INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (28)

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (28)

โดย​ อดุลย์​ มานะจิตต์

มีผู้ทรงภูมิปัญญาคนหนึ่งจากชนชาวอิสราเอล ผู้ซึ่งเป็นคนร่ำรวย มหาศาล เขามีบุตรที่มีนิสัยดีมากคนหนึ่ง (ซึ่งเหมือนกับเขา) ถือกำเนิดมาจากมารดาที่บริสุทธิ์สะอาด เมื่อวาระสุดท้ายแห่งชีวิต ของเขาใกล้จะมาถึง เขาบอกกับลูกๆของเขาว่า ทรัพย์สินสมบัติ ทั้งหมดของฉัน จะเป็นของลูกของฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น ภายหลัง จากเขาเสียชีวิตแล้ว ลูกชายคนโตจึงกล่าวว่า เขาเป็นคนที่บิดาของ เขาเลือกไว้ ส่วนคนกลางก็อ้างว่าเป็นตัวเขาต่างหาก แต่คนเล็กสุด กล่าวว่า บิดาของเขาทั้งสองได้มอบมรดกทั้งหมดให้กับเขาเพียง คนเดียว ดังนั้นทั้งสามคนจึงไปหาผู้พิพากษาหรือกอฎีท่านหนึ่ง เพื่อให้ตัดสิน พวกเขาจึงกล่าวว่า ฉันไม่รู้เลยว่าเรื่องราวขอพวกท่าน เป็นอย่างไรกัน แต่จงไปพบกับพี่น้องสามคนของผู้เป็นบุตรชายของ ฆอนะอัม พวกเขาจึงไปพบกับบุตรชายคนหนึ่งของเขา ซึ่งดูว่า เป็นผู้ที่มีอายุ และเล่าเรื่องราวต่างๆของพวกเขาให้เขาฟัง เขาจึง บอกให้พวกเขาไปพบกับพี่ชายของเขา ซึ่งพวกเขาเห็นว่าเป็นชาย วัยกลางคน เมื่อพวกเขาเล่าเรื่องของพวกเขาให้ฟังแล้ว เขาจึงบอก ให้พวกเขาไปพบกับพี่ชายคนโตสุดของเขา ซึ่งพวกเขาพบว่า เขาดูยัง เป็นหนุ่มอยู่

 

เป็นที่ประหลาดใจสำหรับพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงสอบถามเขาให้เขาอธิบายก่อนว่าทำไมเขาจึงดูหนุ่มกว่าน้องชายทั้งสองคนของ เขา แล้วทำไม น้องชายคนกลางของเขาจึงดูหนุ่มกว่าน้องชายคนเล็ก สุดของเขาแล้วทำไมน้องชายคนเล็กสุดจึงดูแก่กว่าพี่ชายทั้งสองคนของเขา เสียอีก เขาจึงอธิบายให้ฟังว่า คนแรกที่พวกท่านไปพบนั้นเขา มีอายุน้อยกว่าเราทั้งสองคน แต่ภรรยาของเขาเป็นผู้หญิงที่มีนิสัย ไม่ดีและชอบสร้างความยุ่งยากให้กับเขาเสมอกระนั้นเขาก็อดทนมา ตลอดเพื่อว่าเหตุการณ์ที่ไม่อาจจะอดรนทนได้จะได้ไม่เกิดขึ้น และ ซึ่ง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาดูแก่ชรา น้องชายคนกลางของฉัน ดูว่าเป็นคนวัยกลางคนนั้น มีภรรยาที่บางครั้งก็ทำให้เขามีความสุข และบางครั้งก็ทำให้เขารู้สึกมัวหมองและเศร้าเสียใจ ดังนั้นจึงทำให้เขา ดูเป็นผู้ที่อยู่ในวัยกลางคน แต่ฉันมีภรรยาที่เขาคอยดูแลฉันให้มี ความสุขอยู่เสมอ และถึงแม้จนถึงทุกวันนี้เธอก็ไม่เคยสร้างความ ยุ่งยากใจให้กับฉันเลย และด้วยเหตุนี้ฉันจึงดูหนุ่มอยู่เสมอ เมื่อได้ ฟังเรื่องราวของเขาแล้ว จึงกล่าวขึ้นว่า เพื่อเป็นการตัดสินความ ในกรณีของพวกท่าน จงไปขุดหลุมศพของบิดาของพวกท่านและ นำเอากระดูกของบิดาของพวกท่านจากหลุมศพไปเผาไฟทิ้งเสีย ภาย หลังจากนั้นพวกท่านจึงค่อยกลับมาหาฉันเพื่อฟังคำตัดสินพิพากษา

 

ด้วยเหตุนี้บุตรชายสองคนที่ถือกำเนิดจากมารดาที่มีมลทิน จึงเตรียมที่จะไปขุดหลุมศพบิดาของพวกเขา แต่บุตรชายคนเล็กสุดที่ ถือกำเนิดจากมารดาที่บริสุทธิ์ กล่าวพร้อมกับมือที่กำดาบไว้แน่นว่า ฉันพร้อมที่จะสละมรดกของฉันไป แต่ฉันจะไม่ยอมที่จะให้มีการขุด หลุมศพบิดาของฉันโดยเด็ดขาด ในที่สุดพี่น้องทั้งสามคนจึงกลับไป หาชายผู้นั้น และรายงานให้เขาทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงกล่าวว่า เท่านี้พอแล้ว จงไปนำทรัพย์สินทั้งหมดของพวกท่านมาที่นี่ มันจึงถูก นำมาแสดง และอนุญาโตตุลาการจึงมอบมันทั้งหมดให้กับน้องชาย คนเล็กสุด และบอกกับอีกสองคนว่า หากท่านทั้งสองเป็นบุตรชาย แท้ๆของผู้ตายแล้ว ท่านทั้งสองจะต้องนั่งไม่ติด ดังเช่นน้องชาย

คนเล็กสุดของท่านและท่านจะต้องไม่เห็นด้วยกับการเอากระดูกของ บิดาของท่านไปเผาไฟ

 

มีรายงานมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ว่า มีชายคนหนึ่งเป็น ชาวอิสราเอล เขาไม่มีบุตรชาย อัลลอฮ์จึงทรงประทานบุตรชาย ให้กับเขาคนหนึ่ง วันหนึ่งเขาฝันไปว่า บุตรชายของเขาจะต้องตาย ในวันแห่งการแต่งงานของเขา ในที่สุดก็ได้มีการจัดงานสมรสของบุตร ชายของเขาขึ้น ในคืนของการแต่งงานของเขา บุตรชายของเขาเห็น ชายชราที่หมดกำลังวังชาคนหนึ่ง เขาได้ช่วยเขาและให้อาหาร การกินกับเขา ชายชราคนนั้นจึงกล่าวขึ้นว่า ท่านได้ให้ชีวิตกับฉัน ฉันจึงขอต่ออัลลอฮ์ได้โปรดให้ชีวิตกับท่านด้วย ในคืนนั้นบิดาของ เขาฝันว่า มีบางคนมาบอกกับเขาว่า จงถามบุตรชายของท่านซิว่า เขาได้ทำความดีอันใดกันในคืนวันแต่งงานของเขา เช้าวันรุ่งขึ้นเขา จึงถามบุตรชายของเขาและจึงมารู้ว่า บุตรชายของเขาได้ช่วยเหลือชาย ชราคนนั้น ในตอนกลางคืนอีกเช่นกันที่บุคคลผู้นี้มาปรากฏใน ความฝันของเขาและบอกกับเขาว่า อัลลอฮ์ทรงทำให้บุตรชายของ ท่านมีชีวิตอยู่ต่อไป ซึ่งเป็นการตอบแทนรางวัลให้กับการกระทำ ความดีที่เขากระทำกับชายชราผู้นั้น

 

มีการรายงานที่น่าเชื่อถือได้มาจากอิมาม อัศศอดิก ว่า มีผู้ทรงศีลคนหนึ่งในหมู่ชนชาวอิสราเอล ผู้ซึ่งไม่เคยทำอะไรที่เป็น เรื่องของทางโลกียะวิสัยเลย สิ่งนี้ทำให้อิบลีส(ซาตานตัวใหญ่) เจ็บปวดรวดร้าวอย่างมาก ดังนั้นมันจึงส่งเสียง หวีด ด้วยกับการใช้ จมูกของมันเพื่อเรียกกองทัพของมันทั้งหมดให้มาอยู่รอบๆมัน จาก นั้นมันจึงถามว่า มีผู้ใดบ้างไหมที่จะอาสาไปลวงล่อชายผู้ทรงศีลคนนี้ มีผู้หนึ่งมาจากพวกมันอาสาไปทำ อิบลีสจึงถามว่า จะทำอย่างไร มันจึงกล่าวว่า โดยอาศัยผู้หญิง อิบลีสจึงกล่าวแย้งว่า มันคง จะไม่สำเร็จหรอก เพราะผู้ทรงศีลคนนี้ไม่เคยมีความโน้มเอียงไป สู่เรื่องของผู้หญิง และก็ไม่เคยลิ้มรสอะไรกับพวกเขาด้วย ซาตานอีกตนหนึ่งจึงยืนขึ้น และกล่าวว่ามันจะล่อลวงเขาด้วยกับสุรา​ การเสพ และอื่นๆ อิบลิสกล่าวว่า เจ้าไม่สามารถหันเหเขาในวิธี​นั้นได้หรอกเช่นกัน ดังนั้นตัวที่สามจึงลุกขึ้น และกล่าวอ้างว่า​ มันจะล่อลวงเขาด้วยกับการเสแสร้ง เป็นผู้ทรงคุณธรรมและเป็นผู้ทรง ศีลของอัลลอฮ์ อิบลีสจึงกล่าวว่า เจ้าทำสำเร็จแน่ ดังนั้นซาตาน จึงเข้าไปในบ้านของผู้ทรงศีลคนนั้น มันจึงยืนขึ้นข้างๆเขาและเริ่มทำ การละหมาด

 

ผู้ทรงศีลคนนั้นเมื่อสวดภาวนามาเป็นเวลานานจึงหยุดพัก แต่ซาตานไม่เคยหยุดพัก เมื่อได้เห็นดังนี้ผู้ทรงศีลคนนี้ จึงคิดเห็น ไปว่าตัวเขานั้นรู้สึกต่ำต้อยต่อผู้ที่เป็นคนหน้าใหม่คนนี้ และด้วยกับ ความอ่อนน้อมจึงถามเขาว่า เขามีพลังที่มากมายเช่นนี้ในการเคารพ ภักดีต่ออัลลออ์อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยนี้ได้อย่างไรกัน ผู้ที่ถูกสาป ตนนี้มิได้กล่าวตอบอย่างไร ผู้ทรงศีลพยายามสอบถามมันอีก และ พยายามทำให้มันพูดออกมาและอธิบายว่ามันเป็นผู้ภักดีอย่างยาวนาน โดยไม่หยุดหย่อนได้อย่างไรกัน เขาถามซาตานว่า มันไปได้ ตำแหน่งอันสูงส่งนี้มาอย่างไร จากนั้นตัวแทนของซาตานจึงตอบว่า โอ้ผู้เป็นข้าทาสของอัลลอฮ์ ฉันได้กระทำบาปหนึ่ง ฉันได้ขอลุแก่โทษ ต่อบาปนั้นไปแล้ว แต่ว่าบาปนั้นมันก็ยังคงคาใจฉันอยู่ สิ่งนี้จึงทำ ให้ฉันมีพลังที่จะทำการเคารพภักดีต่อพระเจ้าอย่างไม่หยุดหย่อน ผู้ทรงศีลคนนั้นจึงถามว่า บาปชนิดใดกันที่ทำให้ฉันอาจจะต้องไป กระทำมัน ซาตานบอกให้เขาไปยังเมืองๆหนึ่ง และเข้าไปยังบ้าน หลังหนึ่งที่เป็นของผู้หญิงโสเภณีนางหนึ่ง และเอาสองเหรียญดิรฮัม นี้ให้กับนาง ผู้ทรงศีลจึงกล่าวว่า ฉันไม่รู้จักเลยว่า ดิรฮัมนั้นเป็น อย่างไร ซาตาน จึงหยิบเอาเหรียญดิรฮัมสองเหรียญออกมาจากฝ่า

 

เท้าของเขา และจึงมอบให้กับผู้ทรงศีลคนนี้ ผู้ทรงศีลจึงมุ่งตรงไปยังเมืองๆนั้นในชุดเสื้อคลุมทางศาสนา และสอบถามถึงที่พักของหญิงโสเภณีนางนี้ ผู้คนจึงเข้าใจไปว่า เขามา

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *