INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

คนไทยเผยความทุกข์ยากหลังถูกฮามาสจับ


สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย
คนไทยเผยความทุกข์ยากหลังถูกฮามาสจับ

ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่ผมได้มาจากสำนักข่าวบีบีซี ที่อุตสาหะไปสัมภาษณ์มา เพื่อนำเสนอในรูปเบื้องหลังข่าว ซึ่งสื่อไทยไม่เคยทำมาก่อน ว่าสภาพหลังจากที่ถูกจับไปเป็นอย่างไร

ตัวประกันไทยผู้นี้คือนาย “วิเชียร เต็มทอง”วัย ๓๗ ปีหนึ่งในตัวประกันที่ “ฮามาส”ปล่อยออกมา ๒๓ คนเมื่อเดือนที่แล้วจากทั้งหมด ๓๒ คน ที่จับไปเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ระหว่างบุกโจมตีอิสราเอล

เขาให้สัมภาษณ์   “จอห์นาธาน เฮด”ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยคำถามว่า”ผมโชคดีหรือโชคไม่ดีกันแน่   “ที่ถูกจับไปในคราวนั้น แต่ก็เองตอบว่า”โชคดีสิ เพราะมาอยูที่นี่แล้ว โชคดีที่ยังไม่ตาย”

“วิเชียร”มาถึงไทย แล้วกลับไปอยู่กับภรรยา   “มาลัย”ในห้องเช่าเล็กๆ ที่ย่านชานเมืองด้านใต้ของกรุงเทพมหานคร

เขารอดชีวิตขณะที่หนุ่มอิสราเอลที่ถูกจับไปด้วยสามคนไม่รอด ถูกทหารอิสราเอลยิงตายด้วยความเข้าใจผิด

“วิเชียร”เพิ่งไปทำงานในอิสราเอลเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เอง เขาไปเพราะความยากจนข้นแค้นผลักดัน เช่นชาวอีสานจำนวนมากเพื่อทำงานในไร่อิสราเองที่จ่ายค่าจ้างงาม

หลังจากทำงานได้เก้าวันเขาถูกย้ายไปทำงานในไร่  “อาโวคาโด”ที่  “คิบบุตซ์”คะฟารฺ อะซา”

ตื่นมาในตอนเช้าวันที่ ๗ ตุลาคมเพื่อเริ่มงานวันแรกด้วยเสียงปืนดังระงมต่อเนื่อง

เพื่อนคนงานชาวไทยบอกเขาด้วยความมั่นใจว่าเป็นเรื่องปกติที่มีเสียงปืนเช่นนี้ แต่เสียงปืนยิ่งดังหนาแน่นขึ้นเมื่อใกล้จะเที่ยงวัน คนงานไทยจึงตัดสินใจปิดขังตัวเองในอาคารหลังหนึ่งในจำนวนหลายหลัง

แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้วเมื่อกลุ่มมือปืนบุกเข้าไป คนหนึ่งถือระเบิดมือ พวกนั้นเริ่มทุบตีคนงานไทยด้วยพานท้ายปืน

“ผมหมอบลง ตะโกนว่า ไทยแลนด์ ไทยแลนด์ ไทยแลนด์ พร้อมยกสองมือขึ้นชูขึ้นยอมจำนน แต่พวกมันก็ไม่หยุดทุบตี ผมทำได้ก็แค่ซุกหน้าลงกับพื้น เจ้าคนหนึ่งกระทืบผม ผมคลานเข้าไปใต้เตียงพยายามส่งข้อความถึงเมียว่าถูกจับ แต่พวกมันก็ลากขาผมออกไปจนได้”

“วิเชียร”เล่าว่าในที่สุดเขาถูกนำตัวเข้าไปในอุโมงค์ใต้ฉนวนกาซา เจอประสบการณ์ที่แสนสาหัสอย่างโดดเดี่ยวระหว่างถูกจับไปขังไว้ ๕๑ วัน เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เพื่อสื่อความหมาย ทำได้ก็ด้วยวาดภาพและแสดงท่าทางเท่านั้น

การกักขังเขากระทำอย่างเข้มงวด ได้อาหารเพียงวันละมื้อ บางวันได้แค่เพียงนมปังแผ่นเดียวกับอินทรผาลัมแห้งๆ หนึ่งผล

“หากวันไหนผมออกอาการเป็นทุกข์ให้เห็น พวกเขาก็จะเข้ามาปลอบใจ แต่ผมไม่เข้าใจภาษาที่พูด เท่าที่ทำได้ก็คือนึกถึงหน้าลูกเมียและแม่เท่านั้น”

“เมื่อไม่มีอะไรจะทำ ผมก็หันหน้าเข้าผนังและทำสมาธิ ทำอยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนรอดชีวิตมาได้”

“วิเชียร”จดจำตัวประกันอื่นๆที่อยู่ด้วยกันในอุโมงค์ได้ว่าคือหนุ่มอิสราเอลสามคนคือ  “โยทัม”,  “แซมมี”และ “อาลอน”แต่ทุกคนถูกทหารอิสราเอลยิงเสียชีวิต แม้จะยกธงขาวแสดงตนขอความช่วยเหลือ

ขอย้ำอีกครั้งว่า ข้อความทั้งหมดข้างบนนี้ผมถอดความออกมาจากรายงานของ”จอห์นาธาน เฮด”ครับ

ก็ “จอห์นาธาน เฮด”นักข่าวบีบีซี ที่ผมไม่ชอบหน้านั่นแหละครับ ยังไงๆ ก็ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

ก่อนจบเรื่องนี้ ขอรายงานเพิ่มเติมว่า การที่ทหารอิสราเอลยิงตัวประกันชาวอิสราเอลสามคนเสียชีวิตนั้น สร้างความไม่พอใจขึ้นมาก โดยเฉพาะจากญาติพี่น้องของพวกเขา ที่จะเอาเรื่องเอาราวกับรัฐบาลอิสราเอลด้วยกฎหมาย ฐานก่อฆาตกรรมเลยทีเดียว

กรณีนี้ กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอลคือ IDF ร้อนใจมากเช่นกัน จึงต้องมาแถลงยอมรับผิดว่าพลาดไปแล้ว แต่จะทำยังไงได้กับภาวะประสาทกินของทหารอิสราเอลที่ออกอาการหวาดระแวงในสนามรบทุกวันนี้

ส่วนเรื่องตัวประกันที่ยังเหลืออีกราว ๑๓๐ ราย รวมทั้งคนไทยอีกเก้าคนในเงื้อมมือของ”ฮามาส”นั้น ยังไม่มีข่าวคืบหน้าครับ

ถึงแม้จะเริ่มมีการเจรจาต่อรองเพื่อปล่อยตัวประกันอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ตาม

ข่าวการเริ่มเจรจาต่อรองยกใหม่ที่กาตาร์นั้น มีขึ้นพร้อมๆ กับแรงกดดันจากนานาชาติที่วิจารณ์อิสราเอลในทางลบที่โจมตีโดยไม่แยกแยะเป้า ไม่สนใจต่อข้อเรียกร้องให้มีการหยุดยิงถาวร

ในขณะที่อิสราเอลอ้างความจำเป็นที่จะต้องทำสงครามให้แล้วเสร็จ คือการทำลายล้างกลุ่ม “ฮามาส”ในขณะที่พลเรือนของทั้งสองฝ่ายได้รับผลกระทบมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับพลเรือนในฉนวนกาซานั้นเลวร้ายขึ้นทุกที รวมทั้งในแง่ปัญหาสุขอนามัยที่เข้าขั้นวิกฤต จนเกิดการคาดหมายว่า อาจเกิดโรคระบาดรุนแรงภายขึ้นได้ในไม่ช้าเพราะขาดแคลนปัจจัยที่จำเป็นในการดำรงชีพ

ถ้าหากการหยุดยิง(แม้จะ“ชั่วคราว”)ไม่เกิดขึ้น เพื่อช่วยพลเรือนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามให้อยู่รอด

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com