INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (30)

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (30)

โดย​ อดุลย์​ มานะจิตต์

ข้าฯขอสรรเสริญพระองค์และมีความหวังในความดีงามจากพระองค์โดย มิได้กระทำความดีอะไรเลยและก็คงจะได้รับการตอบแทนเยี่ยงเดียว กันนั้น พระองค์ทรงทราบดีถึงกิจกรรมต่างๆของข้าฯ มากกว่า ตัวข้าฯเองเสียอีก โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ได้ทรงโปรดเลื่อนความตาย ของข้าฯออกไปและทรงเพิ่มอายุขัยของข้าฯออกไปอีก และได้ทรง โปรดให้ข้าฯคงมั่นอยู่บนวิถีทางที่พระองค์ทรงพอพระทัยเป็นที่สุด ด้วยเถิด โอ้พระเจ้าของข้าฯ”

อัลลอฮ์ทรงวิวรณ์มายัง ไชยา “ข้ามีความเมตตาสงสาร ในการคร่ำครวญอ้อนวอนของเขา และยอมรับในการวิงวรขอพร ของเขาและจึงต่ออายุให้กับเขาอีกสิบห้าปี จงบอกเขาให้รักษาแผล มะเร็งของเขาด้วยกับน้ำผลไม้จากผลอินทผาลัม เพราะข้าได้กำหนด การรักษาในความป่วยไข้และแผลไว้ในน้ำนั้น ข้าขอให้หลักประกัน ในความปลอดภัยแก่เขาและชนชาวอิสราเอลจากศัตรูของพวกเขา”

ดังนั้นในตอนรุ่งเช้าของวันใหม่ ไชยา จึงเห็นว่า กองทัพ ของฝ่ายบาบิโลนเข้าโจมตีอย่างถอนรากถอนโคนจนหมดสิ้น มีเพียง กษัตริย์กับบุคคลอีกเพียงห้าคนเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้ ส่วนที่เหลือต่างวิ่งเตลิดไปยังบาบิโลน” ภายหลังจากนี้ ผู้คนชาวอิสราเอลจึง ธำรงความยุติธรรมและดำรงตนอยู่บนทางนำจนถึงวาระที่กษัตริย์ องค์นั้นสิ้นพระชนม์ไปจากโลกอันไม่จีรังนี้ หลังจากนั้นผู้คนต่างก็หัน ไปสู่การกระทำความชั่วร้ายกันอีกและละเมิดฝาฝืน และแต่ละคนต่างก็ อ้างตนในสิทธิ์ของการขึ้นครองราชย์ ไชยา พยายามอย่างสุดความ สามารถที่จะปฏิรูปพวกเขา แต่ไม่บังเกิดผลและในบั้นปลายท้าย สุดพวกเขาจึงถูกทำลายล้าง

มีรายงานอยู่ในวจนะอีกบทหนึ่งว่า อับดุลลอฮ์ อิบนิ สะลาม สอบถามท่านศาสดาถึงเรื่องไชยา และศาสดาจึงตอบว่า “เขาได้ *โปรดดู อิรัก : จากเมโสโปตาเมีย สู่ยุคศรีอาริยะ พิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2553 โดยอดุลย์ มานะจิตต์ หน้า 208-213

แจ้งข่าวดีให้กับ ชาวอิสราเอลถึงการเป็นศาสดาและการเป็นศาสนทูต ของฉันและการเป็นศาสนทูตของอีซา”

ตามสายรายงานของบรรดาผู้เล่าเรื่องที่เป็นของจริงแท้ กล่าวว่า อมีรุล มุอ์มีนีน อะลี กล่าวไว้ว่า “อัลลอฮ์ทรงลงวิวรณ์ มายัง ไชยา ว่า พระองค์กำลังจะทรงทำลายล้างบรรดาผู้กระทำ ความชั่วร้าย จำนวน 40,000 คนและคนอีก 60,000 คน ที่เป็นผู้ทรง คุณธรรมของชุมชนของเขา ไชยา จึงกล่าวขึ้นว่า “โอ้พระผู้อภิบาล ของข้าพระองค์ ทำไมพระองค์ต้องทรงทำลายบรรดาผู้ทรงคุณธรรม เหล่านั้นด้วยเล่า อัลลอฮ์ ตรัสว่า “ทั้งนี้เพราะพวกเขาสรรเสริญ เยินยอพวกคนชั่วและไปขอความช่วยเหลือเกื้อกูลจากพวกเขา และ ก็ไม่ได้มีความรู้สึกโกรธเคืองอันใดกับพวกเขา อันเนื่องมาจากความ พิโรธของข้า (พวกเขาก็มิได้กระทำการห้ามปรามพวกคนชั่วเหล่านั้น จากการกระทำความชั่วต่างๆของพวกเขา)”

นักบวช สายรายงานของผู้เล่าที่จริงแท้กล่าวไว้ว่า อิมาม ริฎอ สอบ ถามจากนักบวชชาวคริสเตียน ณ ท้องพระโรงของอัล มะอฺมูนว่า มีข้อมูลอะไรบ้างที่เขามีอยู่เกี่ยวกับคัมภีร์ของ ไชยา ผู้นั้นจึงกล่าวตอบว่า เขามีความรู้ในทุกตัวอักษรของคัมภีร์เล่มนั้น อิมามจึงกล่าวกับ รับไบ ร่อซูล ญาลูต ดังว่า “ได้มีการกล่าวถึงไว้ใน คัมภีร์ของไชยาว่า เขากล่าวว่า “โอ้ประชาคมของฉัน ฉันเห็นผู้ขี่ คนหนึ่งขี่พ่อตัวหนึ่งมา เขาสวมเสื้อผ้าที่เป็นชุดที่มีรัศมี และฉันเห็น ผู้ขี่คนหนึ่งที่ขี่อูฐตัวหนึ่งมา แสงสีรัศมีของเขานั้น ประดุจดังจันทร์ วันเพ็ญ” นักบวชทั้งสองต่างยอมรับว่ามันเป็นความจริง อิมาม กล่าวว่า ไชยาได้ถูกกล่าวถึงไว้ในคัมภีร์เฏารอตว่า เขาเห็นผู้ขี่สองคน และความแจ่มจรัสของพวกเขานั้นส่องสว่างไปทั่วโลก คนหนึ่งจะขี่พ่อตัวสูงมา และอีกคนหนึ่งจะขี่อูฐมา อิมามจึงถามขึ้นว่า “บุคคลสองคน ที่ ไชยากล่าวถึงนั้นเป็นใครกัน รอซูล ญาลูต ยอมรับว่า เขาไม่รู้ และจึงขอให้อิมามโปรดให้ความกระจ่างแก่เขา อิมามจึงกล่าวว่า​”บุคคลที่อยู่บนหลังพ่อ หมายถึงอีซาและบุคคลที่ขี่ม้ามา บ่งบอกถึง มุฮัมมัด อัล มุสฎอฟา ท่านจะปฏิเสธคำกล่าวของคัมภีร์เฏารอด นี้หรือไม่” พวกเขาจึงกล่าวว่า “ไม่! เราปฏิเสธสิ่งนี้ไม่ได้” จากนั้นอิมาม ริฎอ จึงสอบถามว่า “พวกท่านรู้จักศาสดาไฮคุคหรือไม่” พวกเขา ต่างตอบว่า “รู้จัก” และเรารู้จักเกี่ยวกับเรื่องของเขา”

“พวกท่านไม่ได้อ่านโองการที่พวกเขากล่าวไว้ดอกหรือว่า สัจธรรมจะถูกนำมาปรากฏจากภูเขาพาราน และท้องฟ้าจะเต็มไปด้วย กับการสรรเสริญอัลลอฮ์ผู้คนของเขา และบรรดาผู้ขี่ของเขาจะทำ ศึกสงครามกันในทะเลและในทะเลทรายด้วยเช่นกัน เขาจะนำเอา คัมภีร์เล่มใหม่จากอัลลออ์มาภายหลังจากที่กรุงเยรูซาเลมถูกทำลาย ล้าง คัมภีร์นี้หมายถึง อัลกุรอาน พวกท่านตระหนักถึงคำพูดเหล่า นี้หรือไม่ รอซูล ญาลูต จึงกล่าวตอบว่า “คำพูดเหล่านี้ล้วนเป็นของ ไฮคุค เราศรัทธาในคำพูดเหล่านี้อย่างแน่นอน”

มีหนังสือบางเล่มกล่าวไว้ว่า พวกอิสราเอลวางแผนเพื่อการสังหาร ไชยา เขาจึงหนีห่างไปจากพวกเขาและไปอยู่ใต้ต้นไม้ ต้นหนึ่ง ลำต้นของต้นไม้นั้นจึงแยกออกและจึงมีที่ว่างสำหรับตัวเขา เขาจึงเข้าไปในโพรงของต้นไม้นี้ และจากนั้นมันจึงปิดข้าหากันอีก ซาตานทำให้ชายเสื้อของเขายื่นออกมาข้างนอก และจึงบอกกับพวก อิสราเอลว่า ไชยาซ่อนตัวอยู่ในต้นไม้ต้นนี้ ผู้คนจึงไปเอาเลื่อยมา ตัดต้นไม้นี้ออกเป็นสองท่านโดยมี ไชยา ซ่อนอยู่ข้างใน

 

3.10 เรื่องราวของ ซะกะรียา และ ยะห์ยา

ในซูเราะฮ์ “ครอบครัวแห่งอิมรอน” อัลลอฮ์ตรัสว่า

เขา กล่าว่า พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ ได้โปรดประทานลูก

” ณ ที่นั้น ซะกะรียา วิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของเขา น้อยที่ดีจากพระองค์ให้กับข้าฯด้วยเถิด แท้จริงพระองค์ ทรงเป็นผู้ได้ยินการวิงวอน”

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *