การอสัญกรรมของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อาจนำไปสู่การสิ้นสุดแนวคิดระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ

ทหารประชาธิปไตย
การอสัญกรรมของท่านแม้จะไม่เป็นที่ประหลาดใจนักของผู้เสพข่าวทั้งหลาย เพราะท่านก็อายุอานาม98-99ปีแล้ว แต่จังหวะของการเสียชีวิตของท่านเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง เพราะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากเผด็จการไปสู่สิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตยครึ่งใบ
ทั้งนี้ระบอบดังกล่าวคือระบอบที่นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากพรรคการเมือง ไม่ต้องผ่านการเลือกตั้ง แต่ได้รับเทียบเชิญจากพรรคการเมืองทั้งหลายให้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมๆกันนี้ก็จะมีวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งและส่วนใหญ่เป็นทหารคอยเป็นพี่เลี้ยง

มองในอีกด้านประชาธิปไตยครึ่งใบก็คือเผด็จการครึ่งใบนั่นเอง เพราะแม้ว่าจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่สภาผู้แทนก็ยังถูกคานอำนาจจากวุฒิสภาจนการทำหน้าที่ถูกจำกัดไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย และมักจะอ้างกันว่าผู้แทนไม่มีคุณภาพ แต่พอมีผู้แทนที่มีคุณภาพอย่างพรรคพลังใหม่ หรือพรรคพลังธรรมก็จะถูกทำลายด้วยเวลาอันสั้น โอกาสที่พรรคจะเป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพนักการเมืองจึงมีน้อยมาก
ดังนั้นเมื่อมีการเปิดให้มีการเลือกตั้งทั้งระบบจึงไม่อาจพัฒนาไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ได้

มีผู้เปรียบเทียบว่าถ้าเราเรียกการครองอำนาจในฐานะนายกรัฐมนตรีของทักษิณเป็นเวลา2,048วันว่าเป็นระบอบทักษิณ เราก็อาจเรียกการครองอำนาจในฐานะนายกรัฐมนตรีของพลเอกเปรมว่า ระบอบเปรมาธิปไตย และระบอบนี้ถือเป็นต้นแบบที่นำมาใช้กันภายหลังการล่มสลายระบอบสฤษฎ์-ถนอม-ประภาส และถือเป็นพิมพ์นิยมที่ทหารยึดถือในการเข้ามามีบทบาทโดยตรงมาตลอด30กว่าปีนี้ นั่นคือการสร้างระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ ภายหลังการทำรัฐประหาร เพื่อประวิงเวลาการปกครองประเทศให้นานที่สุด
และจุดขายสำคัญของระบอบเผด็จการและเผด็จการครึ่งใบก็คือการอ้างถึงความมั่นคง ความสงบผาสุขของประชาชน ซึ่งโดยความเป็นจริงอาจกลายเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อยึดกุมอำนาจการปกครองเพื่อประโยชน์แห่งตนและพวกพ้อง

ข้อแตกต่างสำคัญในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรมที่อยู่มายาวนานถึง8ปี5เดือนก็คือท่านใข้บุคลากรส่วนใหญ่ที่มีความรู้ความสามารถและซื่อสัตย์สุจริต จะเห็นได้ว่าไม่เคยมีข่าวคราวความเสียหาย ทุจริต คอร์รัปชั่น ในสมัย
ของท่านเลย และท่านก็ไม่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกด้วย
นอกจากนี้ท่านยังวางระยะห่างพองามกับภาคเอกชนจนไม่เกิดข้อครหา ส่วนบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นไม่ว่าจะมาจากมหาวชิราวุธ สวนกุหลาบ ตลอดจนโรงเรียนเทคนิคทหารบกรุ่นที5 ก็ไม่อาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของท่านในการบริหารแผ่นดินอย่างมีนัยยะสำคัญ
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การบริหารงานของรัฐบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเจริญก้าวหน้าด้วยดี ทั้งนี้เพราะตัวผู้นำมีความซื่อสัตย์สุจริตและสมถะ เลือกใช้คนดีมีความสัตย์ซื่อ ที่สำคัญในยุคพลเอกเปรมเป็นช่วงที่ประเทศชาติมีความสมานฉันท์กันอย่างยิ่ง แม้แต่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยยังยอมเข้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย
รัฐบาลจึงมีเสถียรภาพสูง ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลเปรมยังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากราชสำนัก จนทำให้การรัฐประหารสองครั้งต้องล้มเหลว ทั้งเมษาฮาวายปี2524และ9กันยาไม่มาตามนัดพศ.2528
แต่การสร้างระบอบประชาธิปไตยหรือเผด็จการครึ่งใบนี้ทำให้การพัฒนาทางการเมืองของไทยสะดุดหยุดลง และกลายเป็นสิ่งเสพติดที่ล่อใจให้กลุ่มทหารที่ต้องการเข้ามาปกครองด้วยการยึดอำนาจ และใช้รูปแบบนี้เป็นเครื่องมือในการยื้อเวลาเพื่อควบคุมประเทศให้ยาวนาน แถมยังใช้มาตรการทางทหารที่ควรใช้จัดการกับศัตรูต่างชาติมาใช้กับประชาชนคนไทย แค่เพียงเขาเหล่านั้นคิดต่าง ในขณะที่ไม่สนใจที่จะสร้างระบบที่ทำให้ประชาชนรากหญ้าได้มีขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้ กลับใช้วิธีมอมเมาด้วยการแจก แล้วยังบังอาจอ้างถึงศาสตร์พระราชา

การอสัญกรรมของพลเอกเปรมจึงอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของระบอบประชาธิปไตย เพราะท่านเป็นผู้มีอิทธิพลต่อบุคคลากรในกองทัพอย่างยิ่ง เสียดายที่เอามาไม่หมด จะเห็นได้ว่าในทุกปี จะต้องมีการเปิดบ้านรับการอวยพรจากคณะผู้นำกองทัพ
ก่อนวาระสุดท้ายยามเมื่อรัฐบาลบิ๊กตู่กำลังเผชิญมรสุมรุมเร้าด้วยปัญหาคอร์รัปชั่นที่เชื่อมโยงมาจากกรณีบิ๊กโจ๊ก ท่านก็ออกมาค้ำประกันรัฐบาลพลเอกประยุทธว่ารับรองว่ารัฐบาลตู่ไม่มีคอร์รัปชั่น ถ้าป๋าพูดผิดก็ให้ไปแก้ไขด้วย
น่าเสียดายที่ท่านสิ้นบุญไปเสียก่อนที่จะได้อยู่ดูพฤติกรรมของรัฐบาลนี้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
แต่น่าจะจบเสียทีกับการยึดติดกับระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ ที่เป็นรากเง้าขัดขวางการพัฒนาทางการเมืองของประเทศไทย
ปล่อยให้คนดีๆสร้างระบอบและระบอบสร้างคนที่มีคุณภาพ
เพราะถ้าเราไม่ช่วยกันทำไม่ช่วยกันสร้าง ถึงวันนั้นเราทุกคนจะเดือดร้อน







