INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

อัลดีเป็นเจ้าของเทรดเดอร์ โจส์

 

177781

อัลดีเป็นเจ้าของเทรดเดอร์ โจส์

เรายากที่จะเชื่อว่าร้านขายของชำอัศจรรย์ ราคาไม่แพงนี้ ด้วยผลิตภัณฑ์
จำนวนมากใช้ป้ายฉลากของพวกเขา เริ่มต้นด้วยบุคคลเดียว และชื่อของ
เขาไม่ใช่เทรดเดอร์ โจส์ เขาคือ โจ คูลอมป์ เชื่อหรือไม่ เทรดเดอร์ โจ
แห่งเเรกไม่ได้เรียกว่า เทรดเดอร์ โจส์ มันถูกเรียกว่า พรอนโต มาร์เก็ต
จนกระทั่ง ค.ศ 1967 เมื่อเทรดเดอร์ โจส์ แท้จริง เปิดประตูของมันภายใน
พาซาดีนา แคลิฟอร์้เนีย ความเชี่ยวชาญของพวกเขา ณ เวลานั้นเป็น
ไวน์ แคลิฟอร์เนีย
เมื่อโจ คูลอมบ์ เปิดเทรดเดอร์ โจ เป้าหมายของเขาคือ การให้บางสิ่งบาง
อย่างที่แตกต่าง…. และนั่นเขาได้ทำ ส่วนหนึ่งของความแตกต่างของเทรด
เดอร์ โจส์ เป็นบุคคลทำงานที่นี่ บุคคลเหล่านี้อ้างตัวพวกเขาเองอย่างสง่า
งามเป็นผู้ค้าขายบนทะเลทำอาหาร อยู ณ ร้านค้าเกือบ 500 แห่งภายใน
41 รัฐทั่วประเทศ
โจ คูลอมบ์ ได้เปิดเทรดเดอร์ โจส์ แห่งแรก ภายในพาซาดีนา แคลิฟอร์เนีย ภายหลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด ด้วยเอ็มบีเอ เขาเข้า
ทำงานกับบริษัทยาที่มีชื่อเสียง เร็กซอล
เร็กซอล ได้เปิดร้านค้าซื้อสะดวก พรอนโต มาร์เก็ต ห้าแห่ง และโจ คูลอมบ์ ได้ถูกวางให้รับผิดชอบมัน เร็กซอลได้ถูกเปิด
ที่จะเเข่งขันกับร้านค้าเช่นเซเวน อีเลเวน แต่จบลงด้วยความล้มเหลว ดังนั้นเร็กซอลได้เลิกธุรกิจ โจ คูลอมป์ ได้ตัดสินใจซื้อมันจากเร็กซอล
โจ คูลอมบ์ ได้กลับบ้าน คว้าภรรยาและลูกของเขา และพวกเขาได้ไปกระท่อมเลคแอร์โรว์เฮด วันสุดสัปดาห์นั้นเขาได้ชมภาพยนตร์เกี่ยวกับเรือค้าขายเก่าแก่ มันทำให้เขาคิดถึงเครื่องดื่มเย็นที่เขาเคยดื่ม ณ บาร์คอกเทลวิคส์ พวกเขามีชื่อเสียงต่อไหมไทย และเขาต้องการมัน ความคิดเหล่านี้ได้
เริ่มต้นแกว่งไปรอบจิตใจของเขา และนั่นคือเขาได้คิดกับแนวคิดอย่าง
ไร โจ คูลอมป์ มองทำเลที่ตัังอุดมคติต่อลูกค้าเป้าหมายใหม่ของเขา ล้อมรอบด้วยมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และบริษัทวิศวกรรม
โจ คูลอมบ์ กล่าวว่า ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “White Shadows in the South Seas” และได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มนี้ เราใส่เสื้อเชิรติฮาวายเพราะว่าเราเป็นผู้ค้าขายบนทะเลทำอาหาร การค้นหา นำกลับบ้านเพื่อลูกค้าของเรา และเมื่อเรากลับบ้าน เราคิดว่าการซื้อของชำควรจะสนุกสนาน ไม่ใช่งานบ้านอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้นเพียงแค่ผ่อนคลายและทิ้งความกังวลของคุณไว้ที่ประตู เราจะแล่นเรือไปเจ็ดทะเล คุณมีความสุนกสนานกับการค้นพบของเรา ณ เทรดเดอร โจส์ เพื่อนบ้านของคุณ
เทรดเดอร์ โจส์ ซีอีโอ แดน เบน กล่าวว่าเขาเป็นเจ้าของเสื้อเชิรตฮาวาย
เกินกว่าเขาสามารถนับได้ แต่ได้บริจาคมันจำนวนมากแก่การกุศลแต่ละ
ปี บุคคลอื่นของเทรดเดอร์ โจส์ กล่าวว่าพวกเขามีตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยเสื้อ
เชิรตฮาวาย บุคคลหนึ่งได้กล่าวภายในพอดแคสท์ว่าเขาเป็นเจ้าของเสื้อเชิรตฮาวายเกือบสี่สิบตัว
เทรดเดอร์ โจส์ มีซีอีโอสามคนเท่านั้นภายในประวัติ 60 ปีของบริษัท โจ
คูลอมบ์ ผู้ก่อตั้งบริษัทและเป็นผู้นำ 30 ปี จอหน ชิลด์ นำบริษัทเมื่อ ค.ศ 1990 และซีอีโอในขณะนี้ แดน เบน

177774

โจ คูลอมป์ เจ้าของร้านซื้อสะดวกที่กำลังดิ้นรนภายในลอสแอนเจลิส
ตัดสินใจเปิดร้านขายของชำลูกโซ่เมื่อ ค.ศ 1967 เพื่อที่จะดึงดูดจำนวนการเจริญเติบโตของลูกค้าที่ศึกษาดี ชอบดินทาง กระแสหลักที่ซุปเปอร์มาร์
เก็ตได้มองข้ามไป เนื่องจากร้านสะดวกซื้อของเขา พรอนโต มาร์เก็ต ต้องเผชิญกับการผลักดันจากเซเวน อีเลเวน เขาได้อธิบายว่าเป็นกอริลลา 800 ปอนด์ของร้านสะดวกซื้อ
ดังนั้นเขาได้กล่าวว่า ผมต้องทำบางสิ่งบางอย่างแตกต่างกัน เขาเคย
มองเห็นสถิติว่าระดับการศึกษาภายในอเมริกากำลังเจริญก้าวหน้า และ
มันได้ให้ความคิดเเก่เขา ทำไมไม่ตอบสนองกลุ่มของลูกค้าศึกษาดีขึ้น
เดินทางดีขึ้น แต่เงินเดือนยังคงปานกลาง
เทรดเดอร์ โจส์ ทุกแห่งตั้งอยู่ใกล้ศูนย์กลางของการเรียนรู้ พาซาดินา
ตรงที่ผมได้เปิดร้านแห่งเเรก เพราะว่าพาซาดินาเป็นตัวอย่างของเมืองการ
ศึกษาที่ดี
ผมได้อ่านบทความของหนังสือพิมพ์กล่าวว่า โบอิ้ง 747 ลำตัวกว้างจะ
ให้บริการภายในไม่กี่ปี ลดต้นทุนของการเดินทางอากาศต่างประเทศลงอย่างมาก เขาได้รับรู้ว่าการพัฒนาของโบอิ้ง 747จะสนับสนุนระดับของการเดินทางระหว่างประเทศสูงขึ้น
และผมได้คิดถ้อยคำ “เทรดเดอร์” นำมาซึ่งทะเลใต้ ร้านแห่งเเรกเต็มไปด้วยสิ่งประดิษฐ์ทางทะเล เราลงไปที่
ท่าเรือภายในซาน เปโดร เราได้ซื้อธง และโซ่ เป็นต้น ผมวางกล่องที่ลูกค้าเดินไปมาเป็นรูปร่างของเรือด้วยปืนใหญ่อยู่ตรงกลางร้านต่อชื่อของร้านใหม่ของเขา โจ คูลอมป์ ได้เปิดตัวเทรดเดอร์ โจส์ยึดภาพพจน์ที่น่าทึ่งของทะเลใต้ เราอาจจะเชื่อมโยงเทรดเดอร์ โจส์กับเสื้อเชิรตฮาวาย เเต่ขัดเเย้งกันเอง ร้านขายของชำที่รักไม่มีทีสถานที่ตั้งใดเลยภายในฮาวาย
“โจ” ภายในเทรดเดอร์ โจส์ ใช้ชื่อ โจ คูลอมป์ ผู้ก่อตั้งบริษัท แนวโน้มของ
วัฒนธรรมทิกิ ได้แกว่งเต็มที่ ดังนั้นเมื่อ ค.ศ 1967 เขาได้เปิดร้านเทรดเดอร์ โจส์ แห่งแรก ด้วยการต่อเนื่องชื่อของลูกโซ่ร้านอาหารบาร์ทิกิที่นิยมแพร่หลายกำเนิดภายในแคลิฟอร์เนีบ เทรดเดอร์ วิคส์
ผู้เชี่ยวชาญการตลาดคนหนึ่งมองมันเป็นชื่อที่ย่ำแย่ “พ่อค้า” เป็นบางสิ่ง
บางอย่างเชื่อมโยงกับเนื้อม้าที่พิการ คูลอมบ์ ได้กล่าวภายในบันทึกชีวะประวัติของเขา “Becoming Trader Joe” พิมพ์เมื่อ ค.ศ 2021 หนึ่งปีภายหลังการเสียชีวิตของเขาตอนอายุ 89 ปี
ร้านเทรดเดอร์ โจส์ แห่งเเรกมีธีมการเดินเเรือด้วยสิ่งประดิษฐ์การเดินเรือ
เช่น ระฆังเรือ แหอวน และเรือครึ่งลำ เเคชเชียร์ คาวน์เตอร์ เป็นเกาะด้วย
หลังคา บุคคลใส่เสื้อโพลีนีเชียนและกางเกงขาสั้นเบอร์มิวดา ผู้จัดการเรียก
ว่ากัปตัน และผู้ช่วยเป็นต้นเรือ ดนตรีฮาวาย้เล่นเสียงดังไปตามลำโพง
แคลิฟอร์เนียมีกฏหมายการค้าที่เป็นธรรมต่ออัลกอฮอล ดังนั้นผู้ผลิตได้
กำหนดราคาต่ำสุด และมันผิดกฏหมายที่จะต่ำกว่านี้ ด้งนั้นโจ คูลอมป์ไม่
สามารถแข่งขันด้วยการนำเสนอราคาต่ำกว่า เขารับรู้ว่าเขาต้องนำเสนอ
ความหลากหลายที่จะโดดเด่น ในที่สุดเขาได้ช่องโหว่ภายในกฏหมายการค้าที่เป็นธรรมของแคลิฟอร์เนีย ยอมให้ร้านของเขานำเข้าไวน์
ฝรั่งเศส และขายมันราคาต่ำกว่าคู่แข่งขัน ช่วยให้เขาเข้าถึงนักเลงไวน์
เมื่อเทรดเดอร์ โจส์ ได้เปิดตัวไวน์ผลิตโดยชารลส ชอร์ 1.99 เหรียญที่มีชื่อเสียงรู้จักกันเป็น “ทู บัค ชัค” เรามีไวน์ที่แตกต่างกัน 400 อย่างหามาได้
จากร้านเทรดเดอร์ โจส์ แต่ละเเห่ง ส่วนใหญ่ขายไวน์ 100 อย่างที่ราคา 6
เหรียญหรือต่ำกว่า
เมื่อต้น ค.ศ 1970 โจ คูลอมบ์ ได้ยึดการเจริญเติบโตของการเคลื่อนไหว
อาหารสุขภาพ ด้วยความเชื่อว่ามันจะดึงดูดลูกค้าประเภทเดียวกันที่เกิดขึ้นเป็นนักเลงไวน์ ความคิดของเขาต่อการตลาดของชำมาจากการ
ตลาดไวน์ของเขา ผลิตภัณฑ์ป้ายฉลากเทรดเดอร์ โจส์ อย่างเเรกคือ
กราโนลา แล้วมันได้เริ่มต้นเพิ่มกับน้ำสมสด วิตามิน อาหารแห้ง ถั่ว และ
ชีส ณ เวลาหนึ่ง เทรดเดอร์ โจส์ เป็นผู้นำเข้าอเมริกันเนยแข็งเนื้อนิ่ม
ใหญ่ที่สุด เทรดเดอร์ โขส์ ได้กลายเป็นความดื่มด่ำของวัฒนธรรมอาหาร
สุขภาพภายในเบิรคเลย์และซาน ฟรานซิสโก
ตั้งแต่บุคคลของร้านใส่เสื้อเชิรตฮาวายและชิ้นส่วนตกแต่งการเดินเรือ ไปจนถึงโลโกดอกไม้ของร้านและพวงมาลัย มันยังคงง่ายที่จะมองเห็นแรงบันดาลใจทิกิทั่งทั้งร้าน เทรดเดอร์ โจส์ เป็นฮาวายที่มีชีวิต บุคคลหนึ่งของร้าน กล่าวภายในพอดแคสท์ว่าเขาเป็นเจ้าของเสื้อเชิรตฮาวายเกือบ 40 ตัว
โจ คูลอมบ์ นำโดยตัวอย่าง และสร้างสภาพแวดล้อมของร้าน ตรงที่บุคคลถูกปฏิบัติอย่างมีคุณค่า ธีมเบื้องหลังการออกแบบร้านของเขาคืือ การสร้างความรู้สึกของรีสอรตฮาวาย เขาและบุคคลของเขาใส่เสื้อเชิรตฮาวาย ผู้จัดการร้านเรียกว่ากัปตัน และร้านตกแต่งใช้ไม้จำนวนมากและกระท่อมทิกิ ตรงที่บุคคลให้ตัวอย่างอาหารและเครื่องดื่มแก่ลูกค้า และเกี่ยวพันระหว่างกันกับพวกเขา
เทรดเดอร์ โจส์ บริหารที่จะรักษาบุคคลของพวกเขาดูแล้วมีความสุขเหมือนกับผู้ซื้อสินค้าอย่างไร
ลำดับความสำคัญของเขาตั้งแต่วันแรกจนถึงว้นที่เขาเสียชีวิตคือ บุคคล
ของเขา เขารู้สึกว่าการตัดสินใจที่ดีที่สุดอย่างเดียวที่เขาเคยทำคือ เขาให้รายได้มากไปเเก่บุคคล อะไรที่นำมาให้เขาคือ บุคคลด้วยความเชื่อมั่น
ตัวเองที่สูง เขาได้บุคคลที่คิดค้นความคิด เขาได้บุคคลที่จงรักภักดี เขา
ได้บุคคลที่ดูแลธุรกิจของพวกเขา บุคคลที่มีรายได้ดีย่อมจะมีความสุข
ในขณะที่ร้านขายของชำหลายแห่งเริ่มต้นบุคคล ณ ค่าจ้างขั้นต่ำกำหนด
โดยกฏหมาย ความแตกต่างรากฐานระหว่างเทรดเดอร์ โจส์ และร้านขาย
ของซำอื่นคือ ระดับรายได้ของบุคคล เมื่อพูดเกี่ยวกับพ่อของเขา โจเซฟ
คูลอมบ์ กล่าวว่า เขารักและและเชื่อมั่นภายในบุคคลของเขา และเขา
ต้องการรักษาพวกเขาไว้ และวิถีทางเดียวเท่านั้นที่จะทำได้คือ การให้
รายได้ที่ดีแก่พวกเขา
เทรดเดอร์ โจส์ รู้ที่จะจูงใจบุคคลของร้านระหว่างกะของพวกเขาอย่างไร บุคคลของเทรดเดอร์ โจส์ เป็นผู้ทำงานได้สารพัดอย่าง ถ้าเรารู้สึกเบื่อได้ง่าย การทำงาน ณ เทรดเดอร์ อาจจะช่วยเราได้ บริษัทยอมให้บุคคลของ
พวกเขาเปลี่ยนแปลงงานได้ตลอดกะ ไม่ใช่ทำงานอย่างเดียวตลอดวัน โดยปรกติสมาชิกลูกเรืิออาจจะอยู่ที่เครื่องรับจ่ายเงินสด วางสต็อคบนชั้น และทำความสะอาด งานที่หลากหลายนี้ทำให้บุคคลผูกพัน และช่วยป้องกันความเบื่อได้
บุคคลมีความสุขอย่างมาก ณ งานของเทรดเดอร์ โจส์ ของพวกเขา 20%
ของบุคคลได้ทำงานที่นี่นาน 10 ปีหรือมากกว่า บุคคลมีโอกาสได้ขึ้นเงิน
เดือนสองครั้งต่อปี โดยเฉลี่ยสมาชิกลูกเรือสามารถได้ขึ้นเงินเดือน 7%
ถึง 10% คุณไม่มีความสุขหรือ และอ่อนโยนต่อลูกค้าหรือ ถ้า
นายของคุณกระหายที่จะให้การขึ้นเงินเดือนแก่คุณ
เทรดเดอร์ โจส์ เป็นที่รู้จักต่อการเลื่อนตำแหน่งจากภายใน ตามเว็บไซต์
ของบริษัท 78% ของหัวหน้างานหรือต้นหนเริ่มต้นจากสมาชิกลูกเรือ 100%
ของกัปตันถูกเลื่อนตำแหน่งจากต้นหน การเลื่อนตำแหน่งอยู่บนรากฐานการปฏิบัติงาน ดังนั้นความลุ่มหลงและการทุ่มเทจะเป็นหัวใจต่อการเจริญเติบโตของเรา ถ้าเราผูกพันต่อการฝึกอบรมและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ของเรา ท้องฟ้าเป็นข้อจำกัดต่อการเจริญเติบโตของอาชีพของเรา ณ
เทรดเดอร์ โจ เท่านั้น
ลูกค้ารักบุคคลที่เป็นมิตรและช่วยเหลือของเทรดเดอร์ โจส์ จุดสำคัญอย่าง
หนึ่งต่อความสำเร็จของเทรดเดอร์ โจส์ คือ การว่าจ้างบุคคลที่เหมาะสม และลงทุนภายในพวกเขา เราอยู่มานานตลอด 50 ปี และเราไม่เคยปลดบุคคลออกจากงานเลย
เทรดเดอร์ โจส์ ให้ความสำคัญการว่าจ้างบุคคลที่ิ้อ่อนโยน พวกเขาพยายามค้นหาบุคคลที่มีบุคลิกภาพอ่อนโยนภายนอก เนื่องจากมันยากที่จะฝึกอบรม
บุคคลบางคลให้อ่อนโยน อดีตซีอีโอของเทรดเดอร์ โจส์ จอห์น ชิลด์ กล่าวว่า เขาจะไม่ว่าจ้างบุคคลบางคน ถ้าพวกเขาไม่ยิ้มภายใน 30 วินาทีแรกของ
การสัมภาษณ์ บุคคลที่อ่อนโยนและเป็นมิตรที่เทรดเดอร์ โจส์ว่าจ้างดึงดูด
บุคคลที่เหมือนกันมาทำงานที่นี่ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี

177777

เทรดเดอร์ โจส์ ได้รับเอาการรวมกันของกลยุทธ์ความเป็นผู้นำทางต้นทุน
และกลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง ตามโมเดลกลยุทธ์การแข่งขันของ
ไมเคิล พอร์เตอร์ อาจารย์คณะบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ด บริษัทมุ่งที่ต้นทุนต่ำและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เพื่อที่จะดึงดูดสายตาของลูกค้า
ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้ชี้ให้เห็นว่าบริษัทมีการทำกำไรที่สูงกว่าคู่แข่งขัน เนื่่องจากบริษัทมีข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน บริษัทสามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยวิถีทางอย่างใดอย่างหนึ่งจากสองวิถีทางต่อไปนื้คือ
1 บริษัทสามารถผลิตและขายผลิตภัณฑ์ที่เหมือนกัน ณ ต้นทุนและราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งขัน หรือ 2 บริษัทสามารถผลิตและขายผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน ณ ราคาที่สูงกว่าคู่แข่งขัน ตามวิถีทางแรกบริษัทมีข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำ ตามวิถีทางที่สองบริษัทมีข้อได้เปรียบทางความแตกต่าง
ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้ประยุกต์ใช้เศรษฐศาสตร์สม้ยเดิมกับกลยุทธ์การแข่งขัน ตามโมเดลกลยุทธ์การแข่งขันของไมเคิล พอร์เตอร์แล้ว บริษัทมีกลยุทธ์การแข่งขันอยู่สามทางเลือก เพื่อที่จะใช้สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่งขันภายในอุตสาหกรรมคือ 1 กลยุทธ์ความเป็นผู้นำทางต้นทุน 2 กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง 3 กลยุทธ์การจำกัดขอบเขต
1 กลยุทธ์ความเป็นผู้นำทางต้นทุนมีข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำ เพื่อที่จะกำหนดราคาได้ต่ำกว่าคู่แข่งขัน การเป็นผู้นำทางต้นทุนภายใอุตสาหกรรม บริษัทได้
มุ่งการลดต้นทุนโดยการเพิ่มประสิทธิภาพของแรงงาน การสร้างความประหยัดจากขนาด และการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด ตัวอย่างของบริษัทที่ใช้กลยุทธ์
ความเป็นผู้นำทางต้นทุนได้บรรลุความสำเร็จคือ ลินคอล์น อีเล็คทริค วอลมาร์ท สโตร์ และเซ้าธ์เวสท์์ แอร์ไลน์
2. กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างมีข้อได้เปรียบทางความแตกต่าง เพื่อการกำหนดราคาที่สูงกว่าคู่แข่งขัน การเป็นผู้สร้างความแตกต่างภายในอุตสาหกรรม บริษัทมุ่งการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพ นวัตกรรม และการตอบสนองลูกค้าที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน ตัวอย่างของบริษัทที่ใช้กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างได้บรรลุคว่มสำเร็จคือ โซนี่ ครอปอเรชั่น สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ และเด็มเล่อร์ เบนซ์
3. กลยุทธ์การจำกัดขอบเขตมุ่งตลาดที่แคบ หรือส่วนของตลาดเดียวเท่านั้น ไม่เข้าไปแข่งขันกับผู้นำต้นทุนหรือผู้สร้างความแตกต่างภายในตลาดที่กว้างหรือส่วนของตลาดหลายส่วน แต่ผู้จำกัดขอบเขตต้องเลือกระหว่างการใช้กลยุทธ์การจำกัดขอบเขตที่มุ่งต้นทุนต่ำ หรือกลยุทธ์การจำกัดขอบเขตที่มุ่งความแตกต่าง ตัวอย่างของบริษัทที่ใช้กลยุทธ์การจำกัดขอบเขตที่มุ่งความแตกต่างได้บรรลุความสำเร็จคิอ ปอร์เช่ ผู้ผลิตรถสปอร์ตราคาแพง
ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้ใช้ถ้อยคำว่า “การติดอยู่ตรงกลาง” เรียกบริษัทที่ไม่สามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยกลยุทธ์อย่างใดอย่างหนึ่งก่อนหน้านี้ได้เลย
ไมเคิล พอร์เตอร์ยืนยันว่า การใช้กลยุทธ์การแข่งขันหลายอย่างรวมกันทำให้ให้บริษัทตกอยูตรงกลางของตลาดการแข่งขันได้ บริษัทจะไม่มีข้อได้เปรียบทางการแข่งขันเลย – ข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำ หรือข้อได้เปรียบทางความแตกต่าง บริษัทที่พยายามจะบรรลุทั้งต้นทุนต่ำและความแตกต่าง เหมือนกับรักพี่เสียดายน้อง ได้เผชิญกับความล้มเหลวในที่สุด
ไมเคิล พอร์เตอร์ ยืนยันว่าบริษัทที่ได้พยายามใช้กลยุทธ์ของความเป็นผู้นำทางต้นทุนและการสร้างความแตกต่างรวมกันจะเผชิญกับความล้มเหลว เหตุผลได้ถูกแสดงไว้ภายในรูป เรามีวิถีทางสองอย่างของการทำกำไรสูงภายในอุตสาหกรรม 1 การขายผลิตภัณฑ์ราคาสูง และได้ส่วนแบ่งตลาดน้อย(การสร้างความแตกต่าง) หรือ 2 การขายผลิตภัณฑ์ราคาต่ำ และได้ส่วนแบ่งตลาดมาก(ความเป็นผู้นำทางต้นทุน) บริษัทที่ไม่ได้เลือกสองกลยุทธ์นี้ หรือพยายามใช้ทั้งสองกลยุทธ์นี้ (ราคาปานกลาง และส่วนแบ่งตลาดปานกลาง)
ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้เสนอแนะโมเดลกลยุทธ์การแข่งขันของเขาเมื่อ ค.ศ 1980 แต่เมื่อสภาพแวดล้อมการแข่งขันได้เปลี่ยนแปลงไป เขาต้องกลับมาทบทวนความคิดเริ่มแรกของเขาเมื่อ ค.ศ 1991 เนื่องจากการวิจัยต่อมาเสนอแนะว่าบริษัทที่ได้ยกระดับความสามารถดีเด่นสูงขึ้นไปอีก สามารถใช้กลยุท์การแข่งขันทางความเป็นผู้นำทางต้นทุนและกลยุทธ์การสร้างความแตกแตกต่างรวมกันได้สำเร็จ การสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันควบคู่ – ช้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำรวมกับข้อได้เปรียบทางความแตกต่่าง ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่เข้มแข็งที่สุด ตัวอย่างของบริษัทเหล่านี้คือ โตโยต้า มอเตอร์ แมคโดนัลด์ หรือไนกี้

177778

เรามีร้านขายของชำธรรมดา แล้วเรามีเทรดเดอร์ โจส์ แน่นอนเราสามารถ
พบสิ่งที่เราต้องการ ณ ร้านขายของชำท้องที่ของเรา แต่เมื่อเราเดินเข้าไป
ทื่เทรดเดอร์ โจส์ มันคล้ายกับการเดินไปเข้าไปสู่สวรรค์แห่งอาหาร
เทรดเดอร์ โจส์ เป็นผู้ขายของชำผิดธรรมดา พวกเขาได้เอาการปฏิบัติมาตรฐานหลายอย่างของอุตสาหกรรมของชำเเละโยนทิ้งมันไป เทรดเดอร์
โจส์ เปรียบเทียบได้กับเพื่อนของเรามีชีวิตอยู่ด้วยกัน เพราะว่า
เทรดเดอร์ โจส์ทำงานหนักมากที่จะรักษา “บ้าน” ของพวกเขา เพื่อที่พวกเขา
จะมีพลังมากขึ้นเพื่อความสนุกสนาน พวกเขามีเพื่อนทำหน้าที่อย่างสนุกสนานที่เราชอบอยู่ด้วย
เมื่อเทรดเดอร์ โจส์ เปิดครั้งแรกภายใน ค.ศ 1967 ถุงของพวกเขาไม่มีที่ถือบนมัน พิลิกเหลือเกิน แต่เมื่อ ค.ศ 1992 พวกเขาได้ตัดสินใจเพิ่มที่ถือ และพูดกับตัวพวกเขาเอง เป็นที่ถือแสนสวยงาม
เทรดเดอร์ โจส์ เอาการดำเนินธุรกิจของชำคว่าลงเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง
และมันทำให้พวกเขามีความสนุกสนานกับผลิตภัณฑ์และลูกค้า เคล็ดลับ
คือโมเดลการดำเนินงานของพวกเขา ตรงที่พวกเขามองธุรกิจของชำและคิด มันไม่เข้าท่าเลย การปฏิบัติที่ผิดธรรมดาของเทรดเดอร โจส์ มีทั้ง
โมเดลรถบันทุกไปสู่ชั้นวาง ตรงที่สินค้าคงเหลือไม่ถูกเก็บไว้ทางข้าง
หลัง แต่ไปโดยตรงสู่ชั้นวาง เพื่อที่จะรักษามันให้สดมากที่สุด
เทรดเดอร์ โจส์ไม่ยอมให้ความลำเอียงแก่ซัพพลายเออร์ ตรงที่ซัพพลายเออร์จ่าย
เพื่อจุดสำคัญบนชั้นวางของชำ เทรดเดอร์ โจส์ อนุรักษ์นิยมมากเกี่ยว
กับความหลากหลาย และรักษามันให้เรียบง่ายต่อลูกค้า เราจะไม่พบ
200 ชนิดของพาสต้าซอส แต่เป็น 18 หรือน้อยกว่าเท่านั้น ผลิตภัณฑ์
ที่เทรดเดอร์ โจส์ มีอยู่ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบของฤดูกาล และถ้าวัตถุดิบราคา
สูงขึ้น เทรดเดอร์ โจส์ อาจจะหยุดผลิตภัณฑ์นั้น เพื่อที่จะไม่ทำให้ราคาสูงขึ้นแก่ลูกค้า
โมเดลธุรกิจของเทรดเดอร์ โจส์ เดินตามวิถีทางการกระจายอำนาจมาก
ที่จะตกแต่งร้าน ความมุ่งหมายภายในการออกแบบร้านคือ การช่วยให้
ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขาเดินเข้าไปร้านขายของชำเพื่อนบ้าน ดังนั้นการสร้่าง
ความสัมพันธ์กันและความใกล้ชิดก้นไปสู่ร้านและผลิตภัณฑ์
เทรดเดอร์ โจส์ ได้สร้างตราสินค้าลัทธิ พวกเขาเป็นบ้านของส่วนผสม
ผลิตภัณฑ์ไม่เหมือนใคร และส่วนใหญ่ของผลิตภัณฑ์หามาได้ ณ เทรดเดอร์ โจส์ หามาไม่ได้ ณ ณ ร้านค้าอื่นใดก็ตาม ยิ่งไปกว่านี้
เทรดเดอร์ โจส์ ให้ประสบการณ์ซื้อสินค้าดีที่สุดและสนุกสนานที่สุด
เกิดขึ้นจากลูกค้าสำราญใจกับทั้งภายในร้านของพวกเขา และประสบ
การณ์การบริโภคผลิตภัณฑ์
ด้วยเหตุนี้เทรดเดอร์ โจส์ ได้พัฒนาการเดินตามลัทธิท่ามกลางฐานลูกค้า
ของพวกเขา กลายเป็นฑูตตราสินค้า ด้วยการกำจัดการใช้จ่ายใดก็ตามกับกิจกรรมการตลาด
ลูกค้ากำลังวิวัฒนาการภายในอะไรที่พวกเขาต้องการ และอะไรที่พวกเขา
คาดหวังจากตราสินค้า รุ่นของลูกค้าในขณะนี้ถูกบอกกล่าวอย่างดี และห่วงใยเกี่ยวกับส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ และส่วนผสมถูกเจริญเติบโต
เสาะหา และกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างไร
การกลายเป็นระดับโลกทำให้รุ่นของลูกค้านี้ต้อนรับและเปิดกว้างมากขึ้น ต่ออาหารและผลิตภัณฑ์ทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงความพอใจของลูกค้านี้
เป็นแนวโน้มที่ถูกใช้ประโยชน์โดยเทรดเดอร์ โจส์ ผ่านทางการคัดสรรผลิตภัณฑ์ของพวกเขา
บุคคลของเราได้ถูกส่งเดินทางภาคสนามไปยังส่วนที่แตกต่างกันของโลก
เพื่อที่จะค้นหาผลิตภัณฑ์เฉพาะบนพื้นฐานของอาหารท้องที่ แล้วถูกขาย
ภายใต้ตราสินค้าของร้าน เทรดเดอร โจส์ ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ป้ายฉลาก
ของพวกเขาไม่มีส่วนผสมที่่ไม่ถูกสุขภาพ สีหรือรสชาติเทียม
เทรดเดอร์ โจส์ ได้กลายเป็นความพอใจของลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ราคาถูกและคุณภาพสูง เทรดเดอร์ โจส์ เชื่อว่าลูกค้าทุกคนควรจะเข้าถึงราคาดีที่สุดของผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดทุกวัน เพื่อที่จะให้คุณค่าอย่างสม่ำเสมอเราซื้อโดยตรงจากซัพพลายเออร์ทุกครั้งที่เป็นไปได้ เราต่อรองอย่างหนักที่จะได้ราคาที่ดีที่สุด แล้วส่งการประหยัดได้แก่ลูกค้า ผู้ขายของชำส่วนใหญ่เก็บค่าธรรมเนียมซัพพลายเออร์ของพวกเขาต่อการวางผลิตภัณฑ์บนชั้น มันทำให้ราคาสูงขึ้น ดังนั้นเราไม่ทำมัน
เรารักษาต้นทุนของเราให้ต่ำ เพราะว่าทุกเพนนีที่เราประหยัด เป็นเพนนีที่คุณประหยัด บริษัทภูมิใจตัวมันเองต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตราสินค้าของร้านของพวกเขา ประมาณ 70% ของการนำเสนอผลิตภัณฑ์
บริษัทรับประกันผลิตภัณฑ์ของพวกเขา ถ้าเราลองกับผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่ง
และไม่ชอบมัน เราสามารถนำมันกลับมาเพื่อได้เงินคืนทั้งหมด
เทรดเดอร์ โจส์ ใช้การตั้งราคาต่ำสุดทุกวัน : อีดีแอลพี และส่งเสริมราคาต่ำอย่างหนักของพวกเขา
ผ่านทางตราสินค้าของร้านได้บรรลุความสำเร็จ พวกเขาไม่ทำตลาด
เหมือนร้านขายของชำอื่น หรือลูกค้าถูกกำหนดให้รับการเป็นสมาชิกที่จะ
ได้ราคาต่ำ ณ เทรดเดอร์ โจส์ อีดีแอลพีของพวกเขาหามาได้ต่อบุคคล
ทุกคน พวกเขาไม่ให้เกียรติคูปอง และไม่มีการ์ดสมาชิกหรือการส่งเสริมการขาย ผู้จัดการร้านถูกอ้างเป็นกัปตัน และบุคคลของร้านเป็นสมาชิก
ลูกเรือ
อีดีแอลพี เป็นกลยุทธ์การกำหนดราคาอย่างหนึ่งที่บริษัทสัญญาลูกค้าว่าราคาของพวกเขาจะต่ำอยู่เสมอ โดยไม่ต้องรอกิจกรรมลดราคา อีดีแอลพี
เป็นความคิดที่ยิ่งใหญ่ ผู้ค้าปลีกนำเสนอราคาที่ต่ำกับทุกผลิตภัณฑ์อย่าง
สม่ำเสมอแก่ลูกค้าของพวกเขา โดยไม่ต้องทำการขายลดราคาหรือส่งเสริม
การขาย ร้านค้ากำหนดราคาที่ต่ำและรักษามันไว้อย่างยาวนาน จนกว่า
ต้นทุนเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญ
อีดีเเอลพีช่วยลูกค้าด้วยการทำให้การตัดสินใจเง่ายขึ้น พวกเขาไม่ต้อง
กังวลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาต้องการจะลดราคาสัปดาห์หน้า หรือ
สัปดาห์ต่อไป
วอลมาร์ทมีชื่อเสียงมากที่สุดต่ออีดีแอลพี แต่เทรดเดอร์โจส์ ได้รับเอาอีดีแอลพี ด้วย ที่จริงแล้ววอลมาร์ท สร้างความสำเร็จของพวกเขาตลอดหลายทศวรรษด้วยกลยุทธ์อีดีแอลพี ด้วยถ้อยคำว่า”ราคาต่ำอยู่เสมอ” เทรดเดอร์ โจส์ เป็นตราสินค้าของร้านที่ใช้กลยุทธ์การตลาดเฉพาะกลุ่ม อธิบายตัวเองเป็น ร้านค้าเพื่อนบ้าน
เทรดเดอร์โจส์ ไม่ได้เป็นร้านค้าธรรมดา พวกเขาไม่เหมือนใครเพราะว่าความผูกพันของพวกเขาต่่อคุณภาพและราคาต่ำ มันทำให้หามาได้ต่อบุคคลทุกคน บริษัทได้กล่าวว่า “ทุกเพนนีที่เราประหยัดได้เป็นทุกเพนนีที่ลูกค้าของเราประหยัด” เทรดเดอร์ โจส์ ทำงานอย่างหนักที่จะบริหารภาพพจน์เศรษฐกิจของคุณค่านี้ต่อผลิตภัณฑ์ของพวกเขา คู่แข่งขันแม้แต่ร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ไม่สามารถแข่งขันได้

50439

ชาร์ล ฮิวส์ อาจารย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน และแกเร็ธ โจนส์ อาจารย์
มหาวิทยาลัยเท็กซัส เอ แอนด์ เอ็ม ได้ระบุเกณฑ์การสร้างคุณค่าที่สำคัญสี่อย่าง อธิบายเเหล่งที่มาของข้อได้เปรีบบทางการแข่งขัน รากฐานสี่อย่าง
ของได้เปรียบทางการแข่งขันคือ ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า คุณภาพที่เหนือกว่า นวัตกรรมที่เหนีอกว่า และการตอบสนองลูกค้าที่เหนือกว่า
ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันไม่สามารถบรรลุความสำเร็จได้โดยไม่มีปัจจัยสี่ตัวเหล่านี้เป็นรากฐานของธุรกิจ
เทรดเดอร์ โจส์ สร้างคุณค่าแก่ลูกค้าด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และประสบ
การณ์ภายในร้านที่สนุกสนาน บริษัทได้นำหน้าแนวโน้มของอาหารอยู่เสมอ
ก่อนที่มันกลายเป็นกระเเสหลัก เทรดเดอร์ โจส์ ยึดคุณค่าด้วยการกำหนด
ราคาต่ำทุกวันและต้นทุนต่ำ การใช้การกำหนดราคาบนพื้นฐานคุณค่า นอกจากนี้
ความแพร่หลายของผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ และป้ายฉลากของร้านทำให้
ขายของชำโดยไม่มีส่วนลดที่หาได้ยากต่ออุตสาหกรรม ค่าใช้จ่ายการตลาดและการโมษณาต่ำที่สุด แต่ใช้สื่อปากต่อปากของลูกค้่าที่จงรักภักดี
เทรดเดอร์ โจส์ ได้สอดคล้องโมเดลธุรกิจของการขายของชำคุณภาพสูง
ต้นทุนต่ำของพวกเขาอย่างมีประสิทธิภาพกับโมเดลการดำเนินงานของ
การทำให้เอสเคยูต่ำสุด การขายมากด้วยการขายน้อย
ประสิทธิภาพของการเสาะหาผลิตภัณฑ์และลูกโซ่อุปทานภายในโมเดลการดำเนินงานของเทรดเดอร์ โจส์ สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจของพวกเขา
การให้คุณค่าต่อทั้งบริษัทและลูกค้า การทำให้สินค้าคงเหลือต่ำที่สุดด้วยการเสาะหาผลิตภัณฑ์
ร้านเทรดเดอร์ โจส์ มี 4,000 เอสเคยูต่อร้าน
8% เท่านั้นของค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม 50,000 เอสเคยู พวกเขาบรรลความ
สำเร็จนี้ด้วยการนำเสนอความหลากหลายที่น้อยของผลิตภัณฑ์ การขาด
ทางเลือกไม่ได้ลดความดึงดูดต่อลูกค้า เนื่องจากความไว้วางใจของพวก
เขาต่อคุณภาพอาหารของเทรดเดอร์ โจส์ ระดับสินค้าคงเหลือที่ต่ำ ณ
เทรดเดอร์ โจส์ นำไปสู่้อัตราหมุนเวียนสินค้าคงเหลือสูงมาก ร้านค้าขนาด
เล็กของพวกเขานำเสนอสภาพแวดล้อมแบบครอบครัว
เทรดเดอร์ โจส์ ดำเนินการลูกโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทซื้อ
โดยตรงจากซัพพลายเออร์ การตัดต้นทุนของผู้จัดจำหน่ายออกไป ซัพพลายเออร์รับผิดชอบต่อการขนส่งผลิตภัณฑ์ไปยังศูนย์กระจายสินค้า
ซัพพลายเออร์ ได้สิ่งจูงใจจากเงื่อนไขการชำระเงินที่เชื่อถือได้ของบริษัท
เทรดเดอร์ โจส์ ดำเนินศูนย์กระจายสินค้าของพวกเขาเอง และรถบันทุก
วิ่งประจำวันจากศูนย์กระจายสิินค้าไปยังร้านค้าแต่ละเเห่ง แทนที่จะให้ร้าน
ค้าแต่ละแห่งมีห้องสต็อคของพวกเขาเอง ศูนย์กระจายสินค้าทำหน้าที่เป็น
ห้องสต็อครวมศูนย์แก่ร้านค้าจำนวนมาก ที่จริงแล้วโมเดลกระจายสินค้า
ของเทรดเดอร์ โจส์ กำหนดตรงไหนที่บริษัทจะเปิดร้านค้าใหม่ ไม่ใช่ใน
ทางกลับกัน

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *