INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

“ทรัมป์” จะหยุดสงคราม “ยูเครน-กาซา” ได้จริงหรือ

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
“ทรัมป์” จะหยุดสงคราม “ยูเครน-กาซา” ได้จริงหรือ
ขณะที่เขียนเรื่องนี้(๑๓พย.๖๗)สถานการณ์สงครามยูเครนและสงครามกาซา(รวมทั้งเลบานอน)ยังรุนแรงอยู่ครับ
ในกรณียูเครนนั้น มีรายงานว่ารัสเซียเตรียมพร้อมกำลังทหารหลายหมื่นในภาคใต้เพื่อเปิดฉากรุกครั้งใหม่หลังจากที่มีข่าวหลายกระแสรายงานตรงกันว่าเกาหลีเหนือส่งทหารไปช่วยรบ ในขณะที่กระแสข่าวรายวันระบุว่าสองฝ่ายทำสงคราม”โดรน”ตอบโต้กันอย่างดุเดือด
ส่วนในกรณีสงครามกาซาและเลบานอนนั้นเล่า อิสราเอลก็ยิ่งเร่งการโจมตีรายวันสร้างความสูญเสียแก่พลเรือนทั้งชีวิตและทรัพย์สินโดยไม่สนใจเสียงวิงวอนให้ลดราวาศอก โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า คนที่นั่นกำลังจะอดตาย
แต่อิสราเอลไม่ฟังซึ่งส่อนัยชัดเจนว่าต้องการผนวกดินแดนที่กระหน่ำโจมตีเอาไว้
ผมสรุปให้เห็นภาพสงครามสองแห่งย่อๆ ไว้แค่นี้ก่อนครับ
ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดปนความเห็นอย่างย่นย่อเช่นกันครับ
๑.ในกรณียูเครนนั้น ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ “โดนัลด์ ทรัมป์”เคยกล่าวไว้ในการเสียงว่าจะเป็นหนึ่งในวาระแรกๆที่เรียกว่า America First ของภารกิจที่จะทำเลยทีเดียว
โดยเน้นย้ำว่าจะต้องทำให้เกิดเจรจาตกลงกันให้ได้ แต่ก็ไม่ได้พูดถึงรายละเอียด
หลังชนะการเลือกตั้ง”ทรัมป์”ต่อสายถึงประธานาธิบดีรัสเซีย”วลาดิมีร์ ปูติน”เพื่อหารือในเรื่องนี้ว่าจะเอาอย่างไรกันดี จากนั้นก็มีรายงานข่าวจากสื่อสหรัฐว่า”ทรัมป์”ขอให้”ปูติน”จงอย่าได้เพิ่ม”ระดับสงคราม”แถมบอกว่าสหรัฐจะยังคงไว้ซึ่งกำลังทหารในยุโรปต่อ แต่ก็ในจำนวนที่เหมาะสมเท่านั้น
พร้อมกันนั้นก็บอกว่าตัวเขาสนใจที่จะติดตามที่จะเปิดเจรจาต่อเพื่อแก้ไขปัญหายูเครน
ซึ่งผมขอตีความง่ายๆ ว่าทั้งขู่และปลอบนั่นเอง
แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า”ปูติน”ยังคงยืนกรานเงื่อนไขว่า การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อยูเครนประกาศยกเลิกความตั้งใจที่จะเข้าเป็นสมาชิก”นาโต้”และถอนทหารออกจากดินแดนในสี่ภูมิภาค ที่รัสเซียรุกเข้าไปยึดครองและอ้างว่าเคยเป็นของตนเท่านั้น
ผมขออนุญาตตีความต่อ ณ ที่นี้ว่า ไม่มีทางที่”ปูติน”จะหยุดหรือลดความรุนแรงของสงครามที่ทำมาแล้วราวสองปี มีแต่จะรุนแรงเพิ่มขึ้น จนกว่ายูเครนจะแพ้สงครามและสามารถผนวกดินแดนยูเครนไว้ได้ จะมากจะน้อยแค่ไหน ก็เป็นไปตามที่ตาม”ปูติน”ที่ต้องการ
ทั้งนี้อาจ มิใช่แค่เพียงการอ้างสิทธิที่เคยครอบครองดินแดนสี่ภูมิภาคไว้ก่อนเท่านั้น
แต่ยังต้องการ”มีส่วนได้ใช้ประโยชน์จากความมั่งคั่งในแผ่นดินยูเครนเอาไว้ด้วย
พร้อมกันกับความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อชาติยุโรปตะวันตกซึ่งหมายถึงบรรดาสมาชิก“นาโต้”นั่นเอง
หรืออาจกล่าวได้ด้วยว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามยูเครน จะมีขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อรัสเซียยึดครองยูเครนทั้งประเทศได้แล้วเท่านั้น
ไม่มีทางที่จะเปิดเจรจา ในขณะที่สงครามยังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเช่นที่เป็นอยู่
อนึ่ง ผมยังไม่เห็นเลยว่าสหรัฐจะเอาอะไรไปบีบบังคับให้รัสเซียยุติสงครามได้โดยเร็ววัน
เพราะถึงอย่างไรๆ สหรัฐโดยการนำของ”ทรัมป์”ก็ยังจะสนับสนุนยูเครนต่อตามความเหมาะสม แต่ในลักษณะความช่วยเหลือที่ลดน้อยลง แต่มิใช่ด้วยการระงับความช่วยเหลือเลย
เพราะการทำ“สงครามนอกบ้าน”จะยังเป็นเครื่องมือที่สหรัฐใช้ปกป้องสร้างอิทธิพลและรักษาหรือคงไว้ซึ่งตลาดส่งขายอาวุธต่อไป อีกนานเท่านาน
๒ กรณีสงครามกาซา ซึ่งก็ต้องรวมเอาสงครามเลบานอนและสงครามใน”เวสต์ แบงค์”ไว้ด้วยนั้น
“ทรัมป์”เคยบอกกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล”เบนจามิน เนทันยาฮู”ว่า เขาต้องการจะเห็นสงครามกาซายุติลงภายในช่วงเวลาที่เขากลับขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ
หากเป็นไปตามเช่นว่านี้จริงๆ ก็หมายความว่าก่อนหน้าที่”ทรัมป์”จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี”เนทันยาฮู”ก็สมควรจะยุติสงครามกาซาได้แล้ว
ผมก็ว่า”เนทันยาฮู”มีเวลาที่เพียงพอนานถึง สองเดือนครึ่ง ที่จะทำสงครามต่อไปคือนานพอที่เขาจะสรุปรวบยอดยุติสงครามลงด้วยความพึงพอใจ จาก:-
๑ ด้วยการทำลายล้างกลุ่ม”ฮามาส”ในฉนวนกาซาและกลุ่ม”ฮิซบุลเลาะห์”ในเลบานอนได้มาก ที่สุดแม้จะไม่ทั้งหมด
๒ ได้ยึดครองพื้นที่ทั้งในฉนวนกาซา ในเลบานอนและใน”เวสต์ แบงก์”ในลักษณะที่สามารถใช้ประโยชน์ในการประกันความปลอดภัยของอิสราเอลในอนาคตไว้ได้อย่างน้อยก็ในระยะเวลาหนึ่งได้มากที่สุด
แต่ในรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ไม่อาจจะรู้ได้
เท่าที่รู้นั้น เฉพาะในฉนวนกาซาอย่างน้อยก็อาจผนวก”กาซาภาคเหนือ”เอาไว้ เพื่อการตั้งถิ่นฐานของชาวยิวในอนาคต
ในเลบานอนอย่างน้อยก็ต้องได้ดินแดนอันเป็นเขตปลอดทหารคั่นระหว่างพรมแดนเลบานอนกับอิสราเอลที่มีแม่น้ำ”ลิตานิ”กั้น
ใน”เวสต์แบงค์”อย่างน้อยก็ต้องเข้ายึดครองเอาไว้ให้ได้ แม้จะไม่ทั้งหมด เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ”แผ่นดินสัญญา”ที่พระเจ้าทรงประทานไว้ตามคัมภีร์ฮิบบรูแก่”ฮับราฮัม”
ณ ที่นี้ก็จะกล่าวถึง”แม่น้ำ”ลิตานิ”พอสังเขปว่ามีความสำคัญต่ออิสราเอลอย่างไร นอกเหนือจากความสำคัญด้านภูมิรัฐศาสตร์
พื้นที่ ณ ลุ่มน้ำนี้ ซึ่งมีความยาว ๑๗๐ กิโลเมตร ถือเป็นต้นน้ำหลักในการหลอเลี้ยงชีวิตเลบานอน ในแง่พื้นที่พัฒนาทางการเกษตร
แต่มติของสหประชาชาติเมื่อ ๑๑ สค.๒๐๐๖ กำหนดให้เฉพาะกองทัพเลบานอนและกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติเท่านั้นที่จะถืออาวุธเข้าไปในเขตนี้ได้
เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่อิสราเอลจะเผลอไผล(ที่จริงตั้งใจ)โจมตีเข้าไปนั่น แต่สหประชาชาติก็ยืนกรานว่าจะไม่ถอนกำลังออกไปอย่างเด็ดขาด แม้จะถูกคุกคามหนัก
ในขณะที่เลบานอนก็ไม่มีปัญญาทำอะไรได้ เพราะกองทัพเลบานอนอ่อนแอมาก ไม่อาจลุกขึ้นต่อต้านอิสราเอลที่ละเมิดอธิปไตยอย่างเปิดเผย ไม่เกรงใจใคร
ความเป็นไปได้ในการยึดครองดินแดนแม่น้ำลิตานิของอิสราเอลที่จะเอามาใช้ประโยชน์จึงมีอยู่สูง นอกจากเหตุผลในการป้องกันตนเองจากการโจมตีของ”ฮิซบุลเลาะห์”
วิเคราะห์ต่อไปว่า สหรัฐโดยการนำของ”ทรัมป์”ก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับพฤติกรรมทั้งหมดนี้ เพราะตัว”ทรัมป์”เองก็เคยหนุนสุดตัวต่อการที่อิสราเอลใช้เยรูซาเลมเป็นที่ตั้งเมืองหลวงมาแล้วระหว่างเป็นประธานาธิบดีครั้งแรก
ด้วยการสั่งเข้าเข้าไปตั้งสถานทูตที่นั่น ส่วนที่”เทลอาวิฟ”ขณะนี้มีฐานะเป็นเพียงสถานทูตสาขา
เอาเป็นว่าการหยุดสงครามโดยเด็ดขาดในยูเครนนั้น“ทรัมป์”ไม่มีทางทำได้ แต่ในฉนวนกาซานั้นทำได้ก็ต่อเมื่ออิสราเอลประกาศชัยชนะแล้วเท่านั้น
เป็นดังที่ว่าหรือไม่ โปรดติดตามเอาเองครับ
Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com