จาก “บลา บลา บลา” ไปสู่ “การฟอกเขียว”

จาก “บลา บลา บลา” ไปสู่ “การฟอกเขียว”
ถ้อยคำความยั่งยืน – ทำธุรกิจภายในวิถีทางที่รับผิดชอบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม ได้ถูกโยนไปรอบอยู่บ่อยครั้ง ถ้อยคำอาจจะผุดภาพภายในใจของนักกิจกรรมกรีนพีช และถุงสินค้าใช้ซ้ำ แต่ภายในโลกของธุรกิจวันนี้ การรู้เกี่ยวกับความยั่งยืนกำลังสำคัญมากขึ้น
ตามราบงานที่เผยแพร่โดยเอ็มไอที สโลน และบอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ้ป
เมื่อ ค.ศ 2017 90% ของผู้บริหารบริษัทโลก มองความยั่งยืนเป็นจุดสำคัญและในขณะที่บริษัทรับเอาการปฏิบัติธุรกิจอย่างยั่งยืนได้รายงานกำไรเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นทำไมนักศึกษาเอ็มบีเอควรจะเรียนรู้เกี่ยวกับความ
ยั่งยืน เป็นส่วนหนึ่งของปริญญาของพวกเขา และเมื่อมันมาถึงที่จะเรียน
รู้เกี่ยวกับความยั่งยืน เรามีบทเรียนมากมายที่จะเรียนรู้จากภูมิภาคของ
โลกโดยเฉพาะ สแกนดิเนเวีย
เมื่อเราคิดถึงความยั่งยืน หรือความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท
การเชื่อมโยงอย่างเเรกของเรามักจะถูกสัมพันธ์กับสแกนดิเนเวีย ต้นกำเนิดสแกนดิเนเวียมีสามประเทศ สวีเดน เดนมารก และนอร์เวย์ เป็น
ผู้นำโลกภายในความยั่งยืน พวกเขาเป็นท่ามกลางประเทศแรกที่กลายเป็นลุ่มหลงกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
บริษัืทสแกนดิเนีย ได้ถูกยกเป็นตัวอย่างอยู่เสมอเป็นผู้นำโลกภายในความยั่งยืน ด้วยประเพณีที่หยั่งรากลึกของความผูกพันผู้มีส่วนได้เสียไปทั่วสแกนดิเนเวีย แม้แต่การอ้างถึงแนวคิดไม่นานมานี้ของการสร้างคุณค่าร่วมของไมเคิล พอร์เตอร์ มีต้นกำเนิดของสแกนดิเนเวีย ภายในสแกนดิเนเวีย ความยั่งยืนได้ถูกปลูกฝังภายในสังคมตัวมันเอง ถ้าเราต้องการที่จะเข้าใจแนวคิดของความยั่งยืน และเรียนรู้บทเรียนเกี่ยวกับเราสามารถประยุกต์ใช้สิ่งเหล่านี้ภายในบริษัทของเราอย่างไร การศึกษาตัวอย่างที่
นำเสนอภายในหลักสูตรไวกิ้งที่ยั่งยืน เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
เอ็มบีเอโคเปนเฮเกนเดินตามนี้ ด้วยการรวมหลักการความยั่งยืนของ
บริษัทอย่างไร้รอยต่อเข้าไปสู่หลักสูตรของพวกเขา ที่จริงแล้วเอ็มบีเอโคเปนเฮเกน ได้พาดพิงถึงโมเดลธุรกิจสแกนดิเนเวียของการตัดสินใจ
อย่างมีจริยธรรม ความรับผิดชอบทางสังคม และวาระสีเขียว สร้าง
การปฏิบัติทางธุรกิจที่ยั่งยืนหลายอย่าง
ความยั่งยืนจะยิ่งใหญ่ภายในโคเปนเฮเกน เนื่องจากประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของการเกษตรและการหาปลาของเดนมาร์ก และการเคารพธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ธุรกิจหลายอย่าง เช่น การท่องเที่ยว การทำอาหาร
และเเม้แต่การเกษตร เป็นมิตรต่อสิ่งเเวดล้อมและยั่งยืนมากขึ้นในแง่
ประสิทธิภาพของพลังงาน
การวางแผนเมืองกลายเป็นสีเขียวมากขึ้น โคเปนเฮเกน มุ่งหมายที่จะเป็นเมืองหลวงความเป็นกลางทางคาร์บอนแห่งแรกของโลก เราไม่สถานที่ไหนดีกว่าเอ็มบีเอ โคเปนเฮเกน เรียนรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติทางธุรกิจที่ยั่งยืน เหตุการณ์ที่เรียกร้องความสนใจ คณะบริหารธุรกิจโคเปนเฮเกน ตรงที่วันแรกของพวกเขาบนวิทยาเขต นักศึกษาปริญญาตรีมากกว่า 2,000 คนสนุกสนานกับวันความรับผิดชอบนำคณะและชุมชนท้องที่ร่วมกัน แม้แต่แมรี มกุฏราชกุมารีแห่งเดนมาร์กได้เข้าร่วมการอภิปรายความยั่งยืนด้วย
เมื่อคิดถึงผู้เชี่ยวชาญภูมิอากาศของสแกนดิเนเวีย เกรต้า ธันเบิรก น่าจะเป็นชื่อเเรกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ นักกิจกรรมภูมิอากาศชาวสวีเดน ได้
สร้างปรากฏการณ์เฉพาะและเเรงบันดาลใจต่อนักกิจกรรมหลายคนทั่ว
โลกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เธอได้รับการเชิญจำนวนมาก พูดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เธอได้ปราศัย ณ การประชุมสภาเศรษฐกิจโลกภายในดาวอส สวิสเซอร์แลนด์ และภายในสภายุโรป
แต่กระนั้นนอร์ดิคส์ เป็นบ้านของบุคคลอื่นที่ลุ่มหลงอย่างไม่น่าเชื่อ
บุคคลหลายคนทุ่มเทชีวิตของพวกเขาคุ้มครองโลกของเรา ดังที่เกรต้า
ได้กล่าวว่า เมื่อบุคคลหนึ่งเริ่มต้นทำบางสื่งบางอย่าง มันมีผลกระทบแบบก้อนหิมะ และกระจายไปสู่บุุคคลรอบพวกเขา และพวกเขาเริ่มต้นคิดทำไมบุคคลทำสิ่งนั้น และมันสามารถปลูกเมล็ดพันธุ์ภายในจิตใจของบุคคลนั้น และมันสามารถเจริญเติบโตตลอดเวลา และนั่นเป็นบางสิ่งบางอย่างที่ฉันคิดว่าเราประเมินค่าต่ำไป
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เกรต้า ธันเบิรก ได้กลายเป็นนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมรู้จักกันมากที่สุดภายในโลก เรียกร้องผู้นำโลกที่จะหยุดวิกฤต
ภูมิอากาศด้วยความรักธรรมชาติของเรา เราคิดว่าไม่มีใครเหมาะสมมาก
กว่่าเธอ ดังนั้นโวก สแกนดิเนเวีย นิตยสารฉบับที่หนึ่งได้ขึ้นหน้าปกเกรต้า ธันเบิรก เรา นักอนุรักษ์ธรรมชาติและช่างภาพที่ถ่ายภาพเธอ ได้พูดคุย
กับเธอเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ร่วมของอนาคตที่ยั่งยืนของพวกเขา
หน้าปกแสดงเกรต้า ธันเบิรกใส่เสื้อคลุมยาวเป็นลูกคลื่นยังไม่รีไซเคิล
ในขณะที่นั่งกับม้าไอซ์แลนด์ภายในป่าไม้ข้างนอกสต็อคโฮล์ม ต่อฉบับ
เปิดตัวนี้ ฉันภูมิใจอย่างเหลือชื่อต่อหน้าตาของเกรต้า ธันเบิรกบนหน้าปก
บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร มาร์ตินา บอนเนียร์ กล่าว ไม่เพียงแต่เธอเป็นชาวสแกนดิเนเวียที่ยอดเยี่ยมและพลังการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
เธอเป็นตัวอย่างของความรักธรรมชาติ แสวงหาความยั่งยืน และไร้ความ
กลัวอย่างไม่พรั่นใจที่อยู่ ณ แกนของวิสัยทัศน์ของเรา
ด้วยภาพลักษณ์ตามมาภายในโวค สแกนดิเนเวีย เกรต้า ธันเบิรกได้
ฉายแสงบทบาทของฟ้าสท์ แฟชั่น การผลิตแบบจำนวนมากของเสื้อผ้าราคาไม่แพงตามแนวโน้ม รักษาราคาที่ต่ำ ผ่านการเอาเปรียบแรงงานภายในวิกฤติภูมิอากาศที่เลวลง
ถ้าคุณกำลังซื้อฟ้าสท์ แฟชั่น คุณกำลังมีส่วนช่วยต่ออุตสาหกรรมนั้น
และกระตุ้นพวกเขาให้ขยายตัว และกระตุ้นพวกเขาดำเนินการกระบวนการอันตรายอยู่ต่อไป เธอได้บอกแก่นิตยสาร แน่นอนฉันเข้าใจว่าต่อ
บุคคลบางคน ฟ้าสท์ แฟชัน เป็นส่วนที่สำคัญของพวกเขาต้องการแสดง
ตัวพวกเขาเอง และเอกลักษณ์ของพวกเขาอย่างไร
ภายในการร่วมหน้าปกโวคของเธอ เกี่ยวกับความรับผิดชอบของสื่อทางสังคม เกรต้า ธันเบิรก ได้มองว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นทั้งหมดได้สร้าง
ภาพพจน์เป็นมิตรสิ่งเเวดล้อมโดยไม่ใช้การเปลี่ยนแปลงที่กระทำได้ มัน
ดูเหมือนกับอุตสาหกรรมแฟชั่นกำลังเริ่มต้นมีความรับผิดชอบ ใช้ความเพ้อฝันอย่างมากบนการรณรงค์ พรรณาตัวพวกเขาเองเป็นความยั่งยืนจริยธรรม สีเขียว คาร์บอนเป็นศูนย์ หรือยุติธรรม ไม่มีอะไรเลยนอก
การฟอกเขียว เราไม่สามารถผลิตแฟชั่นแบบจำนวนมาก หรือบริโภค
ความยั่งยืนได้ ดังที่โลกถูกสร้างรูปร่างอยู่วันนี้ มันเป็นหนึ่งของหลาย
เหตุผล ทำไมเราต้องการการเปลี่ยนแปลงระบบ
อุตสาหกรรมแฟขั่นเป็นผู้มีส่วนที่สำคัญต่อความฉุกเฉินของภูมิอากาศและระบบนิเวศ ไม่กล่าวถึงผลกระทบต่อคนงานนับไม่ถ้วนและชุมชนที่ถูกเอาเปรียบทั่วโลก เธอกล่าวว่า เสื้อผ้าใหม่ชื้นที่แล้วของเธอ เธอซื้อเมื่อสามปีที่แล้ว
เกรต้า ธันเบิรก ตกไปสูการฉายแสงครั้งแรกตอนอายุ 15 ปี เมื่อเธอได้
เริ่มต้นการรณรงค์ประท้วงโรงเรียนเพื่อภูมิอากาศของเธอ ภายในสวีเดน
บ้านเกิด กลายเป็นหน้าตาของนักกิจกรรมวัยหนุ่มสาวของขบวนการ
ภูมิอากาศ กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว บันดาลใจให้นักเรียนเดินตามเธอ เธอได้เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก เข้าร่วมการประชุมสุดยอดภูมิอากาศของยูเอ็น โดยไม่ยอมนั่งเครื่องบิน
ทำไมเกรต้า ธันเบิรก ไม่ไปประชุมคอพ 27 การประชุมภูมิอากาศยูเอ็น
จาก “บลา บลา บลา” ไปสู่”การฟอกเขียว” โกหกและหลอกลวง เธอได้ไปคอพทุกครั้ง นับตั้งแต่การประท้วงโรงเรียนเมื่อเธออายุ 15 ปี ค.ศ 2018 ภายในคอพ เธอได้กระแทกคำสัญญาของผู้นำที่จดจำด้วย บลา บลา บลา ระยะทางไม่ใช่อุปสรรค ไม่ยอมนั่งเครื่องบินเพราะว่าแพร่มลภาวะ เกรต้า ธันเบิรก นั่งเรือยอร์ชปลอดคาร์บอนไปนิวยอร์ค เพื่อการประชุมภูมิอากาศเมื่อ ค.ศ 2019
เกรต้า ธันเบิรก ได้วิจารณ์การประชุมภูมิอากาศยูเอ็นภายในอียิปจ์ต่อ
การจัดภายในสวรรค์ของนักท่องเที่ยว ณ ประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษย์
พื้นฐานหลายอย่าง เธอได้พูดภายในงานเทศกาลวรรณกรรมลอนดอน
ตรงที่เธอได้ส่งเสริมการขายหนังสือเล่มใหม่ของเธอ “The Climate
Book” เกรต้า ธันเบิรก อายุ 19 ปี ได้ยกเลิกการประชุมภูมิอากาศ คอพ
27. เนื่องจากเธอมองมันเป็นโอกาสต่อบุคคลที่มีอำนาจใช้การฟอกเขียว
โกหกและหลอกลวง
คอพเป็นการประชุมการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศยูเอ็น ย่อมาจากคำว่า
คอนเฟอร์เรนซ์ ออฟ เดอะ พาร์ตี้ส์ นานเกือบสามทศวรรษ ยูเอ็นได้นำเกือบทุกประเทศมารวมกันบนการประชุมภูมิอากาศโลก เรียกว่า คอพ
เกรต้า ธันเบิรก ได้เรียกคอพ 26 ว่า งานเทศกาลฟอกเขียวซีกโลกเหนือ
มันไม่ได้เป็นการประชุมภูมิอากาศต่อไปอีกเเล้ว มันเป็นงานเทศกาล
ฟอกเขียวซีกโลกเหนือ การฉลองสองสัปดาห์ของธุรกิจเป็นบลา บลา
บลา ตามปรกติ เมื่อถามว่าเธอจะเข้าร่วมการประชุมคอพ 27 หรือไม่
เธอได้ตอบว่า หนูไม่ไปคอพ 27 ภายในอียิปจ์ เนื่องจากเหตุผลหลายอย่าง คอพส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นโอกาสต่อผู้นำเรียกร้องความสนใจ การใช้การฟอกเขียวแตกต่างกันหลายอย่าง กลยุทธ์ที่อภิปรายกันภายในการประชุมเหล่านี้สวนใหญ่เป็นการศึกษา และดำเนินการค่อยเป็นค่อยไปเกินไป ไม่สอดคล้องกับความรุนแรงของวิกฤติภูมิอากาศ
การฟอกเขียวเป็นถ้อยคำใช้อธิบายการกระทำที่เข้าใจผิดหรืิอไม่จริงเกี่ยวกับผลกระทบทางบวกที่บริษัทหรือผลิตภัณฑ์มีต่อสิ่งแวดล้อม การทำให้บุคคลเชื่อว่าบริษัทของคุณกระทำที่จะป้องกันสิ่งเเวดล้อมมากกว่ามันเป็นจริง ด้วยคำพูดอีกอย่างหนึ่ง ธุรกิจสร้างข้อความที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ยั่งยืนของพวกเขา การกระตุ้นให้ลูกค้าใช้เงินมากขึ้นกับผลิตภัณฑ์ของพวกเขา
การฟอกเขียวเป็นถ้อยคำสร้างครั้งแรกโดยนักศึกษาคนหนึ่งมองย้อนหลังไป ค.ศ 1980 ณ โรงแรมภายในฟิจิ เขาได้มองเห็นข้อความขอให้แขกของโรงแรมหยิบผ้าขนหนูของพวกเขา เพราะว่าการใช้ซ้ำมันจะช่วย
รักษาสิ่งเเวดล้อม นักศึกษาคนนี้คือ นักสิ่งเเวดล้อม เจย์ เวสเตอร์เวลด์
ในขณะที่รีสอร์ท ได้อ้างที่จะคุ้มครองแนวปะการังใต้ทะเลและระบบนิเวศของเกาะบนข้อความ
แต่เจย์ เวสเตอร์เวลด์รู้ว่ารีสอร์ท กำลังขยายตัวอย่างรวด สร้างบังกาโลใหม่ด้วยการคิดถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเล็กน้อย นั่นเป็นความย้อนเเย้งในขณะที่รีสอร์ทยอมรับที่จะดูแลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การกระทำของ
พวกเขาเป็นอีกอย่างอย่าง พวกเขาพอใจต่อต้นทุนซักผ้าที่ต่ำลง
ภายหลังจากั้น เจย์ เวสเตอร์เวลด์ได้เขียนบทความยกตัวอย่างข้อความของโรงเเรมเป็นการฟอกเขียวเเก่วารสารฉบับหนึ่ง และถ้อยคำของเขา
ได้ถูกหยิบขึ้นมาภายในสื่อกระเเสหลัก
ภายในกลาง ค.ศ 1980. เชฟรอนยักษ์ใหญ่น้ำมันได้เปิดตัวลำดับของการโฆษณาทางโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์ออกอากาศการทุ่มเททางสิ่งแวดล้อมของพวกเขา ชื่อ “People Do” การรณรงค์ ได้แสดงบุคคลของเชฟรอนคุ้มครองหมี เต่าทะเล และผีเสื้อ การโฆษณาโทรทัศน์ของเชฟรอนมีประสิทธิภาพมาก จนพวกเขาได้รับรางวัลการโฆษณาด้วย และตามมากลายเป็นกรณีศึกษาของคณะบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ด เชฟรอนได้กลายเป็นข่าวเกรียวกราวท่ามกลางนักสิ่งแวดล้อม และได้ถูกยกเป็นตัวอย่างที่ดีของการฟอกเขียวบริษัืท การรณรงค์
เจย์ เวสเตอร์เวลด์ มองว่า ข้อความของโรงเเรมภายในห้องนอน ส่งเสริมการใช้ซ้ำผ้าขนหนูเพื่อที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ภายในความเป็นจริงแล้ว มันเป็นเพียงแค่การกระทำมุ่งหมายที่ความรู้สึกทางสิ่งแวดล้อมของลูกค้าที่จะลดต้นทุนการซักผ้าของพวกเขาเท่านั้น เจย์ เวสเตอร์เวลด์ ได้สรุปว่าเป้าหมายแท้จริงคือ การเพิ่มกำไร และเรียกการกระทำนี้ว่าการฟอกเขียว

คำปราศัย “บลา บลา บลา” ของเกรต้า ธันเบิรก เด็กหญิงชาวสวีเดน
นักเคลื่อนไหวภูมิอากาศของโลก เธอได้เยาะเย้ยผู้นำโลก ด้วยถ้อยคำ
ว่า “บลา บลา บลา” หมายถึง น่าเบื่อ เบื่อหน่าย หรือหดหู่ เธอได้แสดงความเบื่อหน่ายกับอดีตประธานาธิบดีอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์อย่างเห็น
ได้ชัด
เกรต้า ธันเบิรก ได้ชุมนุมประท้วงการกระทำที่ย่อหย่อนของผู้นำโลก
ต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ เกรต้า ธันเบิรก ได้เรียกร้องผู้นำโลกละทิ้งเชื้อเพลิงฟอสซิน เพื่อที่จะรักษาชีวิตโลก ณ การประชุมของบุคคล
มีอิทธิพลมากที่สุดของโลก ณ ดาวอส ค.ศ 2020 เธอได้กล่าวว่า เราไม่ต้องการลดการปล่อยมลพิษ การปล่อยมลพิษของเราต้องหยุด ถ้าเราต้องการรักษาชีวิตโลก เธอ ได้ปราศัยต่อผู้นำ รวมทั้งประธานาธิบดีอเมริกัน โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาพวกเขามีแต่คำพูดและสัญญาที่ว่างเปล่า ทำน้อยมากที่จะหยุดวิกฤติการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
เธอได้ชี้ความรู้สึกมากขึ้นของความท้อแท้ นักเคลื่อนไหววัยรุ่นกำลังเหนื่อยกับนักการเมืองให้คำสัญญาที่ไม่สอดคล้องกับการกระทำ ด้วยการรับปากการลดการปล่อยมลพิษ แต่ไม่ได้กระทำตามนั้น พวกเขาเผชิญกับความไม่สอดคล้องเหล่านี้ พวกเขาได้สูญเสียความเชื่อถือผู้นำ มันยากมากขึ้นที่จะเชื่อต่อและบันดาลใจโดยผู้นำ เกรต้า ธันเบิรก กล่าวว่า “เราไม่มีดาวเคราะห์ บี เราไม่ดาวเคราะห์ บลา บลา บลา” การเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปได้เท่านั้น แต่จำเป็นด้วย เธอได้กระเเทก 30 ปี ของถ้อยคำที่ว่างเปล่าของภูมิอากาศ สร้างใหม่ให้ดีกว่าเก่า บลา บลา บลา เศรษฐกิจสีเขียว บลา บลา บลา สุทธิเป็นศูนย์ 2050 บลา บลา บลา เธอได้พูดภายในการปราศัยต่อการประขุมภูมิอากาศ

เมื่อคิดถึงเกี่ยวกับเสื้อผ้ากลางแจ้งที่ยั่งยืน พาตาโกเนียเกิดขึ้นภายใน
จิตใจทันทีต่่อบุคคลหลายคน นั่นไม่ได้เป็นเพราะว่าการโฆษณาในขณะ
นี้เท่านั้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดเพราะว่าผู้ก่อตั้ง อิวอง ชูนาร์ด ได้วางค่านิยม
ของการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากตั้งแต่การเริ่มต้น ” ผู้ก่อตั้ง
พาตาโกเนียยกบริษัทให้” ข่าวพาดหัวนี้แพร่กระจายอย่างไฟป่าภายใน
ค.ศ 2022 อิวอง ชูนาร์ด อายุ 93 ปี เจ้าของคนเดียวได้ยกบริษัท 3 พันล้านเหรียญของเขาแก่มูลนิธิสองแห่ง ตั้งแต่นี้ไปทรัพย์สินของบริษัท
จะถูกใช้ต่อสู้วิกฤติทางสิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศ
ทำไมพาตาโกเนียเป็นบริษัทรับผิดชอบมากที่สุดของโลก พวกเขาได้
รวมความยั่งยืนเข้าสู่่ดีเอ็นเอของบริษัท ณ พาตาโกเนียเราไม่มีความ
ขัดแย้งระหว่างการรักษาโลกและบรรทัดสุดท้าย ตราสินค้าโลกที่ได้แสดงว่าธุรกิจสามารถทั้งรับผิดชอบที่สูงและทำกำไรที่สูง อิวอง ชูนาร์ด
เป็นผู้บุกเบิกของการผลิตที่ยั่งยืน แต่รู้ว่าการกระทำเหล่านี้ไม่เพียงพอ
การกระทำทางภูมิอากาศอย่างเเท้จริงราคาเเพง ดังนั้นเขาได้เคลื่อนไหว
ที่จะยกสมบัติของเขาแก่ผู้รับคนเดียวเท่านั้น : โลก
อีวอง ชูนาร์ดได้ผูกพันต่อความยั่งยืนภายในการเผชิญกับการฟอกเขียวของแฟชัน เขาได้ปูเส้นทางต่อการผลิตเสื้อผ้า อย่างระมัดระวังมากขึ้น
อีวอง ชูนาร์ดได้เกษียณอายุภายหลัง 50 ปีภายในบริษัท เขาได้ประกาศยกธุรกิจครอบครัวมูลค่า 3 พันล้านเหรียญแก่ทรัสต์การกุศล องค์การที่ไม่ทำกำไร รับรองว่ากำไรทั้งหมดของพาตาโกเนีย ประมาณ 100 ล้านเหรียญต่อไป ได้ถูกใช้ที่จะต่อสู้การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาศ แทนการขายบริษัท หรือนำบริษัทออกสู่สาธารณะ
ด้วยความผูกพันต่อความยุติธรรมทางสิ่งเเวดล้อม และความมุ่งหมายของการต่อสู้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ในขณะนี้โลกเป็นผู้ถือหุ้นของ
เราเท่านั้น ความโปร่งใสเป็นหัวใจต่อการสิ้นสุดของการฟอกเขียว พาตาโกเนีย เป็นบริษัทแรกภายในแคลิฟอร์เนียที่ถูกรับรองเป็นบี คอร์ป ภายในการยกย่องของความผูกพันและความโปร่งใสของพวกเขาต่อสิ่งแวดล้อม
พาตาโกเนียเป็นผู้สนับสนุนมายาวนานของการต่อสู้วิกฤติภูมิอากาศ – การจัดหาวัตถุดิบอย่างมีจริยธรรม และบริจาค 1% ของยอดขายทุกปี แต่อีวอง ชูนาร์ด รู้ว่ามันยังไม่เพียงพอ ในขณะที่เราทำอย่างดีที่สุดของเราจัดการวิกฤติทางสิ่งแวดล้อม มันยังไม่เพียงพอ เราต้องค้นหาเส้นทางใส่เงินมากขึ้นภายในการต่อสู้วิกฤติ ในขณะที่รักษาค่านิยมของบริษัทไม่ให้เสียหาย
อีวอง ชูนาร์ด ได้เลือกที่จะเดินหน้าความมุ่งหมาย ด้วยการใช้ความมั่งคั่งของบริษัทคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ภายในการเผชิญกับการฟอกเขียวแฟชั่นที่มักมาก ขั้นตอนของพาตาโกเนียเป็นตัวอย่างค่านิยมที่ต้องถูกรับรองต่อโลกแฟชั่น ตราสินค้า เขาได้ตัดสินใจต้องใช้การกระทำที่ลึกซึ้ง ถ้ามัน
ต้องการสร้างความแตกต่างที่มองเห็นได้ อีวอง ชูนาร์ด คาดหวังการปรับปรุงโครงสร้างของพาตาโกเนียจะจินตนาการใหม่ทุนนิยม เป็นระบบที่กำไรทั้งหมดถูกลงทุนใหม่ภายในการต่อสู้วิกฤติภูมิอากาศ ด้วยความหวังว่ามันจะมีอิทธิพลต่อรูปแบบใหม่ของทุนนิยม ไม่ได้จบลงด้วยบุคคลร่ำรวยไม่กี่คน และบุคคลยากจนจำนวนมาก
แฟชันจำนวนมากถูกวิจารณ์อยู่เสมอต่อการขาดความยั่งยืนและจริย
ธรรม และการฟอกสีเขียวของพวกเขา ยักษ์ใหญ่ฟ้าสท์ แฟชั่นเอช แอนด์ เอ็ม ได้แสดงลูกค้าคะเเนนชี้วัดทางสิ่งแวดล้อมต่อเสื้อผ้าของพวกเขาที่ถูกเข้าใจผิด และภายในหลายกรณีเป็นการลวงตา ควอรต์ ได้ดำเนินการตรวจสอบการยืนยันของเอช แอนด์ เอ็ม ต่อความยั่งยืนของพวกเขา และกล่าวหาตราสินค้าแฟชั่นของการฟอกเขียว การยืนยันที่ผิดหรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับความพยายายามที่ยั่งยืนของพวกเขาผ่านการใช้ฮิกก์อินเด็กซ์เป็นระบบการรับรองความยั่งยืนของเอช แอนด์ เอ็ม
มากกว่าครึ่งหนึ่งของคะเเนนชี้วัดของเอช แอนด์ เอ็มอ้างว่าเสื้อผ้าของ
พวกเขาดีต่อสภาพแวดล้อม เมื่อที่จริงแล้วมันไม่ได้ยั่งยืนมากกว่าเสื้อผ้าเปรียบเทียบผลิตโดยบริษัทและคู่แข่งขันของพวกเขา เอช แอนด์ เอ็มได้แสดงข้อมูลที่ตรงข้ามความเป็นจริง

พาตาโกเนีย เป็นผู้ค้าปลีกเสื้อผ้ากลางแจ้งอเมริกัน ก่อตั้งโดยโดยอีวอง
ชูนาร์ดเมื่อ ค.ศ 1973 ร้านค้าแห่งแรกเปิดเมื่อ ค.ศ 1973 ภายในเวนทูรา แคลิฟอร์เนีย ขายอุปกรณ์ปีนเขาผลิตตามสั่ง ก่อนการขยายการผลิตไปสู่เครื่องแต่งกายเพื่อกีฬากลางแจ้งอื่น เช่น กระดานโต้คลื่น
เมื่ิอเรามาสู่ตราสินค้ารับผิดชอบต่อสิ่งเเวดล้อท พาตาโกเนียควรจะอยู่
ณ บนสุดของรายชื่อ หรืออย่างน้อยที่สุดใกล้มัน พวกเขาสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพ และผูกพันต่อสิ่งแวดล้อม พาตาโกเนีย กล่าวว่า พวกเขาอยู่ภายในธุรกิจที่จะรักษาโลกของเรา
นับตั้งแต่อีวอน ชูนาร์ด กล่าวว่า โลกในขณะนี้เป็นผู้ถือหุ้นของเราเท่านั้น เราเริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์ของเรา ใช้วัตถุดิบทำให้เกิดอันตรายน้อยต่อสิ่งแวดล้อม เราให้ออกไป 1% ของยอดขายแต่ละปี เมื่อ ค.ศ 2018 เราได้เปลี่ยนแปลงความมุ่งหมายของบริษัทเป็น เราอยู่ภายในธุรกิจที่จะรักษาโลกบ้านของเรา ในขณะที่เราทำของเราอย่างดีที่สุดเพื่อจัดการวิกฤติสิ่งแวดล้อม มันยังไม่เพียงพอ เราต้องการค้นหาวิถีทางใช้เงินมากขึ้นต่อสู้วิกฤติ ในขณะที่รักษาค่านิยมของบริษัทไม่ให้เปลี่ยนแปลง บริษัทได้สร้างภารกิจที่ชัดเจนเป็นผู้ดูแลรักษาโลก เราไม่มีธุรกิจ ถ้าเราไม่มีโลก
ผู้ก่อตั้งพาทาโกเนีย อีวอน ชูนาร์ด ได้ถ่ายโอนความเป็นเจ้าของบริษัทไปยังสองทรัสท์ที่จะกำกับกำไรทั้งหมดป้องกันสิ่งแวดล้อมโลก การตัดสินใจทางธุรกิจอย่างกล้าหาญวางไว้บนที่บูชาผู้ถือหุ้นใหม่ต่อบริษัทเสื้อผ้ากลางแจ้งที่มีชื่อเสียง และสืบสานการทุ่มเทของครอบครัวชูนาร์ดต่อสู้
การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
อีวอง ชูนาร์ด กล่าวว่า ทางเลือกอย่างหนึ่งคือขายพาทาโกเนีย และบริจาคเงินทั้งหมด แต่เราไม่มั่นใจว่าเจ้าของใหม่จะรักษาค่านิยมของเรา หรือรักษาบุคคลของเราทั่วโลกไว้ อีกเส้นทางหนึ่งนำบริษัทไปสู่สาธารณะ ความวอดวายอะไรจะเกิดขึ้น แม้ว่าบริษัทสาธารณะด้วยความมุ่งหมายที่ดีจะอยู่ภายใต้แรงกดดันสร้างกำไรระยะสั้น ด้วยความสูญเสียการอยู่รอด
และความรับผิดชอบในระยะยาว
ความจริงต้องถูกบอก เราไม่มีทางเลือกที่ดีหามาได้ ดังนั้นเราสร้างของ
เราเองแทนการไปสู่สาธารณะ เราสามารถกล่าวว่า ไปสู่ความมุ่งหมายไม่ใช่การดึงคุณค่าจากธรรมชาติ และปฏิรูปมันเป็นความมั่งคั่งต่อนักลงทุน เราจะใช้ความมั่งคั่งที่พาตาโกเนียสร้างคุ้มครองเเหล่งของความมั่งคั่งทั้งหมด
พาตาโกเนียมีความหมายเหมือนกับความยั่งยืนของบริษัท พวกเขาทุ่มเท
เพื่อการคุ้มครองโลก ใช้วัตถุดิบออร์แกนิคและนำกลับมาใช้ใหม่ ทำให้รอยเท้าทางสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งลูกโซ่อุปทานน้อยที่สุด และบริจาค 1% ของกำไรทั้งหมดแก่กลุ่มสิ่งแวดล้อมรากหญ้าจินตนาการโลกตรงที่พ่อแม่สามารถนำลูกของพวกเขามาทำงาน และเยี่ยมพวกเขาได้ตลอดวัน เด็กวิ่งไปทั่วห้อง และเพื่อนร่วมงานต่าวรู้จักครอบครัวระหว่างกัน ผู้หญิงเลี้ยงเด็กภายในการประชุม และไม่มีใครแสดงออกทางสายตา มันยากที่จะ
มองเห็นได้ ถ้าเราไม่ทำงาน ณ พาตาโกเนียภายในเวนทูรา แคลิฟอร์เนีย
ศูนย์ดูแลเด็กของพาตาโกเนียได้กลายเป็นจุดเด่นของวัฒนธรรมบริษัท นับตั้งแต่การเริ่มต้นศูนย์ดูแลเด็ก 35 ปีที่แล้ว ค่านิยมครอบครัวได้ถูกฝังตัวอย่างแท้จริงกับวัฒนธรรมบริษัทของพาทาโกเนีย ผู้หญิงได้ 16 สัปดาห์ของการลาคลอดที่ได้รับรายได้ และผู้ชายได้ 12 สัปดาห์ ทุกครอบครัวใช้ศูนย์ดูแลเด็กภายในบริษัทได้ บริษัทได้จ่ายค่าจ้างแก่ผู้ดู
เเลติดตามพ่อแม่บนการเดินทางธุรกิจด้วย
ความลุ่มหลงต่อครอบครัวชัดเจนภายในเสียงพูดของบุคคล ณ พาตาโกเนีย เมื่อเราพูดถึงศูนย์ดูแลเด็กของพวกเขา ผู้บริหารคนหนึ่งกล่าวว่า บุคคลมักจะถามผม อาร์โอไอของศูนย์ดูแลเด็กเท่าไร และผมได้ถามกลับว่า อาร์โอไอที่จอดรถยนต์ของคุณเท่าไร และพวกเขาไม่เคยมีคำตอบเลย พวกเขาเพียงแค่พูดว่า บุคคลต้องนำรถยนต์ของพวกเขามาทำงาน
และจากนั้นพวกเขาได้รับรู้อะไรที่พวกเขาพูด รถยนต์สำคัญกว่าลูกหรือ
ครอบครัวที่เข้มแข็งสร้างธุรกิจที่เข้มแข็ง การสร้างสถานที่ทำงาสนับสนุนชีวิตของครอบครัวเป็นสิ่งถูกต้องที่จะทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นสิทธิพิเศษ แต่การลงทุนภายในบุคคลจะคุ้มค่าทางการเงิน มันช่วยลดการเข้าออกจากงานอย่างมาก ณ พาตาโกเนีย ตลอดห้าปีที่แล้ว เรามองเห็น 100% ของแม่กลับมาทำงานภายหลังการลาคลอด
คนงานเสื้อผ้ามีรายได้ต่ำที่สุดภายในโลก อุตสาหกรรมเสื้อผ้า
ส่วนใหญ่มีมาตรฐานทางสังคมที่หย่อนยาน นำไปสู่สภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย รายได้ต่ำ ชั่วโมงที่ยาวนาน และการเลือกปฏิบัติต่อคนงาน คนงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง อุปสงค์อย่างต่อเนื่องของฟ้าสท์ แฟชั่น ทำให้ปัญหานี้รุนแรงขึ้นทุกวัน แต่มันไม่ได้เป็นกรณีทั้งกระดาน
ตลอดหลายปี พาตาโกเนียได้สร้างความรับผิดชอบทางสังคมอย่างเข้มแข็ง เราได้วิเคราะห์และบริหารผลกระทบของธุรกิจของเราต่อคนงานและชุมชนภายในลูกโซ่อุปทาน เป้าหมายของเราไม่เพียงแต่ลดอันตรายให้น้อยที่สุด แต่สร้างประโยชน์ทางบวกต่อชีวิตที่เราสัมผัสตลอดธุรกิจของเรา
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







