INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ความคิดจะศัพท์เศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจ: การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ(6)

Screenshot 20260128 083140 com android chrome ChromeTabbedActivity

ความคิดจะศัพท์เศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจ: การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ(6)

โดย​ รศ.ดร.สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย

ความคิดและศัพท์เศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจ (ต่อ)

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ(6) : ข้อคิดบางประการจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ

ข้อคิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจในประเทศต่างๆมีดังนี้

ก. โครงสร้างเศรษฐกิจมีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ

ข. ปัจจัยที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ

ค. การปกครองระบบประชาธิปไตย ไม่ได้รับประกันว่า จะทำให้

ประเทศมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึงปรารถนาได้

ง. คุณภาพของรัฐบาล มีความสำคัญต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

โครงสร้างเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ

โครงสร้างเศรษฐกิจมีผลต่อการพัฒนาความเจริญทางเศรษฐกิจ และสังคม ถ้าโครงสร้างเศรษฐกิจไม่ดี จะทำให้ประเทศมีความเจริญคงเป็นไปได้ยาก โครงสร้างเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการพัฒนา คือ ภาคเศรษฐกิจ มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง ประชาชนไม่อดอยากยากจน ความเหลื่อมล้ำของรายได้และโอกาสไม่มาก ไม่มีการผูกขาดทางธุรกิจ ไม่มีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โครงสร้างเศรษฐกิจ เอื้อต่อการพัฒนาหรือไม่ ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล

ปัจจัยที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ อาจเป็นวิวัฒนาการ ตามสภาพ การเปลี่ยนแปลงของทรัพยากร ผลกระทบจากสถานการณ์โลกและจากนโยบายของรัฐบาล การเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพยากรตามเวลา เกิดขึ้นกับทุกประเทศ สถานการณ์โลก ก็ไม่อยู่ภายใต้การควบคุม แต่อย่างไรก็ดี แม้สภาพของทรัพยากรและสถานการณ์ของโลกไม่สามารถควบคุมได้ แต่ประเทศอาจมีนโยบายที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ได้

ความเจริญหรือความเสื่อมถอยทางเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย เช่น ขนาดของประเทศ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ จำนวนและคุณภาพประชากร ปริมาณและคุณภาพของทรัพยากรธรรมชาติ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดมา ฯลฯ ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ แม้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ในระยะเวลาอันสั้น แต่โครงสร้างเศรษฐกิจ สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยนโยบายของรัฐบาล

การเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจในประเทศอเมริกา ญี่ป่น จีน และไทยที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ แสดงว่านโยบายทำให้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจได้ แม้ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์และสถานการณ์โลกภายนอก ไม่อยู่ภายใต้การควบคุม แต่ประเทศจีน มีการเจริญเติบโต และมีการพัฒนาที่ต่อเนื่อง นานหลายสิบปี หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจเมื่อปลายทศวรรษ 1970 ในทางตรงข้าม สหรัฐอเมริกาที่มีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์หลายอย่าง มีอุตสาหกรรมที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อน ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา กลับมีเศรษฐกิจเสื่อมถอย ญี่ปุ่นก็เช่นกัน หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นพัฒนา จนก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก แต่ประสบกับความเสื่อมถอยทางเศรษฐกิจ ติดต่อกันหลายทศวรรษ จนถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกัน ในทศวรรษ 1960-80 ประเทศไทยเจริญเติบโตระดับสูง และมีช่วงเวลาหนึ่ง ที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในระดับต้นๆของโลก แต่ก็ต้องประสบวิกฤติเศรษฐกิจในปี 1997-98 และเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีรัฐบาลที่คอรัปชั่น มีการทุจริตคอรัปชั่นเชิงนโยบาย และมีนโยบายประชานิยม ทำให้เศรษฐกิจที่กำลังจะเริ่มฟื้นตัว เสื่อมถอยลงเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน

สภาพการณ์สังคมและการเมืองในประเทศ มีผลกระทบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เมื่อเศรษฐกิจเสื่อมถอย การขยายตัวเศรษฐกิจลดลง คนตกงานมากขึ้น ประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลมีนโยบายแก้ปัญหา แต่ถ้ารัฐบาล ไม่มีความรู้ทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ประชาชนจะไม่พอใจ เมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง ก็จะเลือกคนกลุ่มอื่นมาเป็นรัฐบาล ด้วยความหวังจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำนวนมากจะเลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายประชานิยม รับปากว่าจะมีนโยบายเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนทันที และเมื่อนักการเมืองกลุ่มนี้ได้เป็นรัฐบาล มีแต่นโยบายลดแลกแจกแถม ที่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ แม้มีการเลือกตั้งเสรี คนที่มีเงินสนับสนุนพรรคการเมือง มีอำนาจครอบงำรัฐบาลได้ เช่นในอเมริกา กลุ่มบริษัทผู้ผลิตและค้าอาวุธมักบริจาคเงินสนับสนุนพรรคการเมือง ด้วยหวังว่าเมื่อเขาได้รับเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศแล้ว รัฐบาลจะไม่มีนโยบาย ขัดขวางการใช้อาวุธ ในแต่ละปี มีคนอเมริกันเสียชีวิตจากการถูกยิงเป็นจำนวนมาก มีผู้เสนอกฎหมายควบคุมการใช้อาวุธปืนหลายครั้ง แต่ก็ไม่ผ่านการอนุมัติของรัฐสภา นอกจากนั้น รัฐบาลอเมริกัน ยังพยายามแทรกแซงกิจการ ของประเทศอื่น ยุยงให้เกิดความขัดแย้งและเกิดสงคราม ทำให้ผู้ผลิตอาวุธ สามารถขายอาวุธได้มาก เช่นเดียวกัน ในประเทศไทยมีพรรคการเมืองหลายพรรค เป็นพรรคที่มี “เจ้าของ“ หรือ”กระเป๋าเงิน“ ที่ควบคุมพรรคได้ เมื่อพรรคการเมืองนี้ชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาล ก็ออกนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้สนับสนุนหรือ”เจ้าของพรรค“ ในสถานการณ์เช่นนี้ การจะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ คงเป็นไปไม่ได้

คุณภาพของรัฐบาลเป็นปัจจัยสำคัญในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

การที่ประเทศหนึ่ง จะมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ หรือไม่ จะปรับอะไร อย่างไร ปัจจัยสำคัญ คือ นโยบายรัฐบาล ถ้ารัฐบาลคุณภาพไม่ดี การจะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ให้เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก หรืออาจเป็นไปไม่ได้เลย

ในการปรับโครงสร้าง รัฐบาลต้องมองเห็นและตระหนักว่าประเทศกำลังมีปัญหาที่ต้องแก้ไข และต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ด้วยการปรับโครงสร้าง รัฐบาลที่ไม่มีรัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถ จะมองไม่เห็นว่าปัญหาเกิดจากโครงสร้างเศรษฐกิจ จะไม่มีการปรับโครงสร้าง หรืออาจจะมีความคิดที่จะปรับโครงสร้าง แต่ไม่รู้ว่า จะปรับอย่างไร เช่น มีปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น มีกฎหมาย และกฎระเบียบ ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนามาก รัฐบาลที่ทุจริตคอรัปชั่น ก็จะไม่ปรับโครงสร้าง เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ หรือเมื่อเห็นว่าเศรษฐกิจอ่อนแอ มีการขยายตัวต่ำ ก็ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งสร้างภาระการคลังแก่ประเทศในระยะยาว เป็นต้น แต่ทำการแจกเงินให้ประชาชนทุกคน ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดและไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องต้องใช้รัฐมนตรี ข้าราชการ และบุคลากรด้านต่างๆ ที่มีความรู้ความสามารถ จึงจะประสบความสำเร็จ แต่เมื่อรัฐบาลคุณภาพไม่ดี รัฐมนตรีไม่มีความรู้ความสามารถ และไม่มีจริยธรรม บุคลากรระดับต่างๆที่ร่วมกันทำงาน ก็จะไม่มีคุณภาพด้วย ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคนดีคนเก่งในประเทศ แม้คนในรัฐบาลจะเป็นคนที่ไม่มีความรู้ความสามารถและไม่มีจริยธรรม แต่ประเทศยังมีคนดี คนเก่งอยู่เป็นจำนวนมาก แต่รัฐบาล ไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์ คนดี คนเก่งจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะช่วยกำหนดนโยบาย ในทำนองเดียวกัน ในประเทศ อาจมีทรัพยากรอย่างอื่น ที่นำมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ แต่รัฐบาล ก็ไม่สามารถนำทรัพยากรต่างๆ มาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ เพราะไม่มียุทธศาสตร์หรือนโยบายที่จะใช้ความได้เปรียบเปรียบเทียบที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์กับประเทศได้

เราได้เห็นตัวอย่างของประเทศจีนยุคก่อนการปฏิรูป ที่รัฐบาลเน้นการต่อสู้ทางชนชั้น ไม่เห็นคุณค่าของคนที่มีความรู้ ความสามารถ แต่เมื่อมีการปฏิรูป และเปิดประเทศ มีระบบจูงใจที่ดี คนดี คนเก่ง ที่มีอยู่เดิม ก็สามารถร่วมทำงานพัฒนาประเทศได้ ในสหรัฐอเมริกา มีคนที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมาก มีนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์หลายคน แต่รัฐบาลไม่ได้ใช้ประโยชน์ จากความรู้ความสามารถของเขาเลย คนเหล่านี้ เป็นเพียงนักวิชาการ ที่สอนหนังสือในมหาวิทยาลัยหรือทำงานในองค์กรต่างๆโดยไม่มีอำนาจในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ และนโยบายอื่นในการพัฒนาประเทศ แม้คนเหล่านี้ มองเห็นนโยบายและมาตรการ ที่ไม่เป็นประโยชน์ และเป็นโทษต่อการพัฒนาประเทศ ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงเสนอความคิดเห็นต่อรัฐบาลบ้างเป็นบางครั้ง แต่รัฐบาลก็ไม่รับฟัง ดังนั้น การมีคนดี คนเก่ง และมีทรัพยากรที่เอื้อต่อการพัฒนามาก ไม่ได้รับประกันว่าประเทศ จะมีการพัฒนาเศรษฐกิจ และมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ การมีผู้บริหารประเทศที่มีคุณธรรม และมีความรู้ความสามารถ จึงมีความสำคัญ

ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างไร ?

แต่ละประเทศมีสภาพและปัญหาที่แตกแตกต่างกัน กลยุทธ์ แนวทางนโยบายการปรับโครงสร้าง ขึ้นอยู่กับสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โครงสร้างประชากร ภูมิประเทศ และขนาดของประเทศ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ อาจต้องใช้เวลาหลายปี ไม่สามารถทำสำเร็จได้ในระยะเวลาสั้น แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาทุกอย่าง ให้หมดไปในทันทีทันใด แต่ควรจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง โดยแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อประเทศมากที่สุดก่อน เมื่อทำได้แล้วจึงทยอยแก้ปัญหาอื่นๆตามลำดับ

ตัวอย่างการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่น่าสนใจ คือ การเปลี่ยนแปลงนโยบายสู่การปฏิรูปของประเทศจีนในปลายทศวรรษ 1970 ที่เริ่มจากใช้กลไกตลาดจัดสรรทรัพยากรแทนการวางแผนจากส่วนกลาง ปัญหาที่ทำให้เศรษฐกิจจีนไม่สามารถพัฒนาได้ในเวลานั้น คือ ภาคเศรษฐกิจต่างๆขาดแรงจูงใจ จึงมีนโยบายการปฏิรูปภาคการเกษตรโดยเริ่มจากอนุญาตให้เกษตรกร นำผลผลิตที่เหลือจากส่วนที่ต้องส่งมอบให้รัฐบาล ไปขายได้ และเงินที่ขายได้เป็นของตนเอง นโยบายนี้ ทำให้เกษตรกรมีแรงจูงใจในการทำการเกษตร ผลผลิตการเกษตรจึงเพิ่มขึ้นมาก หลังจากปฏิรูปภาคการเกษตรแล้ว จึงทำการปฏิรูปภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ

ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ควรพิจารณาว่า สภาพและโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีอยู่เดิมเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรที่ต้องปรับปรุงแก้ไขบ้างถ้าจะมีการปรับโครงสร้าง ควรเริ่มต้นอย่างไร แก้ปัญหาอะไรก่อน ต้องมีนโยบายและมาตรการอะไรบ้าง และหน่วยงานไหนในรัฐ และเอกชน ที่จะร่วมกันแก้ปัญหาได้

รัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจในด้านต่างๆ เช่น การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมกิจกรรมภาคเศรษฐกิจต่างๆ จัดทำสินค้าสาธารณะที่มีประโยชน์ ต่อประชาชน แต่ธุรกิจเอกชนไม่สนใจทำ กำหนดกฎหมาย กฎระเบียบที่ส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ปราบปรามการบ่อนทำลายเศรษฐกิจและสังคม และลงทุนในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศโดยรัฐบาลเอง ด้วยการจัดตั้งรัฐวิสาหกิจ ฯลฯ ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ รัฐบาลมีบทบาทและหน้าที่ในเรื่องที่กล่าวมาทุกเรื่อง

ขั้นตอนในการปรับโครงสร้าง คือ พิจารณาสภาพปัจจุบันและปัญหา อุปสรรคที่ต้องแก้ไข กำหนดนโยบาย พิจารณาทางเลือก และแนวทาง ที่มีความเหมาะสม กำหนดแผนงาน มาตรการ ที่จะนำมาใช้ในการปรับโครงสร้าง กำหนดหน่วยงานในภาครัฐบาลและเอกชนที่จะนำนโยบายไปสู่การปฎิบัติได้ แล้วลงมือทำ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ได้ผลอาจต้องใช้เวลาหลายปี แต่ต้องทำต่อเนื่อง และทำเป็นขั้นตอน ปัญหาหนึ่งที่ประเทศมีปัญหา ไม่สามารถปรับโครงสร้างได้ เกิดจากไม่มีความต่อเนื่อง ประเทศที่มีการเลือกตั้ง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รัฐบาลที่เข้ามาใหม่ มักยกเลิกนโยบายของรัฐบาลเดิม ทำให้นโยบายการปรับโครงสร้างต้องหยุดชงักไป

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ มีหลักสามประการ คือ ทิศทาง วิธีการ และความพยายาม การปรับโครงสร้าง ต้องมีทิศทางที่ถูกต้อง ไม่เดินหลงทาง มีวิธีการที่ดี ทุกฝ่ายในประเทศ ร่วมมือร่วมใจกัน และมีความพยายาม แต่ไม่รีบร้อน ที่จะปรับโครงสร้างให้สำเร็จในเวลาสั้น ทั้งที่ยังไม่มีความพร้อม

แต่ละประเทศมีสภาพเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองแตกต่างกัน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจึงมีแนวทางและนโยบายที่แตกต่างกัน ในที่นี้ จะสรุปหัวข้อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่กล่าวถึงกันทั่วไป โดยไม่ได้ลงรายละเอียด ตามหัวข้อต่อไปนี้ คือ ก.รัฐบาล ข.กฎหมาย และกฎระเบียบ ค.เสถียรภาพ ง. ความสามารถในการแข่งขัน จ. ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ฉ. เทคโนโลยีและกำลังคน ช. สถานการณ์โลก

รัฐบาล

ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว รัฐบาลมีบทบาท หน้าที่ ในการพัฒนาเศรษฐกิจ และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ คือเป็นผู้ริเริมและดำเนินการ แต่การปรับโครงสร้างต้องรับความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ หากประชาชนไม่มีความเชื่อถือรัฐบาล ไม่ให้ความร่วมมือ การปรับโครงสร้าง ก็เป็นไปได้ยาก นอกจากนั้น แม้รัฐบาลตั้งใจจะปรับโครงสร้าง แต่ไม่มีแนวทาง และวิธีการที่ถูกต้อง การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สำเร็จ ก็ไม่สามารถทำได้ คุณภาพของรัฐบาล ด้านความรู้ความสามารถ และความซื่อสัตย์ สุจริต จึงมีความสำคัญต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

กฎหมายและกฎระเบียบ

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ต้องมีกฎหมาย กฎระเบียบที่ดี และมีการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ การปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบให้มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม เป็นส่วนประกอบหนึ่ง ของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ ให้เอื้อต่อการปรับโครงสร้าง มีทั้งกฎหมายที่สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาในด้านต่างๆ เช่น กฎหมายส่งเสริมการลงทุนในประเทศ และจากต่างประเทศ กฎระเบียบการค้าต่างประเทศ กฎหมายส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและกำลังคน กฎหมายที่ห้ามปรามและลงโทษผู้ที่สร้างความเสียหาย เช่น การทุจริตคอรัปชั่น ทำลายทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ผลิตสินค้าบริการที่เป็นภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้ สร้างข่าวลือ ข่าวเท็จ โกหกหลอกลวง ยักยอกทรัพย์สินของผู้อื่น ฯลฯ การปรับปรุงกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม จึงเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

เสถียรภาพ

หากประเทศไม่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง คือเศรษฐกิจที่ไม่มีเสถียรภาพ มีเงินเฟ้อระดับสูง มีการว่างงานมาก สังคมมีความขัดแย้ง บ้านเมืองไม่สงบ การเมืองไม่มีเสถียรภาพ เปลี่ยนรัฐบาลบ่อยๆ หากมีสภาพเช่นนี้ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ คงทำได้ยาก หรือเป็นไปไม่ได้เลย การมรเสถียรภาพ จึงเป็นเงื่อนไขจำเป็นในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

เสถียรภาพสังคม การเมือง มีความสัมพันธ์กับเสถียรภาพเศรษฐกิจ หากสังคมไม่สงบ การเมืองไม่มีเสถีรภาพ มีรัฐบาล ที่ไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจ มีการใช้จ่ายเกินตัว ทุ่มการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จนทำให้มีภาระหนี้สินมาก สินค้ามีราคาแพง เศรษฐกิจย่อมได้รับความเสียหาย การหวังให้มีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลที่สร้างความเสียหายนี้ คงเป็นไปไม่ได้

ความสามารถการแข่งขัน

สาเหตุหนึ่งที่ต้องมีการปรับโครงเศรษฐกิจ คือ ภาคเศรษฐกิจต่างๆ ไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน มีการขยายตัวต่ำ มีการส่งออกลดลง มีการนำเข้าเพิ่มขึ้น ขาดดุลการค้า และดุลการชำระเงินมาก มีการว่างงานในอัตราสูง ฯลฯ

การปรับปรุงความสามารถการแข่งขัน ไม่สามารถทำได้โดยการช่วยเหลือ หรือการทุ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล เพียงอย่างเดียว แต่ต้องปรับโครงสร้างเพื่อให้ภาคเศรษฐกิจมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น มิฉะนั้น แม้จะไม่มีวิกฤติเกิดขึ้นในทันทีทันใด แต่เศรษฐกิจจะค่อยๆเสื่อมถอยลง หากไม่มีการปรับโครงสร้าง

ปัจจัยที่กำหนดขีดความสามารถในการแข่งขัน มีหลายประการ เช่น ระดับเทคโนโลยี กำลังคน ความพร้อมของสิ่งสาธารณูปโภค ที่สำคัญคือ มียุทธศาสตร์ และนโยบายที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพ และคุณภาพของสินค้า บริการ หลักการพัฒนาเศรษฐกิจ คือ มีความสอดคล้องกับสภาพการณ์และความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของประเทศ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจต้องมีนโยบายที่รู้จักใช้ขีดความสามารถและความได้เปรียบของประเทศให้เป็นประโยชน์ เลือกส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจที่ประเทศตนมีข้อได้เปรียบ แต่เมื่อความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของประเทศเปลี่ยนแปลงไป ควรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโดยมีนโยบายปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้น หรือสร้างความได้เปรียบในสินค้าและบริการที่มีศักยภาพ เป็นต้น

ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

ประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ถ้าไม่มีการอนุรักษ์ เมื่อเวลาผ่านไป ทรัพยากรจะลดน้อยลง ระบบนิเวศน์ และสภาพแวดล้อม จะเสื่อมโทรมลง ความได้เปรียบของการมีทรัพยากรที่มีอยู่เดิม จะหมดไป ดังนั้น การมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แม้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ถ้าไม่อนุรักษ์ ความได้เปรียบนี้จะลดลง ดังนั้น ส่วนประกอบหนึ่งในการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ คือ การมีนโยบายในการอนุรักษ์ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และรู้จักใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ มีกฎหมายลงโทษผู้ทำลายทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้า ทรัพยากรบางอย่างที่เรายังไม่มี หรือมีอยู่ แต่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ อาจทำให้ประเทศมีทรัพยากรเพิ่มขึ้น หรือใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์เต็มที่มากขึ้นได้

เทคโนโลยีและกำลังคน

ในสมัยนี้ เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ารวดเร็ว และนำมาใช้ประโยชน์ ต่อการพัฒนาประเทศได้มาก ประเทศที่มีความล้าหลังทางเทคโนโลยี หากรู้จักนำเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาแล้วในประเทศอื่นมาใช้ประโยชน์ จะทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตได้ ประเทศที่ล้าหลังในด้านเทคโนโลยี ก็สามารถใช้ข้อได้เปรียบ จากการเป็นประเทศตามหลัง ด้วยการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ใช้เทคโนโลยีต่างชาติ สร้างรายได้ การจ้างงาน และพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆได้

แต่การจะใช้เทคโนโลยีที่พัฒนามาแล้วให้เป็นประโยชน์ จำเป็นต้องมีบรรยากาศการลงทุน และนโยบายส่งเสริมการลงทุนต่างประเทศที่ดี มีกำลังคน ที่สามารถรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่นำเข้ามาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เกี่ยวโยงอย่างใกล้ชิด กับการพัฒนากำลังคน ถ้ามีกำลังคนที่มีความรู้ความสามารถ พร้อมที่จะรับการถ่ายทอดและช่วยการพัฒนาเทคโนโลยีได้ และมีนโยบายการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีระดับสูงขึ้น ก็จะมีความเป็นไปได้มากขึ้น

คุณภาพของคนหรือทรัพยากรมนุษย์ เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนา หากมีคนดี คนเก่ง รู้จักใช้คนเหล่านี้เป็นประโยชน์ การพัฒนาประเทศ และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจก็สามารถทำได้ คุณภาพของคนรวมทั้งคนในรัฐบาล และภาคเอกชน มีความสำคัญต่อการพัฒนา ปัจจัยหนึ่งของประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนา คือ มีคนที่มีความรู้ ความสามารถ และมีจริยธรรม มีนโยบายพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และนำคนที่มีความรู้ ความสามารถเหล่านี้ มาช่วยพัฒนาประเทศ นโยบาย การพัฒนากำลังคน จึงเป็นสิ่งสำคัญในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ แต่การมีคนดี คนเก่งมาก ไม่เพียงพอที่จะทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง หากมีคนดี คนเก่งแล้ว ไม่รู้จักนำมาใช้ การจะพัฒนาประเทศ ให้มีความเจริญรุ่งเรือง ก็เป็นไปได้ยาก รัฐบาลที่ดีต้องรู้จักใช้คนดีคนเก่ง ซึ่งเริ่มจากมีผู้บริหารประเทศที่ดี สามารถค้นพบคนดีคนเก่งและใช้ประโยชน์จากคนเหล่านั้นอย่างเหมาะสม แต่ถ้ารัฐบาลไม่ดี สภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองไม่ดี ก็อาจไม่สามารถรักษาคนดีคนเก่ง ให้อยู่ในประเทศได้ ในเวลาที่ผ่านมา มีประเทศที่มีสถานการณ์การเมือง และสังคมไม่ดี มีผู้มีความรู้ความสามารถจำนวนมาก ย้ายออกไปทำงานและอยู่อาศัยในต่างประเทศ เมื่อประเทศมีการพัฒนา และมีความสงบสุขแล้ว บุคลเหล่านี้ จึงกลับเข้ามาและช่วยกันพัฒนาประเทศได้อีก

การมีคนดี คนเก่งมาช่วยทำงานพัฒนา และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ มีปัจจัยหลายอย่าง คือ ก.ค้นพบ ข.ใช้งานอย่างเหมาะสม ค.รักษาคนเหล่านี้ไว้ในประเทศ และยังมีวิธีหนึ่งคือ ง.นำคนมีความรู้ความสามารถจากต่างประเทศมาใช้งานโดยมีสิ่งจูงใจ เช่นโครงการพันคน ของรัฐบาลจีน ที่ดึงคนที่มีความรู้ความสามารถในสาขาต่างๆ ทั้งชาวจีนโพ้นทะเล และชาวต่างชาติ ให้เข้ามาทำงานในประเทศจีน จะเข้ามาทำงานชั่วคราว หรือมาอยู่อย่างถาวรก็ได้ โดยเสนอผลตอบแทนที่ดี และอำนวยความสะดวกให้

การพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เป็นประโยชน์ต่อการการพัฒนาเศรษฐกิจ สามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เป็นประโยชน์ได้ นอกจากการพัฒนาเศรษฐกิจสาขาต่างๆแล้ว การศึกษา สาธารณสุข การบริหารประเทศ ประกอบธุรกิจ การค้า การลงทุน การรวบรวม และเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล ฯลฯ ล้วนใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้

อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยีจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศทางด้านต่างๆ แต่ก็สร้างผลเสียได้ เช่นกัน หากใช้ในทางไม่ถูกต้อง เช่น การหลอกลวง สร้างข่าวลือ ข่าวเท็จ ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี การปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีให้หมดไป หรือลดน้อยลง จึงเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

สถานการณ์โลก

สถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ของโลก และประเทศอื่นๆ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ในเวลาที่ผ่านมา การกีดกันทางการค้า และเทคโนโลยี ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการทำสงคราม ในส่วนต่างๆของโลก ล้วนส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เศรษฐกิจ การค้าการลงทุนของโลกที่ชะลอตัวลงทำให้เศรษฐกิจไทยต้องชะลอตัวลงด้วย อย่างไรก็ดี แม้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองโลก จะอยู่นอกเหนือการควบคุม แต่รัฐอาจมีนโยบายที่ตอบสนองต่อสถานการณ์โลกภายนอกได้ โดยพิจารณาถึงสภาพการณ์โลก วิเคราะห์ผลกระทบ แล้วกำหนดโยบาย เพื่อบรรเทาผลกระทบภายนอกได้ นอกจากนั้น ยังอาจมีโยบายที่ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในต่างประเทศได้ เช่น ส่งเสริมการลงทุนจากประเทศที่ถูกกีดกันทางการค้า ส่งสินค้าให้ประเทศ ที่มีการกีดกันการส่งออกจากประเทศคู่ค้าของเขา เป็นต้น

การทำข้อตกลงทางการค้าการลงทุน เข้าร่วมห่วงโซ่การผลิตสินค้าบริการระหว่างประเทศ อาจมีส่วนช่วยพัฒนาเกษตร อุตสาหกรรม และบริการในประเทศได้ แม้สถานการณ์โลกเลวร้าย แต่ถ้ามีนโยบายการปรับโครงสร้างที่เหมาะสม อาจทำให้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ สิ่งที่รัฐบาลไม่ควรทำคือ เมื่อเศรษฐกิจมีการขยายตัวต่ำ ก็บอกว่า ที่เรามีเศรษฐกิจไม่ดีนั้น เกิดจากสถานการณ์โลกภายนอก แต่ไม่มีนโยบายตอบสนองใดๆ เลย นอกจากแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *