GDP เพิ่ม แต่ทำไมชาวบ้านไม่รู้สึกดีไปด้วย
มีตัวเลขหนึ่งที่ UNCTAD ออกรายงานมาแล้วน่าสนใจ และ ตัวเลขนี้น่าจะอธิบายสภาวะเศรษฐกิจของไทยที่รัฐบาลบอกว่า เศรษฐกิจดี GDPเพิ่ม แต่ทำไมชาวบ้านไม่รู้สึกดีไปด้วย เงินหายากขึ้น ชาวบ้านค้าขายลำบากขึ้น

Credit Photo by : guardian.ng
ถ้าคนที่ติดตามและอ่านเฟสนี้จะจำได้ว่า ผมพูดถึงอยู่เสมอเรื่อง เงินลงทุน FDI (foreign direct investment )จากต่างประเทศในยุครัฐบาล คสช.มีปริมาณที่ลดน้อยลงเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับยุครัฐบาลจากเลือกตั้ง
ในปัจจุบันนอกจากเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศจะไม่มากเหมือนยุครัฐบาลเลือกตั้งแล้ว
เงินทุนจากภายในประเทศที่ไหลออกไปลงทุนในต่างประเทศกลับเพิ่มขึ้น
ความหมายของตัวเลขนี้คือ อะไร
ความหมายคือ มีคนหอบเงินจากในประเทศ ไปลงทุนในต่างประเทศ ในปริมาณเงินที่เพิ่มขึ้น เงินที่ทำมาหาได้ เคยหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย กำลังไหลออกไปจากระบบเศรษฐกิจในประเทศ ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น
แล้วใครเป็นคนที่เอาเงินทุนไหลออก และ เงินที่ไหลออกมาจากไหน
คำถามที่ว่า ใครเป็นคนเอาเงินทุนไหลออก คำตอบคงไม่ใช่ชาวบ้านแบบเราท่านแน่ๆ
ส่วนที่ถามว่า เงินที่ไหลออกมาจากไหน อันนี้พอบอกได้ว่า มันมาจากกระเป๋าของพวกเราทุกคนด้วย
ด้วยการใช้งบประมาณ การดำเนินนโยบายของรัฐที่ทำให้เงินไม่หมุนเข้ากระเป๋าชาวบ้านส่วนใหญ่ แต่มันเอื้อให้ไหลเข้ากระเป๋าทุนใหญ่ จนมันล้นและขนาดเศรษฐกิจ และศักยภาพของตลาดภายในประเทศมันทำกำไรได้ไม่มากไปกว่านี้แล้ว เขาจึงไปลงทุนในต่างประเทศที่เขามองว่า มีศักยภาพในการทำกำไรได้ดีกว่า
ถามว่า เป็นความผิดของเขาไหม คำตอบคือไม่ เพราะเขาทำธุรกิจ ไม่ได้ทำองค์กรการกุศล
คนที่ผิดคือ รัฐที่ไม่ทำอะไรต่อสภาวะเลือดไหลออกทางเศรษฐกิจแบบนี้ แถมไปเอื้อให้เงินถูกดูดเข้ากระเป๋าทุนใหญ่ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
แถมมาเป่าหูชาวบ้านว่า ตอนนี้เศรษฐกิจดี จีดีพีเพิ่ม อย่างที่เราเห็นๆกันอยู่
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอะไรจะเกิดกับชาวบ้านเรา
เมื่อเงินมันไหลออกจากระบบเศรษฐกิจภายใน เงินมันก็ทยอยหายไปจากระบบ และ เงินของชาวบ้านก็ยังถูกสูบเข้ากระเป๋าทุนใหญ่ เงินในกระเป๋าทุนใหญ่ล้นก็เอาออกไปลงทุนหากำไรในต่างแดน เศรษฐกิจของเราชาวบ้านก็จะเหี่ยวแห้งลงเรื่อยๆ เงินหายากขึ้นกำลังซื้อจะค่อยๆหายไป
นี่แหละของจริงที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ เป็นความจริงที่ยิ่งกว่าฝันร้าย


