นายกญี่ปุ่น “หน้าบาง”

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
นายกญี่ปุ่น “หน้าบาง”
เมื่อวานนี้(๑๔ สค.๖๗)นาย”ฟุมิโอะ คิชิดะ”นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่ นแถลงว่า ในการเลือกหัวหนาพรรคเสรี ประชาธิปไตย(พรรครัฐบาล)ในเดื อนหน้า เขาจะไม่เสนอตัวลงชิงเป็นครั้ งที่ ๒ อีกแล้วละครับ
ซึ่งเท่ากับว่าเขาไม่คิดที่เป็ นนายกรัฐมนตรีต่อตามที่ควรจะเป็ นอีกต่อไปอีกหนึ่งปี
นั่นเป็นเพราะอะไร
ตอบว่าเท่าผ่านมานั้น มีหลายเรื่องเกิดขึ้นเป็นที่อื้ อฉาว ตามมาด้วยเสียงเรียกร้องอย่ างหนาแน่นให้เขาลาออกไปพ้นๆ
เพราะไม่สามารถควบคุมสภาพการณ์ ในพรรคได้ ซึ่งถือกันว่าเป็นที่น่าอั บอายมาก

เรื่องอื้อฉาวที่ว่านั้นได้แก่ อะไรบ้าง
ความอื้อฉาวนั้นมีหลายเรื่องก็ จริง แต่ที่สำคัญนั้นมีสองเรื่องครับ
คือ
๑ สองกลุ่มในกลุ่มทรงอิทธิ พลภายในพรรคถูกกล่าวหาว่าไร้ ความโปร่งใสในรายได้เข้ าพรรคและในการใช้จ่าย
๒ ลือว่ามีการจ่ายเงินทุนพรรคให้ ส.ส.บางนาย ตอบแทนการสนับสนุน ซึ่งจะในเรื่องอะไร ในประเด็นไหนนั้น ข่าวไม่เปิดเผยครับ
โอ้โห…..ภายในพรรครัฐบาลญี่ปุ่ น ก็มีเรื่องอย่างนี้ด้วย ไม่น่าจะเชื่อ
พรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ Liberal Democrat Party หรือ“แอลดีพี”นั้น เข้ามามีอำนาจต่อเนื่ องมานานในปกครองประเทศนับตั้ งแต่สถาปนาพรรคขึ้นในปี ๑๙๕๕ แล้ว
ในช่วง ๖๙ ปีที่ผ่านมาก็เรียบร้อยเสียเป็ นส่วนมากแม้จะทะเลาะเบาะแว้งกั นภายใน ก็มาหนนี้เองที่เกิดเสียงเล่าลื ออื้อฉาวส่อเค้าของความเป็นจริง ชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่ อนในหลายทศวรรษที่พ้นผ่าน
หัวหน้าพรรคคือนายกรัฐมนตรีก็ต้ องรู้สึกอับอายสิครับ
ในการให้สัมภาษณ์เปิดใจก่อน”ไขก๊อก”จริง นายคิชิดะบอกกับนักข่าวว่า
“จะอะไรก็แล้วแต่ พรรคต้องมาก่อน นั่นคือการปรับเปลี่ยนของพรรค( เสรีประชาธิปไตย)”
“ปัจจุบันความโปร่งใส การเลือกตั้งแบบเปิด การอภิปรายถกเถียงอย่างแข็งขัน จะต้องมีความจริงจังมากขึ้น กว่าที่ผ่านมา”
“นี่(หมายถึงการถอนตัวของเขา)คื อก้าวแรกในการเปลี่ ยนแปลงพรรคเสรีประชาธิปไตย ด้วยการถอยออกของข้าพเจ้า”
“ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจด้ วยความลำบากอย่างยิ่ง แต่ก็มีเจตนาอย่างแรงกล้า ที่จะให้เกิดการปฏิรูปทางการเมื อง เพราะประชาชนไว้ใจว่า จะช่วยทำให้การเมืองเดินหน้าได้ ”

ถ้อยแถลงของนายคิชิดะเช่นนี้ ได้ยินแล้วอยากจะร้องไห้ อยากให้คนพรรคประชาธิปัตย์ ของไทยเราได้ยินกัน ว่าพรรคการเมืองญี่ปุ่นเขาเล่ นการเมืองภายพรรคในกันอย่างไร
คือเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็ นตัวตั้ง เอาผลประโยชน์ของพรรคและของกลุ่ มเป็นเรื่องรองลงมา
เกือบสามปีที่นายคิชิ ดะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะปราบคอรั ปชั่น จะปฏิรูปพรรค จะพยายามสลายการแยกเป็นกลุ่มเป็ นสัดส่วนภายในพรรค ซึ่งนำไปสู่การแตกแยก
ที่สำคัญไปมากกว่านั้ นเขาจะดำเนินการทุกอย่างเพื่อป้ องกันมิให้ส.ส.รับสินบนด้วย
อย่างไรก็ตามสภาพเศรษฐกิ จและการเงินที่คุกคามญี่ปุ่นหนั ก ค่าเงินสกุลเยนตกต่ำมาก เมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์ สหรัฐ ก็ทำให้ความน่าเชื่อถือต่ อนโยบายเศรษฐกิจของนายคิชิ ดะลดลงไปอย่างชัดเจน
แต่แรกเขาปฏิเสธอย่างแข็งขันว่ าไม่มีทางที่จะลาออกจากหัวหน้ าพรรคทั้งๆ ที่ความนิยมชมชื่นในตัวเขาลดลง
ในเมื่อออกมาแถลงอย่างนี้ พรรคก็จะต้องมาหาคนอื่นเข้ ามาทำหน้าสืบต่อจากเขา จนกว่ากระทั่งมีการเลือกตั้งทั่ วไปครั้งใหม่
โดยตัวเขาเองก็จะดำรงตำแหน่งส. ส.ของพรรคจนครบเทอมครับ
ใครก็ตามที่จะมาเป็นหัวหน้ าพรรคและเป็นนายกรัฐมนตรีต่ อจากเขา ก็จะต้องรับภาระหนักมาก ในขณะที่ญี่ปุ่นซึ่งมีเศรษฐกิ จใหญ่เป็นที่ ๔ ของโลก ต้องเจอภาวะค่าครองชีพขึ้นสู งชนิดที่ไม่เกิดมาก่อน จากค่าเงินเยนตกต่ำ
ญี่ปุ่นยุคนี้ยังคงความเป็นพั นธมิตรกับสหรัฐอย่างแข็งขันแน่ นปึ้ก โดยที่นายคิชิดะขยับนโยบายด้ านการป้องกันประเทศอย่างแข็งขัน สหรัฐจะเอาอย่างไหน ก็ว่าตามอย่างนั้น แบบเด็กว่าง่ายครับ
ก็ไม่รู้ว่านายกรัฐมนตรีญี่ปุ่ นคนใหม่ จะเป็นที่โปรดปรานของสหรัฐเพี ยงไรหรือไม่ หลังจากที่สหรัฐได้ประธานาธิบดี คนใหม่ในปีหน้า
สรุปแล้ว นายคิชิดะท่านนี้ ค่อนข้างจะ”หน้าบาง”มากด้วยการรีบบอกแต่เนิ่ นๆ ว่าไม่เอาแล้วกับตำแหน่งนายกรั ฐมนตรี หลังถูกวิจารณ์หนัก

แต่ท่านก็ไปช้ากว่าอดีตนายก”เศรษฐา”ของไทยครับ
Facebook Comments Box







