ดาไล ลามะ “One With Everything”

ดาไล ลามะ “One With Everything”
ทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียกำเนิดภายในกลางศตววรษที่ 20 เป็นการตอบสนองต่อข้อจำกัดของการทำกำไรสูงสุดของผู้ถืือหุ้น ฝังรากภายในการปฏิบัติของบริษัท ค.ศ 1950 และ 1960 ได้ถูกบุกเบิกอย่างเป็นทางการโดยเคลาส์ ชวัป เมื่อ ค.ศ 1971 และปรับปรุงโดยหนังสือค.ศ 1984 ของเอ็ดวาร์ด ฟรีแมน Strategic Management : A Stakeholder Approach รากฐานมาจากยุคการบริหารนิยม ตรงที่ผู้บริหารบริษัทได้พิจารณาผลประโยชน์ของทุกผู้มีส่วนได้เสียเป็นความจำเป็นต่อความสำเร็จระยะยาว
เคลาส์ ชวัป ผู้ก่อตั้งเวิรลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม ส่งเสริมแนวคิด ยืนยันภาในหนังสือ 1971 ของเขาว่าผู้นำธูรกิจควรจะรับใช้ลูกคัา ผู้ถือหุ้น บุคคล และสังคม เอ็ดวาร์ด ฟรีแมน ได้ถูกรับรู้อย่างกว้างขวางเป็นบิดาของทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสีย ผลงานของเขา ได้วางรากฐานเพื่อการอภิปรายสมัยใหม่แก่
ความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท ซีเอสอาร์ เขายืนยันว่าบริษัทควรจะ
สร้างคุณค่าแก่่ผู้มีส่วนได้เสียทุกคน : บุคคล ลูกค้า ซัพพลายเออร์ ชุมชน
และนักลงทุน แทนการมุ่งที่ผู้ถือหุ้นเท่านั้น ทฤษฎีผู้มีส่วนได้เสียของเอ็ด
วาร์ด ฟรีแมน ยืนยันว่าความมุ่งหมายของธุรกิจและกำไร ขึ้นอยู่ระหว่าง
กัน สนับสนุนทุนิยมที่มีคววมรับผิดชอบ ตรงที่ความสำเร็จถูกวัดโดยการ
สร้างคุณค่าระยะยาวเพื่อผู้มีส่วนได้เสียทุกคน ไม่ใช่เพียงแค่กำไรระยะ
สั้นฝฝ
เขาได้ท้าทายมุมมองสมัยใหม่ธุรกิจมีอยู่เพื่อที่จะทำกำไรของผู้ถือหุ้น
สูงสุดเท่านั้น เขายืนยันว่าผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นผูกติดอยู่กับธุรกิจจะ
จัดการผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญอื่นได้ดีแค่ไหน ทฤษฎีผู้มีส่วนได้เสียมุ่งเน้น
ว่าผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียร่วมกัน และการบริหารที่มีประสิทธิภาพเกี่ยวพันกับสอดคล้องผลประโยขน์เหล่านี้ร่วมกัน แทนที่จะแลกเปลี่ยนผล
ประโยชน์กัน เอ็ดวาร์ด ฟรีแมน ได้สนับสนุนเรื่องราวใหม่ภายในธุรกิจตรงที่ความมุ่งหมายและกำไรไม่สามารถแยกจากกันได้ มุ่งหมายระบบที่จะให้ประโยชน์แก่สังคมโดยส่วนรว
ทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียเป็นคำตรงข้ามของทุนนิยมผู้ถือหุ้น ตามทุนนิยม
ผู้ถือหุ้น การทำกำไรสูงสุดของผู้ถือหุ้นภายในระยะสั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และผลตามมาของหลักการอำนาจสูงสุดของผู้ถือหุ้นได้สร้างปัญหา ด้วยการวางภาระแก่่บุคคลและชุมชนของบริษัท ดังนั้นทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียได้ขึ้นแท่น ทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียได้รับความสนใจทั่วโลกจากการประชุมของสภาเศรษฐกิจ ณ ดาวอส ณ การประชุม ผู้ก่อตั้งดับบลิวอีเอฟ เคลาส์ ชวัป ระบุความต้องการของเขาที่จะให้ความหมายที่มีตัวตนต่อเเนวคิดของทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสีย
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ฟูมิโอะ คิชิดะ ได้เข้าร่วมสภาเศรษฐกิจโลกออนไลน์
เขาได้ประกาศว่าญี่ปุ่นจะนำโลกบนเส้นทางไปสู่ “รูปแบบใหม่ขอทุนนิยม”
ในขณะที่ภายในอเมริกาผู้นำธุรกิจพูดเกี่ยวกับการส่งเสริมทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียเหนือทุนนิยมผู้ถือหุ้นเรามาถึงช่วงเวลาที่จะให้เกียรติแก่ปรัชญาซัมโป โยชิ คำสอนของเออิชิ ชิบูซาวะและทุนนิยมอย่างมีจริยธรรมของอิชิดะ
ไบกัน ทำไมโลกต้องการการปฏิบัติของธุรกิจ 400 ปีของญี่ปุ่นด้วยโลกในขณะนี้รับรู้ทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียแล้ว แสวงหาที่จะแก้ไขการบริหารบริษัทที่ให้ความสำคัญกำไรระยะสั้น
บริษัทญี่ปุ่นและรัฐบาลญี่ปุ่นน่าจะมีความรู้สึกลึกลงไปของความภูมิใจภายในสิ่งนี้เป็นวิถีทางสมัยเดิมของโลกบริษัทของญี่ปุ่น และพวกเขาไม่น่าสงสัยเลยยินดีอย่างมาก ที่จะมองเห็นการพัฒนานี้ มันน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่รัฐบาลของฟูมิโอะ คิชิดะ ได้ยืนยันว่าญี่ปุ่นจะนำวิถีทางไปสู่ทุนนิยมใหม่


ถ้อยคำ “One With Everything” เกิดขึ้นจากเรื่องตลกที่นิยมแพร่หลายบอกเล่าแก่ดาไล ลามะ ตรงที่ัเขาถูกถามให้ทำ One With Everything ณ ร้านพิซซา ปรัชญาธุรกิจพื้นฐาน มักจะอธิบายสัมพันธ์ต่อคำสอนของเขาเกี่ยวกับการเชื่อมโยงระหว่างกัน ที่เกี่ยวพันกับการับเอาวิถึทางองค์รวมความเห็นอกเห็นใจที่เชื่อมโยงลูกค้า บุคคล และสังคม ดาไล ลามะ ได้ยืินยันว่าองค์การอิสระไม่ได้มีอยู่อย่างเเท้จริง แต่ทุกสิ่งถูกเชื่อมโยงระหว่างกัน ภายในธุรกิจ นี่หมายถึงการก้าวเลยพ้นเป้าหมายมุ่งตัวเอง ไปสู่โมเดลโชคชะตาร่วม ตรงที่บุคคล ลูกคัา ซัพพลายเออร์ และชุมชนร่วมโชคชะตา
ระหว่างกัน
แนวคิดการเชื่อมโยงระหว่างกันของดาไล ลามะ อ้างถึงคำสอนของเขาเกี่ยวกับการขึ้นอยู่ระหว่างกันของสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่เขามักจะเเสดงผ่าน
ความรับผิดชอบโดยทั่วไ ป มักจะอ้างอิงถึงพุทธศาสนาเป็นการเชื่อมโยง
ระหว่างกันยืนยันว่าไม่มีอะไรเลยดำรงอยู่อย่างอิสระ ทุกสิ่งทุกอย่างภาย
ในจักรวาล – บุคคล สัตว์ และสภาพแวดล้อม – เกิดขึ้นจากเครือข่ายที่ซับซ้อนของส่าเหตุและสภาวะ มักจะเรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท แปลว่าอาศัยกันและกันเกิดขึ้นร่วมกัน เป็นภาษาสันสกฤติ การเชื่อมโยงระหว่่างกันไม่ใช่
เพียงแค่ความเชื่อทางจิตวิญญาน แต่เป็นกฏพื้นฐานของธรรมชาติ ตั้งแต่
แมลงตัวเล็กมากไปจนถึงสังคมมนุษย์ การอยู่รอดจะขึ้นอยู่กับความร่วมมือกัน การยอมรับโดยกำเนิดของการเชื่อมโยงระหว่างกันของมัน
ภายในบริบทของจิตวิญญานการเป็น One With Everything หมายถึงการเอาชนะภาพลวงตาของอัตตาของตัวตนที่แยกออกมา ความรู้สึกของการแยกออกมาจากบุคคลอื่นเป็นภาพลวงตา มักจะเกิดขึ้นจากอัตตา การ
รับรู้ว้าผมไม่แยกออกมาจากคุณ ธรรมชาติ หรือจักรวาล นี่ได้นำความรู้สึก
เป็นส่วนหนึ่งของกระเเสชีวิตที่ไม่่สิ้นสุด ดาไล ลามะ เชื่อว่าความเข้าใจสิ่งนี้ไม่ใช่เพียงแค้ปรัชญา แต่จำเป็นต่อก่ารอยู่รอดสมัยใหม่ ถ้าเราทุกคนได้เชื่อมโยงกัน ความสุขหรือความทุกข์ของบุคคหนึ่งจะกระทบบุคคลทุกคน
นี่หมายความว่าการดูเเลบุคคลอื่นเป็นรูปแแบบหนึ่งของการดูแลตัวเอง
ปรัชญาทางจิตวิญญานนี้ถูกเชื่อมโยงอย่างมีชื่อเสียงต่อเรื่องตลกพิซซ่าไวรัล เกียวพันกับพิธีกรโทรทัศน์ชาวออสเตรเลีย ที่ได้เล่่่ามันระหว่างการสัมภาษณ์ดาไล ลามะมุขตลกที่มีชื่อเสียงนี้เป็นการเล่นคำเกี่ยวกับปรัชญาพุทธศาสนา ถ้อยคำ “One With Everything” อ้างถึงการแสวงหาทางจิต
วิญญานของหนึ่งเดียวกับจักรวาล ในขณที่ผู้ทำพิซซ่าแปลความหมายมันเป็นการขอให้ทำพิซซ่าชิ้นเดียวด้วยโรยหน้าที่จะหามาได้ทุกอย่าง ส่วนที่เพิ่มเข้าไปที่มีชื่อเสียงต่อเรื่องตลกนี้คือ ดาไล ลามะ่ จ่ายใบเก็บเงิน 100 เหรียญ และขอเงินทอนของเขา ผู้ทำพิซซ่าตอบสนอง “Change Come From Within”
เรื่องตลกคลาสสิดดำเนินไปแบบนี้ ดาไล ลามะ เดินเข้าไปสู่ร้านพิซซ่า และกล่าวว่า “Can You Make Me One With Everything” เป็นเรื่องตลกของการเล่นคำเกี่ยวพันกับดาไล ลามะ อารมณ์ขันมาจากความหมายสองอย่างของการเป็นหนึ่ง ด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง
*จิตวิญญาน การอ้างอิงแนวคิดพุทธศาสนาของการเชื่อมโยงระหว่างกันกับจักรวาล
*การทำอาหาร การสั่งซื้อพิพซ่าด้วยโรยหน้าทุกอย่าง

เรื่องตลกนี้ได้ถูกเล่าแก่ดาไล ลามะเมื่อ ค.ศ 2011 ระหว่างการสัมภาษณ์ โดยพิธิกรโทรทัศน์ คาร์ล สตีฟาโนวิค ดาไล ลามะ ไม่เข้าใจการเล่นคำ
ทันทีและต้องการคำแปลเนื่องจากความซับซ้อนของการเล่นคำและสำนวนภาษาอังกฤษด้วยถ้อยคำ “One With Everything” เรื่องตลกได้ล้มเหลว เพราะว่า ดาไลามะ ไม่เข้าใจการเล่นคำภาษาอังกฤษหรือเเนวคิดของพิซซา “One With Eeverything” ทำให้เกิดช่วงเวลาตลกขบขันต่อมาเมื่อพิธีกรได้อธิบายเรื่องตลกเเก่เขา เขาได้หัวเราะ เมื่อเรื่องตลกได้ถูกอธิบายและมุขตลกได้ล้มเหลว
นี่เป็นเรื่องตลคลาสสิคที่เป็นไปตามการเล่นคำบนพื้นฐานแนวคิดทางจิต
วิญญานของหนึ่งเดียว และลูกค้าสั่งซื้อพิซซาโรยหน้าทุกอย่าง เรามีการตามมาต่อเรื่องตลกนี้คือ ภายหลังการจ่ายด้วยใบเก็บเงิน ดาไล ลามะ รอเพื่อเงินทอนของเขา เมื่อเขาถามว่ามันอยู่ที่ไหน พนักงานได้ตอบเขาว่า ” Change Comes From Within” มันได้แสดงบนความหมายสองอย่างอีกครั้งหนึ่ง “Change” เป็นเงินที่ต้องจ่ายคืน และ “Change” เป็นการเปลี่ยน
แปลงทางจิตวิญญานภายในสอนโดยพุทธศาสนา
แนวคิด “One With Everything” เป็นเรื่องตลกเกี่ยวพันกับดาไล ลามะ
ห่อหุ้มด้วยปรัชญาทางพุทธศาสนาของการเกี่ยวพันระหว่างกัน หรือการ
ขึ้นอยู่ระหว่างกันที่ดาไล ลามะสอนเป็นกฏพื้นฐานของธรรมชาติ ดาไล
ลามะ ได้สอนว่าปรากฏการณ์ทุกอย่าง ตั้งแต่มนุษย์และแมลง ไปสู่ทะเล
เมฆหมอก และป่าไม้ ขึ้นอยู่กับเครือข่ายที่ซับซ้อนของสาเหตุและสภาวะ
ไม่มีอะไรเป็นอยู่อย่างอิสระหรือแยกจากกัน เขาเน้นย้ำว่ามนุษย์แปดพัน
ล้านคนแบ่งปันความต้องการร่วมกันเพื่อความสุข และสิทธิที่จะหลีกเลี่ยง
ความทุกข์ยาก ที่ทำให้เราเป็นครอบครัวมนุษย์หนึ่ง มุมมองนี้ ได้ทำลาย
อุปสรรคของเชื้อชาติ อุดมการณ์ และชาติ
เนื่องจากเราเชื่อมโยงระหว่างกัน สวัสดิการของบุคคลอื่นถูกเชื่อมโยง
โดยธรรมชาติต่อของเราเอง ดังนั้นความเห็นอกเห็นใจไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย
แต่เป็นความจำเป็นเพื่อการอยู่รอด การช่วยเหลือบุคคลอื่นเป็นความเห็น
แก่ตัวที่ฉลาด เพราะว่ามันสร้างความสุขเพื่อตัวเราเอง การรับรู้การขึ้นอยู่
ระหว่างกันของเรากับธรรมชาติหมายความว่าการทำลายสภาพแวดล้อม
เท่ากับทำลายตัวเราเอง
Cr. รศ สมยศ นาวีการ







