INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (7)

1751271562779 edit 472228438216681

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (7)

โดย​ อดุลย์​ มานะจิตต์

……มูซาจึงเข้าไปนอนในหลุมศพแล้วจึงหลับไป อัลลอฮ์ทรงเลิกม่าน ออกจากดวงตาของเขา และเขาได้เห็นสถานพำนักของเขาในสวรรค์ เขาจึงกล่าวขึ้นว่า โอ้พระผู้อภิบาลของข้า จงเรียกข้าพระองค์กลับไปสู่ พระองค์เถิด ดังนั้นเทพแห่งความตายจึงนำเอาดวงวิญญานอัน ศักดิ์สิทธิ์ของเขาไป ณ บัดนั้น ชายผู้นั้นจึงฝังเขาไว้ ณ หลุมศพนี้ และปิดมันด้วยกับการใช้ดินกลบ ชายผู้นั้นที่ขุดหลุมศพก็คือเทพองค์ หนึ่งที่ปรากฏในร่างของชายคนหนึ่ง มูซาจึงเสียชีวิตลง ณ แผ่นดิน ติยะฮ์ ผู้ประกาศจึงประกาศขึ้นในสวรรค์ว่า มูซา กะลามุลลอฮ์ สิ้นชีพแล้ว และจะมีผู้ใดบ้างเล่าที่จะไม่ตาย!

อิมามกล่าวต่อไปว่า ด้วยเหตุนี้หลุมฝังศพของมูซา จึงไม่เป็น ที่ทราบของผู้ใด และชาวอิสราเอลก็ไม่ทราบถึงตำแหน่งแหล่ง ที่ของมันด้วย

มีกล่าวไว้ในอีกวจนะหนึ่งที่เชื่อถือได้ว่า ค่ำที่ ยี่สิบเอ็ด ของ เดือนรอมะฎอน ถือเป็นค่ำคืนที่จำเริญ ซึ่งเป็นคืนที่บรรดาผู้เป็นผู้สืบ ทอดมรดกของบรรดาศาสดาอำลาโลกนี้ ศาสดาอีซาถูกยกขึ้นสู่ฟาก ฟ้าในคืนนี้ และศาสดามูซาก็เสียชีวิตในคืนนี้

มีรายงานจากแหล่งที่แท้จริงจากอิมาม อัล บากิร ดังว่า ในคืนที่ อะมีรุ้ลมุอมีนั่น ถูกกระทำชะฮาดัต มีเลือดสดๆไหลออกมาจากก้อน หินทุกๆก้อนที่ถูกหยิบขึ้นมาจนกระทั่งรุ่งอรุณ และยูชูอะฮ์ อิบนิ นูน ก็เช่นกันถูกกระทำชะฮาดัดในคืนนี้

มีบันทึกไว้ในแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ อิมาม อัศ ศอดิก กล่าวว่า “มูซาได้ทำพินัยกรรมให้กับยูชูอะฮ์ อิบนิ นูน และมอบให้เขาเป็นผู้สืบ ทอดตำแหน่งของท่าน จากนั้นยูชูอะ จึงมอบอำนาจให้บุตรชายของ ฮารูน สืบต่อจากเขาในฐานะคอลีฟะฮ์ เขามิได้มอบให้กับบุตรชาย ของเขาหรือของมูซาให้เป็นคอลีฟะฮ์สืบต่อจากเขา ทั้งนี้เพราะการ เป็นคอลีฟะฮ์หรืออิมามเป็นการแต่งตั้งของอัลลอฮ์ และไม่มีผู้ใดจะมี อำนาจกระทำในเรื่องนี้

IMG 20250811 005305 edit 1032342069853222

ผู้คนสอบถามท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ถึงตำแหน่งของหลุม ฝังศพของมูซา ท่านกล่าวตอบว่า “ใกล้กับทางหลวง ตรงกันข้าม กับเนินเขาสีแดง” ภายหลังจากมูซาเสียชีวิตแล้ว ยูซูอะฮ์ จึงกลายเป็นผู้นำของ ชาวอิสราเอล เขามักจะมีธุระยุ่งอยู่เสมอ และต้องแบกรับภาระ ในความยุ่งยากต่างๆทั้งปวงที่บรรดากษัตริย์ในสมัยนั้นกระทำกับเขา กษัตริย์สามองค์เสียชีวิต หลังจากนั้นสภาพการณ์ของยูชูอะฮ์จึงแข็ง แกร่งขึ้น และเขาจึงมีอิสระในเรื่องของการใช้บังคับกฎหมาย จาก นั้นจึงมีผู้ทรยศหักหลังสองคนจากชุมชนของมูซา ทำการวางแผนร้าย และนำเอา ซอฟรอ บุตรสาวของชุอัยน์ ภรรยาของมูซาไปกับพวกเขา และก่อกบฏกับยูซูอะฮ์ พร้อมด้วยกองกำลังจำนวน 100,000 คน มีหลายกลุ่มของพวกเขาต้องถูกฆ่า ยูชูอะฮ์ เอาชนะพวกเขาได้ สังหาร และที่มีชีวิตรอดจึงหลบหนีไปตามพระบัญชาของพระองค์ และซอฟรอ บุตรสาวของชุอัยย์ จึงตกเป็นเชลยศึกของยูซูอะฮ์ เขาจึง กล่าวกับพระนางว่า “ฉันไว้ชีวิตท่านในโลกนี้ ก็เพื่อว่าโลกหน้านั้นเมื่อฉันพบกับมูซา ศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ฉันจะได้ร้องเรียนต่อท่านในเรื่อง ของพระนางและชุมชนของท่าน ที่ฉันต้องทนทรมานเนื่องเพราะ ตัวพระนาง” ซอฟรอนจึงกล่าวตอบว่า “ขอสาบานต่อพระเจ้า หาก สวนสวรรค์เปิดให้ฉันเข้าไป ฉันย่อมรู้สึกละอายที่จะต้องพบกับมูซา ศาสนทูตของพระเจ้า ณ ที่นั่น เพราะฉันได้ฉีกผ้าคลุมของท่านทิ้งไป และฉันจึงก่อกบฏต่อผู้สืบตำแหน่งของท่าน”

มีรายงานวจนะมาจากอับดุลลอฮ์ อิบนิ มัสอูด ว่า เขากล่าวว่า “ฉันได้สอบถามศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ” ผู้ใดอาบน้ำศพให้กับท่าน เมื่อท่านต้องสิ้นชีวิตลง” ศาสนทูตกล่าวตอบว่า “ศาสนทูตทุกคนต่าง มีวะซีของเขาเป็นผู้อาบน้ำศพให้” ฉันจึงถามว่า “โอ้ศาสนทูต แห่งอัลลอฮ์ ใครกันที่จะเป็นวะซีของท่าน” ท่านกล่าวตอบว่า “อะลี อิบนิ อบีฏอลิบ ฉันจึงถามต่อว่า “โอ้ศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์เขาจะ

IMG 20250811 005630

มีชีวิตอยู่ภายหลังจากท่านนานเท่าใด” ท่านกล่าวว่า “สามสิบปี ดังที่ ยุชูอะฮ์ บินนูน ผู้เป็นผู้สืบทอดของมูซาและซอฟรอบุตรสาวของ ชุอัยป์ก่อการกบฏกับเขา (ยูชูอะฮ์) โดยกล่าวว่า “ฉันนั้นมีสิทธิ์มาก กว่าท่านที่จะเป็นผู้ปกครองของชาวอิสรอเอล” ยูชูอะฮ์จึงเข้าสู้รบ กับนาง ทำลายกองทัพของนางลง และจับกุมนางไว้ เมื่อภายหลัง ที่จับตัวนางไว้ได้แล้ว เขาปฏิบัติต่อนางด้วยดี และในแนวทางเดียว กันนี้ บุตรสาวของคนนั้นคนนี้ก็จะนำกองทัพที่เป็นผู้คนจากประชา ชาติของฉันจำนวนหลายพันคน ลุกขึ้นมาก่อกบฏต่ออะลี และอะลี ก็เอาชนะกองทัพของนางได้ และจับตัวนางไว้เป็นเชลย และก็จะ ปฏิบัติต่อนางด้วยดี เมื่อจับกุมตัวได้แล้ว” โองการนี้จึงถูกวิวรณ์ลงมา เกี่ยวกับเรื่องนี้

(โอ้บรรดาภรรยาของศาสดา) จงอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนและ… …จงอย่าออกมาในแบบเดียวกันกับผู้คนในยุคโฉดเขลา และกล่าวว่า “ยุคโฉดเขลาหมายถึงออกมาในสนามรบเช่นเดียวกับ ชอฟรอ บุตรสาว ของปุอัยย์”

มีรายงานต่างๆที่เป็นของจริงแท้เล่าจากอิมาม อัลบากิร ว่า ภรรยาของมูซาก่อกบฏต่อ ยูชูอะฮ์ อิบนิ นูน โดยขี่ยีราฟมา ภรรยาของมูซาได้เปรียบในการรบ แต่เมื่อมาถึงวันที่สอง ยูซูอะฮ์ก็สามารถเอาชนะนางได้ มีบางคน กล่าวกับยูชูอะฮ์ว่า “จงลงโทษนางเถิด” แต่ยูชูอะฮ์กล่าวว่า “เนื่องแต่ มูซานั้นเคยนอนหลับพักผ่อนอยู่กับนาง ฉันจึงให้ความเคารพกับนาง อันเนื่องมาจากเกียรติของมูซา ฉันจึงขอปล่อยให้การแก้แค้นเป็น เรื่องของอัลลอฮ์” เมื่อตอนเริ่มต้นวันแรกของสงคราม

ในเรื่องนี้หากเราพิจารณาให้ถ่องแท้ก็จะพบว่ามันมีความ ละม้ายกันกับสถานะของอุมมะฮ์นี้กับของมูซา ดังที่ศาสนทูตของ พระเจ้า ได้เคยมีวจนะไว้ ดังมีการรายงานไว้ทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายชีอะฮ์ และซุนนี ซึ่งเขียนบันทึกไว้ว่า อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับชาวอิสราเอลก็ จะเกิดขึ้นกับอุมมะฮ์นี้ เฉกเช่นเดียวกับที่ยูซูอะฮ์ มีอำนาจเหนือกษัตริย์สามองค์ ซึ่งอมีรุ้ลมุอมีนีนก็ปรากฏว่ามีอำนาจเหนือเช่น เดียวกัน เพราะฉะนั้นภายหลังจากที่บรรดาผู้คนเหล่านั้นกลับไปสู่โลก หน้าแล้ว เขาก็จะได้ขึ้นไปเป็นคอลีฟะฮ์ จากนั้นบุคคลสองคนจาก อุมมะฮ์นี้ นั่นคือ ฎอลฮา และซุเบรได้ก่อการกบฏ โดยร่วมมือกับ ฮิมญาเราะฮ์ ภรรยาของศาสนทูตแห่งพระเจ้า มันเป็นเช่นเดียวกันกับ การกระทำของผู้ทรยศสองคนของอุมมะฮ์นั้น ผู้ซึ่งก่อการกบฏต่อผู้สืบทอดตำแหน่งของมูซา พร้อมกับซอฟรอ ภรรยาของมูซา ใน ทำนองเดียวกันเมื่อพวกเขาพ่ายแพ้แล้ว และซอฟรอถูกจับตัวเป็น เชลย แต่ยูซูอะฮ์ก็มิได้แก้แค้นเอากับนางในโลกนี้ เช่นเดียวกันกับ อมีรุ้ลมุอมีนีน ก็ได้รับชัยชนะในการสู้รบและเมื่อเขาจับกุมตัว ฮิมญาเราะฮ์ไว้ได้ เขาได้ให้เกียรติกับนาง และเลื่อนการลงโทษ นางไปจนถึงวันแห่งการตัดสินพิพากษา

ตามรายงานวจนะหนึ่งจากอิบนิ อับบาส กล่าวว่า ภายหลัง จาก มูซา ยูชูอะฮ์ บิน นูน ได้แบ่งประชาชนชาวอิสราเอลในซีเรีย และซีเรียจึงถูกจัดแบ่งกันในระหว่างพวกเขา กลุ่มหนึ่งของพวกเข ตั้งภูมิลำเนาอยู่ในเมืองที่มีชื่อว่า บาอัลเบก ที่ซึ่งอิลยาส เผยแผ่อยู่กับ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *