาใส่กระเป๋าหิ้วขึ้นเครื่องบิน และขายภายในร้านค้าสของสนามบิน
วิคโทริคนอกซ์เผชิญกับความยุ่งยาก ผลิตภัณฑ์ขายดีที่สุดของพวกเขา มีด
กองทัพสวีส รับผิดชอบต่อ 80% ของยอดขายของพวกเขา ยอดขายได้ลดลง
30% บริษัทส่วนใหญ่ภายในสถานการณ์นี้จะยึดตำแหน่งการตั้งรับ การมอง
ว่ากฏหมายเป็นมูลค่าต่อพวกเขามากเท่าไร แต่วิคโทรินอกซ์ ไม่กระทำตาม
วิถีทางนั้น ตรงกันข้ามพวกเขาใช้ตำแหน่งการบุก และเริ่มต้นการระดมความ
คิดการกระจายสายผลิตภัณฑ์ของพวกเขาอย่างไร
วิคโทรินอกซ์ได้ตอบสนองต่อความหายนะนี้อย่างไร พวกเขาควรจะพิจารณา
ปลดบุคคลออกจากงานเป็นวิถีทางที่จะลดต้นทุนของการดำเนินงานหรือไม่
นั่นไม่ได้สิ่งที่คาร์ล เอลเซนเนอร์ ผู้ก่อตั้งวิคโทรินอกซ์ ทำ ความมุ่งหมายของ
เขาคือ การจ้างงานแก่ชุมชนท้องที่ และเขาเชื่อมั่นต่อสิ่งเหล่านี้
เริ่มเเรกพวกเขาได้หยุดการว่าจ้าง หยุดทำงานล่วงเวลา และลดกะเวลาของบุคคลลง เขากระตุ้นให้บุคคลลาพัก และช่วยบุคคลบางคนหางานอื่น การกระทำ
เหล่านี้ทำให้วิคโทรินอกซ์ยึดมั่นต่อค่านิยมและความมุ่งหมายของพวกเขา และ
รักษาความจงรักภักดีและความไว้วางใจของบุคคล ด้วยกันเป็นทีมบริษัท กระจายสายผลิตภัณฑ์ไปสู่นาฬิกา น้ำหอม และอุปกรณ์เดินทาง พวกเขาได้บรรลุความสำเร็จอย่างมาก
ผู้นำกรอบความคิดที่ไม่สิ้นสุดมีความยืดหยุ่นของการดำรงอยู่ที่จะเสี่ยงภัยการลบล้างผลิตภัณฑ์หรือกลยุทธ์แม้แต่ระหว่างช่วงเวลาที่ดี ความยืดหยุ่นของการดำรงอยู่เป็นความสามารถที่จะริเริ่มการลบล้างต่อโมเดลธุรกิจ เพื่อ
ที่จะเดินหน้าวิสัยทัศน์ แทนที่จะป้องกันโมเดลธุรกิจในขณะนี้ของบริษัทของพวกเขา ผู้นำต้องมีความยืดหยุ่นของการดำรงอยู่ ไม่ว่าพวกเขาได้ลงทุนมาก
น้อยแค่ไหนไปแล้วกับโมเดลธุรกิจนี้
พวกเขาต้องปลูกฝังความเปิดกว้างไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ถ้าเราไม่เต็มใจระเบิดบริษัทของเราเอง ตลาดจะระเบิดมันเพื่อเรา บริษัทคิดเกี่ยวกับความยืดหยุ่น แต่มันเป็นการตั้งรับอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่การรุก บริษัทต้องเต็มใจเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ และรับการขาดทุนระยะสั้น เพื่อที่จะอยู่ภายในเกมที่ไม่สิ้นสุด ถ้าเรา
มีวิสัยทัศน์และทีมที่ไว้วางใจ……บุคคลจะเข้าใจทำไมเราทำมันและเห็นด้วย
ผู้นำกรอบความคิดที่ไม่สิ้นสุดที่มองเห็นว่าเส้นทางในชณะนี้ของพวกเขาจำกัดความสามารถของทีมที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ต้องปรับตัว พวกเขาต้องยืดหยุ่น แม้ว่ามันหมายถึงยกเลิกหรือลบล้างโมเดลธุรกิจเดิมของพวกเขา หลายบริษัทสูญเสียการมองเห็นวิสัยทัศน์ของพวกเขา และไม่ปรับตัวเมื่อพวกเขาควรจะด้งเช่นโกดักเลือกที่จะไม่เดินตามเทคโนโลยีภาพดิจิตอลของพวกเขา กลับกัน วอลท์ ดีสนี่ย์ ยืดหยุ่นและขายส่วนได้เสียของเขาภายในวอลท์
ดีสนี่ย์ โปรดักชั่น เมื่อองค์การกลายเป็นใหญ่เกินไปและมุ่งที่กำไร ดังนั้น
เขาสามารถเดินตามความฝันของการสร้างดิสนี่ย์แลนด์ของเขาได้
การชนะการเเข่งขันที่จะกลายเป็นหมายเลขหนึ่งเป็นกลยุทธ์ธุรกิจที่พ่ายแพ้
การเล่นเกมด้วยกรอบความคิดที่สิ้นสุดอันตรายมาก เมื่อแอปเปิ้ลเปิดตัวไอพอด ไมโครซอฟท์ ตอบสนองด้วยการเปิดตัว ซูน ออกแบบงดงามที่จะยึด
ส่วนแบ่งตลาดของแอปเปิ้ล แอปเปิ้ล ภายใต้สตีฟ จ้อป ใจที่ไม่สิ้นสุด ไม่
แข่งขันกับไมโครซอฟท์ แอปเปิ้ลมุ่งที่การเอาชนะตัวเอง ภายในหนึ่งปีของ
การเปิดตัวซูน แอปเปิ้ลได้เปิดตัวไอโฟน สมาร์ทโฟนนิยามใหม่ และทำให้ทั้ง
ซูนเเละไอพอดล้าสมัยในที่สุด กรอบความคิดที่ไม่สิ้นสุดเปิดเส้นทางใหม่ไป
สู่นวัตกรรม
ภายหลังการโจมตี 9/11 มีดกองทัพสวีสของวิคโทรินอกซ์ถูกห้ามใส่กระเป๋า
หิ้วขึ้นเครื่องบิน การเเสดงความท้าทายของการดำรงอยู่ต่อบริษัท ตรงที่มีด
รับผิดชอบ 95% ของยอดขายของบริษัท แทนที่จะลดต้นทุนด้วยการปลดบุคคลออกจากงานจำนวนมาก พวกเขาได้กระจายสายผลิตภัณฑ์ไปสู่ตลาด
ใหม่ เช่น น้ำหอม นาฬิกา และอุปกรณ์เดินทาง เป็นต้น วันนี้มีดรับผิดชอบเพียง 35% ของยอดขายเท่านั้น วิคโทรินอกซ์ได้เพิ่มรายได้เป็นสองเท่าเปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้ ดังที่ซีอีโอ คาร์ล เอลเซนเนอร์ ของพวกเขากล่าวว่า “เราไม่ได้คิดเป็นไตรมาส เราคิดเป็นชั่วอายุคน”

วิคโทรินอกซ์ ผลิตมีดกองทัพสวีสมากกว่า 60,000 อันต่อวัน มีดพกวิคโทรินอกซ์ทุกอันขึ้นอยู่กับการออกแบบคิดค้นใหม่จนถึงวันนี้ มีดพกนี้นอกจากใบมีด สว่าน ที่เปิดกระป๋อง และไขควงแล้ว มีมีดเล็กเล่มที่สองและสว่านเปิดจุกขวดด้วย วันนี้
เกือบครึ่งหนึ่งของกำลังคนรวมยังคงทำงานภายในโรงงานต้นกำเนิด ณ อีบัค
สวิสต์เซอร์แลนด์
ความสำเร็จของวิคโทรินอกซ์ ทำให้หมู่บ้านอีบัครู้จักกันเป็นหุบเขาแห่งมีดสวิส สัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงของพวกเขา กากบาทภายในโล่ได้ถูกใช้นับตั้งแต่ ค.ศ 1909 โลโก้ของพวกเขาเคยอยู่บนหมวกนิรภัยของบรูซ วิลลิส ภายในภาพยนตร์เรื่อง “Armageddon” โลโก้โล่สีเเดงและกากบาทสีขาวของวิคโทรินอกซ์
เป็นตราสินค้าไอคอนไปทั่วโลก มันเป็นข่าวสารตราสินค้าที่สื่อสารคุณภาพ การทำงาน และความไว้วางใจได้
วิคโทรินอกซ์เป็นซัพพลายเออร์ของมีดกองทัพสวีสแก่นาซานับตั้งแต่ ค.ศ
1970 นักบินอวกาศ ต้องทำการซ่อมแซมเร่งด่วนภายในอวกาศใช้มีดกอง
ทัพสวีส โมเดลเรียกว่า “มาสเตอร์ คราฟท์แมน” เป็นเครื่องมือมาตรฐานต่อ
นักบินอวกาศนาซา ต่อมาวิคโทรินอกซ์ ได้เปลี่ยนชื่อโมเดลเป็น “แอสโทรนัท”
ด้วยประวัติที่ยาวนานกว่า 130 ปี วิคโทรินอกซ์ออกแบบมีดพกอย่างสมบูรณ์
และทำให้มีดกองทัพสวีสเป็นตราสินค้าที่มีชื่อเสียงของโลก มีดพกเหล่านี้ได้ถูกใช้ภายในทุกด้านของชีวิต เรารู้หรือไม่พิพิธภัณฑ์ศิลปสมัยใหม่นิวยอร์ค
ได้รักษามีดกองทัพสวีสไว้เพื่อการแสดง การแสดงว่าการออกแบบของมีดพก
ได้อยู่เหนือความมุ่งหมายของมันที่จะกลายเป็นงานของศิลป
ตั้งแต่มีดพกทหารสวีสไปสู่ตราสินค้าโลก วิคโทรินอกซ์ได้เดินทางมายาวนาน ปัจจุบันนี้มีดกองทัพสวิสขายภายในมากกว่า 130 ประเทศทั่วโลก คุณภาพที่ดีเยี่ยม ความสามารถซื้อได้ และอายุยาวนานของผลิตภัณฑ์
มั่นใจว่าเรามีความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับมีดพกที่ไว้วางใจ ทำให้คำพูดของคาร์ล เอลเซนเนอร์เป็นความจริง “เล็กน้อยของสวิสต์เซอรแลนด์กับคุณตลอดไป”
ตั้งแต่ ค.ศ 1884-1943 โลโก้ต้นกำเนิดเป็นสีดำทั้งหมด มันใช้ภาพของร่มเป็นแกนกลาง เว้นแต่มีพื้นที่
ว่างภายในตรงกลาง ได้ถูกยึดครองโดยชื่อของบริษัทเป็นตัวอักษรเส้นเล็ก
ตั้งแต่ ค.ศ 1943 จนถึงวันนี้ เอกลักษณ์ที่มองเห็นของวิคโทรินอกซ์รำลึกถึง
มรดกและรากเหง้าของบริษัท บนพื้นฐานสัญลักษณ์และสีของของสวิส โลโก้ของบริษัทมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เครื่องหมายของวิคโทรินอกซ์เป็นกากบาทและโล่ ออกมาครั้งแรกเป็นเอกลักษณ์ที่มองเห็นของตราสินค้าเมื่อ ค.ศ 1909 เพื่อที่จะแตกต่างมีดของบริษัทจากคู่แข่งขัน โล่สีเเดงภายในเคร้าโครงสีขาวมีมุมห้าจุด และส่วนขัางบนโค้ง พื้นหลังสีแดงเข้มสมดุลด้วยเคร้าโครงการทำกรอบของโล่สีขาว กากบาทอยู่ตรงกลางของโล่ และแถบเเนวนอนยาว


สัญลักษณ์กากบาทสีขาวภายในโล่สีเเดงเป็นสัญลักษณ์เฉพาะต่อมีดกองทัพสวีส ที่จริงเเล้วภายในสวิสเซอร์แลนด์ สัญลักษณ์เป็นสิทธิพิเศษร่วมกันโดยวิคโทรินอกซ์เเละเวนเจอร์เท่านั้น – ธุรกิจครอบครัวอายุศตวรรษ
ทั้งสอง เมื่อ ค.ศ 2005 วิคโทรินอกซ์ ซื้อเวนเจอร์ และภายในกระบวนการกลายเป็นผู้ผลิตมีดคนเดียว
คาร์ล เอลเซนเนอร์ที่หนึ่ง ได้เปิดโรงงานมีดภายในอิบัคมื่อ ค.ศ
1884 แม่ของเขา วิคตอเรีย ขายมีดที่เขาผลิต ต่อมาคาร์ล เอลเซนเนอร์
รู้ว่ากองทัพสวีสได้พิจารณาแจกจ่ายมีดแก่ทหารทุกคนของพวกเขา เขาได้สร้างสมาคมของผู้ทำมีดประกอบด้วยโรงงานเล็กหลายโรง คำสั่งซื้อปริมาณสูงขึ้นทำให้โรงงานของเขาขยายกำลังผลิีตได้มากขึ้น เมื่อ ค.ศ 1892 โรงงานได้เปิดตัวมีดนายทหาร เมื่อ ค.ศ 1909
ภายใต้ความพยายามทแตกต่างมีดของเขาจากการแข่งขัน เอลเซนเนอร์
เริ่มต้นวาง “Swiss Cross” บนมีดทุกอันของเขา มันเป็นภายในปีนี้ด้วยที่
คาร์ล เอนเซนเนอร์ เรียกชื่อบริษัทของเขา “วิคตอเรีย” ตามชื่อแม่ของเขาที่เสีย
ชีวิตไปไม่นาน ต่อมามีดนายทหารถูกจดสิทธิบัต และ “มีด
กองทัพสวีสต้นกำเนิด” ถูกจดทะเบียน ค.ศ 1909 คาร์ล เอลเซนเนอร์
ได้จดทะเบียน “วิคตอเรีย” เป็นเครื่องหมายการค้า เพื่อเป็นเกียรติต่อเเม่ที่เสียชีวิตของเขา เมื่่อ ค.ศ 1921 ตามมาด้วยการคิดค้นของเหล็กสเเตน
้เลส บริษัทได้บุกเบิกมีดเหล็กสแตนเลส คาร์ล เอลเซนเนอร์ที่สอง สร้างเครื่องหมายการค้า
“วิคโทรินอกซ์” เพราะว่าอินอกซ์เป็นถ้อยคำระหว่างประเทศต่อเหล็กสแตนเลส เมื่อ ค.ศ 1945 ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารอเมริกันตั้งฐานที่มั่นภายในยุโรปซื้อมีดกองทัพวิคโทรินอกซ์ และนำมันกลับบ้านเป็นของขวัญรู้จักกันว่าเป็น “มีดกองทัพสวีส”
เมื่อคาร์ล เอลเซนเนอร์ ก่อตั้งบริษัท เขามีความคิดการปฏิรูปภายในใจ เขามองที่มีดกระ
ทัดรัดและแข็งแรง ทำงานหลายอย่างรวมกันถายในเครื่องมือเดียว อะไรที่
เขาได้พัฒนามายาวนานกลายเป็นตำนานมีดกองทัพสวิสต้นกำเนิด มีดกอง
ทัพสวิส ได้ถูกใช้อย่างกว้างขวางภายนอกทหาร มันเป็นเครื่องมือทำงาน
อเนกประสงค์ นักบินอวกาศนาซามีมีดวิคโทรินอกซ์เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
มีดวิคโทรินอกซ์ได้ถูกนำเดินทางไปยอดเขาเอเวอร์เรสท์และอาร์คติค
เมื่อ ค.ศ 1951 วิคโทรินอกซ์เปิดตัวมีดกองทัพสวีสด้วยที่เปิดขวด ตามรายงาน
ประธานาธิบดียูเอสก่อนหน้านี้ ลินดอน จอหน์สัน ได้ให้มีดวิคโทรินอกซ์
มากกว่า 4,000 อัน ประทับชื่อของเขา และเริ่มต้นของความนิยมแพร่หลาย
ของมีดกับทำเนียบขาว การใช้ประโยชน์จากแนวโน้มนี้ หลายบริษัทอเมริกัน
ได้ใช้มีดวิคโทรินอกซ์เป็นของขวัญที่จศ ะดึงดูดลูกค้า
เรามีบทความของรีดเดอร์ ไดเจสท์ เมื่อ ค.1978 เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมีดพก
ข่วยชีวิตเด็กหญิงบนเครื่องบินอย่างไร เมื่อเด็กหญิงติดลูกอม ผู้โดยได้พยายามหลายวิธีการที่ไม่บรรลุความสำเร็จช่วยชีวิตเธอ ด้วยแรงประกาย
แห่งความบันดาลใจ หมอคนหนึ่งบนเครื่องบินทำแผลเล็กภายในหลอดลมของเธอ
ด้วยมีดพับวิคโทรินอกซ์พกอยู่ภายในกระเป๋าของเขา และดึงลูกอมออกมา
ช่วยชีวิตของเธอได้
นอกจากมีดกองทัพสวีสที่คุ้นเคยแล้ว วิคโทรินอกซ์ผลิตมีดครัวเรือนเเละ
อาชีพ น้ำหอม อุปกรณ์เดินทาง และนาฬิกา ด้วย ทุกอย่างถ่ายทอดความ
รู้สึกของความเป็นสวีส ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจากวิคโทรินอกซ์มีสิ่งหนึ่งร่วม
กัน มันเป๋นการแสดงออกปรัญาของวิคโทรินอกซ์ บนพื้นฐานของคุณค่า
เเละคุณภาพที่ดีเยี่ยม และความไว้วางใจได้ที่ยิ่งใหญ่
แต่มันไม่ได้เป็นอะไรที่ทำให้มีดวิคโทรินอกซ์เป็นไอคอน แต่มันเกี่ยวกับ
เรื่องราวที่ลูกค้ามีประสบการณ์กับผลิตภัณฑ์ของพวกเขา เรื่องราว
เกี่ยวกับช่วงเวลาความทรงจำของการผจญภัยและการสำรวจโลกภายในท้องฟ้าและอวกาศ มันเป็นเรื่องราวที่น่าทึ่งของผลิตภัณฑ์ของพวกเขา
มีส่วนช่วยต่อข้อแก้ปัญหาและช่วยชีวิต
มีดกองทัพสวีส กล่องเครื่องมือพก เป็นไอคอนโลก แสดงงานประดิษฐ์
การออกแบบ และงานฝีมือของสวีส มีดเล็กสีเเดงได้เคยเดินทางอย่างกล้า
หาญไปสู่ขั้วโลกเหนือ อเมซอน ยอดเขาเอเวอเรสต์ และเเม้แต่อวกาศ
มีดกองทัพสวีสไปสู่ยอดเขาสูงสุดอีเวอเรสต์ ตรงที่นักปีนเขาใช้มันเพื่อ
ตัดเล็บมือและเล็บเท้า เหนือสิ่งอื่นใดหมออินเดียครั้งหนึ่งเคยใช้มีดกอง
ทัพสวีสทำการเจาะคอฉุกเฉินแก่เด็กระหว่างเดินทางเที่ยวบินบอมเบย์และ
บังกาลอร์
บริษัทยาเหมือนเช่นอีไล ลิลลี่ ได้ซื้อมีดหลายแสนอันส่งเสริมการขายยา
ใหม่ มีดได้สร้างข่าวทางแพทย์มากกว่าหนึ่งครั้ง หมอได้ใชัมีดปฏิบัติการ
เจาะคอฉุกเฉินบนเที่ยวบินช่วยชีวิตเด็กลูกอมติดคอ ไม่น่าประหลาดที่ใบมีดพิเศษถูกสร้างเพื่อความมุ่งหมายนี้ในที่สุด และเป็นเครื่องมือดึงจุสำลีจาก
ขวดยา
คาร์ล เอนเซนเนอร์ ไม่ยอมรับแนวคิดของการย้ายการผลิดมีดพกไปต่าง
ประเทศ เพื่อที่จะลดต้นทุนแรงงานและภาษีศุลกากร เขาได้อ้างภารกิจของ
บริษัทของการจ้างงานภายในสภาพแวดล้อมชนบทของพวกเขา สำนักงาน
ใหญ่อยู่ภายในเมืองด้วยพลเมือง 3,500 คน และการขายพลังช่างฝีมือของ
สวิส

วิสัยทัศน์เป็นสภาวะในอนาคตที่ดึงดูดจนบุคคลเต็มใจเสียสละเพื่อที่จะที่จะช่วยเดินหน้าไปสู่วิยทัศน์นั้น วิสัยทัศน์ต้องตอบ คำถามว่า วิสัยทัศน์ที่ไม่จบสิ้นและยาวนานที่เป้าหมายของเราช่วยเดินหน้าคืออะไร มันควรจะจำกัดและมุ่งเรา ด้วยการให้สภาพแวดล้อมเพื่อเป้าหมายอื่นและความสำเร็จที่สิ้นสุดทุกอย่างของเรา วิสัยทัศน์กำหนดโมเดลธุรกิจ ไม่ใช่กลับกัน
เราล้มเหลวที่จะสร้างวิสัยทัศน์ด้วยเหตุผลธรรมดาบางอย่าง บางครั้งเรารับเอาวิสัยทัศน์ที่ผิดโดยบังเอิญ เพราะว่าเราดิ้นรนค้นหาคำพูดอธิบายอะไรที่เราคิดต่ออนาคต บางครั้งเรารับเอาวิสัยทัศน์ที่ผิดอย่างตั้งใจเพราะว่าเราต้องการให้บุคคลเชื่อเราขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์เมื่อเราไม่ได้เป็น และบางครั้งเราสับสนมูนช้อตและบีแฮกเป็นวิสัยทัศน์ เมื่อภายในความเป็นจริงมันเป็นเพียงแค่เป้าหมายที่สิ้นสุดบันดาลใจเท่านั้น
นิโคลาส วาวิลอฟ ทุ่มเทชีวิตของเขาศึกษาและปรับปรุง รักษาพลเมืองโลกให้ยั่งยืน เขามีวิส้ยของโลกที่มนุษย์จะมีแหล่งอาหารอยู่เสมอ การ
มั่นใจว่าเราสามารถอยู่รอดนานเท่าที่เป็นไปได้จนเรามีธนาคารเมล็ดพันธ์ทั่วโลกอยู่วันนี้
บิลล์ เกตส์ มีวิสัยทัศน์ การให้อำนาจแก่บุคคลทุกคนและทุกองค์การ
บนโลกที่จะบรรลุความสำเร็จมากขึ้น
แซม วอลตัน มีวิสัยทัศน์ ถ้าเราทำงานด้วยกันเราจะลดค่าครองชีพของบุคคลทุกคนให้ต่ำลง….. เราจะใหโอกาสโลกที่จะมองเห็นอะไรมันเป็น
ความประหยัดและมีชีวิตที่ดีขึ้น
คำประกาศอิสรภาพเป็นวิสัยทัศน์ เรายึดความจริง
เหล่านี้เป็นหลักฐานตัวเอง บุคคลเกิดมาเท่าเทียมกัน วิสัยทัศน์ยังไม่บรรลุอย่างเต็มที่ และมันน่าจะไม่เคย เมื่อ ค.ศ 1865 เราได้ยกเลิกการเป็นทาส เมื่อ ค.ศ 1920 ผู้หญิงได้สิทธิการออกเสียง เมื่อ ค.ศ 2015 เราทำให้การแต่งงานของเกย์ถูกกฏหมาย
การเจริญเติบโตเเละการดีที่สุดไม่ได้เป็นวิสัยทัศน์ เงินจุดเชื้อการเดิน
หน้าวิสัยทัศน์ มันไม่ได้เป็นวิสัยทัศน์ตัวมันเอง เหตุผลที่จะเจริญเติบโต
เพื่อที่เรามีจุดเชื้อมากขึ้นเดินหน้าวิสัยทัศน์ การเจริญเติบโตไม่ได้เป็น
เป้าหมายสุดท้าย

ไซมอน ซีเนค กล่าวว่า เมื่อเขาไปเยี่ยมสำนักงานใหญ่บริษัท เซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ ณ ดัลลัส ผมมองเห็นโดยตรงทำไมลูกค้าของพวกเขารักพวกเขามาก มันเป็นเพราะว่าเซ้าธ์เวสท์รักบุคคลของพวกเขา เกือบทุกบริษัทบนโลกจะพูดกันอย่างเปิดเผยว่าพวกเขาดูแลลูกค้า แต่ส่วนใหญ่ดูแลเท่านั้น เพราะว่าลูกค้าของพวกเขามีเงิน การดูแลที่แท้จริงเกี่ยวกับลูกค้าหมายความว่าเราดูแลพวกเขาเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เครื่องจ่ายเงินสดเดินได้ วิถีทางที่จะมองถ้าบริษัทดูแลอย่างเเท้จริงลูกค้าของพวกเขาคือ การมองดูข้างในมองพวกเขาดูแลบุคคลของพวกเขาก่อน
เฮิรบ เคลลีเฮอร์ ผู้ก่อตั้งเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ สร้างสายการบินทำกำไรมากที่สุดภายในอเมริกาอย่างไร – สามารถมีกำไรแม้แต่ระหว่างความยุ่งยากทางเศรษฐกิจตามมา 9/11 ภายใน “Start with Why : How Great Leaders Inspire Everyone to Take Action” ไซมอน ซีเนค ได้แสดงว่าอะไรทำให้ผู้นำ
ที่บรรลุความสำเร็จเหมือนเช่นเฮิรบ เคลลีเฮอร์ แยกออกมาจากผู้นำธรรมดาคือ ความชัดเจนของพวกเขา
ภายในการระบุ “ทำไม” พวกเขาทำอะไรที่พวกเขาทำ
ตัวอย่างเช่น เฮิรบ เคลลีเฮอร์ สร้างเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ด้วยความคิดของการนำเสนอเที่ยวบินราคาถูก นี่เป็นอะไรที่เซ้าธ์เวสท์นำเสนอ เเต่เซ้าธ์เวสท์บรรลุความสำเร็จไม่เพียงแค่การนำนำเสนอเที่ยวบินราคาถูก ในที่สุดแปซิฟิค เซ้าธ์เวสท์ พยายามวิถีทางอย่างเดียวกัน เเต่กระนั้นล้มเหลว เซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ บรรลุความสำเร็จ เพราะว่าพวกเขามีภารกิจที่ลึกซึ้ง ไซมอน ซีเนค ชี้ว่า ทำไมของเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ ชนะบุคคลธรรมดาภายในการเดินทางของเขา
ภายใน ค.ศ 1970 15% ของประชาชนเท่านั้นเดินทางโดยเครื่องบิน ขนาดที่เล็กของตลาดนี้ถูกบริการอยู่แล้วโดยสายการบินใหญ่หลายสายที่ไม่แผ้วพานเฮิรบ เคลลีเฮอร์เลย เพราะว่าเขาไม่แข่งขันกับสายการบินใหญ่ เขามีความมุ่งหมายที่แตกต่างกัน
ณ ตอนนั้น ถ้าเราถามเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ คู่แข่งขันของพวกเขาคือใคร พวกเขาบอกเราว่า เราแข่งขันกับรถยนต์และรถโดยสาร แต่พวกเขาหมายถึงอะไร เราเป็นผู้สนับสนุนของบุคคลธรรมดา นั่นเป็นทำไมที่พวกเขาเริ่มต้นสายการบิน นั่นเป็นความมุ่งหมายของพวกเขา เหตุผลของพวกเขาเพื่อการดำรงอยู่ เพราะว่าทำไมของพวกเขาชัดเจน การขยายตัวที่มีคุณค่าทุกอย่างของเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ ออกไปจากความมุ่งหมายนี้
เฮิรบ เคลลีเฮอร์ ครั้งหนึ่งเคยกล่าวว่า แกนของความสำเร็จของบริษัทเป็นสิ่งยากที่สุดต่อคู่แข่งขันที่จะลอกเลียนแบบ พวกเขาสามารถซื้อสิ่งกายภาพทุกอย่างได้ สิ่งที่พวกเขาไม่สามารถซื้อคือ ความทุ่มเท ความเสียสละ และความจงรักภักดี
เซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ เป็นบริษัทที่กล่าวอย่างต่อเนื่องว่าความรับผิดชอบแรกของพวกเขาคือต่อบุคคลของพวกเขา พวกเชื่ออย่างเข้มแข็งว่าด้วยการรับใช้บุคคลอย่างดี เป็นจุดเริ่มต้นไหลไปสู่ที่จะรับใช้ลูกค้าอย่างดี และผลลัพธ์
ในที่สุดภายในธุรกิจเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสีย ภายใน 40 ปีที่ผ่านมาพวกเขาสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง การให้รายได้ที่ดีแก่บุคคล เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรม และพวกเขาไม่เคยปลดบุคคลออกจากงานตลอดช่วงเวลานั้นเลย
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







