INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

คุยเรื่องข้าว

คุยเรื่องข้าว
    ข้าวคือชีวิตของคนไทย เราเกี่ยวพันกับข้าว แม้จะไม่ได้ปลูก ไม่ได้ค้าข้าว ก็ต้องกินข้าวทุกคน เมื่อกล่าวถึงการผลิตแล้ว ทุกคนมีความเห็นใจชาวนา กระดูกสันหลังของชาติ ที่ปลูกข้าวให้เรากิน แต่ได้รับผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ เลยอยากลอง พิจารณาเรื่องข้าว ว่ามีข้อมูลอย่างไรบ้าง
    การทำนาในต่างประเทศ มีอยู่ ๒ ข้อ ที่อยากจะกล่าวถึง คือ ข้อที่ ๑ ในยุโรป อเมริกา ที่เขาทำเป็นแปลงใหญ่ๆ เป็นหลายร้อยหรือหลายพันไร่ เพราะ ข้าวก็เหมือนพืชไร่อื่นๆ คือให้ผลตอบแทนต่อไร่ต่ำ ต้องปลูกเยอะๆ เป็นร้อย เป็นพันไร่ จึงจะมีรายได้เพียงพอ และใช้เทคโนโลยี และเครื่องมือ เครื่องจักร เข้ามาจัดการ ไม่ให้เสี่ยงต่อความแปรปรวนของธรรมชาติ ยกตัวอย่างการหล่อเลี้ยงน้ำในแปลง ที่เคยเห็นที่อเมริกา เขาหล่อน้ำแค่ให้ดินหมาดชุ่มน้ำ ไม่ถึงกับน้ำท่วม แต่ที่บ้านเราปล่อยให้น้ำท่วม เพราะเป็นเขตน้ำฝน ต้องเก็บน้ำไว้ให้อยู่นานๆ แท้ที่จริงแล้วปลูกข้าวไม่ต้องแช่น้ำ แค่ดินชุ่มๆก็เพียงพอ แต่ ต้นข้าวแช่น้ำได้ ไม่เป็นอะไร  นอกจากนั้น เขายังใช้เครื่องมือทุ่นแรงทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมดิน ปลูก ปฏิบัติรักษาจนถึงเก็บเกี่ยว และนำเข้าเก็บในไซโล หรือส่งพ่อค้าโดยตรง
    ข้อที่ ๒ คือชาวนาญี่ปุ่น ซึ่งปลูกข้าวญี่ปุ่น ให้ผลผลิตสูง มีเนื้อที่ปลูกข้าวไม่มาก ประมาณ ๓๐-๔๐ ไร่ แต่เมื่อได้ผลผลิตแล้ว เขาจะมีโรงเก็บที่บ้าน และอาจจะมีโรงสีของตัวเอง หรือไปสีที่ โรงสีของหมู่บ้าน ซึ่งดูคล้ายๆตู้โทรศัพท์สาธารณะ  เวลาจะสีข้าว ก็ใช้วิธีหยอดเหรียญเอา ซึ่งที่เห็นนี้ หลายปีมาแล้ว ปัจจุบัน ในหมู่บ้านชาวนาญี่ปุ่น น่าจะมีอะไรที่ทันสมัยขึ้นเรื่อยๆ ที่ชาวนา ญี่ปุ่น เขาเก็บรักษาข้าวเอง และแปรรูปเป็นข้าวบรรจุถุง หรือกระสอบเอง จนกระทั่งเอาไปส่งตลาดsuper marketเองนั้น เพราะทุกขั้นตอนในกระบวนการผลิต และส่งขาย เป็นการเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ ทำให้ได้รับเงินมากขึ้น ข้าวเปลือกเป็นแค่วัตถุดิบราคาถูกเท่านั้น ถ้าเราขายตั้งแต่แรก เช่นเดียวกับที่ขายให้ โรงสีนั้น คนซื้อก็ได้วัตถุดิบถูกๆคือข้าวเปลือกจากชาวนา ก็เอาไปแปรรูปได้หลายอย่างสบายๆ สำหรับชาวนาญี่ปุ่น นอกจากจะนำมาสีเป็นข้าวสารบรรจุถุงขายแล้ว ยังมีอุตสาหกรรมครัวเรือนต่อเนื่อง เช่นทำขนมก้อนสวยๆคล้ายโมจิ ใส่กล่อง ที่เขาเรียกว่า one village one product บ้านเราเรียก otopก็เป็นที่นิยมกัน
สำหรับการทำนา ตอนที่เริ่มปลูก ชาวนาญี่ปุ่นซื้อปัจจัยการผลิตเช่นเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย สารเคมี หรืออุปกรณ์ ต่างๆจากสหกรณ์ ที่เขาสังกัด แต่พอได้ผลผลิตมาแล้ว ขบวนการ แปรรูป เขาทำเองทั้งสิ้น เพราะต้องการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเองให้มากที่สุด เขาถึงสามารถที่จะซื้อเครื่องมือ เครื่องจักรต่างๆมาใช้ได้สำหรับเรื่องการผลิตแปรรูปสินค้าเกษตรนี้  นอกจากจะใช้ข้าวของญี่ปุ่นเอง ยังมีโรงงานที่ทำขนมอบกรอบในญี่ปุ่น ซื้อข้าวเหนียวจากประเทศไทยเราไปเป็นวัตถุดิบ เมื่อทำผลิตภัณฑ์ ขนมอบกรอบบรรจุถุง แล้วยังส่งมาขายที่บ้านเรา ซึ่งเห็นใน super market ทั่วไป
    ตามที่ได้เคยออกไปพบชาวนาในภาคต่างๆ มีความรู้สึกว่า พวกเขามีอาชีพที่ดี ยกเว้นเรื่องการฉีดยาเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีอันตรายจากพิษของสารเคมี ส่วนข้อดีของการเป็นชาวนา คือ ได้อยู่กับธรรมชาติ อากาศดี และชีวิตเป็นของตัวเอง แบ่งชาวนาออกเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มที่สามารถใช้น้ำตลอดปี และกลุ่มในเขตน้ำฝน กลุ่มที่มีน้ำใช้ตลอดปี ถือว่าโชคดีมากๆ นอกจากการทำนา หรือปลูกพืชทั้งปีแล้ว ยังสามารถปลูกผัก พืชสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลาได้ด้วย ชาวนากลุ่มนี้พอจะมีรายได้มากพอควร แม้จะมีพื้นที่ไม่มากเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่สามารถเพิ่มขนาดธุรกิจฟาร์มปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ได้เต็มที่ แต่ชาวนาในเขตน้ำฝน โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปลูกข้าวได้ฤดูเดียว กลุ่มนี้ จะไปมีอาชีพเสริมนอกฟาร์มเมื่อไถหว่านปลูกข้าวแล้วก็ไปรับจ้างข้างนอก เช่นเป็นแรงงานตัดอ้อย หรือแรงงานนอกฟาร์ม ขายของในเมือง ฯลฯ จะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ก็ถึงระยะเวลาเกี่ยวแล้วชาวนาหลายคนมีรายได้อย่างอื่นมากกว่าการทำนา แต่ก็ต้องทำนาอยู่ เพราะข้าวคือชีวิตที่ทำมาตั้งแต่เกิด กินข้าวที่ไหน ก็ไม่เหมือนข้าวที่ปลูกได้จากนาตัวเอง
    การทำนาข้าวสมัยนี้ เป็นการจ้างวานเสียส่วนใหญ่ เช่นการเพาะกล้า จะเพาะในกระบะเป็นช่องหลุมเล็กๆเพื่อไปเข้าเครื่องปลูก หรือเครื่องดำนา หรือนำกล้าข้าว มาให้แรงงานโยนกล้าถึงเวลาเก็บเกี่ยว ก็จ้างรถเกี่ยว ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั่วไปแต่สำหรับ ชาวนาไม่มีทุน ก็จะปักดำกล้าหรือหว่าน ทำแบบระบบเก่า ยังไงก็ตาม จะเห็นว่าระบบเก่ายังมีข้อดีอยู่บ้าง หลังจากปักดำหรือหว่านกล้าแล้ว ชาวนาอาจจะมีการใส่ปุ๋ย ฉีดยา และกำจัดวัชพืช โดยการจ้างแรงงานทั้งสิ้นนาที่ปักดำมักจะแตกกอดี สม่ำเสมอ และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี ผลผลิตของนาที่ทำในเขตน้ำฝน จะมีปริมาณสู้กับ นาในเขตชลประทานไม่ได้ เพราะ น้ำเป็นส่วนสำคัญ ที่จะให้ผลผลิตสูง
อีกประการ คือ ชาวนาในเขตน้ำฝนส่วนหนึ่ง ซึ่งมีหลายๆคนปลูกข้าวหอมมะลิ ซึ่งข้าวพันธุ์นี้ ให้ผลผลิตมีคุณภาพดีตรงดินที่แร้นแค้นหรือดินเค็ม ซึ่งได้รับผลผลิตไม่สูงแต่ข้าวเมล็ดสวย หอม และนุ่ม เหตุที่นุ่ม เพราะมีเปอร์เซ็นต์แป้ง amylose ต่ำ การที่ชาวนาในภาคอีสาน และภาคเหนือนิยมปลูกข้าวหอมมะลิ แม้ได้ผลผลิตต่ำ เพราะข้าวหอมมะลิได้ ราคาสูงกว่าพันธุ์อื่นๆ แค่ข้าวเปลือกก็มีราคาเกวียนละ หมื่นกว่า แล้ว นอกจากนั้น ได้ผลผลิตน้อย ก็เสียแรงงานในการขนส่งน้อย หรือพูดง่ายๆว่า ของน้อย จัดการง่าย แต่ราคาดี ในขณะนี้ มีหลายหมู่บ้านในภาคอีสาน ทำข้าวหอมมะลิอินทรีย์ หรือ ปลอดสารพิษ มีการรวมกลุ่มกัน สร้างโรงสีชุมชน และบรรจุถุงจำหน่าย ข้าวบรรจุถุงเหล่านี้ ยังขาดเครื่องมือในกรรมวิธี ที่ทำให้ปลอดภัยจากมอด บางครั้ง ซื้อข้าวถุงจากหมู่บ้านโดยตรง ได้ข้าวแท้ กลิ่นหอม หุงรับประทานอร่อย แต่พอเก็บไว้นาน กลับมีมอดเต็มถุง
    ในประเด็นการปนเปื้อนของสารเคมีในข้าว ตามปกติไม่น่าจะมี แม้จะมีเสียงวิจารณ์กันบ้างว่ามีสาร arsenic (สารหนู) ปนเปื้อน จากยาวัชพืช ที่ฉีดตกค้างในดิน แต่เสียงวิจารณ์นี้ น้อยมาก คิดว่าคงไม่มี และบางข้อมูลบอกว่า การทำนาข้าวเป็นการปล่อย แก๊สมีเทน ขึ้นไปเป็นแก๊สเรือนกระจกในบรรยากาศ แต่เป็นเรื่องที่นักวิชาการจะชี้แจงถกเถียงกัน เราผู้บริโภคไม่ได้เกี่ยวตรงนี้ สารเคมีไหนที่เป็นอันตราย ทางราชการก็ ออกกฎ ห้ามใช้ หรือห้ามนำเข้ามาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่รวงข้าวเริ่มฟอร์มเมล็ด และแก่ จนเก็บเกี่ยวได้ ใช้เวลาเป็นเดือน ไม่ได้ฉีดยาเคมีอะไร ที่เคยฉีดไปก่อนหน้าช่วงนี้ ก็คงสลายไปหมดแล้ว สำหรับข้าวอินทรีย์นั้น ข้อที่เป็นประโยชน์สำหรับคนกินข้าวอย่างเราๆนี้ คือ เขาไม่ได้ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนให้กับข้าว เพราะปุ๋ยไนโตรเจนที่พืชดูดขึ้นไป ถ้าเกินความจำเป็น ใช้ไม่หมด อาจจะตกค้างเป็นสารประกอบแถวผนังเซลล์ อาจจะเป็นสารก่อมะเร็งได้ และข้าวอินทรีย์ ให้คุณภาพเมล็ดที่ดีกว่า เพราะข้าวสามารถดูดฟอสฟอรัส และโปแตสเซี่ยม (หรือโซเดียม จากดินเค็ม) ขึ้นไปใช้ได้อย่างสมดุลย์
    พูดถึงแป้ง amylose ที่เป็นส่วนประกอบในเมล็ดข้าว ร่างกายจะผลิตน้ำย่อย amylase มาย่อย ทำให้ รู้สึกอิ่มเมื่อได้กินข้าว เพราะกินทุกวันพอไม่ได้กินข้าว แม้จะกินอาหารอย่างอื่น เช่นผลไม้ น้ำย่อย amylaseยังไม่ได้ทำงาน ก็ยังรู้สึกหิวอยู่ แต่ถ้าเราไม่กินข้าวเป็นเวลานานๆ ร่างกายก็จะปรับ ไม่สร้างน้ำย่อยนี้ ออกมา ทำให้ไม่รู้สึกหิวข้าว หรือไม่เป็นโรคกระเพาะคนที่ไม่กินข้าวเย็นมาเป็นเวลานานพอสมควร ก็อยู่ได้ ไม่หิว เพราะเหตุนี้
ตามปกติแล้ว คุณค่าของข้าว จะอยู่ที่ข้าวกล้องหรือเปลือกข้าว (รำ) โดยเฉพาะสาร gamma oryzanolที่เป็นประโยชน์ ลดchloresterol และยังมีแร่ธาตุอีกหลายชนิด ที่เรารู้จักกันคือวิตามินB แก้โรคเหน็บชา และแร่ธาตุอื่นๆ ที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ ลดรอยจุดด่างดำ และเส้นใยอาหาร ที่ใช้ในการหล่อลื่นในการเคลื่อนย้ายกากอาหารไปสู่ลำไส้ใหญ่  แต่ในแป้งข้าวขาวนั้น จะมี amylose( ข้าวเหนียวมี amylopectin) เป็นส่วนประกอบสำคัญ และยังมี glucose ซึ่งข้าวเหนียวอาจจะมีglucose มากกว่าข้าวเจ้า และที่สำคัญ คือมีโปรตีนอยู่ด้วย ที่จำไม่ผิด มีถึง ๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าบริโภคข้าวร่วมกับพืชอื่นๆ เช่น ถั่วต่างๆและงา ก็อาจจะมีโปรตีนเพียงพอต่อร่างกาย โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ โปรตีนที่ร่างกายใช้ไม่หมด อาจจะแปรสภาพเป็นไขมัน สะสมในร่างกายได้ สำหรับข้าวที่ได้รับปุ๋ยไนโตรเจน หรือธาตุไนโตรเจนจากดินสูง จะมีส่วนของโปรตีนสูงขึ้น เพราะไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบสำคัญของโปรตีน  โดยปกติแล้ว ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือที่ แนะนำให้กินนั้น จะกินไม่อร่อย เมล็ดแข็ง และสีไม่สวย จึงอยากจะแนะนำให้เอาข้าวกล้องกับข้าวขาว ผสมกัน หุงรับประทาน เมื่อหุงสุกแล้วจะดูน่ากิน และกินอร่อย แต่ระวัง คนที่อายุมากๆ อย่ากินข้าวมาก ให้เน้น ผักผลไม้ เพราะข้าวเป็นพลังงาน ถ้าใช้ไม่หมด สามารถไปสะสมเป็นไขมันในส่วนต่างๆของร่างกายได้  เคยได้ยินว่า คนที่ไปตรวจสุขภาพ ที่มี triglycerineสูง นั้น เพราะกินแป้งและน้ำตาล (หวานๆ) มากเกินไป ต้องลด อาหารตรงนี้ลง ก็จะดีขึ้น
    ปกติชาวนาที่ขยันขันแข็ง ไม่ว่าจะอยู่ในเขตชลประทาน หรือเขตน้ำฝน จะสามารถ ทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวได้ดี  เพียง แต่เรา ต้องพยายามหาอาหารสมอง ให้เขาพัฒนาเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเข้ากับ เทคโนโลยี ค่านิยมใหม่ๆได้ แต่การที่ทำให้ราคาข้าวสูงๆ เป็นประโยชน์ ต่อชาวนา และเป็นที่ต้องการ เรียกว่า felt need เท่านั้น ขายข้าวได้เป็นปีๆ ก็หมดไป แต่ basic needที่แท้จริงแล้วคือ ต้องจัดหาปัจจัยสนับสนุนให้เพียงพอ เช่น แหล่งน้ำ เมล็ดพันธุ์ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ พัฒนาชาวนาให้ทำตัวเอง ทันสมัย มีความรู้ ความคิดดี มีการลงมือเปลี่ยนแปลงจากสิ่งเก่าๆที่ล้าสมัย สามารถผลิตสินค้า ที่เพิ่มมูลค่าขึ้นเรื่อยๆ หรือขยายขนาดธุรกิจของตัวเองให้มากขึ้น หรือใหญ่ขึ้น ซึ่งตรงนี้ จะเป็น long run ตลอดไป
    เรื่องข้าวนี้ อาจจะจำมาผิดๆถูกๆ  ขอความเห็น มาคุยแนะนำกันได้นะครับ ที่เขียนขึ้นมานี้ เพียงแต่อยากคุย กับ พี่ๆ เพื่อนๆน้องๆ ตามปกติเท่านั้น

จากชวาลวุฑฒ ไชยนุวัติ (บู๊ คนเคยหนุ่ม)

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com