INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

วีรบุรุษวีรสตรีที่แท้จริง

https://www.youtube.com/watch?v=5h2Nb-MxwE0

วีรบุรุษวีรสตรีที่แท้จริง

สำหรับประเทศไทยแล้ว ณ.ปัจจุบันคงไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เท่ากับวีรกรรมและความกล้าหาญของกลุ่มบุคคลจำนวนหลายร้อยชีวิต ที่ร่วมแรงร่วมใจกัน เสี่ยงภัย และเสียสละ เพื่อเข้าไปกอบกู้13ชีวิตทีมหมูป่า ที่ติเอยู่ในถ้ำขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย โดยที่หลายๆท่านอาจไม่ปรากฏนาม หรือไม่ประสงค์เป็นข่าว แต่ขอให้ทราบว่าวีรกรรมของท่าน ไม่ว่าจะมากน้อยเพียงใดล้วนมีความสำคัญที่จะต้องจารึกไว้ อย่างน้อยในใจท่านและเพื่อนร่วมงาน เราขอสดุดีท่านไว้ณ.ที่นี้
อย่างไรก็ตามมีบุคคลและกลุ่มบุคคลที่ควรจักล่าวถึงเพื่อเป็นแบบอย่างสำหรับเพื่อแสดงคารวะดังนี้
1.จ.อ สมาน กุนัน ซึ่งต้องเสียชีวิตลงในขณะปฏิบัติหน้าที่ลำเลียงท่ออากาศไปวางยังจุดต่างๆเพื่อสนับสนุนการทำงานของเหล่ามนุษย์กบ ท่านห่วงใยชีวิตคนอื่น โดยไม่คำนึงถึงตนเอง นับว่าหาได้ยากยิ่งในสังคมปัจจุบัน
2.นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.พะเยา และเคยเป็นผวจ.เชียงรายในขณะเกิดเหตุ ท่านจึงยังต้องทำหน้าที่ต่อในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมฯ เพราะถ้าไม่มีท่านที่มีทั้งสติและปัญญา ตลอดจนความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการเพื่อช่วยน้องๆและโค้ชทั้ง13ชีวิตแล้ว เหตุการณ์อาจจะไม่เป็นอย่างวันนี้
3.เหล่าบรรดามนุษย์กบและทีมงานสนับสนุน ซึ่งในบรรดามนุษย์ทั้ง13ท่านเป็นผู้ชำนาญการจากต่างประเทศถึง8ท่าน อีก5ท่านเป็นยอดมนุษย์กบจากหน่วยซีล ราชนาวีไทย โดยท่านเหล่านี้ไม่ต้องการเป็นข่าว ทั้งๆที่เป็นกำลังหลัก เราจึงขอคารวะท่าน และสดุดีในสปิริต
4.ทีมแพทย์สนาม ผู้สนับสนุน และที่สำคัญคือ น.พชาวออสเตรเลีย ผู้เชี่ยวชาญดำน้ำ และการกู้ภัยในถ้ำ เพราะท่านต้องดำน้ำไปตรวจความพร้อมของ13 ชีวิตที่จะต้องดำน้ำกลับมา
5.ทีมงานสนับสนุนอื่นๆ เช่นทีมไต่เขา รวมทั้งนักไต่เขาหารังนก จากเกาะลิบง แม้ไม่มีเงินก็มีจิตอาสา จนชาวบ้านเรี่ยรายเงินมาช่วย นอกจากนี้ยังมีหน่วยลำเลียงสัมภาระที่จำเป็น หน่วยประกอบเลี้ยง หน่วยขนส่งทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ ที่สำคัญคือหน่วยสูบน้ำทั้งราชการแบะชาวบ้านที้ต้องทำงานทั้งวันทั้งคืนเป็นลูกโซ่ เพื่อให้การกู้ภัยสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
ทั้งหมดนี้หากขาดตกบกพร่องผู้ใดก็ขออภัย แต่ขอสดุดีด้วยจิตคารวะ
สุดท้ายก็ขอชมเชยบุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งคือ โค้ชเอก ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างดี ทำให้น้องๆมีขวัญและกำลังใจที่ดี
และสุดท้ายของสุดท้ายคือน้องๆทีมหมูป่า ที่อยากบอกว่าน้องๆกล้าหาญมาก และควรนำเอาประสบการณ์ชีวิตที่หายากนี้ ไปก่อประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ให้คุ้มค่ากับการที่พี่ๆทั้งหลายได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ช่วยกันกู้ภัยให้น้อง หวังว่าน้องๆทุกคนและโค้ชคงออกมาได้โดยปลอดภัย
ส่วนไอ้พวกปากหอยปากปูอย่าไปสนใจมัน อันนี้รวมทั้งพวกสุดโต่งที่ไม่เคยหยุดที่จะยุแยงตะแคงรั่วให้คนไทยแตกสามัคคี แม้ในบรรยากาศที่พี่น้องไทยต่างเผ่าพันธุ์ ต่างศาสนา และชาวต่างชาติ กำลังร่วมมือร่วมใจในการช่วยชีวิตมนุษย์ ด้วยเมตตาธรรมค้ำจุนโลก

ศ.พล.ท ดร.สมชาย วิรุฬหผล

ถ้ำหลวง: รู้จักจิตอาสากองหนุนภารกิจช่วยชีวิตทีมหมูป่า
ที่มา: https://www.bbc.com/thai/thailand-44755539
วัชชิรานนท์ ทองเทพ
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนไม่ได้มีแค่เฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ และอาสาสมัครที่เกี่ยวข้องกับการกู้ภัยเท่านั้น ยังมีคนท้องถิ่นกลุ่มหนึ่งที่ยอมสละรายได้ สละเวลา และลงแรงเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการให้ราบรื่นมากขึ้น

“ความรู้สึกเหมือนญาติและครอบครัวเดียวกัน” นำไปสู่การคิดหาหนทางอย่างไรที่จะทำให้คนท้องถิ่นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจซึ่งถือว่าเป็นกรณีกู้ภัยครั้งประวัติศาสตร์ของโลก

บีบีซีไทยไปพูดคุยกับพวกเขาเหล่านั้นว่าทำไมจึงมาเป็นจิตอาสา และทำหน้าที่อะไรกันบ้าง

เด็ก ๆ เป็นลูกหลานของชาวแม่สาย

“เหตุการณ์ครั้งนี้ ผมถือว่าจะต้องถูกบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งของเมืองไทย” นายสิทธิศักดิ์ สวรรค์รักษ์ อาชีพเกษตรกรใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ร่วมจิตอาสามาช่วยเหลือบริเวณหน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนมาแล้วสี่วัน

นายสิทธิศักดิ์เข้ามารับผิดชอบหลากหลายหน้าที่ ตั้งแต่ช่วยส่วนมูลนิธิครัวพระราชทาน ช่วยยกของ

ในวันที่ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย เขาทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์นำเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนเข้าออกระหว่างถนนใหญ่กับถ้ำโดยไม่คิดค่าบริการ

ถ้ำหลวง: เริ่มภารกิจลำเลียงทีมหมูป่าออกจากถ้ำแล้ว
สด: ติดตามภารกิจพาทีมหมูป่า 13 ชีวิตออกจากถ้ำวันนี้
นายสิทธิศักดิ์ บอกว่า แม้ว่าจะพบเด็ก ๆ แล้วแต่ก็ดูเหมือนว่าภารกิจนี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย จึงตัดสินใจมาช่วย และเขาเองรู้จักกับครอบครัวน้องไนท์ หรือ นายพีรภัทร สมเพียงใจ ปีกขวาของทีมหมูป่า และเคยร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานด้วยกันหลายครั้ง

“การทำงานที่นี่ มันก็ยากลำบาก มีอุปสรรคในการช่วยเหลือ แต่ถ้าเราเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่สามารถช่วยเหลือเขาได้บ้าง ก็มาช่วยกัน” เขากล่าว

“สำหรับชาวแม่สาย ก็คิดว่าพวกเด็ก ๆ เหมือนเป็นลูกเป็นหลาน ได้ออกมาช่วยกันเยอะ ทั้งในส่วนของเงินทอง หรือ สิ่งของ หรือบางท่านก็มาช่วยเป็นแรง ในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ข้างใน” นายสิทธิศักดิ์กล่าว

ในแต่ละวันมีอาสาสมัครที่ขับรถมอเตอร์ไซค์บริการเจ้าหน้าที่ สื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องอยู่ราวสิบคันต่อวัน แต่ละคนจะผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ ตามช่วงเวลาที่แต่ละคนจะสะดวก

“ในแต่ละวัน อาสาสมัครที่มาขับรถมอเตอร์ไซค์ก็ให้บริการหลายสิบเที่ยวเลยครับ ทุกคนเติมน้ำมันเองเต็มถัง แต่ต้องให้เหลือพอกลับถึงบ้านตัวเองได้” เขาตอบ

ต่างศาสนา เป้าหมายเดียวกัน

ถ้ำหลวง: กองทัพอาสาสมัครของไทย
เหตุการณ์นี้ยังทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนแน่นแฟ้นมากขึ้น ทั้งเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างชุมชนต่างศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ หรือแม้แต่ศาสนาอิสลาม

ดร. โซเฟีย ไทยอนันต์ เป็นหนึ่งในจิตอาสาของอ. แม่สาย จ.เชียงราย ที่ริเริ่มนำพากลุ่มสตรีมุสลิมมาสนับสนุนปฏิบัติการฯ ด้วยการทำอาหารฮาลาลมายังพื้นที่ถ้ำหลวง เพื่อแจกจ่ายให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครด้วยกัน อย่างเช่น ทีมเก็บรังนกจากเกาะลิบง รวมไปจนถึงสื่อมวลชนที่นับถือศาสนาอิสลาม

“เราก็นึกถึงว่า อาหารการกินต้องยากลำบากแน่นอน ก็เลยอาสารวมตัวกันช่วยกันทำ” เธอบอกกับบีบีซีไทย

ขณะที่ น.ส. ดุนเนีย กากาเคน หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มจิตอาสานี้เล่าให้ฟังว่า อาหารที่มีผู้บริจาคมาให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในเขตถ้ำหลวงมีจำนวนมาก แต่ว่าอาหารอิสลามหากินยาก สิ่งที่ได้รับบริจาคมาบางครั้งก็เป็นเนื้อหมู

“บางครั้ง คิดเมนูแปลกใหม่ เช่น แกงแขก ข้าวหมกไก่ ทางกลุ่มก็จะทำเพิ่มจำนวนขึ้น เพื่อให้คนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่มุสลิมสามารถรับประทานได้” น.ส.ดุนเนียอธิบาย

นอกจากจะเกิดการรวมตัวของกลุ่มมุสลิมเล็ก ๆ ใน อ.แม่สายเล็กด้วยการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ ก็ทำให้พี่น้องมุสลิมทั่วประเทศที่ส่งกำลังใจและส่งปัจจัยมาเสริมมาด้วย

ดร.โซเฟีย ในฐานะนายกสมาคมสตรีมุสลิม จ. เชียงราย ยังกล่าวอีกด้วยว่า ไม่ใช่แค่ชาวมุสลิมเท่านั้น ชาวพุทธศาสนิกใน อ.แม่สาย หรือในประเทศไทย รวมเป็นหนึ่งเดียว มีความรักกันและมีเป้าหมายเดียวกัน ที่จะพยายามช่วยเหลือและให้กำลังใจในจุดนี้

ต่อเวลาทำงานเพื่อให้ภารกิจต่อเนื่อง

ขณะที่กองหนุนจิตอาสาอีกส่วน เริ่มต้นทำงานที่ร้านซักอบรีด ของ น.ส.รวินท์มาศ ลือเลิศ ในขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย หน่วยซีล ตำรวจตระเวนชายแดน ทหารเรือสหรัฐฯ บางส่วนหลับพักผ่อน

เวลาประมาณ 21.00 น. ของทุกวันนับตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา เธอและสามี รวมทั้งพนักงานที่ร้านซักรีดของเธอ และบรรดาเพื่อนของเธอต้องไปรับชุดเสื้อผ้าที่ใช้แล้วของเจ้าหน้าที่เพื่อนำมาทำความสะอาด รวมทั้งนำเสื้อผ้าที่ทำความสะอาดเสร็จแล้วไปส่งตามจุดต่าง ๆ ที่รับมาเมื่อคืนก่อน ในเวลาประมาณ 2.00 – 4.00 น. เพื่อให้ทันต่อภารกิจที่เร่งด่วนของเจ้าหน้าที่ในรุ่งเช้าของวันถัดมา

จำนวนเสื้อผ้าของเจ้าหน้าที่ในช่วงแรก ๆ ประมาณ 80-100 ชุด เมื่อตอนนี้มีเจ้าหน้าที่มาเพิ่มมากขึ้น จำนวนชุดที่ต้องทำความสะอาดก็เพิ่มจำนวนตามไปด้วย

“ฉันคิดว่าคงไม่นานภารกิจนี้คงสำเร็จลุล่วงโดยเร็ว แต่ด้วยความคิดที่แตกต่าง ฉันจึงคิดอีกอย่างว่า อีกกี่สิบปีจะมีเหตุการณ์แบบนี้ ที่เราจะมีโอกาสได้ช่วย ทำให้ทุกคนมองเห็นว่า อาชีพเราก็สำคัญ” น.ส.รวินท์มาศ กล่าว

เธอเล่าให้ฟังถึงเหตุผลที่ทำให้เธอเปลี่ยนความคิดจากการบริจาคสิ่งของธรรมดามาเป็นจิตอาสาในแบบที่เธอถนัด ก็เพราะได้เห็นรูปที่ส่งมาจากคนที่รู้จักเผยให้เห็นสภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายในถ้ำหลวง ที่สวมชุดที่เต็มไปด้วยโคลน บางคนต้องนอนบนดินภายในถ้ำ

อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่า สิ่งที่เธอทำอยู่ในขณะนี้จะสำเร็จไม่ได้หากไม่มีจิตอาสาคนอื่น ๆ คอยสนับสนุน อย่างเช่น จิตอาสาที่เก็บเสื้อผ้าของเจ้าหน้าที่มาส่งให้ บางคนก็มามาช่วยงานในร้าน อย่างเช่น พับเสื้อผ้า ซ่อมแซมเสื้อผ้าที่เสียหาย หรือนำเอาผงซักฟอกมาบริจาคให้กับเธอ

ขณะที่นายสุวรรณ์ กันแก้ว ซึ่งเป็นพนักงานในร้านก็บอกว่า “ผมรู้สึกว่าอยากให้เขาช่วยน้อง ๆ ออกมาได้ ให้ผมช่วยตรงจุดนั้นผมช่วยไม่ได้ ผมว่าช่วยซักผ้าเจ้าหน้าที่ถือเป็นการช่วยอย่างหนึ่ง”

หมายเหตุ:นักดำน้ำชาวต่างชาติมีทั้งหมด13ท่าน

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com