INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

36 กลอุบายหรือกลยุทธ์

c735 0 3 arte da guerra

36 กลยุทธ์หรือกลอุบาย

รศ.ดร.สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย

กลยุทธ์ หมายถึงแผนปฎิบัติเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย ใช้กันมากในวงการทหาร และในการกำหนดนโยบายของรัฐบาล ในทางปฏิบัติ อาจหมายถึงการใช้กลอุบาย คือการใช้วิธีการที่แยบคายและมีเล่ห์กล ในประวัติศาสตร์จีนสมัยต่างๆ มีตำราพิชัยสงครามที่กล่าวถึงวิธีการต่อสู้กับข้าศึก และมีหนังสือที่เล่าถึงเหตุการณ์ในการทำสงครามต่อสู้ในสมรภูมิต่างๆ เป็นจำนวนมาก บางเล่มมีผู้นำมาศึกษาและใช้อ้างอิงกันมาก เช่น ตำราพิชัยสงครามของซุนอู่(孙子兵法) ซึ่งเขียนเมื่อ กว่า 2500 ปีมาแล้ว ก็ยังมีการศึกษาและนำกลยุทธ์มีการของซุนอู่ มาใช้ในวงการต่างๆ ทั้งการทหาร การเมือง การค้า และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในยุคปัจจุบัน คำพูดในหนังสือของซุนอู่ก็มีการอ้างอิงอยู่เสมอ
ในจำนวนหนังสือหรือตำราที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้หรือการทำศึกสงคราม หนังสือเล่มหนึ่งที่รู้จักกันแพร่หลายและมีคนอ้างถึงกันมาก คือ หนังสือ 36 กลยุทธ์ หรือ 36 กลอุบาย ซึ่งเป็นหนังสือที่พูดถึงการต่อสู้ด้วยวิธีการต่างๆเพื่อให้ได้ชัยชนะ แท้ที่จริงแล้ว กลอุบายมีหลากหลาย ทำไมจึงต้องเป็น 36 มีผู้อธิบายว่า ตัวเลข 36 นี้ เป็นเพียงแสดงว่ามีอยู่มาก ในวรรณกรรมจีน ตัวเลข 36, 72 และ 108 ปรากฏอยู่บ่อยครั้ง เช่นเมื่อกล่าวถึงอาชีพ ก็บอกว่ามี 36 อาชีพ (หรือ 72 อาชีพ) ซึ่งหมายถึงมีอาชีพหลากหลาย ในนวนิยายเรื่องไซอิ๋ว(西游记)ซุนหงอคง(孙悟空)หรือเห้งเจียแปลงกายได้ 72 ร่าง ในนิยายสุยหู่จ้วน(水浒传) ก็มีผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซาน(梁山好汉) 108 คน เป็นต้น
แต่เรื่อง 36 กลอุบาย มีกลยุทธ์อยู่ 36 อย่างพอดี เชื่อกันว่า กลอุบายทั้ง 36 อย่าง มีผู้รวบรวม และนำออกเผยแพร่ในสมัยราชวงค์ซ่ง (宋)เมื่อกว่า 1000 ปีมาแล้ว ต่อมามีการจัดพิมพ์เป็นหนังสือออกจำหน่าย ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีทางการสื่อสารที่ก้าวหน้า การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทำได้สะดวก รวดเร็ว และหลากหลายวิธี เรื่อง 36 กลอุบายนี้ จึงมีคนรับรู้จำนวนมาก กลอุบายต่างๆ จึงถูกนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง
กลยุทธต่างๆในเรื่อง 36 กลอุบาย แบ่งออกเป็น 6 หมวด คือ 1.ชนะศึก 2.เผชิญศึก 3.เข้าโจมตี 4.ติดพัน 5.ร่วมรบ และ 6.ยามพ่าย ในแต่ละหมวดมี 6 กลอุบาย เพื่อใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ในที่นี้จะยกตัวอย่างกลอุบายในหมวดต่างๆ แต่จะไม่กล่าวในรายละเอียด (ท่านที่สนใจ หาอ่านได้จากหนังสือ 36 กลอุบาย โดย สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ. 2556 หรือในหนังสืออิเล็คโทรนิกส์ (eBook) แต่ละกลอุบาย มีการอธิบายความหมาย และยกตัวอย่างประกอบอย่างชัดเจน)
ตัวอย่างกลอุบาย ในหมวดที่หนึ่ง กลอุบายที่หนึ่ง หลอกฟ้าข้ามทะเล (瞞天过海)เป็นการอำพรางหลอกลวง เพื่อกระทำการบางอย่างเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ กลอุบายที่สอง โจมตีรัฐเว่ยเพื่อช่วยรัฐเจ้า(围魏救赵)เมื่อรัฐเว่ยโจมตีรัฐเจ้า แทนที่จะรีบยกทัพเข้าช่วยรัฐเจ้าในทันที กลับยกทัพไปตีเมืองหลวงของรัฐเว่ย ทำให้รัฐเว่ยต้องถอนกำลังกลับมาป้องกันเมืองหลวง จึงช่วยรัฐเจ้าได้เช่นกัน
ในหมวดที่สอง กลอุบายที่เจ็ด ปั้นน้ำเป็นตัว(无中生有)เป็นการสร้างสถานการณ์ที่ไม่จริงทำให้คนหลงเชื่อ เป็นการหลอกลวงคนอื่น เพื่อทำให้คู่ต่อสู้เสียหาย เช่น การสร้างข่าวเท็จทำลายคู่ต่อสู้ ซึ่งเป็นกลอุบายที่ใช้กันบ่อยในทางการเมืองในปัจจุบัน กลยุทธ์ที่แปด แอบมาในจุดที่ไม่มีใครคาดคิด(暗渡陈仓)เช่น มีทีท่าว่าจะเข้าโจมตีในจุดหนึ่ง แต่กลับเข้าโจมตีจุดที่ฝ่ายตรงข้ามไม่คาดคิดหรือคิดไม่ถึง
ในหมวดที่สาม กลอุบายที่ 13 ตีหญ้าให้งูกลัว(打草惊蛇)คือการข่มขู่คู่ต่อสู้ ให้กลัว เพื่อให้ไม่กระทำการ ในสิ่งที่เราไม่อยากให้เขาทำ กลอุบายที่ 14 อาศัยศพเพื่อฟื้นคืนชีพ(借尸还魂)คือการนำเอาชื่อผู้ที่ตายไปแล้วหรือเรื่องที่ผ่านพ้นไปแล้วมาใช้ประโยชน์ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์บางอย่างที่เราต้องการ
ในหมวดสี่ กลอุบายที่ 19 ดึงฟืนใต้หม้อน้ำ(釜底抽薪) คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ กลอุบายที่ 20 กวนน้ำให้ขุ่นเพื่อจับปลา (混水摸鱼)คือการทำให้ฝ่ายศัตรูเกิดความวุ่นวาย เพื่อฉวยโอกาสโจมตีหรือโขมยของมีค่า
ใน หมวดที่ห้า กลอุบายที่ 25 ลักลอบเปลี่ยนคานและเสา (偷梁换柱)คือการ ทำให้กำลังหลักของข้าศึกถูกย้ายออกไป เมื่อข้าศึกอ่อนแอแล้ว จึงบุกเข้าโจมตี กลอุบายที่ 26 ชี้ไปที่ต้นหม่อน แต่กลับด่าต้นก้ามปู (指桑骂槐)ทำเป็นด่าคนอื่นหรือวิพากษ์วิจารณ์เรื่องอื่น แต่แท้จริงเป็นการด่าศัตรูของเรา แม้จะไม่ด่าเขาโดยตรง แต่คนที่ได้ยินเรื่องนี้ ก็จะคิดถึงเรื่องที่ฝ่ายศัตรูเคยทำไว้ เมื่อไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลย ฝ่ายศัตรูจึงตอบโต้ไม่ได้
ในหมวดที่หก กลอุบายที่ 31 อุบายสาวงาม (美人计)ใช้สาวงามเป็นเหยื่อล่อ เพื่อทำให้ผู้ที่เป็นหัวหน้าหรือแม่ทัพของฝ่ายตรงข้าม อ่อนกำลังลง กลอุบายที่ 32 อุบายเมืองร้าง (空城计)แสดงให้ฝ่ายศัตรูเห็นว่า ฝ่ายเราไม่สนใจจะป้องกัน เมือง เพื่อลวงให้ศัตรูเกิดความระแวงว่า ฝ่ายเราอาจซ่อนกองกำลังซุ่มโจมตีอยู่ในเมืองร้าง (ทั้งที่ไม่มีอะไรเลย) จึงไม่กล้าเข้ามาโจมตี ทำให้เราอยู่รอดได้โดยไม่มีกำลังป้องกันข้าศึก เป็นต้น
กลอุบายต่างๆในแต่ละหมวดใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน นอกจากการสู้รบหรือการทำศึกสงครามแล้ว ยังมีการนำมาใช้กับการต่อสู้ทางการเมือง การทำธุรกิจ และการดำเนินชีวิต คำอธิบาย และตัวอย่างที่แสดงถึงวิธีการในการเอาชนะคู่ต่อสู้ ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในวงการใด ก็อาจนำมาใช้ได้ ในประเทศจีน ทั้งในอดีตและปัจจุบัน มีตัวอย่างการนำเอากลอุบายต่างๆมาใช้จำนวนมาก ในต่างประเทศ ก็มีการศึกษากลอุบายจีน และนำมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆในหลายวงการ ทั้งวงการเมืองและวงธุรกิจ
ในความส่งท้ายของหนังสือ 36 กลอุบาย เขียนไว้ว่า การใช้กลอุบาย ไม่ได้เป็นสิ่งชั่วร้ายเสมอไป กลยุทธ์หรือกลอุบาย อาจถือว่า เป็นส่วนประกอบของวิธีการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าประเทศชาติ สถาบัน สถานประกอบการ หรือปัจเจกบุคคล จะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญสามอย่างคือ ทิศทาง วิธีการ และความพยายาม การมีทิศทางที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งประเทศชาติ สถานประกอบการ และบุคคล หากมีทิศทางการดำเนินชีวิตที่ผิดพลาด ก็จะต้องประสบกับความเสียหาย สำหรับปัจเจกบุคคล ถ้ามีทิศทางที่ผิด เช่น มีอาชีพที่ไม่สุจริต ไปร่วมทำงานกับคนชั่ว หรือไปเป็นสมาชิกในพรรคการเมืองที่คดโกง ที่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ย่อมสร้างความเสียหายแก่ตนเองในที่สุด การทำงานต่างๆ ถ้าไม่มีวิธีการที่ถูกต้อง ก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ แม้มีความพยายามเพียงใด ดังนั้น สุภาษิตที่กล่าวว่า”ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” จึงอาจไม่เป็นความจริงเสมอไป ถ้ามีวิถีทางการดำเนินชีวิตที่ผิดพลาด ทำในสิ่งไม่ดี ยิ่งพยายามมากเท่าไร ก็ยิ่งเกิดความเสียหายมากขึ้น ทั้งกับผู้อื่นและตัวเอง ในการทำงาน วิธีการที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ การใช้กลอุบายช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น หรือใช้แก้ปัญหาที่มีความยุ่งยากได้ อาจกล่าวได้ว่า ไม่ว่าทำอะไร กลอุบายอาจช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายได้ดีขึ้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ คุณธรรม ต้องมีคุณธรรม และยึดมั่นในศีลธรรม จึงสามารถใช้กลอุบายทำประโยชน์แก่ตนเองและสังคมได้ ทั้งในประวัติศาสตร์จีนและในประเทศอื่นๆ เราได้เห็นตัวอย่างของคนที่ถือว่าตนเองฉลาดกว่าคนอื่น ใช้กลอุบายที่ชั่วร้ายหาประโยชน์ให้แก่ตนเอง ทำร้ายผู้อื่นและทำความเสียหายแก่ประเทศชาติ แต่ในที่สุด ต้องถูกกฎหมายลงโทษ ตัวอย่างในประเทศไทยปัจจุบันก็มีให้เห็นอยู่บ้าง คนที่โกงบ้านกินเมื่อง เมื่อถูกจับได้ และเมื่อศาลตัดสินว่ามีความผิด ต้องติดคุกติดตะราง ก็ไม่ยอมรับผิด กลับหนีระหกระเหินไปต่างประเทศ จากเดิมเป็นผู้มีตำแหน่งใหญ่โตในรัฐบาล กลายเป็นผู้ลี้ภัยในต่างประเทศ ต้องพลัดพรากจากครอบครัว ไม่สามารถใช้ชีวิตในแผ่นดินที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองได้ ส่วนลูกน้องที่ร่วมโกง หรือสมรู้ร่วมคิดกับการใช้กลอุบายของเจ้านายที่ได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์เล็กน้อย แต่ไม่สามารถหนีไปต่างประเทศได้ ก็ต้องติดคุกติดตะรางเป็นเวลานานปี ดังนั้น การใช้กลอุบายจำเป็นต้องพิจารณาถึงจริยธรรมและความถูกผิด นิฉะนั้น อาจต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *