INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซีอีโอยอดเยี่ยม 7 คน ของโลก : ไมเคิล เดลล์

ซีอีโอยอดเยี่ยม 7 คน ของโลก : ไมเคิล เดลล์

What the Best CEO’s Know – 7 Exceptional Leaders and Their Lessons for Transforming any Business โดย เจฟฟรีย์ แครมส์
หนังสือเล่มนี้พิมพ์ 20 ครั้ง ระหว่าง ค.ศ 2003 และ 2006 และมีอยู 4 ภาษา
หนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงผู้นำบริษัทที่ยอดเยียม 7 คน และค้นหาคุณลักษณะร่วมที่ทำให้บริษัทของพวกเขาบรรลุความสำเร็จ รายชื่อของเจฟฟรีย์ แครมส์
จะคล้ายคลึงกับรายชื่ออื่นเหมือนเช่น บริษัทที่ชื่นชอบมากที่สุด 10 ลำดับสูงสุดภายในอเมริกา และแม้แต่บริษัทที่ชื่นชอบมากที่สุดของโลก เขาได้ชี้ว่า ผู้นำที่บรรลุความสำเร็จอย่างมากไมใช่จะไร้ข้อบกพร่อง พวกเขาต้องกระทำผิดพลาด แต่พวกเขาได้เรียนรู้จากความผิดพลาด
โดยส่วนรวมพวกเขาคือผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ขององค์การ พวกเขาได้สร้างโมเดลทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ อะไรทำให้หนังสือเล่มนี้มีเอกลักษณ์ นอกจากการค้นหาว่าพวกเขาได้ทำอะไร และทำไมพวกเขาได้ทำ หนังสื่อเล่มนี้ได้มองว่่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าพวกเขาได้ทำมันแตกต่างออกไป
รายชื่อสุดท้ายผู้นำที่ยอดเยี่ยม 7 คน ของเขาจะประกอบด้วย ไมเคล เดลล์ ชีอีโอของเดล คอมพิวเตอร์ แจ็ค เวลซ์ ซีอีโอของเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค
ลูว์ เกิรทเนอร์ ซีอีโอของไอบีเอ็ม แอนดี้ โกรฟ ซีอีโอของอินเทล บิลล์ เกตส์ ซีิอีโอของไมโครซอฟท์ เฮอร์เบิรต เคลลีเฮอร์ ซีอีโอของเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ และแซม วอลตัน ซีอีโอของวอลล์ มาร์ท
เจฟฟรีย์ แครมส์ เป็นนักเขียนชาวอเมริกัน เขาเขียนหนังสือ 5 เล่ม หนังสือของเขาได้ถูกแปลเป็นภาษาต่างประเทศมากกว่า 36 ภาษา เขาเคยเป็นรองประธานบริษัทและผู้จัดพิมพ์ของหน่วยธุรกิจหนังสือทางธุรกิจของแมคกรอว์ ฮิลล์ สำนักพิมพ์ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของอเมริกา เขาได้เคยตรวจแก้ไขและพิมพ์หนังสือทางธุรกิจมากกว่า 1, 000 เล่ม รวมทั้งหนังสือที่ได้รางวัลชนะและขายดีที่สุด เช่น หนังสือของแจ็ค เวลซ์ ไมเคล เดลล์ ลูว์ เกิรทเน่อร์ เฮอร์เบิรต เคลลีเฮอร์ และบิลล์ เกตส์ เมื่อไม่นานมานี้ เจฟฟรี่ย์ แครมส์ ได้พิมพ์หนังสือเจ็ดเล่มของหนังสือทางธุรกิจที่ติดลำดับสูงสุด 35 เล่มแห่งปีของไลบรารี่ย์ เจอร์นัล
เจฟฟรี่ย์ แครมส์ เขียนหนังสือห้าเล่ม หนังสือสามเล่มจะมุ่งที่ซีอีโอก่อนหน้านี้ของเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค แจ็ค เวลซ์ เขาได้เขียนหนังสือความเป็นผู้นำและซีอีโอ ไว้อย่างกว้างขวาง และหนังสือเล่มล่าสุดของเขาคือ Jack Welch and the 4E of Leadership วารสารเคอร์คัส รีวิว ได้กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าจะต้องกลายเป็นความเป็นผู้นำที่คลาสสิค
เจฟฟรีย์ แครมส์ จะเป็นผู้เขียนหนังสือขายดีที่สุดคือ Jack Welch and the 4E ,The Welch Way, What the Best CEO Know และ The Rumsfeld Way เขาจะเป็นนักเขียนของนิวยอรค ไทม์ วอล สตรีท เจอร์นัล ลอสแอนเจลิส ไทม์ และชิคาโก ทรีบูน ด้วย

เดลล์ คอมพิวเตอร์ จะเป็นเรื่องราวความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งของศตวรรษที่ 20 ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อ ค.ศ 1984 โดยไมเคิล เดลล์ เดลล์ คอมพิวเตอร์ ได้เจริญเติบโตจนกลายยักษ์ใหญ่คอมพิวเตอร์รายหนึ่งภายในศตวรรษที่ิ 21
ไมเคิล เดลล์ เป็นนักศึกษา ณ มหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน เมื่อเขาได้คิดค้นเดลล์ คอมพิวเตอร์ ภายในห้องหอพักนอกมหาวิทยาลัยของเขา ความมุ่งหมายของเขาคือ การขายคอมพิวเตอร์ไอบีเอ็มพีซี สร้างจากส่วนประกอบที่สต็อคไว้
ไมเคิล เดลล์ ได้เริ่มต้นการค้าจากความเชื่อว่าด้วยการขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลโดยตรงแก่ลูกค้าสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีกว่า เขาได้ลาออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อที่จะใช้เวลาอย่างเต็มที่กับธุรกิจที่ยังขาดประสบการณ์ของเขา ภายหลังจากได้เงินมา เพื่อการขยายตัวจากครอบครัวของเขา
ภายหลังสื่ปีจากการก่อตั้ง หุ้นของเดลล์ขายได้ราคา 8.50 เหรียญ เดลล์ คอมพิวเตอร์ ได้ว่าจ้างบุคคลทั่วโลกมากถึง 78,000 คน มากกว่าห้าเท่าของบุคคลที่ถูกว่าจ้างภายในมหาวิทยาลัยเท็กซัส ต้นกำเนิดของบริษัท
ภายในไม่ถึงทษวรรษภายหลังจาก ไมเคิล เดลล์ได้ขายคอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคลจากห้องห้องพักนักศึกษา เขาได้กลายเป็นซีอีโอหนุ่มที่สุดของบริษัท 500 ฟอร์จูน
เมื่อไมเคิล เดลล์ได้ถูกรวมครั้งแรกภายในลำดับของวารสารฟอรจูนเมื่อ ค.ศ 1992
เขาจะอยู่ลำดับที่ 44 ของบุคคลร่ำรวยที่สุดภายในโลกด้วยความมั่งคั่งประมาณ 14.6 พันล้านเหรียญ ความลุ่มหลงคอมพิวเตอร์ได้เริ่มต้นเมื่ออายุ 15 ปี เมื่อเขาได้ถอดส่วนประกอบของแอปเปิ้ล 2 และประกอบเข้าไปใหม่เพื่อที่จะดูการทำงานของมัน ความคิดทางธุรกิจที่ฉลาดของเขาได้เริ่มต้นภายในปีแรกของการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเท็กซัส เมื่อ ค.ศ 1984 ตอนนั้นเขาเพิ่งจะมีอายุ 15 ปี
ไมเคิล เดลล์ จะมีคำแนะนำแก่บุคคลที่ต้องการจะเริ่มต้นธุรกิจของพวกเขาเองและตวามฝันที่จะเป็นผูู้ประกอบการที่บรรลุความสำเร็จว่า ” ลงมือทำเลย ” คำอธิบายที่ยาวขึ้นจากผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเดลล์ คอมพิวเตอร์ ผู้ผลิตพีซีที่นิยมแพร่หลายมากที่สุดและขายดีที่สุดของโลก จะเป็นไปดังนี้ เราต้องไม่กลัวที่จะทำความผิดพลาด การทดลอง ถ้าเราต้องการทำมันให้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง เราจะค้นพบบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างจากใครก็ตามกำลังทำอยู่ เขาได้ใช้ถ้อยคำของความระมัดระวังว่า ถ้าเราไปถามบุคคลว่า มันเป็นความคิดที่ดีไหม พวกเขาส่วนใหญ่จะบอกเราว่า ไม่ ดังนั้นอย่าไปถาม
ไมเติล เดลล์ ได้กล่าวว่า เราไม่จำเป็นต้องฉลาด จินตนาการ หรือแม้แต่จบมหาวิทยาลัย เพื่อที่จะบรรลุความสำเร็จ เราเพียงแต่ต้องการกรอบข่ายและความฝัน เท่านั้น
เมื่อไมเคล เดลล์ ได้มองหาวิถีทางที่จะขยายตัวบริษัทเริ่มแรกของเขา เขาได้สรุปว่าคอมพิวเตอร์ในไม่ช้าจะกลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาและการจัดส่งจะสำคัญที่สุด เขาได้มองเห็นว่าวิถีทางรวดเร็วที่สุดที่จะบรรลุทั้งสองเป้าหมายคือ การตัดคนกลางออกไป ไมเคิล เดลล์ได้รับรู้ว่าเขาสามารถซื้อส่วนประ
กอบและประกอบพีซีด้วยตัวเขาเองจะถูกกว่ามาก เขาสามารถขายพีซีทางโทรศัพท์โดยตรงแก่ลูกค้า ณ ส่วนลด 15% ของราคาของบริษัทคอมพิวเตอร์อื่น วิธีการขายนี้ได้กลายเป็นที่รู้จักกันว่า โมเดลของการขายตรง ที่ได้ปฏิรูปอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์
ไมเคิล เดลล์ ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการวัยหนุ่มสาวคนหนึ่งเท่านั้นที่อาศัยการเจริญรุ่งเรืองของคอมพิวเตอร์ปลาย ค.ศ 1980 และต้น ค.ศ 1990 จากผ้าขี้ริ้วเป็นเศรษฐี เขาจะคล้ายกับรอด แคนเนี่ยน ของคอมแพค และ สตีฟ จ้อปของ
แอปเปิ้ล ไมเคิล เดลล์ได้พลิกการเริ่มต้นธุรกิจที่ขาดประสบการณ์กลายเป็นอาณาจักรคอมพิเตอร์หลายพันล้านเหรียญ แต่จะไม่คล้ายกับโชคที่ไม่ดีของรอด แคนเนี่ยน และสตีฟ จ้อป ที่ต้องสูญเสียการควบคุมบริษัทที่สร้างขึ้นมาเมื่อบริษัทได้เจริญเติบโต ไมเคิล เดลล์ สามารถบริหารและควบคุมบริษัทของเขา และเป็นซีอีโอที่ยาวนานที่สุดของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์
ภายใต้การดำเนินตามความคิดที่เรียบง่ายด้วยการผลิตคอมพิวเตอร์ตามคำสั่งซื้อขายโดยตรงแก่ลูกค้า เขาสามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด ไมเคิล เดลล์ ได้ทำให้เดล์ คอมพิวเตอร์ กลายเป็นบริษัทคอมพิวเตอร์แนวหน้าของโลก
ผู้ประกอบการที่แท้จริงจะมีสิ่งที่ผมเรียกว่า 3 P และไว้วางใจผมได้เลยไม่มี P ตัวไหนหมายถึง Permission : การอนุญาติ 3P ได้แก่ Passion : ความลุ่มหลง Problem : ปัญหา และ Purpose : ความมุ่งหมาย ผู้ประกอบการที่แท้จริงจะมีความลุ่มหลงต่อสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ ปัญหาที่จะต้องถูกแก้ไข และความมุ่งหมายที่ขับเคลื่อนพวกเขาไปข้างหน้า การค้นหาความลุ่มหลง ปัญหา และความมุ่งหมายของเรา และเราไม่จำเป็นต้องขอคำแนะนำของใครก็ตาม ก่อนที่เราจะมุ่งไปสู่ความฝันของเรา
ขั้นตอนที่ 1 การค้นหาความลุ่มหลง
ไม่มีใครจะทำงานหนักกว่าผู้ประกบการที่เริ่มต้นธุรกิจ ถ้าเราถามผู้ประกอบการเกี่ยวความสมดุลชอง
ชีวิต เราจะไม่ได้ยินเสียงบ่นตามธรรมดาเกี่ยวกับวันที่น่าเบื่อและยาวนาน ทำไม เพราะว่าผู้ประกอบการที่แท้จริงจะมีความลุ่มหลงต่อสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ ดังนั้นงานจะไม่รู้สึกเหมือนงาน งานจะกระตุ้นและสนุกสนาน
ผมจะหลงใหลกับเทคโนโลยีตั่งแต่ผมเป็นเด็ก ทำเครื่องคิดเลขของพ่อของผมเสียหาย เทคโนโลยีปัจจุบันจะมีเสียงเงียบและพลังมากกว่าเครื่องคิดเลขเก่าแก่ของพ่อของผม ผมจะลุ่มหลงต่อการจัดส่งคำตอบทางเทคโนโลยีแก่ความต้องการลูกค้าของผม และถูกกระตุ้นด้วยสิ่งที่ยิ่งใหญ่ภายในโลก
ขั้นตอนที่ 2 การค้นหาปัญหา และแก้ไขมัน
ความคิดทางธุรกิจทุกอย่างจะเริ่มต้นด้วยการแก้ปัญหา ปัญหายิ่งใหญ่เท่าไร โอกาสยิ่งยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่านั้น
ผมได้ค้นพบปัญาใหญ่อย่างหนึ่ง เมื่ผมได้แยกไอบีเอมพีซีเป็นชิ้น ผมได้มีการค้นพบที่น่าสนใจสองอย่าง ส่วนประกอบทุกชิ้นของคอมพิวเตอร์จะถูกผลิตจากบริษัทอื่น ราคาขายปลีกของคอมพิวเตอร์ 3,000 เหรียญ ต้นทุนส่วนประกอบประมาณ 600 เหรียญ เท่านั้น ผมรู้ว่าเราจะมีวิถีทางที่ดีกว่า
ความคิดของผมได้กลายเป็นโมเดลธุรกิจทางตรงของเดลล์ การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมของเราและแก้ปัญหาใหญ่ของโลก พีซีก่อนหน้าหน้านี้จะเข้าสู่บุคคลได้จำนวนน้อย ปัจจุบันจะหามาได้แก่บุคคลจำนวนมาก เรากำลังใช้วิธีการอย่างเดียวกันของเราสร้างศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัย เราจะมุ่งที่ความต้องการของลูกค้าของเรา การช่วยพวกเขาวิเคราะห์ ประกัน และจัดการข้อมูลที่มีคุณค่าของพวกเขาด้วยเทคโนโลยีที่เปิดกว้าง เข้าถึงได้ และรับภาระได้
โอกาสทางธุรกิจใหม่และน่าสนใจจะอยู่รายรอบพวกเรา และมันมักจะเริ่มต้นด้วยปัญหาอยู่เสมอ การค้นพบปัญหาที่เราคิดว่าเราสามารถแก้ไขได้
ขั้นตอนที่ 3 การค้นหาความมุ่งหมาย
แม้ว่าความลุ่มหลงและปัญหาอาจจะเพียงพอที่จะเริ่มต้นธุรกิจ เราจะต้องมีความมุ่งหมายเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย ด้วยความซื่อสัตย์ ณ เดลล์ ผมไม่มั่นใจว่าเราได้ค้นพบความมุ่งหมายของเรา ผมคิดว่าความมุ่งหมายอาจจะพบเรา แต่ความมุ่งหมายได้กลายเป็นชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น ความมุ่งหมายของเราที่จะสามารถสร้างศักยภาพของมนุษย์ด้วยการเร่งการรับเอาเทคโนโลยีไปทั่วโลก และตามมาด้วยการเปิดประตูไปสู่การเจริญเติบโต ประสิทธิภาพ และโอกาสแก่บุคคลภายในทุกที่

แหล่งที่มาของข้อได้เปรียบทางการแข่งขันเริ่มแรกของเดลล์ คอมพิวเตอร์จะมาจากการขายตรงและการผลิตตามคำสั่งซื้อที่มึชื่อเสียง ระบบทันเวลาจะทำให้บริษัทมีระดับสินค้าคงเหลือต่ำที่สุดภายในอุตสาหกรรม การลดสินค้าคงเหลือที่มากเกินไปจะสร้างข้อได้เปรียบทางต้นทุนแก่เดลล์อย่างมาก เมื่อต้นทุนของส่วนประกอบจะเสื่อมราคาลงสูงถึง 1% ต่อสัปดาห์ภายใน
อุตสาหกรรมอีเล็คโทรนิค การขายตรงทำให้เดลล์สามารถลดต้นทุนด้วยการข้ามผ่านตัวกลางเหมือนเช่นผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีกได้ด้วย ยิ่งกว่านนั้นเดลล์จะเสนอทางเลือกของการผลิตตามคำสั่งซื้อที่มุ่งลูกค้าและดึงดูด
เดลล์ คอมพิวเตอร์ จะดำเนินธุรกิจไปทั่วโลกภายในตลาดต่างประเทศที่แตกต่างกันหลายตลาด แรงจูงใจอย่างหนึ่งของเดลล์ที่จะกลายเป็นระหว่างประเทศคือ การได้มาของซัพพลายเออร์ที่มีต้นทุนต่ำ เดลล์จะสร้างโรงงานไปทั่วโลก การแสวงหาข้อได้เปรียบทางทำเลที่ตั้งเหมือนเช่นต้นทุนแรงงานต่ำและกำลังงานที่มีประสิทธิภาพ การผลิตจะต้องอยู่ใกล้กับตลาดภูมิภาคที่สำคัญ เพื่อที่จะลดความล่าช้าระหว่างการซื้อและการจัดส่ง การเลือกทำเลที่ตั้งของเดลล์ได้สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันแก่บริษัท พลังทางซัพลาย
เออร์ทั่วโลกของเดลล์ จะเข้าหาข้อมูลอัตโนมัติและเวลาจริง เช่น แนวโน้มของอุปสงค์และความคาดหวังจำนวนของส่วนประกอบที่แตกต่างกัน ความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์และการขายตรง ได้ทำให้เดลล์สร้างความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานได้ดี
การรุกครั้งแรกของไมเคิล เดลล์ เข้าไปภายในโลกของคอมพิวเตอร์เมื่ออายุ 17 ปี เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์เครื่องแรก แอปเปิ้ล 2 ออกแบบโดยสตีฟ วอชเนียค ปัจจุบันแอปเปิ้ล ได้เจริญเติบโตกลายเป็นคู่แข่งขันยิ่งใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของเดลล์
ไมเคิล เดลล์ ได้เริ่มต้นบริษัทคอมพิวเตอร์ของเขาชื่อ พีซี ลิมิเต็ด ด้ายเงินติดตัว 1000 เหรียญของเขา และครอบครัว
ได้จัดหาเงินทุนแก่เขา 300000 และเดลล์ ได้เริ่มต้นประกอบคอมพิวเตอร์และขายด้วยการรับประกันบริการฟรีหนึ่งปี การทุ่มเทต่อการบริการของเขาได้สร้างลูกค้าที่พอใจหลายร้อยคน ต่อมาเดลล์ ได้ต้ดสินใจเลิกเรียนมหาวิทยาลับ เพื่อที่จะทุ่มเวลาทั้งหมดแก่ธุรกิจ ภายหลังจากนั้นบริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็นเดลล์ คอมพิวเตอร์และย้ายไปทางเหนือของออสติน เมื่อ ค.ศ 1992 วารสารฟอร์จูนได้ให้เดลล์ติดลำดับสูงสุด 500 บริษัท เขาได้กลายเป็นซีอีโอหนุ่มที่สุดเมื่ออายุ 27 ปี ภายหลังสี่ปีเมื่อ 1996 เดลล์ ได้เริ่มต้นขายคอมพิวเตอร์ออนไลน์
สตีฟ จ็อป และบิลล์ เกตส์ จะเป็นบุคคลสองคนที่มีบุคลิกภาพไอคอนที่บุคคลส่วนใหญ่จะพูดถึง แต่บุคคลหลายคนอาจจะไม่สนใจความสำเร็จของไมเคิล เดลล์ บุคคลที่ได้ก่อตั้งบริษัทเมื่อ ค. ศ 1984 ได้กลายเป็นตราสินค้าระดับโลกภายในหนึ่งทษวรรษ และสามทษวรรษต่อมามันจะเป็นตราสินค้าเทคโนโลยีหนึ่ที่ไว้วางใจมากที่สุดภายในโลก
ไมเคล เดลล์ จะเป็นผู้นำเชิงปฏิรูปคนหนึ่ง เขาจะเป็นโมเดลทางบทบาทของการกระทำสิ่งที่เขาได้พูด และเป็นผูนำแบบสัมผัส ภายในรายงานการสำรวจบริษัท เดลล์ คอมพิวเตอร์ จะเป็นบริษัทหนึ่งที่เป็นสถานที่การทำงานดีที่สุด เนื่องจากเหตุผลสองข้อ ข้อที่หนึ่งเดลล์ คอมพิวเตอร์ จะมีระบบการสื่อสารที่เปิดกว้าง บุคคลทุกคนมีสิทธิที่
จะพูด และอะไรที่พูดจะถูกร่วมและพิจารณาจากไมเคิล เดลล์ และผู้บริหารอาวุโส ข้อสองเดลล์ คอมพิวเตอร์ จะใช้การมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น ไมเคล เดลล์ จะกระตุ้นบุคคลของบริษัท ด้วยการให้ความเป็นอิสระแก่บุคคลบรรลุศักยภาพสูงสุดของพวกเขา และเขาจะทำให้บุคคลทุกคนรู้สึกว่ามีความสำคัญ
เมื่อไมเคิล เดลล์ได้เริ่มต้นธุรกิจของเขาเอง เขาจะมีประสบการณ์ทางการบริหารที่จำกัด และธุรกิจของเขาได้เริ่มต้นเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทักษะทางการบริหารได้กลายเป็นความจำเป็นที่จะขับเคลื่อนบริษัทของเขาไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้นเขาได้นำลี วอลเกอร์ เข้ามาให้ประสบการณ์ทางการบริหารและการเงินแก่เขา ลี วอลเกอร์ จะเป็นพี่เลี้ยงของไมเคิล เดลล์ และได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นของเขาที่จะกลายเป็นผู้บริหารที่ดี ไมเคิล เดลล์ได้กลายเป็นผู้นำเชิงบารมีเมื่อความรู้ของเขาภายในทุกส่วนของธุรกิจได้เจริญเติบโต และเขาได้จูงใจบุคคลที่ได้รับความจงรักภักดีและความเคารพของพวกเขา เขาจูงใจบุคคลด้วยบารมีของเขา ความเเป็นผู้นำที่บรรลุ
ุความสำเร็จของเขาจะเกิดขึ้นจากจุดแข็งที่สำคัญ
คือ เขาจะมีเป้าหมายที่ชัดเจน และเขาจะมุ่งที่เป้าหมายเหล่านี้ เขาจะมีความรู้สึกทางนวัตกรรมที่เข้มแข็ง เขาจะทำงานหนักและเข้าใจความรับผิดชอบของเขา เขาจะสร้างความสมดุลที่ดีระหว่างงานและครอบครัว และเขาจะมีวิสัยทัศน์ที่มีพลังและปรัชญาทางธุรกิจที่ดี การมุ่งที่การลดต้นทุนการผลิต การปรับปรุงเวลาการจัดส่ง และการรักษาการบริการลูกค้า จะเป็นพลังที่ขับเคลื่อนบริษัท
รากฐานของโมเดลธุรกิจทางตรงจะมุ่งที่การปรับปรุงประสิทธิภาพด้วยการกำจัดตัวกลาง เพื่อที่บริษัทจะพูดโดยตรงกับลูกค้าได้
ภายใต้การดำเนินตามความคิดที่เรียบง่ายด้วยการผลิตคอมพิวเตอร์ตามคำสั่งซื้อขายโดยตรงแก่ลูกค้า เขาสามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด ไมเคิล เดลล์ ได้ทำให้เดลล์ คอมพิวเตอร์ กลายเป็นบริษัทแนวหน้าของโลก

ความสำเร็จของเดลล์ คอมพิวเตอร์ ภายในทษวรรษที่แล้วส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากการใช้หลักการของลีนอย่างถูกต้องภายในการปฏิบัติการ ภายในหนึ่งปีของการปฏิรูปแบบลีนของบริษัท ราคาหุ้นได้เพิ่มสูงขึ้นจาก 20 เหรียญ เป็น 148.75 เหรียญ เพิ่มสูงขึ้น 643.8%
ภายในการผลักดันอย่างต่อเนื่องที่จะกำจัดความสูญเสีย “มูดะ” เดลล์ได้ค้นพบความคิดหลายอย่างที่เป็นตัวอย่างที่ดีของแนวคิดลีน ไมเคิล เดลล์ ได้ถูกยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกคนหนึ่งของการผลิตแบบลีน การใช้ระบบทันเวลาและเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่เข้มแข็งได้สนับสนุนการดำเนินงานบริษัทด้วยโมเดลการขายตรงไปยังลูกค้า เนื่องจากบริษัทสามารถผลิตด้วยต้นทุนสินค้าคงเหลือที่ต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ การสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันแก่บริษัท
เดลล์ คอมพิวเตอร์ ได้ใช้การผลิตแบบลีนเหมือนกับโตโยต้า มอร์เตอร์ บริษัท ได้ใช้แนวคิดของลีนกับลูกโซ่อุปทาน ส่วนประกอบของเดลล์ คอมพิวเตอร์จะถูกรักษาไว้ภายในสต็อคเคล้ายกับซุปเปอร์มาร์เก็ตภายในโรงงาน มันเป็นความรับผิดชอบของซัพพลายเออร์ของเดลล์ที่จะรักษาสต็อคเหล่านี้
การประสานงานจะต้องใช้ระบบคัมบังที่ถูกใช้ไม่เพียงแต่ภายในที่จะเติมสต็อคของสายพานประกอบภายในโรงงานเท่านั้น แต่มันได้ถูกใช้ที่จะแจ้งซัพพลายเออร์ของเดลล์เมื่อสต็อคได้ถูก
ตัดออกไปด้วย เดลล์ ไม่ต้องจ่ายค่าส่วนประกอบจนกว่าพวกมันได้ออกไปจากซุปเปอร์มาร์เก็ต ดังนั้นเดลล์จะไม่มีเงินที่จมอยู่กับคอมพิวเตอร์ที่รอการขาย หรือเงินลงทุนภายในส่วนประกอบที่รอการผลิตคอมพิวเตอร์
เมื่อกลางศตรรษที่ 20 ภายใต้การดิ้นรนที่จะลดต้นทุนสินค้าคงเหลือที่สูง โตโยต้า มอเตอร์ ได้สร้างรากฐานของการผลิตแบบลีนขึ้นมา บริษัทได้ต้ดสินใจประยุกต์ใช้หลักการที่เรียบง่ายที่ได้กลายเป็นเสาสำคัญของระบบการผลิตของโตโยต้า – การผลิตทันเวลา ระบบสินค้าคงเหลือที่เรียบง่าย เราจะผลิตถ้าเรามีอุปสงค์เพื่อการผลิตของเราเท่านั้น
การผลิตทันเวลาเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้ผลิตญี่ปุนได้เผชิญความท้าทายหลายอย่าง การขาดแคลนเงินทุน การขาดพื้นที่สร้างคลังสินค้า และการขาดทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจัยเหล่านี้ทุกอย่างได้สร้างอุปสรรคที่ผู้ผลิตญี่ปุ่นจะต้องกำจัดออกไป เพื่อที่จะค้นหาวิถีทางของพวกเขาต่อความสำเร็จทางอุตสาหกรรม ดังนั้นโตโยต้าได้ค้นพบคำตอบที่เรียบง่าย พวกเขาเพียงแต่ทำให้กระบวนการของพวกเขาลีนเท่านั้น
การบริหารแบบลีนของทรัพยากรของพวกเขาได้ถูกสร้างขึ้นมาจากการผลิตแบบทันเวลา แนวคิดบนรากฐานของกำจัดความสูญเสียจากกระบวนการทางธุรกิจ การสร้างระบบที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูง เพื่อการผลิตต้นทุนต่ำและคุณภาพสูง ตอบสนองความต้องการของลูกค้า
โตโยต้า มอเตอร์ ได้ใช้เวลาหลายปี เพื่อที่จะทำให้การผลิตแบบทันเวลาสมบูรณ์ และได้กลายเป็นที่นิยมแพร่หลายภายในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย และได้ถูกประยุกต์ใช้โดยบริษัทที่บรรลุความสำเร็จ เหมือนเช่นเดลล์ คอมพิวเตอร์
เดลล คอมพิวเตอร์ จะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่มีชื่อเสียงของการได้ชัยชนะการผลิตแบบทันเวลา บริษัทได้ปฏิรูปวิถีทางของการผลิตคอมพิวเตอร์

ไมเคิล เดลล์ ได้พิมพ์หนังสือชีวประวัติครั้งแรกของเขาชื่อ Direct From Dell : Strategies That Evolutionized an Industry เมื่อ ค.ศ 1999 เล่าถึงตอนวัยเด็กของเขา ข้อผิดพลาดของเขา และบทเรียนที่เขาได้พบจากเดลล์ คอมพิวเตอร์
เมื่อ ค.ศ 1999 ไมเคิลและซูซาน เดลล ได้ก่อตั้งมูลนิธิไมเคิลและซูซาน เดลล์ เพื่อที่จะปรับปรุงชีวิตของเด็กให้ดีขึ้น และพวกเขาได้บริจาคเงินมากกว่า 530 ล้านเหรียญเพื่อการพัฒนาชุมชนชนบทภายในอเมริกาและอินเดีย เขาได้บริจาคเงิน 65 ล้านเหรียญแก่สถาบันสุขภาพสามแห่งที่เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยเท็กซัสที่เขาได้เคยศึกษาอยู่
ไมเคล เดลล์ จะเป็นซีอีโอของบริษัทอยู่เกือบยี่สิบปีจนถึงต้น ค.ศ 2004 เมื่อเขาได้ก้าวลงจากซีอีโอและได้กลายเป็นประธานบริษัทของเดลล์ เมื่อ ค.ศ 2007 ไมเคิล เดลล์ ได้กลับมาบริหารบริษัทเป็นซีอีโอ ตามคำร้องของคณะกรรมการบริษัทแทนเควิน รอลลินส์ เนี่องจากราคาหุ้นของเดลล์ได้ลดลง 9%
แม้ว่าเดลล์ คอมพิวเตอร์ ได้ถูกมองว่าเป็นบริษัทไฮเทคสมัยใหม่ ความสำเร็จทางการดำเนินงานได้ถูกปลูกฝังภายในอดีต กระบวนการวิถีทางของเดลล์ที่มีชื่อเสียง – การบริหารสินค้าคงเหลือแบบทันเวลาและการผลิตแบบลีน รวมเข้ากับการขายโดยตรงแก่ลูกค้า และการบริหารข้อมูลเวลาจริง – ได้ช่วยปฏิรูปบริษัทจากการดำเนินธุรกิจภายในห้องพักนักศึกษาของไมเคิล เดลล์กลายเป็นผู้ผลิตพีซีรายใหญ่ที่สุดของโลกภายในไม่ถึง 20 ปี ด้วยมูลค่าทางตลาด ณ เวลาหนึ่งสูงกว่า 100 พันล้านเหรียญ
เราอาจจะย้อนหลังไปยังอีไล วิทนี่ย์ ผู้คิดค้นเครื่องปั่นด้ายที่มีชื่อเสียง เขาได้พัฒนาความคิดของการใช้ชิ้นส่วนแทนกันได้ภายในการผลิตจำนวนมาก ณ ราคาที่ต่ำลง เมื่อ ค.ศ 1997 เขาได้สัญญาจากรัฐบาลเพื่อการผลิตปืนใหญ่ 10,000 กระบอกแก่กองทัพอเมริกาสองปี
แม้ว่าโดยทั่วไปเฮนรี่ ฟอรดจะถูกมองวาเป็นผู้บุกเบิกรายแรกทางอุตสาหกรรมของระบบทันเวลาและการผลิตแบบลีน แต่เรามักจะยกย่องว่ามาจากทาอิชิ โอโนะและผลงานของเขาภายในการสร้างระบบการผลิตของโตโยต้า
แต่กระนั้นวิถีทางของเดลล์กำลังเผชิญความท้ทาทายจากโลกาภิวัฒน์มากขึ้น เทคโนโลยีใหม่ และวิวัฒนาการแนวโน้มทางตลาด ความท้าทายเหล่านี้จะน่ากลัวต่อเดลล์มากกว่าคู่แข่งขัน เนื่องจากความสำเร็จของเดลล์ได้ยั่งยืนมานานกว่า 15 ปี
เขาจะสร้างบริษัท 12 พันล้านเหรียญภายในเพียง 13 ปี ได้อย่างไร ไมเคิล เดลล์ ได้เริ่มต้นมื่อ ค.ศ 1984 ด้วยแนวคิดทางธุรกิจที่เรียบง่าย เขาสามารถขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ขัามผ่านช่องทางผู้แทนจำหน่าย เขาจะขายโดยตรงแก่ลูกค้าและผลิตตามคำสั่งซื้อ ไมเคิล เดลล์ ได้กำจัดราคาขายที่เพิ่มขึ้นของผู้ขายต่อ และต้นทุนของสินค้งคงเหลือจำนวนมากได้ สูตร
ของเขาได้กลายเป็นโมเดลธุรกิจทางตรงที่มีชื่อ
เสียง และสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนแก่เดลล์ คอมพิวเตอร์
ไมเคิล เดลล์ ได้กล่าวว่าบริษัทของเขาได้ผลักดันโมเดลธุรกิจทางตรงไปยังขั้นตอนต่อไปอย่างไร ไปสู่ขั้นตอนที่เขาเรียกว่าการรวมกันเสมือนจริง ไมเคิลเดลล์ ิืกำลังใช้เทคโนโลยีและข้อมูลกำจัดพรมแดนของลูกโซ่คุณค่าระหว่างซัพพลายเออร์ ผู้ผลิต และลูกค้า ความสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้าได้สร้างข้อมูลที่ดีต่อการประสานงานของลูกโซ่คุณค่า
การรวมกันเสมือนจริงจะใช้เทคโนโลยีข้อมูลปร้บปรุงลูกโซ่คุณค่าของผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ และลูกค้า
ไมเคิล เดลล์ เชื่อว่าการรวมกันเสมือนจริงอาจจะกลายโมเดลขององค์การใหม่ภายในยุคของข้อมูล เขาได้ปรับปรุงโมเดิลธุรกิจทางตรงอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้เทคโนโลยีข้อมูล เพื่อที่จะปรับปรุงลูกโซ่คุณค่าของซัพพลายเออร์และลูกค้า โมเดลธุรกิจทางตรงจะมีประโยชน์ที่มีคุณค่าที่ไมเคิล เดลล์ไม่ได้คาดคะเนไว้ โมเดิลธุรกิจทางตรงได้ช่วยให้บริษัทมีความสัมพันธ์จริงกับลูกค้า การได้มาของข้อมูลที่สำคัญที่ไดัถูกใช้สร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับซัพพลายเออร์และลูกค้า

บริษัทจะสร้างคุณค่าด้วยการจัดหาวัตถุดิบและใช้วัตถุดิบสร้างผลิตภัณฑ์ และการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปยังลูกค้า บริษัทยิ่งสร้างคุณค่าได้มากเท่าไร การทำกำไรจะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น และถ้าเราให้คุุณค่าแก่ลูกค้าของเราได้มากขึ้น เราจะสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน เพื่อที่จะทำความเข้าใจว่าบริษัทสร้างคุณค่าได้อย่างไร และการมองหาวิถีทางที่จะเพิ่มคุณค่าจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการกำหนดกลยุทธ์การแข่งขัน ไมเคิล พอร์เตอร์ นักวิชาการกลยุทธ์ มหาวิทยาลัยฮาร์วารด ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ภายในหนังสือที่เป็นคัมภีร์ไบเบิ้ลของผู้บริหารทั่วโลกชื่อ Competitive Advantage 1985 เขาได้แนะนำแนวคิดของลูกโซ่คุณค่าเป็นครั้งแรก
ลูกโซ่คุณค่าหมายถึงกลุ่มกิจกรรมที่บริษัทได้กระทำที่จะสร้างคุณค่าแก่ลูกค้า ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้เสนอลูกโซ่คุณค่าโดยทั่วไปที่บริษัทสามารถใช้พิจารณากิจกรรมสร้างคุณค่าทุกอย่างของพวกเขา
ภายในบทความ Nature of the Firm ค.ศ 1937 ของโดนัลด์ โคช นักเศรษฐศาสตร์ชาวชาวอ้งกฤษ เขาได้กล่าวถึงแนวคิดการรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง แต่ทั้งนักเศรษฐศาสตร์และรัฐาล ไม่ได้ให้ความสนใจนานกว่าเกืองครึ่งศตวรรษ นักเศรษฐศาสตร์ได้ต่อสู้กับแนวคิดที่สายตาสั้นมากขึ้น การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งได้กลายเป็นถูกตำหนิจากการออกกฎหมายพิเศษมากกว่านโยบายการแข่งขันโดยทั่วไป เมื่อกลางศตวรรษที่ยี่สิบกฎหมายห้ามการผูกขาดได้ปรากฏขึ้น เพื่อที่จะจัดการอย่างรุนแรงกับทั้งการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งด้วยการทำสัญญา และการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งด้วยความเป็นเจ้าของ
ภายในบทความของโรนัลด์ โคช แนวคิดส่วนใหญ่ได้พัฒนาขึ้นมา ในขณะที่เขายังคงเป็นนักศึกษาปริญญาตรี เขาได้ปฏิรูปความเข้าใจของนักเศรษฐศาสตร์ว่า ทำไม บุคคลได้สร้างบริษัทและอะไรจะกำหนดขนาดและขอบเขตของบริษัท เขาได้แนะนำแนวคิดของต้นทุนทางธุรกรรม – ต้นทุนของแต่ละฝ่ายที่เกิดขึ้นจากการซื้อและการขาย – และแสดงให้เห็นว่าบริษัทได้ใช้เหตุผลทางเศรษฐกิจ เมื่อบริษัทสามารถลดหรือกำจัดต้นทุนเหล่านี้ด้วยการทำกิจกรรมบางอย่างภายในบริษัท แทนการซื้อขายภายในตลาด
โรนัลด์ โคส นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษ เขาเป็นนักวิชาการอยู่ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก และได้รับรางวัลโนเบิ้ล ไพรซ์ ทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อ ค.ศ 1991 เขาได้อธิบายเหตุผลว่าทำไมครึ่งแรกของศตวรรษที่ยี่สิบ บริษัทมักจะกลายเป็นการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ฟอร์ด มอเตอร์ ได้สร้างโรงงานเหล็กของพวกเขาเอง และทำการปลูกยางของพวกเขาเองไม่ใช่ซื้อจากซัพพลายเออร์ และตรงกันข้าม ทำไมเมื่อไม่นานมานี้บริษัทได้ใช้การจ้างภายนอกอย่างแพร่หลายมากขึ้น
การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งจะแสดงถึงขนาดที่บริษัทได้ควบคุมวัตถุดิบและการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของพวกเขา เราจะมีการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งอยู่สองอย่างคือ ทางหลัง และทางหน้า การควบคุมวัตถุดิบของบริษัทจะถูกเรียกว่าการรวมธุรกิจไปทางหลัง และการควบคุมการจัดจำหน่ายของบริษัทจะถูกเรียกว่าการรวมธุรกิจไปทางหน้า เราจะเข้าใจการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งได้ดีที่สุดด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลลูกโซ่คุณค่าของไมเคิล พอร์เตอร์ การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งจะอ้างถึงระดับของการรวมธุรกิจระหว่างลูกโซ่คุณค่าของบริษัท และลูกโซ่คุณค่าของซัพพลายเออร์และผู้จัดจำหน่าย
การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งอย่างเต็มที่จะเกิดขึ้นเมื่อบริษัทได้รวมลูกโซ่คุณค่าของซัพพลายเออร์และ/หรือลูกโซ่คุณค่าของผู้จัดจำหน่าย เข้าไว้ภายในลูกโซ่คุณค่าของบริษัทเอง โดยทั่วไปนี่จะเกิดขึ้นจากการซื้อซัพพลายเออร์หรือผู้จัดจำหน่ายของบริษัท หรีอจากการขยายการดำเนินงานของบริษัท การขยายการดำเนินงานหมายความว่าบริษัทได้เข้าไปทำกิจกรรมตามธรรมเนียมของซัพพลายเออร์และผู้จัดจำหน่าย
ต้นทุนทางธุรกรรมของเศรษฐศาสตร์ ได้เสนอแนะว่าการรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง
จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าการทำสัญญาซื้อขายภายในตลาด เมื่อต้นทุนทางธุรกรรมภายในตลาดสูงเกินไป เหตุผลที่สำคัญอย่างหนึ่งของการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งคือ การหลีกเลี่ยงต้นทุนทางธุรกรรม ต้นทุนของการซื้อขายกับบริษัทอื่นนอกจากราคา เช่น ต้นทุนของการเขียนและการบังคับใช้สัญญา บริษัทที่มีการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งจะหลีกเลี่ยงต้นทุนทางธุรกรรมเหล่านี้ได้ แต่บริษัทอาจจะมีต้นทุนการบริหารเพิ่มสูงขึ้น เมื่อบริษัทมีขนาดใหญ่ขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น และกลายเป็นระบบราชการมากขึ้น ต้นทุนของการบริหารธุรกรรมภายในจะสูงกว่าต้นทุนทางธุรกรรมภายนอก
บริษัทอาจจะมีระดับของการรวมธุรกิจตามแตกต่างกันสองอย่างคือ บริษัทอาจจะใช้การรวมธุริจตรมแนวดิ่งแบบเต็มที่ การวมทุกขั้นตอนของการผลืตและการจัดจำหน่าย และการรวมธุรกตามแนวดิ่งแบบแบบบางขั้นตอน การรวมเพียงบางขั้นตอนของการผลิตและการจัดจำหน่าย
แคทเธอลีน แฮร์รีแกน นักวิชาการิมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ได้เสนอแนะระดับของการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งอาจจมีขอบเขตตั้งแต่การเป็นเจ้าของไปทางหลังของลูกโซ่คุณค่า และไปทางหน้าของลูกโซคุณค่าทุกอย่างของการผลิตและการจัดจำหน่าย ไปจนถึงการไม่เป็นเจ้าของเลย ภายใต้การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งแบบเต็มที่ บริษัทจะผลิตวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนทุกอย่างภายใน และควบคุมช่องการการจัดจำหน่ายทุกช่องทาง เช่น รอยัล ดัช เชล ได้ใช้การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งแบบเต็มที่
ภายใต้การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งแบบบางส่วน บริษัทจะผลิตวัตถุดิบ/ชิ้นส่วน ภายในน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของความต้องการ และซื้อส่วนที่เหลือจากซัพพลายเออร์
ภายใต้การรวมธุรกิจตมแนวดิ่งแบบไม่แท้จริง บริษัทจะไม่ผลิตวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนภายใน แต่จะซื้อจากซัพพลายเออร์ภายใต้การควบคุมบางส่วน บริษัทจะไม่ต้องการซื้อจากซัพพลายเออร์หรือใช้ผูัจัดจำหน่ายอย่างเปิดเผย แต่บริษัทยังคงต้องการรับประกันบางอย่าง
ภายใต้สัญญาระยะยาว บริษัทสองบริษัทจะทำข้องตกลงภายในการผลิตวัตถุดิบ/ชิ้นส่วน หรือการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระหว่างกัน ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เราจะไม่พิจารณว่าเป็นการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งแบบไม่แท้จริง ถ้าไม่ได้เป็นสัญญาแต่ผู้เดียวระบุว่าซัพลายเออหรือผู้จัดจำหน่าย ไม่สามารถมีความสัมพันธ์อย่างเดียวกับบริษัทอื่นได้ พวกเขาอาจจะกลายเป็นบริษัทเชลยอย่างแท้จริง
การเป็นเจ้าของลูกโซ่คุณค่าจะเป็นกลยุทธ์ที่นิยมแพร่หลายภายในต้นของปลายศตวรรษที่แล้ว บริษัทได้แสวงหาข้อได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยการเข้าไปสู่ “ต้นน้ำ” ควบคุมการผลิตวัตถุดิบแก่ธุรกิจของพวกเขา หรือ “ปลายน้ำ” ควบคุมการจัดจำหน่ายไปสู่ตลาดของธุรกิจของพวกเขา ตัวอย่างเช่น เมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา ฟอร์ด มอเตอร์ ได้เป็นเจ้าของการปลูกยางและเหมืองแร่เหล็กของตังเอง และแม้แต่รถไฟ
แต่การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งได้คลายความนิยมลงเมื่อ ค.ศ 1960 อุตสาหกรรมหลายอย่างได้สลายการรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง ป้จจุบันเกือบสามในสี่ของชิ้นส่วนของรถยนต์อเมริกันจะจัดหาจากภายนอกอเมริกา ครั้งหนึ่งบริษัทคอมพิวเตอร์ จะผลิตชิปหน่วยความจำและซอฟท์แวร์แก่คอมพิวเตอร์ที่พวกเขาผลิตและขาย ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญของการผลิตชิปหน่วยความจำ การพัฒนาซอฟท์แวร์ และการประกอบฮารดแวร์ ได้กลายเป็นครอบงำอุตสาหกรรมไปแล้ว
ตามแนวคิดของลูกโซ่คุณค่า ไมเคิล พอร์เตอร์ ไม่ได้มองที่แผนกหรือต้นทุนทุนทางบัญชี แต่ลูกโซ่คุณค่าจะมุ่งที่ระบบ ปัจจัยได้ถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นผลผลิตอย่างไร
เพื่อการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน บริษัทจะต้องทำกิจกรรมสร้างคุณค่า ณ ต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่งขัน หรือทำกิจกรรมสร้างคุณค่าด้วยการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขัน นั่นคือบริษัทจะต้องเลือกระหว่างกลยุทธ์ต้นทุนต่ำ หรือกลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง ไมเคิล พอเตอร์ ได้แบ่งกิจกรรมสร้างคุณค่าเป็นกิจกรรมพื้นฐานและกิจกรรมสนับสนุน กิจกรรมพื้นฐานจะเกี่ยวพันกับการสร้างผลิตภัณฑ์ การตลาดของผลิตภัณฑ์ และการบริการลูกค้า กิจกรรมสนับสนุนจะเกี่ยวพันกับการส่งเสริม การบริการ และการให้คำแนะนำแก่กิจกรรมพื้นฐาน
ไมเคิล พอร์เตอร ได้กล่าวว่าข้อได้เปรียบทางการแข่งขันไม่สามารถเข้าใจได้ด้วยการมองบริษัททั้งหมด บริษัทจะเกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมที่แยกจากกันหลายอย่างตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การตลาด การจัดส่ง และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ กิจกรรมเหล่านี้แต่ละอย่างสามารถมีส่วนช่วยต่อฐานะทางต้นทุนเทียบเคียงของบริษัท และสร้างรากฐานของการสร้างความแตกต่าง
การขนส่งเข้า การเคลื่อนที่ของวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ไปสู่การผลิตภายในโรงงาน การรับเข้ามา การเก็บรักษา และการกระจายวัตถุดิบภายใน
ความสัมพันธ์ระหว่างเราและซัซพลายเออร์จะเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการสร้างคุณค่า
การผลิต การเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์จะถูกขายไปยังลูกค้า กระบวนการผลิตของเราจะสร้างคุณค่า
การขนส่งขาออก การจัดส่งผลิตภัณฑ์ไปสู่ลูกค้า การเก็บรักษา การกระจาย และการขนส
โครงสร้างพื้นฐาน ระบบสนับสนุนการดำเนินงานประจำวันของบริษัท
การบัญชี การเงิน กฏหมาย และการบริหารทั่วไป จะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน
ที่จำเป็นที่บริษัทสามารถใช้สร้างคุณค่า
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การสรรหา การว่าจ้าง การฝึกอบรม การจ่ายค่าตอบแทน ไปจนถึงการปลดบุคคลออกจากงาน บุคคลจะเป็นแหล่งที่มาสำคัญของการสร้างคุณค่าด้วยการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่
การตลาดและการขาย การชักจูงลูกค้าให้ซื้้อผลิตภัณฑ์จากเราไม่ใช่คู่แข่งขันของเรา ประโยชน์ที่เราได้นำเสนอ และเราสื่อสารได้ดีแค่ไหน
การบริการ การรักษาคุณค่าของผลิตภัณฑ์ของเราแก่ลูกค้าเมื่อได้ถูกซื้อไปแล้ว
การจัดหา การจัดซื้อวัตถุดิบที่ต้องใช้ เพื่อการผลิต การค้นหาซัพพลายเออร์ และเจรจาต่อรองราคาที่ดีที่สุด
การพัฒนาทางเทคโนโลยี การตามให้ทันกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการรักษาความดีเด่นทางเทคโนโลยีไว้อย่างต่อเนื่อง การป้องกันรากฐานความรู้ของบริษัทไว้

บริษัทคอมพิวเตอร์สมัยเดิมจะรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง พวกเขาจะผลิตส่วนประกอบหลายอย่างของคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง เมื่อไมเคิล เดลล์ ได้้เริ่มต้นก่อตั้งบริษัท เขาไม่มีเงินทุนเพื่อที่จะรวมธุรกิจตามแนวดิ่งได้ ดั้งนั้นเขาจะมุ่งที่การสร้างความสัมพันธ์กับทั้งลูกค้าและซัพพลายเออร์ หัวใจของโมเดลธุรกิจทางตรง ซัพพลายเออร์ไม่กี่รายของเดลล์
จะเทียบเท่าหุ้นส่วน พวกเขาจะถูกปฏิบัติราวกับว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งอย่างแท้จริงของเดลล์ ความเป็นหุ้นส่วนจะอยู่ยาวนานตราบเท่าที่หุ้นส่วนรักษาความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีและคุณภาพของพวกเขาไว้อยู่
เหตุผลที่สำคัญข้อหนึ่งของการจ้างภายนอกเพื่อการผลิตส่วนประกอบพีซีคือ ความสามารถที่จะเลือกส่วนประกอบและซัพลายเออร์ที่ดีได้ แทนที่จะผลิตส่วนประกอบเหล่านี้ด้วยตัวเอง ไมเคล เดลล์ ครั้งหนึ่งได้กล่าวภายในการสัมภาษณ์ว่า
เราจะพิจารณาส่วนประกอบเหมือนเช่นกราพฟิค ชิป ห้าหรือสิบปีที่แล้วบริษัทภายในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลกำลังพยายามสร้างกราพฟิค ชิป ของพวกเขาเอง ปัจจุบันถ้าเรามีการแข่งขันด้วยด้วยผู้เล่น 20 คน แข่งขันที่จะผลิตกราพฟิค ชิป รวดเร็วที่สุดภายในโลก เราต้องการจะเป็นม้าตัวที่ยี่สิบเอ็ด หรือเราต้องการจะประเมินม้า 20 ตัวภายในสนามและเลือกม้าตัวที่ดีที่สุดหรือไม ?
กลยุทธ์ของเดลล์ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเครือข่ายโลกของซัพพลายเออร์ แทนที่จะผลิตส่วนประกอบของตัวเอง การจ้างภายนอกทำให้เดลล์มุ่งความสามารถแกนของบริษัทได้มากขึ้น เช่น การบริหารลูกโซ่อุปทาน และการวิจัยและการพ้ฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ธุรกิจที่สำคัญของเดลล์คือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล บริษัทไม่ควรจะละทิ้งความสามารถภายในการผลิตนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท เดลล์ คอมพิวเตอร์ ได้จ้างภายนอกการผลิตส่วนประกอบ แต่ไม่ใช่การประกอบสุดท้าย เดลล์ไม่ต้องการจ้างภายนอกการผลิตทุกอย่าง เพื่อที่จะป้องกันการสร้างคู่แข่งขันอย่างไม่ตั้งใจ การจ้างภายนอกมักจะถูกมองว่าง่ายที่จะลอกเแบบ และข้อได้เปรียบทางการแข่งขันจะไม่ยั่งยืน การจ้างภายนอกจะเป็นไปได้เท่านั้น ถ้ามันไม่ได้เป็นกิจกรรมแกนของลูกโซ่คุณค่าของเดลล์

ไมเคิล เดลล์ คือผู้ประกอบการที่ได้กระตุ้นธุรกิจขนาดย่อม เขาได้กล่าวว่า “ผมไม่เคยจินตนาการตัวเองเป็นบุคคลบางคนทำงานเพื่อการเลื่อนตำแหน่ง……. ผมต้องการควบคุมโชคชะตาของผมเอง และรู้สึกอยู่เสมอว่าผมต้องบรรลุความสำเร็จ ผมมีความมุ่งมั่นอย่างเข้มแข็งต่อการสร้างธุรกิจ”
อายุน้อยไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จของไมเคิล เดลล์ เลย เขาคือผู้ประกอบการอย่างแท้จริง การสร้างธุรกิจขนาดย่อมที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก จนกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ทักษะการเป็นผู้ประกอบการของไมเคิล เดลล์ สามารถทำให้เดลล์ คอมพิวเตอร์กลายเป็นผู้ผลิตพีซีรายใหญ่ของโลก และเป็นคู่แข่งขันที่ทรงพลังและน่ากลัวต่อผู้ผลิตพีซีไปทั่วโลก แม้ว่าไมเคิล เดลล์ ได้ริเริ่มการขายตรงขึ้นมาภายในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล การขายตรงแก่ลูกค้าไม่ผ่านผู้จัดจำหน่ายเหมือนกับผู้ผลิตรายพีซีรายอื่น ดังนั้นต้นทุนการขายของเดลล์ คอมพิวเตอร์ ย่อมจะต่ำ การสร้างข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำที่เหนือกว่าคู่แข่งขันทุกราย
อุตสาหกรรมพีซีจะมีซัพพลายเออร์สองรายที่มีอำนาจการต่อรองสูงมากคือ อินเทล ผู้ผลิตไมโครโพรเซสเซอร์ และไมโครซอฟท์ ผู้ผลิตระบบปฏิบัติการ แก่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล บริษัทคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจำเป็นต้องใช้ทั้งชิปของอินเทลและระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ อินเทลและไมโครซอฟท์คือเจ้าของร่วมมาตรฐาน “วินเทล” ที่โดดเด่น หมายถึงวินโดว์ และอินเทล การรวมกันของระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์และชิปของอินเทล ที่ได้ถูกใช้กับพีซีทั่วโลกมากกว่า 90% วินเทลได้ถูกสร้างเป็นถ้อยคำ เนื่องจากระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ได้ถูกออกแบบ เพื่อที่จะใช้กับชิปของอินเทลเท่านั้น และเชื่อว่าจะกลายเป็นมาตรฐานของโทรศัพท์ไร้สายในอนาคตด้วย อำนาจการต่อรองของซัพพลายเออร์สองรายนี้ได้กลายเป็นพลังตัวหนึ่งที่เข้มแข็งมาก พวกเขาสามารถกำหนดราคาที่สูงได้ การทำกำไรของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลย่อมจะต่ำลง
ก่อนหน้านี้ตลาดโลกของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเกิอบครึ่งหนึ่งได้ถูกยึดครองโดยหกบริษัทเท่านั้นคือ เดลล์ คอมแพค ไอบีเอ็ม ฮิวเลต์ แพคการ์ด ฟูจิตสึ และเกตเวย์ นักวิเคราะห์เชื่อว่าพีซีจะกลายเป็นโภคภัณฑ์เหมือนกับข้าวโพดหรือข้าวสาลี ราคาจะกลายเป็นอาวุธการแข่งขันที่สำคัญ การสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ทำได้ยาก เดลล์ คอมพิวเตอร์มีโครงสร้างต้นทุนที่ต่ำ ดังนั้นเดลล์ คอมพิวเตอร์ได้ใช้การทำสงครามราคา การกดดันให้คู่แข่งขันต้องลดราคาลง
เมื่อ ค.ศ 2504 ฮิวเลตต์ แพคการ์ด ได้ทำให้โลกต้องตกตะลึง แครีี ฟีโอลีน่า ซีอีโอ หญิงคนแรก ได้ประกาศซื้อคอมแพค คอมพิวเตอร์ คู่แข่งขันรายสำคัญ การแข่งขันอย่างรุนแรงจากเดลล์ คอมพิวเตอร์ ได้กระทบต่อทั้งสองบริษัทอย่างมาก ภายใต้เหตุผลการซื้อบริษัท แครี่ ฟีโอลีน่า ยืนยันว่าฮิวเลตต์ แพคการ์ด จะได้ประโยชน์หลายอย่าง บริษัทจะประหยัดต้นทุนได้ 2.5 พันล้านเหรียญต่อปีจากการลดความซ้ำซ้อนของการบริหาร และการลดจำนวนบุคคลลง 15,000 คน บริษัทสามารถสร้างความประหยัดจากขนาดได้อย่างมาก ที่สำคัญคือ บริษัทสามารถแข่งขันกับเดลล์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แต่กระนั้นข้อวิจารณ์ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วว่าข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของเดลล์จะเกิดขึ้นจากการบริหารลูกโซ่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งฮิวเลตต์ แพคการ์ด และคอมแพคจะล้าหลังเดลล์อยู่ การรวมบริษัทจะทำให้เอชพียุคใหม่ลดต้นทุนด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารลูกโซ่อุปทานหรือไม่ ถ้าเอชพีไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโมเดลทางธุรกิจของพีซี เพื่อที่จะเทียบเคียงกับต้นทุนต่ำของเดลล์ได้แล้ว การรวมบริษัทจะไม่บรรลุเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาได้

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *