ซีเรีย-ปาเลสไตน์ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก (23)

ซีเรีย-ปาเลสไตน์ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก (23)
โดย อดุลย์ มานะจิตต์
สิ่งนี้ที่ถูกส่งลงมาให้กับทวยเทพสององค์แห่งเมืองบาบิล คือฮารุตและมารูต กระนั้นทวยเทพทั้งสองนี้จะยังไม่สอนมนุษย์คนใดจนกว่า พวกเขาจะกล่าวว่า
“แน่แท้เราเป็นเพียงข้อทดสอบหนึ่ง เพราะฉะนั้นจงอย่าได้ เป็นผู้ปฏิเสธ”ถึงกระนั้นมนุษย์ก็มาเรียนจากเทพสององค์นี้ ในด้านคุณไสย ด้วยกับสิ่งนี้ที่พวกเขาอาจทำให้เกิดการแตก แยกกันระหว่างชายคนหนึ่งกับภรรยาของเขา แต่พวกเขาไม่ อาจใช้มันได้กับผู้ใด นอกจากผู้ที่อัลลอฮ์ทรงอนุมัติ และ พวกเขาเรียนในสิ่งที่เป็นโทษกับตัวของพวกเขาเองและไม่ เป็นประโยชน์กับตนเอง และโดยแน่นอนยิ่ง พวกเขา ตระหนักดีว่าผู้ใดก็ตามที่ซื้อมันมา เขาย่อมไม่มีส่วนใดๆ ใน ด้านความดีในวันปรโลก และความชั่วร้ายคือรางวัลจากการที่ พวกเขาได้ขายจิตวิญญาณของตนเอง หากพวกเขาจะได้รู้ถึง สิ่งเหล่านี้ (2:102)
ตามสายรายงานที่เล่าสืบกันมาอย่างถูกต้อง ซึ่งเล่ามาจาก อิมาม อัศศอดิก ว่า อัลลอฮ์ทรงวิวรณ์มายังสุลัยมาน “สัญญานแห่ง ความตายของเจ้าก็คือ ต้น คารอบ ต้นหนึ่งจากเยรูซาเล็ม วันหนึ่ง สุลัยมานเห็นต้นไม้ต้นหนึ่ง ณ นครเยรูซาเล็ม เขาจึงถามต้นไม้ว่า “เจ้ามีชื่อว่าอย่างไร” มันจึงตอบว่า “คารอบ” เมื่อได้ยินดังนี้สุลัยมาน จึงมายังสถานที่ของการสวดภาวนาของท่าน และจึงใช้ไม้เท้าของท่าน ค้ำร่างเพื่อยืนขึ้นและในท่ายืนเช่นนี้ที่ดวงวิญญาณของท่านถูกถอด ออกจากร่าง และผู้คนและญินซึ่งโดยปกติต่างก็ง่วนอยู่กับการทำงาน ของพวกเขา ในที่สุดปลวกจึงมากัดกินไม้เท้าของท่านจากข้างใน และร่างที่ตายแล้วของท่านจึงล้มลง ณ บัดดลนั้น ทุกคนต่างก็หยุด ทำงานของพวกเขา อิบนิ บะบาวัย เล่าจากสายสืบของบรรดาผู้เล่า ที่เชื่อถือได้จาก อิมาม อัศ ศอดิก ว่า ท่านศาสดาของอัลลอฮ์กล่าวว่า
“สุลัยมานมีอายุ 712 ปี” *
ตามสายรายงานของบรรดาผู้เล่าที่เชื่อถือได้ อิมาม อัศ ศอดิก กล่าวว่าชาวอิสราเอลร้องขอสุลัยมาน ให้ทรงแต่งตั้งราชโอรสของ พระองค์ภายหลังจากพระองค์ให้ดำรงตำแหน่งเป็นคอลีฟะฮ์ของ พระองค์เหนือพวกเขา สุลัยมานตรัสว่า “พวกเขาล้วนแล้วแต่ไม่มี ความสามารถ เมื่อพวกเขากีดกันและกดดันท่าน” สุลัยมานจึงตรัสว่า “ข้าจะถามคำถามสักสองสามคำถาม และหากพวกเจ้าตอบคำถามนั้น ได้อย่างถูกต้องข้าก็จะแต่งตั้งเจ้าให้เป็นคอลีฟะฮ์” สุลัยมานจึงไต่ถาม บรรดาราชโอรสของพระองค์ว่า “น้ำและขนมปังมีรสชาติเป็นอย่างไร” อะไรเป็นสาเหตุให้เสียงมีอำนาจและดูอ่อนแอ และที่นั่งของสติปัญญา ของมนุษย์อยู่ตรงไหน ส่วนไหนที่ผู้หนึ่งจะกระทำได้ในเรื่องการกดขี่ ข่มเหง ความตระหนี่ถี่เหนียว หัวใจที่อ่อนน้อมและความกรุณาปรานี และส่วนไหนที่ผู้หนึ่งจะรู้สึกอ่อนล้าและโล่งใจ และส่วนไหนของ ร่างกายที่มนุษย์จะประสบกัยความสำเร็จและล้มเหลว แต่พวกเขา ไม่อาจตอบคำถามเหล่านี้ได้เลย
อิมาม อัศ ศอดิก กล่าวตอบต่อคำถามเหล่านี้ว่า “รสชาติของ น้ำ (หมายถึง)ชีวิต รสชาติของขนมปังก็คือพลกำลัง ความเข้มแข็งและ ความอ่อนแอของเสียงก็เนื่องจากกลุ่มหนึ่งๆ ส่วนของ อัคส์ และสติ ปัญญา ก็คือสมองความคิด เจ้าไม่เห็นดอกหรือว่าผู้ที่มีสติปัญญาต่ำ ผู้คนต่างก็พากันกล่าวว่า เขาช่างมีสติปัญญาที่น้อยนิดเหลือเกิน และความกรุณาปรานี และการไร้ความปรานี ก็เนื่องมาจากจิตใจที่ อ่อนโยนและแข็งกระด้าง ดังที่อัลลอฮ์ตรัสว่า ความวิบัติจงมีแด่ บรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขามีความแข็งกระด้างที่จะทำการรำลึกนึก ถึงอัลลอฮ์ ความเมื่อยล้าและความผ่อนคลายของร่างกายก็เนื่องมา จากขาทั้งสอง เมื่อขาต้องเคลื่อนไหวอยู่อย่างต่อเนื่อง ร่างกายก็ย่อม
อาจหมายถึงอายุของราชอาณาจักรของสุลัยมาน (ผู้เรียบเรียง) ต้องได้รับความเมื่อยล้า เมื่อขาได้รับความผ่อนคลาย มันก็จะปัดเป่า ความเมื่อยล้าออกไป และจึงทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อน การเพิ่ม ขึ้นของร่างกายและการลดลงของมัน ก็เนื่องมาจากมือทั้งสองข้าง เมื่อผู้หนึ่งกระทำกิจกรรมด้วยกับมือทั้งสองของเขา เขาก็จะได้รับ ปัจจัยยังชีพ และได้รับผลประโยชน์จากโลกนี้และปรโลก หากเขาไม่ กระทำร่างกายของเขาก็จะถูกริดรอนสิทธิ์ไปจากโลกนี้และปรโลก
3.5 เรื่องราวของ นบี ฮิชคิล
ตามรายงานวจนะหนึ่งของ เชค ตาบัรซี มีว่า ผู้คนชาว อิสราเอล ต่างละออกจากเมืองเพื่อเอาชีวิตรอดจากโรคระบาด บางคน กล่าวว่า พวกเขาละออกจากเมืองเพราะสงคราม บางคน กล่าวว่า พวกเขาเป็นครอบครัวของฮิซคิล คอลีฟะฮ์ องค์ที่สามของ มูซา คนแรกคือ ยุซูอะฮ์ อิบนิ นูน คนที่สอง คือ คอลลับ บิน ยุคันนา และคนที่สามคือ ฮิซคิล ดังเป็นที่รู้ จักกันในนาม อิบนิ มาญส เพราะเมื่อตอนนางมีอายุอยู่ใน วัยชรา มารดาของเขาวิงวอน ต่ออัลลอฮ์ให้พระองค์ทรง ประทานบุตรชายให้กับนางสักคนหนึ่ง และ อัลลอฮ์จึงทำ ความหวังของนางให้สมบูรณ์ด้วยกับการถือกำเนิดของ ฮิซคิล
ตามการรายงานอีกวจนะหนึ่ง ผู้คนเรียกขานเขาว่า ซุลกิฟลิ เพราะเขาช่วยบรรดาศาสดาเจ็ดสิบคนให้พ้นจากบรรดาผู้กดขี่บีฑา เขาจึงวอนขอให้ผู้คนละออกจากเมืองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และ กล่าวว่ามันจะเป็นการดีกว่า ถ้าหากฉันต้องถูกสังหารแทนที่จะเป็น พวกเจ้าทั้งหมด ดังนั้นพวกเขาจึงปลอดพ้นจากความทารุณโหด ร้ายของทรราช ภายหลังจากนั้นพวกยิวจึงมาหาเขา และถาม ถึงพวกเขา เขาจึงตอบว่า เขาไม่รู้ว่าพวกเขาหายไปไหนกัน พวกเขา ล้วนละออกไปหมดแล้ว แต่อัลลอฮ์รักษาเขาไว้ให้อยู่ภายใต้การปกปักษ์รักษาของพระองค์
มีความเห็นที่แตกต่างกันถึงจำนวนประชากรของชาว อิสราเอล บางคนกล่าวว่ามีพลเมืองประมาณ 3,000 ถึง 10,000 คน หรือ 40,000 ถึง 70,000 คนและพวกเขาล้วนตายสิ้นจากการสาป แข่งของชามูน ในขณะนั้นเมืองนี้มีชื่อว่า “โอวัรดาน” มีบางคนกล่าวว่า ฮิซคิล สาปพวกเขาเช่นกัน ตามการรายงานของ อะลี อิบนิ อิบรอฮีม พวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองๆหนึ่งของแผ่นดินซีเรีย ในเมือง นั้นเกิดการระบาดของกาฬโรคและพวกเขาจึงตายสิ้น กระดูกของ พวกเขากระจัดกระจายไปทั่วถนนหนทาง มีศาสดาองค์หนึ่งผ่านมา ทางนี้ และเห็นกระดูกกระจายออกไปเกลื่อนกราด เขาจึงยกมือของเขา ขึ้นเพื่อการวิงวอน ดังนั้นอัลลอฮ์จึงทำให้เขากลับพื้นคืนชีพ และพวก เขาจึงกลับไปยังบ้านเรือนของตน พวกเขามีชีวิตอยู่อีกหลายปี และตายไปตามอายุขัยของตน ฮานาราน ถามเรื่องนี้จาก อิมาม อัลบากิร อิมาม กล่าวตอบว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นสองครั้ง พวกเขา ได้รับชีวิตใหม่รวมสองครั้ง หมายถึงอัลลอฮ์ให้ชีวิตใหม่แก่เขาสองครั้ง พวกเขามีชีวิตอยู่อีกหลายปีจึงจะตาย อิมามกล่าวว่าอัลลอฮ์ผู้ทรงมหา จำเริญ กล่าวว่า
“เจ้าไม่ใคร่ครวญถึงบรรดาผู้ที่พวกเขาละออกจากบ้านเรือน ของพวกเขา เนื่องจากความหวาดกลัวในความตาย และ พวกเขามีจำนวนนับพันๆคน ดังนั้นอัลลฮฮ์จึงกล่าวกับ พวกเขาว่า จงตายเสียเถิด อีกครั้งหนึ่งพระองค์ทรงให้ พวกเขามีชีวิตขึ้นอีก โดยแน่นอนยิ่งอัลลฮ์ทรงไว้ซึ่งความกรุณา ปรานีต่อผู้คน แต่ผู้คนส่วนมากเป็นผู้อกตัญญู” (2:243)
ตามรายงานวจนะอีกบทหนึ่ง อิมาม อัลบากิร และอิมาม อัศ ศอดิก ได้เล่าขานถึงเรื่องนี้ เมื่อมีผู้คนถามท่านให้อธิบายถึงอายะฮ์ ข้างต้น พวกเขาต่างเล่าขานกันดังนี้
ผู้คนชาวอิสราอีลอาศัยอยู่ ณ เมืองๆหนึ่งในซีเรีย ในเมืองนี้มีประชากรราวๆ 70,000 คน ครั้งหนึ่งเกิดการระบาดของกาฬโรค ขึ้น ณ เมืองนี้ และในทันทีพวกเศรษฐีต่างละออกจากเมืองและเดิน ทางไปยังเมืองๆหนึ่งเพื่อให้ได้รับความปลอดภัยจากความตาย แต่ พวกเขายังคงอยู่ในที่เดิมเมื่อโรคระบาดแพร่ออกไปและมีผู้คนเริ่ม ล้มตาย บรรดาผู้คนเหล่านั้นเริ่มคิดกันว่า ถ้าหากพวกเขาละออกจาม เมืองของพวกเขาก็คงจะได้รับความปลอดภัย ภายหลังจากนั้น หากเมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พวกเขาตัดสินใจกันว่า หาก พวกเขาจะไม่อยู่ในเมือง เมื่อพวกเขาต้องประสบกับโรคระบาด อีกครั้งหนึ่ง พวกเขาจึงละทิ้งบ้านเรือนของตนออกไป และเดินทาง เข้าไปยังอีกเมืองหนึ่ง บ้านเรือนของเมืองนั้นจึงว่างลง เพราะผู้คนของ เมืองนั้นต่างเสียชีวิตจากการเกิดกาฬโรคระบาดเช่นกัน ร่างกาย ของพวกเขาเน่าเปื่อยจนหมดสิ้นยกเว้นกระดูกของพวกเขา ผู้คนชาว อิสราเอลจึงเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านที่ว่างลงนั้น อีกครั้งหนึ่ง จากพระ บัญชาของพระเจ้าพวกเขาล้วนตายสิ้น หลายปีผ่านไป ครั้งหนึ่งมีกอง คาราวานเดินทางผ่านมาทางนั้น ที่ซึ่งมีกระดูกกระจัดกระจายไปทั่ว พวกเขาจึงเห็นกระดูกเหล่านั้นตามทางเดินของพวกเขา พวกเขาจึง เก็บรวบรวมกระดูกไว้ข้างทาง และเปิดทางให้สะดวกสำหรับผู้ใช้ทาง สัญจรไปมา
ฮิซคิล เดินทางผ่านมาทางนี้ เมื่อเขาได้เห็นกระดูกวางอยู่ เกลื่อนกราดอย่างน่าสมเพช เขาจึงรู้สึกเศร้าสลดและร่ำไห้อย่างหนัก เขาจึงยกมือขึ้นสู่ฟากฟ้าวิงวอนต่ออัลลอฮ์ โอ้อัลลอฮ์ ขอได้โปรด ให้ชีวิตแก่พวกเขาอีกครั้งหนึ่งเถิดในรูปแบบเดียวกับที่พระองค์เอาชีวิต พวกเขาไป เพื่อว่าเมืองนี้จะได้รุ่งเรืองขึ้นมาอีก มาอีก และพวกเขาจะได้ เพิ่มจำนวนของบรรดาผู้ที่ปฏิบัติตามพระองค์และเป็นผู้ศรัทธาที แท้จริง อัลลอฮ์ทรงพึงพอพระทัยกับเขาและถามเขาว่า “โอ้ศาสดา เจ้าต้องการให้ข้านำพวกเขาให้กลับมีชีวิตขึ้นมาอีกหรือศาสดา ตอบว่า “ใช่แล้ว โอ้พระผู้อภิบาลของข้า” จากนั้นอัลลอฮ์จึงประทาน


