การสิ้นสุดของยุคกลุ่มธุรกิจอิสระ

การสิ้นสุดของยุคกลุ่มธุรกิจอิสระ
ไม่ว่่าจะดีเลวอย่างไรก็ตาม ชื่อของฮาโรลด์ จีนีน ได้กลายเป็น
ความหมายเดียวกับแนวคิดของกลุ่มธุรกิจอิสระ เมื่อ ค.ศ 1960
ฮาโรลด์ จีนีน ได้พลิกผันไอทีทีจากบริษัืทโทรศัพท์บรรลุความสำเร็จ
พอประมาณ กลายเป็นกลุ่มธุรกิจอิสระข้ามชาติใหญ่โตดำเนินงาน
คล้ายเครื่องจักรระหว่าง ค.ศ 1960 และ 1970
ภายใน ค.ศ 1961 ยอดขายของไอทีทีเพียงแค่สูงกว่า 760 ล้านเหรียญเท่านั้น ด้วบกำไร 29 ล้านเหรียญ ฮาโรลด์ จีนีน ได้เข้าร่วมกับจำนวนน้อยของไทคูนที่มีชื่อเสียงจากการแสวงหาความคิด ไม่ใช่เพียงแค่การบริหารบริษัท อัลเฟรด สโลน ผู้ก่อตั้งเจ็นเนอรัล มอเตอร์ บริษัทหลายดิวิชั่นสมัยใหม่ เป็นนักนวัตกรรมของการบริหารคนหนึ่ง คู่แข่งขันเก่าแก่ของอัลเฟรด สโลน คือ เฮนรี ฟอร์ด ผู้คิดค้นการผลิตแบบจำนวนมาก ต้องถูกพิจารณาอีกคนหนึ่ง
ความคิดของฮาโรลด์ จีนีน กลุ่มธิรกิจอิสระ ได้เสนอแนะว่าบริษัทสามารถ
บรรลุความสำเร็จภายในธุรกิจใดก็ตาม ณ ที่ไหนก็ตาม บริษัทบังคับ
ระเบียบวินัยต่อธุรกิจเหล่านี้ ด้วยการกำหนดเป้าหมายทางการเงินอย่าง
เข้มงวด ฮาโรลด์ จีนีน ได้สร้างบริษัทด้วยหน่วยธุรกิจ 2,000 หน่วย เขา
ชอบที่จะเรียกไอทีที “บริษัทผลิตภัณฑ์หลายอย่าง การบริหารที่เอกภาพ”
เมื่อฮาโรลด์ จีนีน ลงจากตำแหน่งซีอีโอเมื่อ ค.ศ 1977 ไอทีทีเป็น
กลุ่มธุรกิจอิสระใหญ่ที่สุดภายในโลก ไอทีทีได้รวมหรือซื้อบริษัทมากกว่า
350
บริษัททุกรูปร่างและขนาดภายใน 80 ประเทศ การสร้างรายได้
17 พันล้านเหรียญ และกำไรมากกว่า 500 ล้านเหรียญ
กลุ่มธุรกิจอิสระเป็นบริษัทหลายอุตสาหกรรม การรวมกันของธุรกิจ
หลายอย่างและไม่เกี่ยวพันกัน ดำเนินงานภายในอุตสาหกรรมแตกต่างกันภายใต้กลุ่มบริษัทหนึ่ง โดยทั่วไปมันเกี่ยวพันกับบริษัทแม่และบริษัทลูกหลายบริษัท
กลุ่มธุรกิจอิสระมักจะใหญ่และข้ามชาติ ระหว่าง ค.ศ 1960 อเมริกาได้
ไล่ตามแฟชั่น กลุ่มธุรกิจอิสระอย่างแพร่หลาย ภายใต้ความเป็นผู้นำของ
ฮาโรลด์ จีนีน ไอทีที ได้เจริญเติบโตส่วนใหญ่โดยการซื้อบริษัทจำนวนมาก
ภายในกระบวนการไอทีทีแยกทางไปจากธุรกิจ
โทรคมนาคมแกนของมัน ด้วยการซื้อบริษัทเหมือนเช่น โรงแรมลูกโซ่
เชอราตัน คอนติเนนทอล เบคกิ้ง ผู้อบขนมปังวอนเดอร์ และรถเช่า
เอวิส ฮาโรลด์ จีนีน เชื่อว่าการเป็นเจ้าของบริษัทภายในหลาย
อุตสาหกรรมป้องกันบริษัทแม่จากการตกต่ำภายในอุตสาหกรรมใด
ก็ตาม ปรัชญาการบริหารของเขาธรรมดา ไม่มีความลับ ไม่มีสูตร
วิเศษ เพียงแค่คุณธรรมสมัยเก่าของการทำงานหนัก ความซื่อสัตย์
และการเสี่ยงภัย

ฮาโรลด์ จีนีน กล่าวถึงสิ่งที่บุคคลหลายคนไม่อยากจะได้ยิน เขาไม่
เชื่อว่าบริษัทจะเคยสามารถรักษาผู้ประกอบการภายในไว้ได้ หรือจูงใจ
พวกเขาอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในสังคมอุตสาหกรรมแล้วตรงที่ฮาโรลด์ จีนีน มีปะสบการณ์ หรือแม้แต่มันปรากฏภายในโทรคมนาคมเทคโนโลยีระดับสูง ทรัพยากรที่สำคัญอย่างมากคือ ทุน
การโต้แย้งของฮาโรลด์ จีนีนคือ ไม่มีซีอีโอเดิมพันอนาคตของนวัตกรรมที่ไม่สามารถคาดคะเนได้ของบริษัท วิถีทางเดียวเท่านั้น บริษัทดึงดูดทุน
ฮาโรลด์ จีนีน ยืนยันภายในหนังสือของเขา “Managing” ผู้ประกอบการนิยมเป็นตรงกันข้ามของบริษัทใหญ่ เขากล่าวว่า ผู้ถือหุ้นจะไม่เคยยืนหยัดต่อความเสี่ยงภัยที่เกี่ยวข้อง
ต้นกำเนิดของอินเตอร์แนชั่นแนล เทเลโฟน แอนด์ เทเลกราฟ ก่อตั้ง
เมื่อ ค.ศ 1920 เป็นบริษัทผู้ถือหุ้นรากฐานนิวยอร์ค โดยสองพี่น้อง ซอสธีน เบน และเฮอร์มานด์ เบน บริษัทได้รับชื่อภายใน
การเลียนแบบอเมริกัน เทเลโฟน เเอนด์ เทเลกราฟ คอมพานี เอที แอนด์ ที
เริ่มต้นสร้างระบบของการเชื่อมต่อระหว่างกันคู่สายโทรศัพท์ทั่วโลกครั้ง
แรก การซื้อบริษัทสองบริษัทครั้งเเรกแสดงนโยบายการขยายตัวในอนาคต
ของไอทีที : เปอร์โตริโก เทเลโฟน และคิวบาน เทเลโฟน
ภายในปีเเรกของการดำเนินงาน ไอทีทีว่าจ้างบุคคล 1,400 คน และ
มีรายได้รวม 3.9 ล้านเหรียญ เมื่อ ค.ศ 1971 พวกเขามีบุคคล 398,000
คนภายใน 70 ประเทศด้วยรายได้รวม 7.3 พันล้านเหรียญ
ตลอด ค.ศ 1920 ไอทีที ได้ขยายตัวไปสู่ตลาดโทรศัพท์ยุโรปที่ยังคง
ไม่พัฒนา พวกเขาได้รับสัมปทานเพื่อบริการโทรศัพท์ภายใน
สเปน ค.ศ 1924 เมื่อ ค.ศ 1925 ไอทีที ก้าวไปสู่การผลิตโทรคมนาคม
ด้วยการซื้อบริษัทลูกการผลิตต่างประเทศของเอที แอนด์ ที
อินเตอร์แนชั่นแนล เวสเทิรน อีเลคทริค ผู้ผลิตอุปกรณ์
โทรศัพท์ภายในสิบเอ็ดประเทศและเปลี่ยนชื่อมันเป็น ไอทีที สแตนดาร์ด
อีเลคทริค การก้าวไปนี้ทำให้ไอทีทีเป็นเป็นผู้ผลิตโทรคมนาคมที่สำคัญภายในสิบเอ็ดประเทศ
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ไอทีที ดำเนินการขยายตัวส่วนใหญ่
ภายในคานาดา ยุโรปตะวีนตก และลาตินอเมริกา ในเวลาเดียวกัน
การพัฒนาของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมภายในอเมริกาได้กลาย
เป็นลำดับความสำคัญ นโยบายนี้ของไอทีทีได้ต่อเนื่องไปจนถึง ค.ศ
1959 ภายหลังจากนั้น การเปลี่ยนแปลงการบริหารอย่างสำคัญ
ได้เกิดขึ้น ด้วยการเข้ามาของฮาโรลด์ จีนีน
ซอสธีน เบน ได้ถูกสืบทอดโดยฮาโรลด์ จีนีน บริหารบริษัทตั้งแต่ ค.ศ 1959 ถึง 1978 การเริ่มต้นกระบวนการของการกระจายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมอื่นอย่างรวดเร็ว และการรวมอำนาจการควบคุมอาณาจักรบริษัทที่กว้างใหญ่ของไอทีที เมื่อ ค.ศ 1970. 47% ของ ทรัพย์สินและ
ยอดขายของไอทีทีอยู่ภายในต่างประเทศ และ 59% ของกำไรไหลมาจากการดำเนินงานต่างประเทศของพวกเขา
ตามมาภายหลังยุคกลุ่มธุรกิจอิสระของฮาโรลด์ จีนีน เมื่อ ค.ศ 1977 ไลเเมน ฮามิลตัน ถูกแต่งตั้งเป็นซีอีโอ และฮาโรลด์จีนีน กลายเป็นประธานคณะกรรมการบริษัท จีนีนกลายเป็นตระหนักแผนของแฮมิลตัน
ที่จะขายธุรกิจผลิีตภัณฑ์บริโภคยุโรปของไอทีที เขาได้ชักจูง
คณะกรรมการบริษัทปลดแฮมิลตัน เมื่อ ค.ศ 1979 แรนด์ อราสคอก
กลายเป็นซีอีโอ ภายใต้ความเป็นผู้นำของแรนด์ อราสคอก
เขาได้บริหารไอทีทีสองทศวรรษต่อไปด้วยการรื้อไอทีที การขาย
หลายบริษัทที่ซี้อก่อนหน้านี้ภายใต้ฮาโรลด์จีนีน ตั้งแต่ ค.ศ 1979 ถึง
1983 เเรนด์ อราสคอก ขายธุรกิจมูลค่า 200
ล้านเหรียญแต่ละปี เมื่อสิ้นปี ค.ศ 1984 บริษัทได้ขาย 96 บริษัทลูก
รวมแล้วเกือบ 2 พันล้านเหรียญ
ไอทีที ได้เริ่มต้นปรับปรุงโครงสร้างผ่านทางการขายธุรกิจ จนมาถึงในที่สุดเมื่อ ค.ศ 1995 ไอทีที ได้แตกบริษัทเป็นสามส่วน บริษัทอิสระ : ไอทีที คอรปอเรชั่น มุ่งที่โรงแรมและการเล่นเกม ไอทีที ฮาร์ทฟอร์ด กลายเป็นการประกันภัยอย่างเดียว และไอทีที อินดัสทรีย์ การเริ่มต้นการรวมกันของบริษัทการผลิต
ไอทีทีเริ่มต้นภายใน ค.ศ 1920 เป็นบริษัทโทรศัพท์ภายในคาริเบียน
และเจริญเติบโตกลายเป็นอินเตอร์แนชั่นแนล เทเลโฟน แอนด์
เทเลกราฟ เมื่อ ค.ศ 1960 ไอทีทีได้เริ่มต้นกลืนกินธุรกิจอื่นด้วย
ความกระหายของปลาปิรันยา ไอทีทีได้ซื้อมากกว่า 250 บริษัทตลอด
ค.ศ 1970 ภายใต้ความเป็นผู้นำของฮาโรลด์ จีนีน
ฮาโรลด์ จีนีน ยืนยันว่า ขนาดของบริษัทจะให้พลังแก่ไอทีทีที่จะ
กู้ยืมเงินด้วยเงื่อนไขดีที่สุด และความหลากหลายของบริษัทจะรักษา
มันให้เข้มแข็ง เมื่ออุตสาหกรรมบางอย่างของบริษัทตกตำลง
การเเตกบริษัทดรามามากที่สุดภายในประวัติของบริษัทอเมริกัน
คือ ไอทีที เมื่อบริษัืทได้ประกาศภายใน ค.ศ 1995 ว่าบริษัท
วางแผนที่จะแตกตัวมันเองเป็นสามบริษัท และรื้อกลุ่มธุรกิจอิสระที่
คุ้นเคยมากที่สุดของอเมริกา
บริษัทรากฐานนิวยอร์ค – ของจับฉ่ายของโลก ณ เวลานั้นเป็นเจ้าของ
ทุกสิ่งทุกอย่าง วางแผนที่จะแยกหน่วยธุรกิจเป็นการประกันภัย
อุตสาหกรรม ความบันเทิงและโรงแรมที่เหลืออยู่เป็นบริษัท
มหาชนเเยกจากกัน ยอดขายรวมกันต่อปี 25 พันล้านเหรียญ
ในขณะที่บริษัทอื่นแตกกันโดยคำสั่งของรัฐบาล หรือขาย
ออกไปเป็นชิ้นตลอดเวลา แผนของไอทีทีไม่เหมือนใคร เพราะ
ว่าไอทีทีเป็นบริษัทใหญ่ของอเมริกา เต็มใจที่จะแตกตัวมันเอง
แยกกันภายในคราวเดียวกัน มันกลายเป็นเหตุการณ์จุดพลิกผัน
ภายในประวัติบริษัทอเมริกัน
การเเตกของไอทีทีเป็นหลักฐานต่อไปที่กลุ่มธุรกิจอิสระยักษ์ใหญ่ – แฟชั่นภายในธุรกิจอเมริกันระหว่าง ค.ศ 1960 และ1970 – เป็นไดโนเสาร์ของวันนี้ มันได้กลายเป็นธุรกิจที่อุ้ยอ้าย เมื่อบริษัทต้องมีประสิทธิภาพและคล่องตัว ตามความเชื่อของนักวิชาการหลายคน
กลุ่มธุรกิจอิสระอาจจะถูกมองเป็นไดโนเสาร์ภายในโลกที่พัฒนา
แล้ว แต่ภายในตลาดเกิดใหม่ กลุ่มธุรกิจอิสระได้เจริญเติบโต
อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เรามีการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจช้าลงทั่วโลก
กลุ่มธุรกิจอิสระได้ถูกเรียกชื่อแตกต่างกันภายในประเทศที่แตกต่างกัน เชน เเชโบล ภายในเกาหลีใต้ เคเร็ตสึภายในญี่ปุ่น และบิสซิเนส เฮ้าส์ ภายในอินเดีย
บริษัทหลายดิวิชันเป็นโครงสร้างที่ครอบงำต่อการบริหารธุรกิจหลายอย่างภายในตะวันตกวันนี้ ถ้อยคำดิวิชั่นหมายถึงหน่วยธุรกิจ โครงสร้างแบบดิวิชั่น – เอ็ม ฟอร์ม ได้ถูกบุกเบิกโดยดูปองท์ และเจ็นเนอรัล
มอเตอร์ เมื่อ ค.ศ 1920 โครงสร้่างแบบดิวิชั่นถูกคิดที่จะปรับปรุง
ความสามารถของบริษัทแม่จัดการกับการกระจายธุรกิจ แต่มันมีปัญหา
ของการเพิ่มระดับดับของผู้บริหาร การบัญชีที่คลุมเครือ สำนักใหญ่ไม่สามารถจัดการธุรกิจที่แตกต่างกัน และอย่างอื่น มันมักจะทำให้ทั้งหมด
มีค่าน้อยกว่าการรวมส่วนเข้าด้วยกัน
บริษัทที่กระจายธุรกิจอย่างยิ่งใหญ่ไม่กี่บริษัทที่ยังคงบรรลุความสำเร็จ เช่น เจ็นเนอรัล อีเลคทริีค เท็กซ์ทรอนและอัลไลด์ซิกนอล – กลุ่มธุรกิจอิสระ เป็นผลผลิตของเวลาและสถานที่เฉพาะ การแยกจากกันที่นำเสนอของไอทีทีเป็นจุดไคลแมกซ์ของความพยายาม 16 ปีของเเรนด์ อราสคอก
ที่จะรื้ออาณาจักรที่แผ่ไพศาล สร้างโดยฮาโรลด์ จีนีน พลิกผันบริษัทโทรศัพท์ต่างประเทศเรียกว่า อินเตอร์แนชั่นแนล เทเลโฟน แอนด์
เทเลกราฟ เป็นยักษ์ใหญ่ของธุรกิจอเมริกัน
ฮาโรลด์ จีนีน เกิดภายใน บอร์นมัท อังกฤษ และเข้ามาสู่อเมริกาเมื่อเขาอายุหนึ่งปี อยู่ที่นี่ก่อนบุคคลอื่น แรนด์ อราสคอก ซีอีโอของไอทีทีเมื่อ ค.ศ 1979 กล่าวว่า ฮาโรลด์ จีนีน มีความคิดก่อน บุคคลอื่นเป็นผู้เดินตามปรัชญาการบริหารของฮาโรลด์ จีนีน ได้ถูกศึกษาภายในคณะบริหารธุรกิจ ชำแหละภายในเอกสารวิชาการ และเป็นเรื่อวราวของหนังสือ “Managing” เขาเป็นผู้เขียนร่วมเมื่อ ค.ศ 1984 การให้ความรับผิดชอบที่ทับซ้อนแก่
ผู้บริหารของเขา ดังนั้นการตรวจสอบและถ่วงดุลมีอยู่ภายในบุคคลทุกคน
การเผชิญหน้าอย่างอดทนตราบเท่าที่ข้อเท็จจริงทุกอย่างหามาได้
ในฐานะของบุคคลอยู่สูงสุด ฮาโรลด์ จีนีน ต้นแบบการบ้างาน มั่นใจว่าเขาต้องมีข้อมูลทุกอย่าง เขาทำงาน 70 ถึง80 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เมื่อเขาบริหารไอทีที เขาต้องการรู้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่เสมอ เขากล่าวว่า ผมไม่เชื่อภายใน
เพียงแค่สั่งการให้บุคคลกระทำอะไร ปรัชญาของผมคือการอยู่ใกล้เท่าที่เป็นไปได้ต่ออะไรได้เกิดขึ้น ถ้าผมไม่สามารถแก้ปัญหาบางสิ่งบางอย่าง ผมสามารถคาดหวังให้ผู้บริหารของผมทำได้อย่างไรเล่า
แรนด์ อราสคอก กล่าวว่า ฮาโรลด์ จีนีน รู้สึกมันเป็นงานของเขาที่จะเเบกไอทีทีบนบ่าของเขา เขาทำงานชั่วโมงยาวนานอย่างไม่น่าเชื่อ และจูงใจบุคคลด้วยความกลัว ความเมตตา และการคุกคาม ทุกสิ่งทุกอย่างภายใต้ดวงอาทิตย์ให้ได้มาก
ที่สุดจากบุคคลของเขา
ภายหลังการเกษียณของเขา ฮาโรลด์ จีนีน ทำงานอย่างต่อเนื่องวันละสิบชั่วโมง สร้างบริษัทเล็ก และกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุนของเขา เขาได้เขียนหนังสือหลายเล่ม ต่อมาเขาได้วิจารณ์แนวโน้มธุรกิจสมัยใหม่ รวมทั้งการรวมและการซื้อบริษัทภายใน ค.ศ 1990 ทั้งที่ความชอบของเขาเองต่อการซื้อและการรวมบริษัทเมื่อ ค.ศ 1960 ฮาโรลด์ จีนีน ยืนยันว่า การเข้าร่วมธุรกิจด้วยสไตล์การบริหารแตกต่างกัน เป็นการปฏิบัติที่ไร้ประโยชน์ ถ้าเราผสมซุปเนื้อน้ำมะนาว และแป้ง เราไม่ได้อาหารวิเศษ เราได้อาหาร
เละเทะ ฮาโรลด์ จีนีน ได้วิจารณ์ไอทีทีตามมาการจากไปของเขาด้วย

กลุ่มธุรกิจอิสระข้ามชาติลำดับสูงสุดสามกลุ่ม – เจ็นเนอรัล อีเลคทริค
จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และโตชิบา ได้ประกาศพวกเขาจะเเตกธุรกิจ
ของพวกเขา เหตุผลเพื่อการแตกเเตกต่างกัน ตั้งแต่การฟื้นฟูโชคชะตา
และการเร่งการเจริญเติบโต ไปจนถึงความพยายามยกเครื่องการดำเนิน
งาน แต่กระนั้นเป้าหมายในที่สุดของการแตกคือ การสร้างมูลค่าแก่
ผู้ถือหุ้นของพวกเขา และการมุ่งการจัดสรรเงินทุนที่ดีขึ้นด้วย
เมื่อวันที่ 9 พฤษจิกายน 2021 กลุ่มธุรกิจอิสระอเมริกาไอคอน เจ็นเนอรัล
อีเลคทริค ได้ประกาศว่าพวกเขาจะแตกเป็นสามบริษัท สามวันต่อมา กลุ่ม
ธุรกิจอิสระอเมริกันยักษ์ใหญ่อีกกลุ่มหนึ่ง จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน
ได้ประกาศแผนการแตกเป็นสองบริษัทของพวกเขา กลุ่มธุรกิจอิสระ
ข้ามชาติญึ่ปุ่น โตชิบา ได้ระบุแผนเมื่อวันที่ 12 พฤษจิกายน แตกเป็น
สามบริษัทด้วย
แม้แต่ไอทีที ครั้งหนึ่งได้ความลุ่มหลงความใหญ่โตของชาวอเมริกัน –
กลุ่มธุรกิจอิสระที่ยิ่งใหญ่ ภายใต้ความเป็นผู้นำของฮาโรลด์
จีนีน ซีอีโอ ผู้บุกเบิกต้นแบบกลุ่มธุรกิจอิสระต้นแบบของเขา วันนี้ได้ฉลอง
ยุคใหม่ของความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของบริษัท ด้วยการประกาศว่า
ไอทีที จะเเตกตัวมันเองเป็นสามบริษัท
ซีอีโอของไอทีที แรนด์ อราสคอก ได้กล่าวว่าการแตกจะทำให้การ
บริหารของธุรกิจสามอย่างที่จะออกแบบกลยุทธ์บริษัท บนพื้นฐานของ
คุณลักษณะทางธุรกิจของพวกเขาเอง บริษัทใหม่จะถูกเรียกว่า
ไอทีที อินดรัสตรีย์ ไอทีที ฮาร์ทฟอร์ด และไอทีที คอร์ป ตามถ้อย
แถลงได้อ้างถึง “ไอทีทีใหม่”
ระหว่าง ค.ศ 1950 และ 1980 การกระจายธุรกิจ เป็นแหล่งที่สำคัญ
ของการเจริญเติบโตของบริษัทภายในทุกประเทศอุตสาหกรรมก้าวหน้า
เมื่อ ค.ศ 1970 เราได้มองเห็นจุดสูงสุดของความกระหึ่มของการกระจายธุรกิจ ด้วยการเกิดขึ้นชองรูปแบบบริษัทใหม่ – กลุ่มธุรกิจอิสระ – นำเสนอโดยไอทีที เท็กซ์ทรอน และอัลไลด์ ซิกแนล เหตุผลยิ่งใหญ่ที่สุดของ
การกระจายธุรกิจคือ การสร้างความสมดุลของกลุ่มธุรกิจ กำไรจาก
ธุรกิจอย่างหนึ่งสามารถลบล้างขาดทุนจากธุรกิจอีกอย่างหนึ่งได้ แต่
เรามีเรื่องขนาดของบริษัทด้วย ผู้บริหารชอบบริหารบริษัทใหญ่ขึ้น
นานมาแล้ว จุดมุ่งของความประหยัดจากขนาดนำเราที่จะเชื่อว่ายิ่ง
ใหญ่ยิ่งดี
กลุ่มธุรกิจอิสระเป็นกลยุทธ์การกระจายธุรกิจตรงที่บริษัทเข้าไปสู่
ธุรกิจที่ไม่เกี่ยวพันกัน บริษัทมักจะเลือกเจริญเติบโตเป็นกลุ่มธุรกิจอิสระ เมื่อพวกเขาเชื่อว่าอุตสาหกรรมอื่นให้โอกาสการเจริญเติบโตมากกว่าอุตสาหกรรมเดิมของพวกเขา พวกเขาเลือกกลยุทธ์การกระจายธุรกิจแบบ
กลุ่มธุรกิจอิสระที่จะทำให้ยอดขายและกำไรมั่นคงด้วย
เพื่อที่จะกลายเป็นกลุ่มธุรกิจอิสระ บริษัทกระจายธุรกิจไปสู่ธุรกิจที่ไม่มีความสัมพันธ์ต่อธุรกิจเดิม มันเป็นการกระจายธุรกิจขับเคลื่อนทางการเงิน เพื่อการสร้างมูลค่าของผู้ถือหุ้นสูงสุดกลุ่มธุรกิจอิสระกระจายความเสี่ยงภัยระหว่างหลายธุรกิจ การลดการขึ้นลงของยอดขายและกำไรของบริษัทเนื่องจากวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์
บริษัทกลุ่มธุรกิจอิสระสร้างผ่านทางการรวมและการซื้อบริษัทเมื่อการรวมหรือการซื้อบริษัทเสร็จเรียบร้อย บริษัทกลุ่มธุรกิจอิสระถูกเรียกว่าบริษัทแม่ ในขณะที่บริษัทที่เล็กกว่าประกอบกันขึ้นเป็นบริษัทถูกเรียกว่าบริษัทลูก
เมื่อ ค.ศ 1980 บริษัทกลุ่มธุรกิจอิสระ บริษัทที่ประกอบด้วยธุรกิจที่ไม่
เกี่ยวพันกันหลายอย่าง เป็นรูปแบบบริษัทที่ยึดครองภายในอเมริกา
ระหว่าง ค.ศ 1960 และ 1970 แต่กระนั้นระหว่าง ค.ศ 1980 คลื่นของ
การไม่รวมกลุ่มธุรกิจอิสระได้เกิดขึ้น กลุ่มธุรกิจอิสระสมัยเดิม เช่น
เจ็นเนอรัล อีเลคทริค จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และโตชิบา กำลังก้าวไปสู่
ทิศทางใหม่เมื่อ กลุ่มธุรกิจอิสระที่สำคัญสามกลุ่ม ต่างได้เปิดเผยการแตก
ตัวมันเองภายในความพยายามที่จะสร้างมูลค่าผู้ถือหุ้นสูงสุด เรามีการทำนายอยู่แล้วว่ากลุ่มธุรกิจอิสระตายแล้ว
ทำไมกลุ่มธุรกิจอิสระยักษ์ใหญ่หล่นจากแฟชั่น เจ็นเนอรัล อีเลคทริค
โตชิบา และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ทั้งหมดก่อตั้งมานานกว่า 125 ปี
ที่แล้ว ภายในหลายทศวรรษตามมา ทั้งสามบริษัทได้สร้างตัวมันเองเป็นยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมแผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วโลก และในขณะนี้พวกเขาได้ตัดสินใจว่าการแตกตัวพวกเขาเองเป็นวิถีทางดีที่สุดสร้างคุณค่าสูงสุดเพื่อ
ผู้ถือหุ้น ได้ประกาศการแตกอาณาจักรของพวกเขาเป็นบริษัทที่แยกจากกัน การแตกของยักษ์ใหญ่บริษัทเหล่านี้ภายในหนึ่งสัปดาห์ ได้ถูกเรียกชื่อว่า “การสิ้นสุดของยุคกลุ่มธุรกิจอิสระ”
เจ็นเนอรัล อีเลคทริค เป็นรายแรกที่ซื้อตั๋วของการแยกจากกัน
ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมอเมริกานานกว่า 125 ปี เจ็นเนอรัล อีเลคทริค
ยืนยันว่าบริษัทจะแตกเป็นสามบริษัท เรื่องราวของกลุ่มธุรกิจอิสระ
อเมริกาพยายามทำให้ธุรกิจเรียบง่ายลง และการลดหนี้สินให้น้อยลง
จีอี เป็นตราสินค้าอเมริกันไอคอน ย้อนรอยต้นกำเนิดของมันไปสู่บริษัท
ก่อตั้งร่วมโดยโทมัส อีดีสัน ภายใต้ความเป็นผู้นำของเเจ็ค เวลซ์ มันได้
กลายเป็นบริษัทมูลค่ามากที่สุกภายในโลก
เจ็นเนอรัล อีเลคทริีค กลุ่มธุรกิจอิสระยิ่งใหญ่ที่เเจ็ค เวลซ์ บรรลุความสำเร็จสูงมากภายในสองทศวรรษที่แล้วของศตวรรษที่ยี่สิบในขณะนี้ได้แตกเป็นสามบริษัทอิสระ การบิน การดูแลสุขภาพ และพลังงาน แต่ละบริษัทเป็นบริษัทมหาชน และเป็นอิสระจากกัน เป้าหมายอย่างหนึ่งคือ
ปลดปล่อยคุณค่าซ่อนเร้นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ภายในกลุ่มธุรกิจอิสระ
ผ่านมาไม่กี่วันต่อมากลุ่มธุรกิจอิสระญี่ปุ่นโตชิบา ก่อตั้งเมื่อค.ศ 1875
ได้เปิดเผยแผนที่จะแตกเป็นสามบริษัท โตชิบา เป็นกลุ่มธุรกิจอิสระ
ข้ามชาติญี่ปุ่นเก่าแก่ที่สุดและเป็นผู้ผลิตใหญ่
ใหญ่ที่สุดของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าบริโภคและอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่อยู่ภายในโตเกียว ญี่ป่น การเริ่มต้นด้วยสองจิตใจหลักแหลมที่สุดภายใน
ประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ฮิซาซิเงะ ทานากะ ด้วยชื่อเสียงต่อลำดับของการ
คิดค้นภายในวัยหนุ่มของเขา และอิชิสุเกะ ฟุจิโอะกะ เรียกกันว่าโทมัส
เอดิสันของญี่ปุน บุคคลตำนานเหล่านี้ได้เปิดตัวธุรกิจนวัตกรรมเจริญเติบโตเป็นทศวรรษ และต่อมาได้รวมกันกลายเป็นโตชิบา
พวกเขาทั้งสองได้นำนวัตกรรมมาสู่ญี่ปุนและโลก เช่น หลอดเอ็กซ์เรย์
และหลอดส่งวิทยุภายใน ค.ศ 1919 เมื่อ ค.ศ 1930 พวกเขาได้แนะนำเครื่องซักผ้าไฟฟ้า และตู้เย็นครั้งแรกภายในญี่ปุ่น
โตชิบา ชื่อได้มาจากชื่อก่อนหน้านี้ของมัน โตเกียว ชิบาอุระ – โตเกียว ชิบะอุระ อิเลคทริค
ก่อตั้งด้วยการรวมกันของสองบริษัทภายใน ค.ศ 1939 บริษัทแรก ชิบะอุระ
เซซะกุโช – ทานากะ เอ็นจิเนียริ่ง เวิรค เป็นผู้ผลิตคนแรก
ของอุปกรณ์โทรเลขของญี่ปุ่น ก่อตั้งโดยทานากะ ฮิซาซิเงะ เมื่อ ค.ศ 1875
เมื่อ ค.ศ 1904 ชื่อของมันได้ถูกเปลี่ยนแปลงเป็น ชิบะอุระ เอ็นจิเนียริ่ง เวิรค
ตลอดครึ่งแรกของศตวรรษที่ยี่สิบ ชิบะอุระ เอ็นจิเนียริ่ง เวิรค กลายเป็น
ผู้ผลิตรายสำคัญของเครื่องจักรไฟฟ้า เมื่อญี่ปุ่นได้ทันสมัยระหว่างยุค
เมจิ บริษัทที่สอง ฮาคุเนะสึฉะ ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1890 โดย อิซิสุเกะ ฟุจิโอะกะ
และเป็นผู้ผลิตคนเเรกของตะเกียงไฟฟ้าของญี่ปุ่น มันได้กระจายธุรกิจไปสู่
การผลิตผลิตภัณฑ์บริโภคอื่น และเมื่อ 1899 ได้ปลี่ยนชื่อเป็นโตเกียว
เด็งกิ – โตเกียว อีเลคทริค โค

บริษัทเทคโนโลยีด้วยประวัติที่ยาวนาน โตชิบา เป็นชื่อครัวเรือนภายในญี่ปุ่น และได้ถูกมองมายาวนานเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญทางเทคโนโลยีของประเทศ นับแต่นั้นมาชื่อเสียงของ มันได้ถูกกระทบตามมาจากเรื่องอื้อฉาวทางการบัญชีเมื่อ ค.ศ 2015และการล้มละลายของบริษัทลูก เวสทติ้งเฮ้าส เมื่ิอ ค.ศ 2017 ภายจากนั้นโตชิบา ได้ถูกกดดันให้กำจัดธุรกิจที่ขาดประสิทธิภาพ
เมื่อ ค.ศ 2012 โตชิบาได้ประกาศว่าบริษัทจะเเตกเป็นบริษัทที่แยกจากกันสามบริษัท บริษัทสามบริษัทมุ่งที่โครงสร้างพื้นฐาน เซมิคอนดัคเตอร์ และอุปกรณ์ ซาโตชิ สึนากาวะ ซีอีโอของโตชิบา กล่าวว่า ตลอดประวัติมาก
กว่า 140 ปีของเรา โตชิบาได้วิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องที่จะนำหน้า
เวลา การประกาศของวันนี้ไม่แตกต่่างกัน เพื่อที่จะยกระดับตำแหน่ง
การแข่งขันของเรา แต่ละธุรกิจในขณะนี้ต้องการความคล่องตัวมาก
ขึ้น จัดการความท้าทายและโอกาสทางตลาดของมันเอง เราได้ถูก
ชักจูงว่าการแยกธุรกิจเป็นความดึงดูด มันจะปลดปล่อยคุณค่า
อย่างมากมายด้วยการกำจัดความซับซ้อน มันสามารถทำให้ธุรกิจ
มีการบริหารอย่างมีจุดมุ่งมากขึ้น ส่งเสริมการตัดสินใจอย่างคล่องตัว
และการเเยกจากกันได้เพิ่มทางเลือกแก่ผู้ถือหุ้น
สามวันต่อมาภายหลังจากกลุ่มธุรกิจอิสระอเมริกันไอคอน เจ็นเนอรัล
อีเล็คทริค ประกาศว่าบริษัทจะเเตกเป็นสามบริษัท
กลุ่มธุรกิจอิสระดูเเลสุขภาพ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้ประกาศแผนแตกเป็นสองบริษัท การแยกระหว่างธุรกิจผลิตภัณฑ์บริโภคและธุรกิจยาและอุปกรณ์แพทย์ การสร้างเป็นบริษัทมหาชนสองบริษัท บริษัทจะแตกธุรกิจผลิตภัณฑ์บริโภคมีทั้งตราสินค้า เช่น แบรนด์ เอด ไทลีนอล และ
ลิสเตอรีน
เป็นบริษัทมหาชนใหม่ ธุรกิจยาและอุปกรณ์แพทย์จะยังคงรักษาชื่อจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ไว้อยู่
ซีอีโอของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน
อเล็กซ์ กอรสกี้ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นวิถีทาง
ดีที่สุดเร่งความพยายามของเรารับใช้ผู้ป่วย ลูกค้า และนักวิชาชีพสุขภาพ
สร้างโอกาสต่อทีมที่สามารถทั่วโลกของเรา ขับเคลื่อนการเจริญเติบโต
ของกำไร และสำคัญที่สุด ปรับปรุงผลลัพธ์ดูเเลสุขภาพต่อบุคคลทั่วโลก นานหลายช่วงอายุคน จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มีความหมายอย่างเดียวกับการดูแลสุขภาพอเมริกัน เขาได้กล่าวว่า การแตกบริษัทจะนำโอกาสที่ยิ่งใหญ่มาสู่ผู้ถือหุ้น
มันเป็นผลประโยชน์ระยะยาวดีที่สุดต่อผู้ถือหุ้นทุกคนของเรา เป้าหมาย
ของเราคือ สร้างสองผู้นำโลกอย่างเเท้จริง วางตำแหน่งได้ดีขึ้นที่จะให้
ผลลัพธ์สุขภาพปรับปรุงแก่ผู้ป่วยและลูกค้าผ่านทางนวัตกรรม ธุรกิจยา
และอุปกรณ์แพทย์มีโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของวันนี้…… และเเน่นอนธุรกิจผลิตภัณฑ์บริโภคของเรามีตราสินค้าไอคอนด้วย
อิริค กอร์ดอน อาจารย์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวว่า เราอยู่ ณ จุดภายใน
วงจรตรงที่กลุ่มธุรกิจอิสระนิยมแพร่หลายน้อยลง โดยเฉพาะบริษัท
พยายามที่จะมุ่งยาอย่างเดียว

ยิ่งใหญ่ไม่ยิ่งดีเสมอไปแล้ว มันได้ปรากฏเป็นคำตัดสินกวาดบริษัทใหญ่ที่สุดบางบริษัทบนโลกนี้ แต่ละบริษัทมีเหตุผลเฉพาะของพวกเขาเอง เพื่อต้องการให้เล็กลง แต่โดยทั่วไป กลุ่มธุรกิจอิสระเริ่มต้นแตกเป็นบริษัทแยกจากกัน เพราะว่าพวกเขาต้องการปลดปล่อยคุณค่า ด้วยคำพูดที่ง่ายหมายความว่าพวกเขาคิดว่านักลงทุนมองเห็นตุณค่าน้อยภายในธุรกิจของบริษัท ถ้าธุรกิจยังคงรวมกันอยู่ และผู้ถือหุ้นจะดีขึ้น ถ้าธุรกิจเหล่านี้แตกเป็นบริษัทที่แยกจากกัน บริษัทใหญ่เหล่านี้กล่าวว่าบริษัทใหม่ที่เล็กลงของพวกเขาจะคล่องตัว ตอบสนอง และมุ่งเป้าหมายมากขึ้น
อุตสาหกรรมภายในอเมริกาภายในศตวรรษที่ยี่สิบ ระหว่าง 1920
ดูปองท์ และเจ็นเนอรัล มอเตอร์ ได้บุกเบิกการใช้รูปแบบหลายดิวิชั่น เอ็ม ฟอรม ผลิตและขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวพันกันผ่านทางดิวิชันแยกจากกัน และโครงสร้างองค์การนี้ได้แพร่กระจาย ต่อมาบริษัทที่เจริญเติบโตด้วยการรวมและการซื้อบริษัท
ฮาโรลด์ จีนีน ยืนยันว่าวิถีทางของเขาเป็นหนทางเดียวเท่านั้นที่จะบริหารธุรกิจใหญ่และเจริญเติบโต
ฮาโรลด์ จีนีน เข้าใจว่าเพื่อกลุ่มธุรกิจอิสระข้ามชาติที่แท้จริงดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมเป็นทุกสิ่งทุอย่าง เพื่อที่จะติดตามอาณาจักรของเขาโดยส่วนบุคคล
ฮาโรลด์ จีนีน สามารถซื้อโลกได้ ถ้าเขามีโอกาส เมื่อ ค.ศ 1959
ฮาโรลด์ จีนีน กลายเป็นซีอีโอของไอทีที เขาได้ทำการกระจายธุรกิจ
และการสร้างกลุ่มธุรกิจอิสระอย่างยิ่งใหญ่ การเข้าไปสู่การซื้อบริษัทจำนวนมาก ไม่ว่ามันอยู่ภายในธุรกิจอะไร ตราบเท่าที่มันทำกำไร ฮาโรลด์
จีนีน ไม่มีข้อยกเว้น ฮาโรลด์ จีนีน ได้ถูกมองเป็นทั้งสถาปนิกของกลุ่มธุรกิจ
อิสระระหว่างประเทศ และนักธุรกิจที่สำคัญและโต้เถียงกันมากที่สุด
ของ ค.ศ 1960 ฮาโรลด์ จีนีน กล่าวว่า เขาไม่เคยพบธุรกิจที่เขาไม่ได้พบ
ความน่าสนใจ

ฮาโรลด์ จีนิน ไม่เพียงแต่ปฏิรูปไอทีทีเท่านั้น แต่ได้สร้างชื่อเสียงเป็น
นักนวัตกรรมการบริหารด้วย เขาได้ช่วยสร้างพิมพ์เขียวแก่บริษัทข้ามชาติอเมริกา ปรัชญานำทางการกระจายธุรกิจอย่างรุนแรงของฮาโรลด์ จีนีน
เป็นความเชื่อของเขาว่าการบริหารที่สามารถสร้างความสำเร็จได้ของ
ธุรกิจใดก็ตาม ความเป็นผู้นำธุรกิจต้องมุ่งที่การกำหนดเป้าหมาย
ทำการตัดสินใจบนพื้นฐานตัวเลข ได้รับรายงานบ่อยครั้งจากบุคคล
ของเขา และรับความเสี่ยงภัยอย่่างรอบคอบ
ฮาโรลด์ จีนีน ได้คิดค้นกลุ่มธุรกิจอิสระบริษัทระหว่างประเทศด้วยการซื้อมากกว่า 300 บริษัทภายในค.ศ 1960 ไอทีที ได้กลายเป็นกลุ่มธุรกิจอิสระแบบฉบับ รูปแแบบของธุรกิจที่สูญเสียความดึงดูดของมันภายในทศวรรษต่อมา
โดยข้อเท็จจริง เมื่อฮาโรลด์ จีนีน จักพรรดิ์ของการซื้อบริษัท
พูดเกี่ยวกับการบริหาร สิ่งเดียวเท่านั้นที่คิดถึงคือ แฟรงค์ ซินาตรา ร้องเพลง “My Way” เราซื้อบริษัทมูลค่ามากกว่า 6 พันล้านเหรียญ และเชื่อมเข้าด้วยกันเป็นบริษัทที่เจริญเติบโตและทำกำไร
หนังสือ In Search of Excellence ขายได้หลายล้านเล่ม สอนว่า “ยิ่งเล็ก
ยิ่งสวยงาม” ต่อต้านกลุ่มธุรกิจอิสระ และเเนะนำผู้บริหารสร้างจากภายใน บนจุดเเข็งของพวกเขา ไม่ใช่เจริญเติบโตโดยการซื้อบริษัทเป้าหมาย แต่
ฮาโรลด์ จีนีน ยืนยันว่าวิถีทางของเขาเป็นหนทางเดียวเท่านั้นที่จะบริหารธุรกิจใหญ่และเจริญเติบโต

อัลเฟรด แชนด์เลอร์ ได้ยืนยันว่าบริษัทที่บรรลุความสำเร็จทุกบริษัทต้องมีโครงสร้างสอดคล้องกับกลยุทธ์ของพวก เขาได้สร้างรากฐานทฤษฎีของเขา บนการศึกษาบริษัทใหญ่ของอเมริกาอย่างกว้างขวาง ระหว่าง ค.ศ 1850 และ 1920 – บริษัทเหมือนเช่น เจ็นเนอรัล มอเตอร์ ดูปองท์ และเซียร์ โรบัคส์ มันเป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจกำลังพัฒนาจากการบริหารรวมศูยย์กลางหน่วยเดียว ไปเป็นรูปแบบหน่วยธุรกิจหลายหน่วย รูปแบบหน่วยธุรกิจหลายหน่วย : เรียกกันว่าเอ็ม-ฟอร์ม อ้างถึงโครงสร้างองค์การของบริษัทที่ถูกแยกเป็นหน่วยธุรกิจกึ่งอิสระที่ถูกนำทางและควบคุมด้วยเป้าหมายทางการเงินจากศูนย์กลาง
แนวคิดของรูปแบบหน่วยธุรกิจหลายหน่วยขององค์การ ได้ถูกแนะนำด้วยผลงานของอัลเฟรด แชนด์เลอร์ เกี่ยวกับโครงสร้างแบบหน่วยธุรกิจของบริษัท ตามมุมมองของอัลเฟรด แชนด์เลอร์ เอ็ม-ฟอร์ม สนับสนุนการเจริญเติบโตโดยการกระจายธุรกิจข้ามผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม และตลาด และการรวมทั้งแนวคิดของการมอบหมายอำนาจหน้าที่ไปยังผู้บริหารหน่วยธุรกิจ
โครงสร้างแบบเอ็ม-ฟอร์มของดูปองท์และเจ็นเนอรัล มอเตอร์ จะเกี่ยวพันกับการสร้างหน่วยธุรกิจดำเนินงานกึ่งอิสระ : ศูนยกำไร จัดตามผลิตภัณฑ์ ลูกค้า หรือพื้นที่ หน่วยธุรกิจแต่ละหน่วยจะบริหารแยกจากกัน แต่กระนั้นภายใต้การใช้เอ็ม-ฟอรมอย่างมีประสิทธิภาพ ดูปองท์และเจ็นเนอรัล มอเตอร์ ได้สร้างสำนักงานทั่วไปประกอบด้วยผู้บริหารทั่วไปจำนวนหนึ่งและสายงานที่ปรึกษาและการเงิน เพื่อที่จะตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยธุรกิจ จัดสรรทรัพยากรท่ามกลางหน่วยธุรกิจ และยุ่งเกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ์ บุคคลแนวหน้าภายในการสร้างโครงสร้างแบบหน่วยธุรกิจหลายหน่วย – เอ็ม-ฟอร์ม คือ อัลเฟรด สโลน และปีแอร์ ดูปองท์ ช่วงเวลาจะเป็นต้น ค.ศ 1920
อัลเฟรด แชนด์เล่อร์ ได้สรุปข้อบกพร่องของบริษัทใหญ่แบบยู ฟอรม์ภายในวิถีทางต่อไปนี้
จุดอ่อนตามธรรมชาติภายในบริษัทที่ดำเนินงานด้วยการจัดแผนกงานตามหน้าที่รวมอำนาจ……ได้กลายเป็นสำคัญต่อเมื่อภาระทางการบริหารของผู้บริหารอาวุโสได้เพิ่มขึ้นจนพวกเขาไม่สามารถที่จะจัดการความรับผิดชอบ
ของการเป็นผู้ประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพ สถานการณ์นี้ได้เกิดขึ้นเมื่อการดำเนินงานของธุรกิจได้กลายเป็นซับซ้อนเกินไป และปัญหาของการประสานงาน การประเมินผล และการกำหนดนโยบายสับสนเกินไปต่อผู้
บริหารระดับสูงจำนวนน้อยจัดการทั้งการเป็นผู้ประกอบการระยะยาว
และการดำเนินกิจกรรมระยะสั้น
อัลเฟรด สโลนได้ฝันถึงแผนองค์การแบบยู ฟอร์มแก่เจ็นเนอรัล เขาได้โอกาสของเขาที่จะดำเนินการมันภายหลังการตกต่ำทางเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเกือบจะขับเคลื่อนจีเอ็มไปสู่การล้มละลาย ปีแอร์ ดูปองท์จะมีการลงทุนจำนวนมากภายในจีเอ็ม และได้เร่งที่จะช่วยชีวตจีเอ็ม
ด้วยการรับรู้ถึงความดีของแผนของอัลเฟรด สโลน ปีแอร์ ดูปองท์ได้ไห้ความรับผิดชอบแก่เขา อัลเฟรด สโลนได้สร้างหน่วยธุรกิจของผลิตภัณฑ์แยกจากกันของรถยนต์ราคาไม่แพง -เชฟโรเลต รถยนต์ราคาปานกลาง – บูอิค และรถยนต์หรูหรา -คาดิแลค
Cr : รศ สมยศ นาวีการ




