INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เต้นเเท็ปไปทำงานทุกวัน

เต้นเเท็ปไปทำงานทุกวัน

วิถีชีวิตของวอร์เรน บัฟเฟตต์ เป็นตัวอย่างโลกแห่งความเป็นจริงของหลักการที่เคลย์ตัน คริสเตนเซน อาจารย์คณะบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ดที่กล่าวถึงภายใน “How Will You MeasureLife ?” หนังสือขายดีที่สุดเล่มหนึ่ง มันจะ
กำเนิดมาจากคำปราศัยที่มีพลัง ตรงที่เขาได้ประยุกต์ใช้ทฤษฎีธุรกิจตอบ
คำถามส่วนบุคคลที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการค้นหาความหมายและความสุขภาย
ในชีวิต ที่ดึงมาจากทฤษฎีการจูงใจสองปัจจัยของเฟรดเดอริค เฮิรซเบิรก เขาได้ยืนยันว่าความสุขของอาชีพอย่างแท้จริงไม่ได้เพียงแค่มาจากเงิน – ปัจจัยอนามัย – แต่จากปัจจัยจูงใจเช่น โอกาสที่จะเรียนรู้ ความรับผิดชอบ
มากขึ้น การมีส่วนช่วบบุคคลอื่น และการถูกยกย่องจากความสำเร็จ
เคลย์ตัน คริสเตนเซน มุ่งเน้นอันตรายการลงทุนที่น้อยภายในครอบครัว
และเพื่อนเมื่อผลตอบแทนของความสัมพันธ์เหล่านี่เป็นระยะยาวและมักจะ
มองเห็นได้น้อยกว่าความก้าวหน้าทางอาชีพ วัฒนธรรมครอบครัวทางบวก
ที่เข้มแข็ง สร้างบนความร่วมมือและความมุ่งหมายร่วมสำคัญต่อความสุขที่
ยั่งยืน เขายืนยันการมีชีวิตอยู่อย่างซื่อสัตย์ และได้เตือนกรอบความคิดว่า
” ขอเพียงครั้งนี้” เมื่อมันสู่การประนีประนอมหลักการ อธิบายว่าต้นทุนส่วน
เพิ่มของการละเลยจริยธรรมครั้งเดียวดูเหมือนต่ำเวลานั้น แต่นำไปสู่ความ
เสียใจที่ลึกซึ้ง และความล้มเหลวทีี่่่เป็นไปได้ตลอดเวลา เขาสนับสนุนการ
ยึดความผูกพันทางศีลธรรม 100% ของเวลา
เคลย์ตัน คริสเตนเซนได้อ้างอิงถึงถ้อยคำที่มีชื่อเสีย”เต้นแท็ปไปทำงาน”
ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ภายในผลงานของเขา เขายืนยันว่าบุคคล เต้นแท็ป
ไปทำงานเป็นบุคคลที่ลุ่มหลงเกี่ยวกับงานของพวกเขาจะมีข้อเปรียบทาง
การแข่งขันที่สำคัญ เพราะว่ามันจะจูงใจจากภายในเขาใช้คำพูดอ้างอิงนี้แสดงแรงจูงใจจากภายใน – ลุ่มหลงงาน พบความหมาย และรับผิดชอบ –
บรรลุความสมหวังมากขึ้น และนำไปสู่ความสำเร็จระยะยาวมากกว่าการ
มุ่งที่ปัจจัยอนามัยเท่านั้น เช่น เงินเดือน หรือสถานภาพ บุุคคลทั้งสองได้
ถูกเชื่อมโยงกันผ่านทางสิ่งตีพิมพ์และปรัชญาธุรกิจ โดยเฉพาะความคิด
ของการค้นหาความสมหวังภายในงานและชีวิต
เคลย์ตัน คริสเตนเซน ใช้คำพูดอ้างอิงของวอร์เรน บัฟเฟต์ อยู่บ่อยครั้ง
ภายในผลงานของเขาเอง โดยเฉพาะเมื่อเขาได้สอนนักศึกษาเกี่ยวกับการ
เลือกอาชีพและการบริหารชีวิต ภายในบทเรียนและหนังสือของเขา เคลย์
ตัน คริสเตนเซน ได้ใช้ความคิดเต้นเเท็ปไปทำงานแสดงประเด็นของเขา
คือ
*การจูงใจ
เขายืนยันว่าบุคคล เต้นแท็ปไปทำงาน มีข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน
เพราะว่าพวกเขาถูกจูงใจจากภายในและผูกพันอย่างเข้มแข็ง นำไปสู่การปฏิบัติงานที่สูงและความสมหวัง
*ความมุ่งหมาย
เขาเน้นย้ำความสำคัญของการหาอาชีพด้วยความมุ่งหมาย เลยพ้นไป
จากสิ่งตอบแทนทางการเงิน มั่นใจว่างานตัวมันเองให้ความสนุกสนานและ
โอกาสเพื่อการเจริิญเติบโตส่วนบุคคลและความสำเร็จ

ถ้อยคำต้นกำเนิดของวอร์เรน บัฟเฟตต์ แสดงความพอใจอย่างลึกซึ้งที่
เขาได้พบภายในงานของเขา ณ เบิรคไชน์ ฮาธเวย์ :
*ผมได้ทำอะไรที่ผมชอบทำทุกวัน ผมได้ทำมันกับบุคคลที่ผมชอบและผมไม่ต้องเชื่อมโยงกับใครก็ตามที่จะทำให้ท้องของผมคลื่นใส้ ผมได้เต้นเเท็ปไปทำงาน และเมื่อผมได้ไปที่นี่ ผมคิดว่าผมควรจะนอนหงายหลัง และวาดภาพบนเพดาน มันสนุกสนานเหลือเกิน”
คำพูดอ้างอิงนี้ แสดงว่ามาตราการที่แท้จริงของความสำเร็จทางอาชีพ
ไม่ได้เป็นเพียงแค่เงิน แต่เป็นการตื่นนอนทุกวันมองไปข้างหน้าสู่งานของ
คุณ
*เต้นเเท็ปไปทำงาน” ได้ถูกใช้บ่อยครั้งโดยวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ได้แสดง
ความลุ่มหลงอย่างมากมายของเขาต่องานของเขา หมายความว่าเขากระ
ตือรือร้นและมีความสุขเกี่ยวกับอะไรที่เขาทำที่เขารู้สึกราวกับเขาตามตัว
อักษรเต้นเเทปไปสำนักงานทุกเช้า นักเต้นแทปฝึกฝนจังหวะพื้นฐานซ้ำกันที่จะบรรลุการเรียนรู้นักเต้นเเทปจะสร้างดนตรีของพวกเขาเองกับเท้าของ
พวกเขา และเต้นรำตามดนตรีภายนอก ที่เทียบเคียงได้กับคำเเนะนำของ
วอร์เรน บัฟเฟตต์ ทำงานที่คุณจะทำเเม้ว่าคุณร่ำรวยด้วยตัวเอง คุณต้อง
หางานที่ให้ดนตรีประกอบอยู่ภายในของความหมายและความสนุกสนานงานที่คุณต้องการทำไม่ว่าใครก็ตามเฝ้าดูหรือจ่ายคุณหรือไม่
วอร์เรน บัฟเฟตต์ ชอบที่จะพูดว่า เมื่อเขาตื่นนอนตอนเช้า และไปทำงาน
เขารู้สึกคล้ายกับไมเคิลแอนเจโลไปทาสีโบสถ์ ซิสทีน และเเน่นอนโบสถ์
ซิสทีน ของเขาคือ เบิรคไชน์ ฮาธเวย์ อธิบายความพอใจส่วนบุคคลอย่าง
ลึกซึ้งที่เขา ได้จากการบริหารเบิรคไชน์ ฮาธเวย์ บริษัทที่เขาได้ใช้หลาย
ทศวรรษสร้างขึ้นมา ด้วยมือหนึ่งเป็นมาตรฐานที่เขาลงทุน และอีกมือหนึ่ง เป็นวิถีทางที่เขาคิดว่าธุรกิจควรจะบริหาร เขาจะมองกระบวนการของการสร้างและและการบริหารมันเป็นความพยามที่สร้างสรรค์คล้ายมากกับงานชิ้นโบว์แดงของไมเคิลแอนเจโล เขารักการควบคุมงานของเขา ทำการวาดภาพของเขาเองตามที่เขามองว่าเหมาะสม
ภายในการสัมภาษณ์เมื่อค.ศ 2008 วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้อธิบายความสุข
ที่เขาได้จากงานของเขา เขากล่าวเขารักการวาดภาพของผมเอง เขาได้มา
สำนักงานรู้สึกคล้ายกับว่าเขากำลังนอนหงายหลังของเขา วาดภาพเพดาน
โบสถ์ซิสทีนและพิจารณางานของเขาเองการเปรียบเทียบความพอใจส่วน
บุคคลและสร้างสรรค์อย่างลึกซึ้งที่เขาได้จากงานของเขา เขามองได้เบิรคไชน์ ฮาธเวย์จะเป็นการวาดภาพของเขาผลงานชิ้นเอกของเขางานที่ยังไม่
เสร็จของศิลปะที่ต่อเนื่องเพื่อความสมบูรณ์ มันได้แสดงความลุ่มหลงอย่างลึกซึ้งของเขาเพื่อการลงทุนและการสร้างธุรกิจ เปรียบเทียบมันกับแรงขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์ของจิตรกรไม่ใช่เพียงแค่งานเพื่อเงิน
การเปรียบเทียบนี้ได้สัมพันธ์ต่อเเนวคิดของสิ่งขี้วัดภายในของเขาด้วย
เปรียบเทียบกับสิ่งชี้วัดภายนอก สิ่งชี้วัดภายในของเขาเป็นมาตรฐานส่วนบุคคเพื่อการตัดสินตัวเอง บนพื้นฐานค่านิยม ความซื่อสัตย์ และหลักการส่วนบุคคล ไม่ใช่การตรวจสอบภายนอกอย่างเช่น ความมั่งคั่ง สถานภาพ หรือบุคคลอื่นคิดอย่างไร เขาชอบให้งานของเขาถูกชื่นชม เเต่ในที่สุดทำมันเพื่อความพอใจของเขาเอง ไม่ใช่เพื่อบุคคลอื่นคิด เมื่อบุคคลพยายาม
บอกเขาบริหารเบิรคไชน์อย่างไร เขาได้กล่าวว่าเขาจะยื่นพู่กันให้พวกเขาและบอกพวกเขา วาดภาพของคุณเอง มันจะแสดงความผูกพันของเขาต่อวิสัยทััศน์ของเขา และความรังเกียจของเขาต่อการแทรกแซงภายนอกเขา
เรียกความสามารถทำงานของเขาเองนี้ว่า ความสุขสูงสุด
สิ่งชี้วัดภายนอกของวอร์เรน บัฟเฟตต์จะหมายถึงโลกตัดสินความสำเร็จ
วัดโดยปัจจัยภายนอกเช่นสถานภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือความมั่งคั่ง
ตรงกันข้าม เขาได้ส่งเสริมการมีชีวิตอยู่ด้วยสิ่งชี้วัดภายในหมายถึงตัดสิน
ความสำเร็จของตัวคุณเอง บนพื้นฐานค่านิยมส่วนบุคคลและหลักการภาย
ในของคุณ ไม่มองว่าบุคคลอื่นคิดอย่างไร เขาได้เสนอแนะว่าในขณะที่สิ่ง
ชี้วัดภายนอกสามารถดึงดูดใจ ความสุขที่แท้จริงและชีวิตที่ดีแล้ว มาจาก
ความสบายใจกับสิ่งชี้วัดภายในของคุณ การมุ่งเน้นที่ความพยายาม การ
เคารพตัวเอง และความกล้าหาญ ไม่ใช่การรับรู้ของสาธารณะ ความพอใจ
ที่แท้จริงมาจากความสามารถพูดว่า ผมภูมิใจที่ผมจัดการสถานการณ์นี้ได้
อย่างไร

 

ตัวเลข 88 พันล้านเหรียญ อ้างถึงความมั่งคั่งสุทธิของวอร์เรน บัฟเฟตต์

เมื่อเขามีอายุ 88 ปี เมื่อ ค.ศ 2018 มันมีไม่มากเลยที่วอร์เรน บัฟเฟตต์ ไม่สามารถซื้อได้ ยกเว้นในขณะนี้ซีอีโอและประธานคณะกรรมการอายุ 88 ปี ของเบิรคไชน์ ฮาธเวย์ กำลังตระหนักอย่างชัดเจน มีสิ่งหนึ่งที่โชคชะตาของเขาไม่ได้ช่วยเหลือเขาได้มากขึ้น : เวลา มันเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นคุณไม่สามารถซื้อ ผมสามารถซื้ออะไรก็ตามที่ผมต้องการ โดยพื้นฐานแต่ผมไม่สามารถซื้อเวลา โอราเคิล ออฟ โอมาฮา กล่าว

ถ้อยคำที่วอร์เรน บัฟเฟตต์ ทั้งที่มีความมั่งคั่งอย่างมหาศาล ไม่สามารถ

ซื้อเวลา เป็นคำพูดอ้างอิงที่เขาได้ใช้มุ่งเน้นว่าเวลาเป็นทรัพยากรที่ไม่หมุน

เวียนที่เงินไม่สามารถซื้อได้ มันได้แสดงปรัชญาของเขาที่บุคคลทุกคนไม่

คำนึงถึงความมั่งคั่ง ดำเนินงานอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเวลาเหมือนกัน ปัจจัยที่

สำคัญภายในการสะสมความมั่งคั่งที่ผิดธรรมดาของเขาคือสายตาที่ยาว

นานของเขา การเริ่มต้นการลงทุนเมื่อเป็นเด็กและได้ต่อเนื่องตลอด 75 ปี

เขาเข้าใจดอกเบี้ยทบต้นต้องการเวลาอย่างสำคัญที่จะแสดงผลลัพธ์อย่าง

น่าทึ่ง เกือบ 96% ของความมั่งคั่งสุทธิของเขาได้ถูกสะสมภายหลังวันเกิด

65 ปีของเขา

วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้ถูกรู้จักกันต่อการนำชีวิตที่เรียบง่ายภายในโอมาฮาและให้คุณค่าการใช้เวลาของเขากับบุคคลที่เขารัก และสนุกสนานทำงานด้วย เขาได้ต่อบิลล์ เกตส์ด้วยปฏิทินที่เกือบจะว่างเปล่าของเขา เเสดงเขาเลือกสรรรักษาเวลาของเขาเพื่อกิจกรรมและบุคคลที่สำคัญอย่างไรเขาได้แนะนำบุคคลรุ่นวัยหนุ่มสาวให้ดูแลจิตใจและร่่างกายเริ่มแรกของพวกเขา เปรียบเทียบกับการดูแลรถยนต์คันเดียวที่คุณได้มาเพื่อชีวิตเขาได้เน้นย้ำความสำคัญของการลงทุนเวลาภายในการเรียนรู้ และการปรับปรุงตัวเอง

บิลล์ เกตส์ หวนคิดการตกตะลึงด้วยปฏิทิน ที่เกือบจะว่างเปล่าของวอร์

เรน บัฟเฟตต์ ได้กล่าวถึงความมุ่งหมายปล่อยพื้นที่ไว้เพื่อการคิด วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้อธิบายว่า ผมสามารถซื้ออะไรก็ตามที่ผมต้องการโดยพื้นฐาน แต่ผมไม่สามารถซื้อเวลาดังนั้นเขาได้ระมัดระวังเกี่ยวกับเขาใช้มันอย่างไร

เมื่อถามอะไรที่เขาให้คุณค่ามากที่สุดภายในชีวิต เขาได้ตอบสนอง มันคือ

สองสิ่งที่คุณไม่สามารถซื้อได้ ” เวลาและความรัก” การมุ่งเน้นของเขาต่อการรักษาเวลาถูกขับเคลื่อนโดยการแสวงหากิจกรรมที่มีความหมายเหนือการสะสมความมั่งคั่งมากขึ้นด้วยการอาศัยอยู่ภายในโอมาฮา และได้หลีกเลี่ยงการเดินทางนาน เขาได้ป้องกันเวลาของเขาจากการสูญเสียต่องานที่ไม่จำเป็น เขาใช้ส่วนใหญ่ของวันของเขาเพื่อการอ่านและการคิด

ตอนอายุ 82 ปี วอร์เรน บัฟเฟตต์ ยังคงเเข็งแรง บรรดาผู้ถือหุ้นของเบิรค

ไชน์ ฮาธเวย์ จะมีความห่วงใยมายาวนานเกี่ยวกับแผนการสืบทอดของเขา

เขาได้กล่าวอย่างตลกซ้ำเกี่ยวกับการใช้กระดานวิญญานบริหารเบิรคไชน์ ฮาธเวย์จากเลยพ้นหลุมฝังศพ เขากล่าวถึงสิ่งนี้ภายในการสัมภาษณ์ และ และการประชุมประจำปีเมื่อได้อภิปรายการวางแผนการสืบทอดและความต้องการของเขา เมื่ออภิปรายว่าใครจะบริหารพอร์ตโฟลิโอของเบิรคไชน์

ฮาธเวย์ ภายหลังที่เขาจากไปเเล้ว

ข้อวิจารณ์ได้เกิดขึ้นภายในบริบทของคำถาม เกี่ยวกับการวางแผนการสืบทอดเพื่อเบิรคไชน์ ฮาธเวย์ ที่ได้แต่งตั้งเกรก เอเบิล เป็นผู้สืบทอดของวอร์เรน บัฟเฟตต์ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เหน็บแนมว่าเขาอาจจะพยายามกลับมาและหลอนพวกเขาถ้าพวกเขาทำมันแตกต่างกัน ผมไม่มั่นใจว่ากระดาน

วิญญานจะทำงานให้สำเร็จได้ ผมจะทำงานจนประมาณห้าปีภายหลังที่ผมตาย และผมจะให้กระดานวิญญานกรรมการบริษัท ดังนั้นพวกเขาสามารถปรึกษาหารือกับผมจากเลยพ้นหลุมฝังศพที่เกี่ยวกับการตัดสินใจที่สำคัญ

ได้อย่างเช่นการจัดสรรเงินลงทุนและการบริหาร ภายในจดหมายของเขาต่อผู้ถือหุ้นเบิรคไชน์ ฮาธเวย์ และการสัมภาษณ์ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้เน้นย้ำความต้องการการสื่อสารที่ชัดเจนและล่วงหน้าเกี่ยวกับการสืบทอด

*เว้นแต่กระดานวิญญาณใช้งานได้คำพูดอ้างอิงนี้จะแสดงว่าภายหลังการ

ตาย พ่อเเม่ไม่ได้อยู่ภายในฐานะที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับการตัดสินใจได้

เขากล่าวว่า คุณไม่ต้องการให้ลูกของคุณถาม “ทำไม” เกี่ยวกับการตัดสิน

ใจพินัยกรรม เมื่อคุณไม่สามารถตอบสนองได้ต่อไปเเล้ว – เว้นแต่กระดาน

วิญญานทำงานได้

*ป้องกันความประหลาดใจ

เขาได้แนะนำลูกวัยหนุ่มสาวควรจะอ่านพินัยกรรมก่อนที่มันถูกลงนาม

ที่จะป้องกันความสับสน ความโกรธ หรือความขัดเเย้งภายในครอบครัวที่

สามารถเกิดขึ้นจากการบังคับหลังการตายที่ไม่ได้คาดหวัง

*ส่งเสริมการสนทนา

เขาได้กระตุ้นพ่อเเม่อธิบายเหตุผล และความรับผิดขอบเบื้องหลังการ

ตัดสินใจ เขาได้แก้ไขใหม่พินัยกรรมของเขาหลายครั้ง บนการป้อนกลับและการเสนอแนะจากลูกของเขา การปฏิบัติที่เขาได้พบคุณค่าที่ส่งเสริมความไว้วางใจและความเคารพ

*ทิ้งไว้ “เพียงพอเเต่ไม่มากเกินไป”

ปรัชญาการวางแผนทรัพย์สินของเขาคือ ทิ้งไว้ให้ลูกเพียงพอ ดังนั้น

พวกเขาสามารถทำอะไรก็ตามเเต่ไม่ใช่เพียงพอที่พวกเขาไม่สามารถทำ

อะไรเลย เขาบริจาคส่วนใหญ่ของความร่ำรวยของเขาแก่การกุศลผ่านทางมูลนิธิเกตส์ และมูลนิธิของลูกของเขาที่หลีกเลี่ยงการสร้างราชวงศ์ครอบครัว

วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้อ้างถึงอย่างตลกกระดานอุยจา : กระดานวิญญาน

มุ่งความสำคัญของการอภิปรายแผนพินัยกรรม และทรัพย์สินของบุคคลกับลูกของพวกเขาก่อนตาย เขาได้แนะนำอย่างเข้มแข็งพ่อเเม่ที่จะยอมให้ลูกของพวกเขาอ่านพินัยกรรมของพวกเขาก่อนที่มันจะถูกลงนาม มันป้อง

กันความประหลาดใจและยอมให้การสื่อสารอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับเหตุผลและความรับผิดชอบ เบื้องหลังการตัดสินใจของเขา เขาได้กล่าวถึงอย่าง

ตลก คุณไม่สามารถอยู่ภายในสถานะที่จะตอบคำถามได้…… เว้นแต่กระดานวิญญานทำงานได้จริง

มันได้แสดงว่าการสื่อสารจะต้องเกิดขึ้น ในขณะที่พ่อเเม่ยังคงมีชีวิตอยู่ที่สามารถจะจัดการความห่วงใยและข้อแนะนำที่มีเหตุผลผลรวมเข้าด้วยกัน วอร์เรน บัฟเฟตต์ยังคงมีชีวิตอยู่และกระตือรือร้น เมื่อ ค.ศ 2025 เขามีอายุ 95 ปี และไม่ได้ตายเขาได้เกษียณเป็นซีอีโอของเบิรคไชน์ ฮาธเวย์ ณ สิ้น ค.ศ 2025 ภายหลังการดำรงตำแหน่ง 60 ปี เขาได้ถูกสืบทอดโดย

เกรก เอเบิล แต่เขาได้วางแผนที่จะยังคงมีส่่่วนร่วมเป็นประธานคณะกรรมบริษัท

 

วอร์เรน บัฟเฟตต์ มีชื่อเสียงต่อวิถีวีชีวตที่ถ่อมตัวและประหยัด แตกต่างอย่างชัดเจนต่อความร่ำรวยมหาศาลของเขา เขาปฏิบัติระเบียบวินัยและความพอใจทางการเงิน มุ่งเน้นที่ความร่ำรวยอย่างแท้จริงไม่ได้ถูกวัดโดยการครอบครอง แต่โดยความมุ่งหมายและความสัมพันธ์

*ที่อยู่อาศัย

เขายังคงอาศัยอยู่ภายในบ้านห้าห้องนอนพอประมาณเดิม ณ โอมาฮา เนบราสกา ที่เขาได้ซื้อมาเมื่อ ค.ศ 1958 เพียงแค่ 31,500 เหรียญ แม้ว่า

มูลค่าในขณะนี้ของมันจะสูงกว่า 1 ล้านเหรียญ เขาไม่มีความต้องการที่จะ

ย้าบ เขาได้พิจารณาบ้านหลังนี้จะเป็นการลงทุนที่ดีที่สุดอย่่างหนึ่งของเขา

และเป็นสถานที่ตรงที่เขามีความทรงจำที่ดีไม่มีความต้องการเพื่อคฤหาสน์หลังใหญ่โต

*อาหารเช้าราคาไม่แพง

เขามีชื่อเสียงต่อนิสัยการกินที่เรียบง่าย เขาได้อ้างอย่างตลกต่อตาราง

สิถิติประกันภัยแสดงอัตราการตายที่สุดท่ามกลางอายุหกปี เขามักจะเริ่ม

ต้นวันของเขากินอาหารเข้า ณ แมคโดนัลด์เกือบทุกเช้าเมื่อเดินทางไปทำงานใชัจ่ายไม่มากว่า 3.17 เหรียญ ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นของวันนั้น เขาสนุกสนานการดื่มเขอร์รี โค้กหลายกระป๋องต่อวัน

ครั้งหนึ่งเขาได้บอกฟอร์จูนเขากินเหมือนอายุหกปี

*การเดินทางที่เรียบง่าย

เขาไม่เหมือนกับมหาเศรษฐีหลายคนด้วยการสะสมรถยนต์หรูหรา เขา

เขาขับรถยนต์เรียบง่ายมานาน มักจะซื้อรถยนต์ด้วยความเสียหายน้อย

เช่น ความเสียหายจากลูกเห็บ ณ ราคาส่วนลดและเก็บมันไว้ยาวนาแม้แต่ลูกสาวของเขากล่าวว่า บางครั้งเธอได้บอกเขาเมื่อมันถึงเวลาเพื่อรถยนต์รุ่นใหมกว่า

*การใช้จ่ายประจำวัน

เขาได้ถูกมองเห็นการใช้คูปองเพื่ออาหารเที่ยงของแมคโดนัลด์กับบิลล์

เกตส์ เมื่อลูกคนแรกของเขากำเนิดเขาได้เปลี่ยนแปลงลิ้นชักตู้เป็นเปลเด็ก และยืมเปลเพื่อลูกคนที่สองของเขา เขาใช้โทรศัพท์พับได้โนเกียธรรมดามาหลายปี ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้ไอไฟน และตัดผมราคาไม่แพง ณ ร้านตัด

ผมท้องที่

*ของหรูหราไมมี

โดยทั่วไปเขาหลีกเลี่ยงของหรูหราอย่างเช่นนาฬิการาคาแพง เรือยอร์จ เครื่องบินเจ็ต แม้ว่าเขาได้ซื้อเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เพื่อที่บริษัทใช้ประหยัดเวลา เรียกชื่อเล่นมันว่า “Indefensible” ภายในจดหมายผู้ถือหุ้น เขาใส่สูทตัดเย็บโดช่างเย็บผ้าชาวจีนที่เขาพบ ไม่ใช่ตราสินค้านักออกแบบระดับสูง เขารักษาเงินเดือนต่อปีพอประมาณจากเบิรคไชน์ ฮาธเวย์ – 100,000 มาหลายปี – และทำงานจากอาคารสำนักงานเดิม ภายในโอมาฮา ที่เขาอยู่มานานมากกว่า 50 ปี หลีกเลี่ยงโสหุ้ยราคาแพงและระบบราชการของวอลล์

สตรีท

 

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *