INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ความถ่อมตัวและอนาธิปไตยสร้างอาณาจักรอาหาร ซิงเกอร์แมนส์

ความถ่อมตัวและอนาธิปไตยสร้างอาณาจักรอาหาร ซิงเกอร์แมนส์

อารี วองซ์ไวก์ กล่าวว่า เขาเริ่มต้นด้วยความชัดเจนและความสะอาด เขาต้องการให้ความเป็นผู้นำของเขาคล้ายกับอะไร เพื่อที่จะมองเห็นภาพความเป็น
ผู้นำที่บรรลุความสำเร็จดูคล้ายอะไรต่อผม ด้วยการทำงานกับบุคคลอื่นภายในองค์การของเรา เราได้กล่าวถึงความเป็นผู้นำแบบรับใช้ แนวคิด
อยู่บนพื้นฐานของหนังสือ “Servant Leadership” โดยโรเบิรต กรีนลืฟ
ณ ซิงเกิลแมนส์ เราได้ปฏิบัติความเป็นผู้นำแบบรับใช้ โรเบิรต กรีนลีฟ
ได้ระบุว่า ผู้นำแบบรับใช้มุ่งที่การเจริญเติบโต และความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคลและชุมชนที่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่ง โดยทั่วไปความเป็นผู้นำสมัยเดิมเกี่ยวพัน
กับการสะสมและการใช้อำนาจโดยบุคคลหนึ่ง ณ บนสุดของพีรามิด
ความเป็นผู้นำแบบรับใช้ร่วมอำนาจ วางความต้องการของบุคคลอื่นไว้
ลำดับเเรก และช่วยบุคคลพัฒนาและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงเท่า
ที่เป็นไปได้
อารี วองซ์ไวก์ เป็นผู้เชื่อมั่นที่มั่นคงต่อทฤษฎีความเป็นผู้นำแบบรับใช้
ของโรเบิรต กรีนลีฟ การยืนยันว่าบริการที่บุคคลให้แก่ลูกค้าไม่เคยดี
กว่าบริการที่ผู้นำให้แก่บุคคล
ความเชื่อพื้นฐานของความเป็นผู้นำแบบรับใช้คือ เราในฐานะของผู้นำ อยู่ที่นี่ – อย่างเเรกและสำคัญที่สุด- รับใช้องค์การของเรา มันดูแล้วชัดเจนดีและหรือแม้แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ภายในประสบการณ์ของเรามันไม่ใช่ ภายในองค์การสมัยเดิม จริยธรรมบริการไหลเวียนภายในทิศทางตรงกันข้าม องค์การได้ถูกสร้างที่จะบริการผู้นำ ไม่ใช่วิธีการอื่นใด
เพื่อที่จะถอดความถ้อยคำปราศัยที่มีชื่อเสียงของจอห์น เคนเนดี อดีตประธานาธิบดีของอเมริกาเมื่อ ค.ศ 1960 แสดงความความเป็นผู้นำแบบรับใช้อย่างไร จอห์น เคนเนดี ได้กล่าวว่า “อย่าถามว่าองค์การของคุณ
สามารถทำอะไรแก่คุณ ถามว่าคุณสามารถทำอะไรแก่องค์การของคุณ”
ภายในคำปราศัยนี้ เขากำลังขอชาวอเมริกันยอมรับการเสียสละบางอย่าง
เพื่อที่พวกเขาสามารถมีส่วนช่วยต่อความก้าวหน้าของประเทศ
จอห์น เคนเนดี ไม่เคยพอใจกับสถานภาพเดิม เขาต้องการอยู่เสมอที่จะผลักดันประเทศปรับปรุงตัวมันเอง เขามักจะทำสิ่งนี้ผ่านทางความเป็น
ผู้นำที่มีวิสัยทัศณ์ การกำหนดความคาดหวังที่สูง และการกระตุ้นบุคคล
รับเอาวิสัยทัศน์ในอนาคตของเขา คำสัญญาของเขาส่งชาวอเมริกันลง
บนดวงจันทร์ เป็นตัวอย่างที่ดีมากของความเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ของเขา
เรามีสไตล์ความเป็นผู้นำหลายอย่างที่อาจจะถูกใช้อธิบายจอห์น เคนเนดี
เช่น ความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูป แต่ที่แสดงได้ดีที่สุดคือ ความเป็นผู้นำแบบรับใช้ ตัวอย่างของจอห์น เคนเนดี เป็นผู้นำแบบรับใช้ตรงที่เขาได้ใช้การกระทำอย่างเข้มแข็งต่่อการสร้างสิทธิเท่าเทียมกัน เขาได้เรียกร้องการออก
กฏหมายสิทธิพลเมืองใหม่ จอห์น เคนเนดี ได้สร้างสภาพเเวดล้อมของ
ความสบายใจแก่ชาวอเมริกัน วิสัยทัศน์ของเขาได้ขยายไปสู่คุณภาพ
วัฒนธรรมของประเทศ
คุณไม่สามารถเขียนเกี่ยวกับจอห์น เคนเนดี โดยไม่กล่าวถึงถ้อยคำที่มีชื่อเสียงของเขาตามที่ อารี วองซ์ไวก์ ผู้ก่อตั้งร่วมของซิงเกอร์แมน กล่าวถึงข้างต้นได้ คำปราศัยประวัติศาสตร์นี้มุ่งเน้น การสร้างชุมชน
คุณลักษณะอย่างหนึ่งของสิบอย่างของความเป็นผู้นำแบบรับใช้ ชุมชน
ในกรณนี้คือ พี่น้องร่วมชาติทุกคนร่วมภายในประโยชน์ส่วนรรวมอย่าง
เดียวกันของประเทศ ในฐานะของผู้นำแบบรับใช้ จอห์น เคนเนดีต้องการ
สร้างชุมชน ประเทศ ตรงที่บุคคลทุกคนรู้สึกปลอดภัยและเชื่อมโยง
เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่กับความเป็นผู้นำแบบรับใช้อย่างมีประสิทธิิภาพ เรา
เริ่มต้นด้วยมุมมองว่าเรากำลังปฏิบัติต่อบุคคลของเราเป็นลูกค้าของเรา
ในฐานะซีอีโอของซิงเกอร์แมนส์ ลูกค้ายิ่งใหญ่ที่สุดของผมคือ การบริหาร
หุ้นส่วนของแต่ละธุรกิจของเรา และสายงานสนับสนุนส่วนกลาง ผู้นำให้
บริการที่ยิ่งใหญ่แก่บุคคลของเขา เพื่อที่จะให้พลังบริการภายในองค์การ
ไหลเวียนออกไป ไปสู่บุคคลแนวหน้า ทำไม เพราะว่าบุคคลแนวหน้าเกี่ยว
พันกับลูกค้า และสร้างผลิตภัณฑ์ที่เราขาย เราต้องการมั่นใจว่าพลังของ
พวกเขาเป็นอิสระให้บริการดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้แก่ลูกค้าเข้ามาภายใน
ประตูข้างหน้า
ถ้าโมเดลธุรกิจสมัยเดิมมีบุคคลทุกคนรับใช้นายของพวกเขา ความเป็น
ผู้นำแบบรับใช้พลิกโมเดลนั้นกลับหัว มันเป็นกฏธรรมชาติของธุรกิจถ้า
เราต้องการให้บุคคลของเราให้บริการที่ยิ่งใหญ่แก่ลูกค้าของเรา เรา
ต้องให้บริการที่ยิ่งใหญ่แก่บุคคลของเรา ณ ซิงเกิลแมนส์ เรายึดติดกับ
ความเป็นผู้นำแบบรับใช้ เพราะว่ามันเป็นสิ่งถูกต้องที่จะทำ มันให้โอกาสเราช่วยเหลือบุคคลให้เจริญเติบโตและบรรลุความสำเร็จ
ณ ซิงเกอร์แมนส์ เราสอนความเป็นผู้นำแบบรับใช้ภายในแก่บุคคลของ
เรา และต่อสาธารณะภายในการสัมมา ห้องปฏิบัตการ และการฝึกอบรม
ของเรา เราได้ปรับปรุงวิถีทางของเราต่อความเป็นผู้นำแบบรับใช้จาก
การสอนของโรเบิรต กรีนลีฟ และหนังสือของเขา “Servant Leadership”
เรามีคุณลักษณะหกอย่างของผู้นำแบบรับใช้ที่มีประสิทธิภาพคือ


1. การให้วิสัยทัศน์ที่บันดาลใจ
ความรับผิดชอบหมายเลขหนึ่งของผู้นำแบบรับใช้คือ การให้วิสัยทัศน์
แก่องค์การ วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และบันดาลใจเป็นสิ่งจูงใจมากที่สุดอย่าง
หนึ่งที่เราสามารถให้แก่บุคคลของเรา มันเป็นแนวคิดที่เก่าแก่เหมือนกับ
ไบเบิ้ล วิสัยทัศน์เป็นคำตอบแก่คำถามที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ถ้าเราบรรลุ
ความสำเร็จอย่างแท้จริงภายในงานของเรา องค์การของเราจะดูเหมือน
อะไร….. ปีหรือเดือนจากนี้ไป
วิสัยทัศน์ทำให้เราทุกคนอยู่บนหน้าหนังสือของค์การเดียวกัน วิสัยทัศน์ มีความสำคัญ เพราะว่ามันทำให้บุคคลรู้เรามุ่งหน้าไปที่ไหน มันทำให้เกิดภาพทางบวกของอนาคตที่เราทุกคนไล่ตามด้วยกัน และมันทำให้พวกเขารู้ความสำเร็จขององค์การจะสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า
ต่อพวกเขาอย่างไร การให้วิสัยทัศน์แก่บุคคลหรือองค์การของคุณคิอ
การให้จุดหมายปลายทางสุดท้าย บุคคลต้องการเป็นส่วนหนึ่งของบาง
สิ่งบางอย่างใหญ่กว่ตัวพวกเขาเอง และถ้าคุณสื่อสารอย่างแน่นอนคุณ
มุ่งหน้าไปที่ไหน บุคคลสามารถและต้องการช่วยคุณไปที่นั่น เมื่อทำการ
เปลี่ยนปลงใดก็ตาม ณ ซิงเกอร์แมนส์ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็กแค่ไหน เราได้ร่าง
วิสัยทัศน์ของความสำเร็จจะดูเหมือนอะไร ภายหลังมันดันออกมาแล้ว
ณ ซิงเกอร์แมนส์ วิสัยทัศน์เป็นการพรรณา ณ จุดหนึ่งของเวลาในอนาคต
ของความสำเร็จดูเหมือนอะไร วิสัยทัศน์คือคุณต้องการสิ้นสุดที่ไหน มัน
ไม่ได้เป็นแผนกลยุทธ์ แผนกลยุทธ์ช่วยให้คุณคิดคุณไปสู่เส้นชัยอย่างไร
นั่นคือวิสัยทัศน์ เเต่ถ้าไม่มีวิสัยทัศน์ของความสำเร็จดูเหมือนอะไร ผมยืนยันว่ามันเป็นไม่ได้ที่จะวางแผนเส้นทางนำตัวเราเองและองค์การของคุณไปที่นั่น อารี วองซ์ไวก์ ได้ใช้การเปรียบเทียบของการใช้ซอฟท์แวร์จีพีเอส
มันไม่สามารถให้เส้นทางคุณ ถ้าคุณไม่ได้ให้มันจุดหมายปลายทางที่ต้อง
การของคุณ
2. การให้บริการที่ยิ่งใหญ่แก่บุคคล
พอล ซากินอว์ ผู้ก่อตั้งร่วมของซิงเกอร์แมนส์ มักจะกล่าวว่า บุคคลจะ
ไม่เคยให้บริการแก่ลูกค้าของเราดีกว่าที่พวกเขาได้รับบริการจากเรา
การปฏิบัติต่อ
บุคคลด้วยระดับที่สูงของบริการที่คุณทำกับลูกค้าของคุณ เป็นส่วน
ที่สำคัญของการเป็นผู้นำแบบรับใช้ที่มีประสิทธิภาพ ถ้าเราให้บริการที่
ยิ่งใหญ่แก่บุคคลของเรา ระดับของบริการนั้นย่อมไหลผ่านไปสู่ลูกค้า
ของเรา ณ ซิงเกอรแมนส์
เราใช้ขั้นตอนสามขั้นเพื่อบริการที่ยิ่งใหญ่กับ
บุคคลของเราอย่างเดียวกับที่เราใช้กับลูกค้าของเรา คิดว่าอะไรที่ลูกค้าต้องการ รับมันไว้หรือทำมันเพื่อพวกเขา ทำให้เกินความคาดหวัง เรา
มีวิถีทางบางอย่างที่คุณเป็นผู้นำแยยรับใช้สามารถให้บริการที่ยิ่งใหญ่
แก่บุคคลทุกวัน เช่น การปฏิบัติ กฏ 40-4 ระบุว่าเมื่อคุณอยู่ห่างจากลูกค้า
10 ฟุต – ในกรณีนี้เป็นบุคคลของคุณ คุณต้องแน่ใจที่จะติดต่อทางสาย
ตาและยิ้ม และเมื่อคุณอยู่ภายใน 4 ฟุต ทักทายพวกเขาด้วยวาจา การให้
โอกาสบุคคลที่จะถามคำถาม ขอความช่วยเหลือ เป็นต้น
บริการที่บุคคล
ของเราให้แก่ลูกค้าของเราจะ ไม่เคยดีกว่าบริการที่เราให้เเก่บุคคล เรา
ได้มองเห็นมันครั้งแล้วครั้งเล่า ดังนั้นถ้าเราต้องการให้บริการลูกค้าของเราเกินความคาดหวัง แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ เราต้องทำอย่าง
กับบุคคลของเรา เราเชื่อว่าคุณให้มากขึ้นคุณได้มากขึ้น เพราะว่าความ
เป็นผู้นำแบบรับใช้เกี่ยวกับการให้ ตามมุมองทางกลยุทธ์ การให้บริการ
ที่ยิ่งใหญ่แก่บุคคลของเราสามารถช่วยทำให้ซิงเกอร์แมนส์เป็นสถานที่
ทำงานที่ดีขึ้นและดึงดูดขึ้น เราสามารถเเข่งขันกับบริษัทอื่นดึงดูดบุคคล
ทำงานหนักและรักอาหารที่เราสามารถพบ มันได้ให้ข้อได้เปรียบทางกลยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่
3. การบริหารภายในวิถีทางที่มีจริธรรม
ในฐานะของผู้นำ เรามีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของการมีชีวิตอยู่กับจริยธรรม
หรือหลักการภายในงานประจำวันของเรา ถ้าคุณได้เขียนมาตรฐานทาง
จริยธรรมขององค์การของคุณไว้แล้ว คุณสามารถเริ่มต้นด้วยเพียงเเค่
ใช้เวลาอ่านมันใหม่ประจำ และมองว่าตรงไหนที่คุณทำดีแล้ว และตรงไหน
ที่คุณอาจจะต้องปรับปรุง จุดสำคัญคือ มันเป็นการพูดเเล้วทำของความเป็นผู้นำ
ที่เราตระหนัก แต่มันยุ่งยากที่จะทำอยู่เสมอ เราพูดแล้วทำมากเท่าไร
ความซื่อสัตย์ของเรายิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
เราสามารถทำงานของเราอย่าง
มีประสิทธิภาพสูงขึ้น คุณอาจจะกล่าวว่า แน่นอนผมควรจะบริหารอย่าง
มีจริยธรรม ณ ซิงเกอร์แมนส์ เราชอบที่จะคิดถึงมันด้วยวิถีทางยุทธวิธี
เช่น ทำตามที่คุณพูดจะทำ ถ้าเราไม่รักษาความผูกพันของเราต่อบุคคล
บุคคลของเรา ทำไมพวกเขาจะรักษาความผูกพันของพวกเขาต่อเรา
เรามีไม่กี่อย่างที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพ การปฏิบัติ
ต่อบุคคลด้วยความมีเกียรติตลอดเวลา เราไม่ต้องเห็นด้วยกับพวกเขา
เราไม่ต้องชอบพวกเขา เราไม่ต้องมีความสุขมองเห็นพวกเขา แต่เราต้อง
ปฏิบัติต่อพวกเขาดวยวิถีทางที่ให้เกียรติ การแสดงว่าคุณดูแลพวกเขา
มันไม่ได้หมายความคุณต้องรับผิดชอบชีวิตของพวกเขา มันหมายควา
เราเชื่อว่าถ้าบุคคลบางคนไม่ได้บรรลุความคาดหวังผลการปฏิบัติงานของเรา มันไม่มีจริยธรรมถ้าเราไม่ยอมให้พวกเขารู้ความคาดหวังของเราไม่บรรลุ การให้การป้อนกลับทางบวกสำคัญเท่ากับการให้การป้อนกลับทางจริยธรรม
4. การเรียนรู้และการสอน
ผู้ก่อตั้งร่วมซิงเกอรแมนส์ อารี วองซ์ไวก์ และพอล ซิกินอร์
ทั้งสองเป็นผู้เรียนรู้อย่างกระหาย พวกเขาเป็นนักอ่านที่ไม่รู้จักพอ และเมื่อเขาเริ่มต้นธุรกิจ พวกเขาสร้่างสมมุติฐานว่าผู้บริหารทุกคน ณ ซิงเกอร์แมนส์ ต้องการพัฒนาตัวพวกเขาเองตามวิถีทางที่พวกเขาทำ พวกเขาได้เรียนรู้ว่ามันไม่ได้เป็นสมมุติ
ฐานที่ปลอดภัย และในฐานะขององค์การ เราต้องทำให้ชัดเจนเกี่ยวกับ
ความคาดหวังของเราต่อผู้บริหารเกี่ยวกับการพัฒนา
เพื่อที่จะช่วยให้ให้องค์การตามทันความรวดเร็ว และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ มันสำคัญต่อการการเจริญเติบโตและความสำเร็จในอนาคต เราขอว่าผู้บริหารทุกคนของซิงเกอร์แมนส์ใช้สองชั่วโมงต่อการเรียนรู้อย่างเป็นทางการต่อสัปดาห์ มันสามารถผ่านทางหนังสิอ เว็บไซต์ ออดิโอเทป หนังสือพิมพ์ วารสาร และการสัมนา เราได้ขอผู้บริหารทุกคนของเราทำอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชั่วโมงของการสอนต่อเดือนด้วย มันเป็นความเชื่อของเราว่าด้วยการสอน ผู้บริหารกำลังบรรลุระดับของการเรียนรู้สูงที่สุด
การมุ่งการเรียนรู้หมายความว่าเรายังอยู่กับแนวโน้มล่าสุด และอยากรู้
เกี่ยวกับงานของเรา และวิถีทางที่แตกต่างเราสามารถใช้กับงานของเรา
นอกจากนี้ เนื่องจากเราไม่เคยมีคำตอบทุกอย่าง และเราสามารถเรียนรู้และเจริญเติบโตอยู่เสมอ การพูดถึงความคาดหวังที่เรามีอยู่ภายในหัวตั้ง
แต่วันแรก เราเป็นนักอ่านที่กระตือรือร้น เราใช้เวลาไปสัมนาอยู่เสมอ
และเราเริ่มต้นสอนทั้งทางการและไม่เป็นทางการภายในงานของเรา
5. การช่วยบุคคลให้บรรลุความสำเร็จ
มันเป็นความเชื่อของเราว่าบุคคลต้องการทำงานที่ดี ดังนั้นมันเป็น
งาน
ของเราในฐานะองค์การที่จะให้การฝึกอบรมและทรัพยากรแก่บุคคลที่
พวกเขาต้องการ เพื่อการทำงานที่ดีอย่างมีประสิทธิภาพ วิถีทางที่เราให้ความเป็นผู้นำแบบรับใช้คือ การช่วยให้บุคคลของเราบรรลุความสำเร็จ
ทำไม เพราะว่าเมื่อพวกเขาบรรลุความสำเร็จ เราทุกคนบรรลุความสำเร็จ
ถ้าเราทำเอกสารความคาดหวังผลการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน บุคคลน่า
จะบรรลุความคาดหวังเหล่านี้มากขึ้น ถ้าคุณต้องการผลการปฏิบัติงาน
ที่ยิ่งใหญ่จากบุคคลของคุณ คุณต้องให้ความคาดหวังที่ชัดเจนและ
เครื่องมือแก่พวกเขา
การช่วยให้บุคคลบรรลุความ
สำเร็จทำได้ภายในหลายวิถีทาง เช่น การฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพให้
คำตอบต่อคำถาม อะไรได้ถูกคาดหวังเเละเมื่อไร ข้อมูลที่ต้องการจะถูก
ให้อย่างไร เราจะรู้อย่างไรถ้าความคาดหวังได้บรรลุ เราต้องมั่นใจว่าเรากำลังทำทุกสิ่งทุกอย่าง เราสามารถช่วยให้บุคคลของเราบรรลุความสำเร็จ เมื่อบุคคลเลือกทำงานภายในองค์การของ
เรา พวกเขาไว้วางใจเราให้ความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ พวกเขาให้อะไร
เราที่สามารถเรียกว่า ของขวัญของผู้ติดตาม ด้วยคำพูดอีกอย่างหนึ่ง พวกเขาเลือกที่จะเดินตามเรา การให้โอกาสเราบรรลุความสำเร็จเป็นองค์การ
ภายในวิถีทางที่เราไม่สามารถถ้าไม่มีพวกเขา กลับกันเราในฐานะของผู้นำ
รับผิดชอบต่อการให้สภาพเเวดล้อมแก่บุคคลที่พวกเขาสามารถบรรลุ
ความฝันของพวกเขา และมีชีวิตอยู่กับศักยภาพของพวกเขาเป็นบุคคล
ของซิงเกอร์แมนส์ เมื่อเราให้บริการที่ยิ่งใหญ่แก่บุคคล เรามีชีวิตอยู่กับ
ความผูกพัน
6. การกล่าวคำขอบคุณ
การกล่าวคำขอบคุณเป็นความรับผิดชอบที่สำคัญอย่างหนึ่งที่เรามี
ผู้นำแบยรับใช้ ทำไม เมื่อเรากล่าวคำขอบคุณ เราได้ผลักดันวัฒนธรรมองค์การของเรา ไปสู่อนาคตที่ชื่นชมทางบวกมากขึ้น บุคคลทุกคนทำ
งานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่ิอความพยายามของเขาได้ถูกมอง
เห็นและชื่นชม ในที่สุดการกล่าวคำขอบคุณและยกย่องการมีส่วนช่วย
ของบุคคล เป็นวิถีทางที่ดีที่สุด ทำให้บุคคลรู้ความพยายามของพวกเขา
สร้างความแตกต่าง การนำด้วยความชื่นชมไม่ใช่การตำหนิเป็นวิถีทาง
ที่มีประสิทธิภาพและสนุกสนานมากขึ้นที่จะทำงาน คุณสามารถกล่าวขอบคุณอย่างไร เรามีร้อยวิถีทางที่จะกล่าว เช่น การขอบคุณบุคคลทุกคนเมื่อพวกเขาเลิกกะของพวกเขา การให้ของขวัญของการชื่นชมและการยกย่อง การเขียนบันทึกขอบคุณแก่บุคคล
การใช้ความพยายามรู้ว่าบุคคลแต่ละคนของเราชอบถูกขอบคุณอย่างไร ถ้าคุณมีบุคคลเกลียดการยกย่องทางสาธารณะ อย่าโยนเขาไปสู่การฉลอง
แสดงความชื่นชม การเขียนบันทึกขอบคุณมักจะถูกชื่นชมอยู่เสมอ ณ ซิงเกอร์แมนส์
เราจบการประชุมทุกอย่างด้วยการชื่นชม การชื่นชมสามารถเป็นอะไร
ก็ตามหรือใครก็ตาม ภายในห้องหรือไม่ภายในห้อง ไม่มีใครถูกกำหนด
ให้พูดอะไรก็ตาม แต่บุคคลส่วนใหญ่ทำตามปรกติ อารี วองซ์ไวก์ ย้ำ
ความสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมงานทางบวกและสนุกสนาน ตรงที่บุคคลทำงานหนัก เพราะว่าพวกเขารู้ว่าพวกเขาได้ถูกชื่นชม


พวกเขาต้องการสร้างธุรกิจของพวกเขาที่แตกต่าง ด้วยบุคคลเข้าใจ
ธุรกิจ และรากฐานต่อความสำเร็จของมัน นั่นคือตรงที่การบริหารแบบ
เปิดบัญชีได้เข้ามา เราได้ร่วมตัวเลขของธุรกิจ และให้ความรู้บุคคลธุรกิจดำเนินงานอย่างแท้จริงอย่างไร การแสดงบันทัดบนรายได้ตามลงมาจนถึงบรรทัดล่างกำไร เราสอนบุคคลธุรกิจทำงานอย่างไร เราสอนพวกเขาความแตกต่างระหว่างกระเเสเงินสดและยอดขาย เราสอนพวกเขาความแตกต่างระหว่างกระเเสเงินสดกำไร
ภายในหนังสือของเขา อารี วองซ์ไวก์ เน้นย้ำความสำคัญการจูงใจตัวเอง
ของบุคคล เขาได้กระตุ้นบริษัทสร้างสภาพแวดล้อมที่บุคคลน่าจะจูงใจ
ตัวพวกเขาเองมากที่สุด เมื่อบุคคลรู้สึกว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งที่มีความ
หมายของบางสิ่งบางอย่าง ไม่มองอาวุโส ชื่อตำแหน่ง อายุ หรือประสบ
การณ์ พวกเขาเต็มใจทุ่มเทเวลาและความพยายามของพวกเขามากขึ้น
เพื่อที่จะปฏิบัติงานให้สูงขึ้น การติดสินใจที่เสี่ยงภัยแต่ศึกษา การสร้าง
นวัตกรรม และการปรับปรุงบริการ เป็นส่วนประกอบความสำเร็จของ
ซิงเกอร์แมนส์
อารี วองซ์ไวก์ ได้เขียนหนังสือและเเผ่นพับหลายฉบับเกี่ยวกับห้วข้อ
ที่หลากหลาย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการปรับปรุงตัวเราเองและมุมมองของ
เรา การนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ไม่ว่าเป็นความสันพันธ์ส่วนบุคคล
หรือธุรกิจ ภายในแผ่นพับล่าสุดของเขา “Humulity : A Humble
Anarchistic Inquiry” อารี วองซ์ไวก์ ได้กล่าวว่า เมื่อเราถ่อมตัว เราสนใจอย่างมากต่อมุมมองของบุคคลอื่น เมื่อเราถ่อมตัว เราสามารถมากขึ้นที่จะพูดว่าเราไม่มีคำตอบ เมื่อเราถ่อมตัว ม้นสำคัญที่เราเข้าใจว่าเราไม่ดีกว่าใครก็ตาม
การคิดอย่างคติ การเหยียดเชื้อชาติ และการกีดกันกลุ่มเฉพาะ รวมทั้งความเชื่อว่าผู้หญิงไม่สามารถเป็นผู้นำที่ดี……..สิ่งเหล่านี้ทุกอย่างต้องออกไปให้พ้น ถ้าเราสามารถยังคงอยู่ภายในพื้นที่ของความถ่อมตัว เรารู้โดยความหมายเราไม่ดีกว่าใครก็ตาม บุคคลทุกคนโดยความหมายมีคุณค่า และบุคคลทุกคนมีบางสิ่งบาอย่างที่จะมีส่วนช่วย ถ้าเราเต็มใจรับฟัง
อารี วองซ์ไวก์ ได้กล่าวว่าความถ่อมตัวดีต่อความเป็นผู้นำและธุรกิจ และความถ่อมตัวเพิ่มคุณค่าชีวิตส่วนบุคคลของคุณด้วย เขาได้กล่าวถึงคุณลักษณะสำคัญสามอย่างของผู้เล่นเป็นทีม รวมทั้งความถ่อมตัว ความร่วมมือร่วมใจ และความกระหาย ขับเคลื่อนที่จะบรรลุสิ่งที่ดี การมีความถ่อมตัวภายในทุกอย่างที่เราทำ
ถ้าไม่มีความถ่อมตัว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างสถานที่ทำงาน ชุมชน และ
ประเทศที่มีการดูแล เราสามารถสร้างความเป็นอยู่ที่ดีแก่บุคคลทุกคนการ
เพิ่มความถ่อมตัวจะนำเราทุกคนไปสู่ความรักมากขึ้น การดูแลมากขึ้น
ความเมตตามากขึ้น และผมมั่นใจแน่นอน สันติภาพและเกียรติยศ เราต้อง
การความถ่อมตัวที่จะไปสูความยิ่งใหญ่อย่างยั่งยืน
ผมได้ศึกษาเรื่องราวตลอดหลายปี ผมได้เริ่มต้นมองเห็นความถ่อมตัว
เป็นการเปรียบเทียบเหมือนกับดินชั้นบน ภายในธรรมชาติ ถ้าไม่มีดินดำ
ไม่มีอะไรที่น่าจะเจริญเติบโตได้ ดังที่นักวิทยาศาสตร์ซูซาน ไซมาร์ด
กล่าวว่า ดินดำเป็นรากฐานของป่า…… มันเป็นส่วนรากฐานอย่างเเท้จริง
ของการเป็นป่า รินเคส คูครีจา ผู้ก่อตั้งคอนเซิรพ เอ็นเนอจี ฟิวเจอร์ กล่าว
ว่า ดินดำ เป็นกระดูกสันหลังของการผลิตพืชผล มันเกี่ยวพันกับการทำ
ฟาร์ม แต่เรามีเหตุผลที่จะเปรียบเทียบโมเดลของระบบนิเวศองค์การด้วย
ดินดำยึดน้ำได้มากขึ้นภายในดิน – ความถ่อมตัวช่วยให้วัฒนธรรมของเรารักษาความเอื้ออาทร ดินดำช่วยให้ดินยึดเข้าด้วยกัน และลดการกัดเซาะ
– ความถ่อมตัวช่วยรักษาความยึดเหนี่ยวทางวัฒนธรรม

ซิงเกอร์แมนส์เป็นลูกศิษย์ของการบริหารแบบเปิดบัญชีของแจ็ค สแต็ค
ตลอดสองทศวรรษ แต่กระนั้นพวกเขาไม่ได้ปฏิบัติการบริหารแบบเปิดบัญชี เมื่อพวกเขาได้เริ่่มต้นครั้งแรก
เราเพียงแค่ไม่ได้เปิดเผย เพราะว่าเราไม่รู้เกี่ยวกับมัน เมื่อพวกเขาได้
เริ่มต้นมองวิถีทางดีที่สุดบริหารบริษัทและค้นพบ “The Great Game
of Business”
พวกเขารู้ทันทีว่าวิถีทางสอดคล้องกับค่านิยมของพวกเขา และทำไม
ไม่ใช้อะไรที่แจ็ค สแต็ค ได้สร้างที่จะบริหารบริษัทให้ดีขึ้น
“The Great Game of Business” พูดเกี่ยวกับธุรกิจเป็นเกม ภายในเกม
ใดก็ตาม คุณต้องรู้กฏ คุณต้องเก็บคะเเนน และเราร่วมการชนะ แผน
ประจำปีเป็นตรงที่บุคคลทุกคนช่วยพัฒนากฏและตัวเลข เราทุกคนรู้
ระดับของการทำกำไรที่เราต้องบรรลุ เพื่อที่จะให้ธุรกิจยั่งยืน ทุกสิ่ง
อย่างที่เกินตัวเลขวางแผนเป็นกำไรที่แบ่งให้บุคคลของเรา
เขามีคำตอบที่เรียบง่ายมาก อารี วองซ์ไวก์ กล่าว โมเดลเก่าไม่ยอมให้บุคคลรู้
เงินทำงานแท้จริงอย่างไร บุคคลของเราตัดสินใจโดยไม่มีข้อมูล และ
ด้วยไม่มีข้อมูลนั้น บุคคลคิดว่าเจ้าของมีเงิน แต่ที่แท้จริงเราไม่มี แต่
ถ้าพวกเขามีข้อมูล พวกเขาทำงานได้ดีขึ้น และให้ความเข้าใจต่อการปรับปรุงธุรกิจ มันไม่ได้เป็นความอ้ศจรรย์ มันเเป็นเพียงแค่สามัญสำนึก
การบริหารแบบเปิดบัญชี เป็นถ้อยคำการบริหารสร้างโดยจอห์น แคชอิงค์. แมกกาซีน ได้เริ่มต้นใช้ถ้อยเมื่อ ค.ศ 1993 ความสำเร็จมองเห็นได้มากที่สุดของเเนวคิดได้บรรลุโดยแจ็ค สแต็ค เขาได้เขียนหนังสือ “The Great Game of Business” เขาได้ประยุกต์ใช้แนวคิดนี้ ณ สปริงก์ฟิลด์
รีแมนูแฟคเจอริ่ง คอมพานี รู้จักกันเป็นเอสอาร์ซี ด้วย อย่างไร
เเนวคิดค่อนข้างจะธรรมดา รายงานทางการเงินของบริษัทต้องถูกเปิดเผยแก่บุคคลทุกคน ดังนั้นพวกเขาได้ใช้เป็นข้อมูล เพื่อการตัดสินใจได้ดีขึ้นภายในชีวิตประจำวันของพวกเขา เมื่อเราพูดเกี่ยวกับการบริหารแบบ
เปิดบัญชี มันได้ลงลึกไปมากกว่าเพียงแค่การร่วมข้อมูลหรือความโปร่ง
ใส
จอห์น เคส ได้เริ่มต้นพิจารณาบรรยากาศการแข่งขัน และประวัติของ
เทคนิคของการบริหารที่ยอมรับ เขาได้แสดงการปฏิบัติต่อคนงานสมัย
เดิมเป็นมือที่ว่าจ้าง ด้วยการมีส่วนร่วมน้อย หรือรับผิดชอบเลยพ้นขอบ
เขตของพวกเขาเอง ไม่มีประสิทธิภาพอีกแล้วภายในสภาพแวดล้อมโลก
เเข่งขันมกขึ้นอย่างไร เขาได้อธิบายอย่างชัดเจนและรอบคอบ หลักการของการบริหารแบบเปิดบัญชี : การร่วมทันเวลาของข้อมูลทางการเงินที่สำคัญกับบุคคล ให้ความรู้พวกเขาที่จะเข้าใจ และประยุกต์ใช้ข้อมูล ให้อำนาจบุคคลใช้ข้อมูลกับงานของพวกเขาเองเเละนำเสนอส่วนได้เสียแก่บุคคลต่อการดำเนินการที่บรรลุความสำเร็จของความคิดของพวกเขา

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com