INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

กึ่งศตวรรษสัมพันธ์ไทย มาเลเซีย ตอนที่ 2 จบ

กึ่งศตวรรษสัมพันธ์ไทย มาเลเซีย ตอนที่ 2 จบ

จรัญ มะลูลีม

 

            สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียนั้นอาจกล่าวได้ว่ามีศตวรรษที่ 21 ให้เห็นเป็นประจักษ์พยานถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดและความเป็นหุ้นส่วนความสัมพันธ์ต่อกันท่ามกลางความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งคนส่วนใหญ่มีความใกล้ชิดกับวัฒนธรรมมาเลเซีย

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียเริ่มต้นมาช้านาน ก่อนการมีความสัมพันธ์ทางการทูตในวันที่ 31 สิงหาคม ปี 1957    ความสัมพันธ์และความร่วมมือที่มีจุดเด่นอย่างชัดเจนก็คือการก่อตั้งประชาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน (ASEAN) ในปี 1967 ซึ่งประเทศไทยและมาเลเซียเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและนับจากนั้นทั้งสองประเทศก็มีส่วนทำให้อาเซียนมีความเข้มแข็งขึ้นโดยผ่านความสัมพันธ์ทวิภาคีและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

ความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียได้รับการสนับสนุนผ่านความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองหลังจากประเทศไทยและมาเลเซียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันในปี 1957    ในระดับภูมิภาคทั้งสองประเทศก็มีศักยภาพสูงที่จะกลายมาเป็นพลังในการขับเคลื่อนความเจริญเติบโตของภูมิภาคผ่านความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและความเข้าใจที่ดีต่อกันมาโดยตลอด

ความสัมพันธ์ฉันท์ประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนประชิดกันของไทยและมาเลเซียนั้น  สามารถนับย้อนไปนานกว่านั้นมาก  ไทยและมาเลเซียมีความพึงพอใจในมิตรภาพที่ใกล้ชิด  ตลอดจนผลลัพธ์จากความร่วมมือในด้านต่างๆ ทั้งในระดับทวิภาคี เช่นคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-มาเลเซีย (Thailand –Malaysia Joint Commission : JC) พื้นที่พัฒนาร่วม (Joint Development Area : JDA) และคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย (Joint Development Strategy for borders Areas : JDS) เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือในทุกๆ ด้าน ตลอดจนเอื้ออำนวยกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม  และเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนไทยและมาเลเซียในบริเวณชายแดน  ดังเช่นการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก เชื่อมตำบลบูเก๊ะตา ที่จังหวัดนราธิวาสกับบูกิตบุงอหรือบูกิตบุหงาในรัฐกลันตัน

ยิ่งไปกว่านั้นสมาคมไทย-มาเลเซีย (The-Malaysian Association : TMA) และสมาคมมาเลเซีย-ไทย (Malaysia-Thai Association : MTA) ได้รับการก่อตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดและเกิดความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนและองค์กรต่างๆ ของทั้งสองประเทศ

การที่ทั้งสองประเทศผ่านช่วงเวลาที่ดีมาด้วยกันนี้  ไทยและมาเลเซียจึงเป็นมากกว่าเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนร่วมกัน  หากแต่เป็นมิตรที่มีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์  และความรับผิดชอบที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน  อีกทั้งประชาชนทั้งสองฝากฝั่งแม่น้ำโก-ลก ก็มีความผูกพันกันเป็นเครือญาติ  จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ความเชื่อมั่นของประเทศและของประชาชนทั้งสองประเทศเป็นอย่างดี (ชปา จิตต์ประทุม ความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย ปี 2004-2006 โครงการไทยในการรับรู้และความเข้าใจของประเทศเพื่อนบ้าน ศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์และคณะ กรุงเทพ : สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สำนักงานสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ,2009)

ในการศึกษาความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราชจนถึงปัจจุบันนั้น  แม้จะมีช่วงเวลาของความสัมพันธ์ที่เสื่อมคลายอยู่บ้าง  แต่ก็เป็นที่ประจักษ์ว่าประเทศทั้งสองมีช่วงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นอยู่มากกว่า

ทั้งในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้งประชาคม ASEAN และเป็นสองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่เคยก้าวไปไกลถึงการปะทะกันด้วยอาวุธแม้แต่ครั้งเดียว

ความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียในรอบมากกว่า 60 ปี นับตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราชจึงเป็นความสัมพันธ์ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการนำเอาสันติภาพและความรุ่งเรืองมาสู่ประเทศทั้งสอง  รวมทั้งอาเซียนโดยรวม  ความสัมพันธ์ด้านสังคม เศรษฐกิจ เป็นพลังขับเคลื่อนที่เห็นได้อย่างชัดเจนในการสร้างความเข้มแข็งในความผูกพันทุกระดับ  ไม่ว่าจะเป็นระดับความสัมพันธ์ด้านการเมืองความมั่นคง   ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ   และความร่วมมือทางสังคมและวัฒนธรรม

มากกว่าครึ่งศตวรรษของความร่วมมือที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความใกล้ชิดอันเนื่องมาจากผลประโยชน์ที่มีร่วมกันและการเยือนของผู้นำของทั้งสองประเทศ   ในระดับประชาชนพบว่าประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดนมีความเป็นหนึ่งเดียวกันในทางวัฒนธรรม  ภาษาและศาสนา

ประเทศไทยและมาเลเซียในปัจจุบันมีข้อตกลงร่วมกันถึง 32 ข้อทั้งที่เป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังมาเลเซียได้รับเอกราช    ทั้งสองประเทศผ่านช่วงเวลาที่ดีต่อกันมาและไม่เคยเปลี่ยนมาเป็นความรุนแรง     (Chaichoke Julsiriwongs  ,  The Problem of Thailand Border and National Security  (Bangkok : Samphand Panich, 2533 p.29)   ทั้งสองประเทศมีบันทึกความสัมพันธ์และการร่วมมือกันรับผิดชอบมาตั้งแต่อดีต   ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศจึงมีความเข้มแข็ง

ชาวไทยและชาวมาเลย์ที่อยู่ตามชายแดนต่างก็มีความใกล้ชิดต่อกันและกัน  เชื่อมสัมพันธ์กันด้วยความเป็นญาติและความเป็นเพื่อนบ้านก่อนที่จะมีการกำหนดเขตแดนระหว่างประเทศ   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์   ภูมิศาสตร์หรือวัฒนธรรม  ไทยและมาเลเซียก็มีจุดหมายร่วมกัน   ความเจริญรุ่งเรืองและสันติภาพของประเทศใดประเทศหนึ่งย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะผูกพันกับสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของอีกที่หนึ่ง   (Message from Nitya Pibunsonggram , Former Minister of Foreign Affairs the Kingdom of Thailand, Rajaphrueh Bunga Raja, 50 years of everlasting friendship between Thailand and Malaysia Bangkok : Ministry of Foreign Affairs, 2007 p.10)

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วประเทศไทยและมาเลเซียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ปี 1957   ความจริงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียนั้นสามารถย้อนไปไกลกว่าความสัมพันธ์ทางการทูต

อันเนื่องมาจากสภาพทางภูมิศาสตร์และสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์  ประเทศทั้งสองจึงมีความใกล้ชิดกันและมีการแลกเปลี่ยนการเยือนและการแลกเปลี่ยนทางการค้า   ธุรกิจ การศึกษา รวมทั้งการเยือนญาติพี่น้องและการเชื่อมโยงสื่อสารมาอย่างต่อเนื่อง   ทั้งสองประเทศอนุญาตให้ประชาชนของอีกชาติหนึ่งที่อาศัยอยู่ตามชายแดนใช้หนังสือผ่านแดน (border pass) ซึ่งออกให้โดยฝ่ายบริหารของแต่ละฝ่ายเดินทางไปยังชายแดนของสองประเทศโดยไม่มีหนังสือเดินทางได้

บริษัทของมาเลเซียในประเทศไทยมีมากขึ้นและตื่นตัวมากขึ้น พวกเขามุ่งหวังที่จะเริ่มธุรกิจหรือไม่ก็หาตลาดการผลิตและการบริการในประเทศไทย  หลายๆ บริษัทของมาเลเซียให้ความสนใจที่จะขยายการทำงานในประเทศไทย  ตามรายงานของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พบว่าบริษัทมาเลเซีย 157 บริษัทได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วยเงินจำนวน 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ (5.5 พันล้านริงกิต)

จากข้อมูลของรัฐมนตรีการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม นักธุรกิจมาเลเซียได้ลงทุนในประเทศไทย 482.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ)    ในขณะที่นักธุรกิจไทยลงทุนในมาเลเซีย 76.2 พ้นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 228 ล้านริงกิต)

ในฐานะสมาชิกของ ASEAN ไทยเห็นว่าความร่วมมือกับมาเลเซียเป็นกุญแจไปสู่การสร้างชุมชน ASEAN เป็นการเชื่อมโยงภูมิภาคด้วยสันติภาพและความรุ่งเรือง  ประเทศไทยมีความมั่นใจว่าประชาคม ASEAN จะดำเนินไปด้วยดี  ไทยมองไปข้างหน้าให้ ASEAN เป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญในความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่กว้างขวางต่อไป  ชาวมาเลเซียมากกว่าหนึ่งล้านคนได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยในแต่ละปีมากกว่าการไปเยือนประเทศอื่นใด  ทั้งนี้ทั้งสองประเทศมุ่งกระชับความสัมพันธ์ในด้านนี้ด้วยการพิมพ์สื่อโฆษณาในประเทศของตนเป็นสองภาษา

ด้วยจิตวิญญาณของการเป็นพันธมิตรและมิตรภาพในการได้มาซึ่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในหมู่เพื่อนบ้าน   แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซียคือหนึ่งในความสำคัญสำหรับความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียที่มีมายาวนานกว่า 60 ปี

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศเอกราชใหม่อย่างมาเลเซียในวันที่ 30 สิงหาคมปี1957 หรือปี 2550

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความอบอุ่นและมิตรไมตรี    นำทางโดยความใฝ่ฝันและผลประโยชน์ที่มีอยู่ร่วมกัน   เพื่อที่จะอยู่ร่วมกันด้วยความสันติและความปรองดอง   ความใกล้ชิดของความสัมพันธ์ที่แสดงให้เห็นด้วยตัวของมันเองมาจากการแลกเปลี่ยนการเยือนของเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของสองประเทศมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

 

 

 

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com