INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

นโยบายเศรษฐกิจสำคัญอย่างไร(10)

นโยบายเศรษฐกิจสำคัญอย่างไร(10)

โดย รศ.ดร สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย

นโยบายเศรษฐกิจที่พึงมีของประเทศไทย

ปัญหาของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน
ก. ประสิทธิภาพในการผลิตต่ำ ขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจตํ่า
ข. ความยากจนและความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้สูง
ค. ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
ง. คุณภาพในการกำหนดนโยบายและการบริหารเศรษฐกิจตํ่า

อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำ ประสิทธิภาพต่ำ ความสามารถในการแข่งขันลดลง
ในระยะเวลา สามถึงสี่ปีที่ผ่านมา การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอกประเทศ ทั้งการระบาดของโรคโควิด-19 สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของอาหาร พลังงาน การเงิน การค้า และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในประเทศต่างๆ ภาคการเงินในหลายประเทศไม่มั่นคง การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่ต้องพึ่งการท่องเที่ยวและการส่งออกในสัดส่วนสูง จึงได้รับผลกระทบมาก ทำให้มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจตํ่า
อันที่จริง การตกต่ำในเศรษฐกิจไทยได้เกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่กล่าวมาเป็นเวลานานแล้ว ประเทศไทยตกอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง และไม่สามารถขยับขึ้นมาเป็นประเทศที่มีรายได้สูงมานานหลายสิบปีแล้ว ในเวลาสองทศวรรษที่ผ่านมา ภาคเศรษฐกิจของไทย ทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และบริการ มีความสามารถในการแข่งขันลดลง แม้ยังมีกิจกรรมบางอย่างที่มีความสามารถในการแข่งขันอยู่บ้าง เช่น บริการการท่องเที่ยว การแพทย์ หรือการรักษาพยาบาล การผลิตและการส่งออกอาหารและผลไม้บางชนิดก็ตาม
แม้ประชาชนทั่วไปมีการใช้เครื่องมือสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างแพร่หลาย แต่รัฐบาลไทยยังไม่สามารถนำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจมากนัก ภาคเศรษฐกิจต่างๆจึงไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร สินค้าไทยต้องแข่งขันกับสินค้าที่ส่งออกจากประเทศอื่นๆ และส่วนแบ่งสินค้าไทยในตลาดโลกจำนวนมากต้องลดลงมาตามลำดับ
นโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งแก้ไขปัญหาระยะสั้น แต่ละเลยการแก้ปัญหา โครงสร้างและปรับปรุงประสิทธิภาพในกิจกรรมเศรษฐกิจต่างๆ เป็นสาเหตุประการหนึ่งของการลดลงของขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น นโยบายการเกษตรที่มุ่งไปในเรื่องของการพยุงราคามากกว่าการปรับปรุงคุณภาพ และประสิทธิภาพในการผลิต การวิจัยพัฒนา และนวัตกรรมใหม่ๆในภาคเศรษฐกิจต่างๆ มีอยู่ไม่มาก การเปลี่ยนรัฐบาล บ่อยๆ ทำให้นโยบายบางอย่างที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไม่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
ในสองทศวรรษที่ผ่านมา พรรคการเมืองที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเน้นการหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยมที่ต้องใช้งบประมาณมาก แต่ไม่เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ เมื่อพรรคการเมืองนี้ชนะการเลือกตั้ง ขึ้นเป็นรัฐบาล ก็ดำเนินนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้ ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำแล้วสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศ ทำให้หนี้สาธารณะภาครัฐสูงขึ้นมาก และประชาชนก็มีหนี้เพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ประสิทธิภาพในภาคเศรษฐกิจต่างๆลดน้อยลง

ความยากจนและความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้
การพัฒนาเศรษฐกิจในเวลาที่ผ่านมา แม้มีผลทำให้รายได้เฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้น สัดส่วนของประชาชนที่ยากจนก็ลดลงมามาก แต่จนถึงปัจจุบัน ในประเทศไทยยังมีคนยากจนอยู่หลายล้านคน กลุ่มคนจนซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตชนบท มีชีวิตอัตคัดขัดสน มีรายได้ไม่เพียงพอกับการครองชีพขั้นพื้นฐาน และมีหนี้สินมาก
ในเวลาที่ผ่านมา แม้สัดส่วนของผู้มีฐานะยากจนในประเทศลดลง แต่ความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ระหว่างประชาชนกลุ่มต่างๆก็ได้เพิ่มขึ้นตามเวลา นอกจากความเหลื่อมล้ำในรายได้ แล้ว ความไม่เสมอภาค หรือความเหลื่อมล้ำในการถือครองทรัพย์สินก็มีมากขึ้น และมีมากกว่าความไม่เสมอภาคในด้านการกระจายรายได้หลายเท่า การพัฒนาเศรษฐกิจไทยในเวลาที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มคนรวยมีรายได้และทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากกว่าคนยากจนมาก คนที่มีรายได้สูง แม้ไม่ทำงาน ก็มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น โดยได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยเงินกู้ ฝากเงินในธนาคารได้ดอกเบี้ย หรือทำการลงทุนในด้านอื่น
ความเหลื่อมล้ำมีหลายมิติ: ความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาค ระหว่างเมืองกับชนบท และระหว่างครัวเรือนหรือบุคคล นอกจากนี้ ยังมีความไม่เสมอภาค หรือความเหลื่อมล้ำในการประกอบอาชีพการงาน การศึกษา การสาธารณสุข รวมถึงการเข้าถึงบริการต่างๆของรัฐอีกด้วย
การระบาดของโรคโควิด และการตกต่ำของเศรษฐกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีผลซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำระหว่างประชาชน คนจนมีมากขึ้น คนตกงานมีมากขึ้น หนี้สินของประชาชนมีมาก คุณภาพชีวิตประชาชนเลวร้ายลง ปัญหาเหล่านี้ หากไม่ได้รับแก้ไข นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น และกลายเป็นปัญหาที่บั่นทอนเสถียรภาพของเศรษฐกิจและสังคมไทยในที่สุด

ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม
ผลจากการพัฒนาเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขยายพื้นที่ของตัวเมือง ความแออัดทางการจราจร และการผลิตสินค้าที่ไม่คำนึงถึงผลเสียจากการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม ส่งผลต่อให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม และเกิดมลภาวะเพิ่มขึ้น ในสองปีที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในประเทศไทย มีปัญหาฝุ่นขนาดเล็กในอากาศ (พีเอ็ม 2.5 ) สูงเกินค่ามาตรฐานจนน่าตกใจ
แม้รัฐบาลชุดต่างๆมีนโยบายและมาตรการควบคุมการใช้ทรัพยากรและการทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ประชาชนและสถานประกอบการจำนวนมาก ยังมีพฤติกรรมที่ละเมิด กฏหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่เนืองๆ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและมลภาวะ จึงทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

คุณภาพและประสิทธิภาพในการกำหนดและบริหารนโยบาย
ในเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลายชุด แต่คุณภาพของการกำหนดนโยบาย และการบริหารประเทศ ดูเหมือนว่าจะลดลง ผู้บริหารระดับสูงในรัฐบาล ทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคน มีพฤติกรรมทุจริตคอรัปชั่น มีทั้งการทุจริตทางนโยบาย ( policy coruption) การรับสินบน การสมรู้ร่วมคิดกันคดโกง ในหมู่นักการเมือง ข้าราชการ และพ่อค้า ฯลฯ คุณภาพในการกำหนดนโยบาย รวมทั้งนโยบายเศรษฐกิจ ก็ลดน้อยลงไปมาก บ่อยครั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงพาณิชย์ เกษตร อุตสาหกรรม คมนาคม ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ แต่ได้เป็นรัฐมนตรีเพราะได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำ และพรรคร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล หรือมีความใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรี นอกจากนั้น การแต่งตั้งหรือเลื่อนขั้นของข้าราชการภายในกระทรวง บ่อยครั้งก็ขึ้นอยู่กับความใกล้ชิด หรือ
“เส้นสาย”มากกว่าความรู้ความสามารถในการทำงาน
การรับบุคคลเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่ระดับสูงของบริษัทต่างๆในภาคเอกชน มักต้องผ่านกระบวนการคัดเลือก โดยมีการตรวจสอบประวัติ สอบข้อเขียนหรือสอบสัมภาษณ์ แล้วคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติ และมีความเหมาะสมกับหน้าที่การงานที่จะมอบหมายให้ทำ แต่การแต่งตั้งรัฐมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงต่างๆ ในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มักไม่ได้พิจารณาถึงความรู้ความสามารถ และไม่มีกระบวนการคัดเลือกแต่อย่างใด ขอเพียงแต่เป็นผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน และเป็นผู้ที่พรรคการเมืองสนับสนุน ในบางครั้ง นักการเมืองบางคน รู้ว่าตนเองจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ไม่รู้ต้องไปกระทรวงไหน ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
ในเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ผู้บริหารเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย นอกจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้บริหารระดับสูงในองค์กรและรัฐวิสากิจ ที่มีการคัดเลือกอย่างเป็นทางการแล้ว ตำแหน่งอื่นๆ รวมถึงรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และอธิบดี ที่ต้องบริหารงานในกระทรวงต่างๆ มักไม่มีการคัดเลือกที่เป็นกิจลักษณะแต่อย่างใด
ในประเทศจีน ตั้งแต่มีนโยบายการปฏิรูปและการเปิดประเทศทางเศรษฐกิจในปลายทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา มีการใช้คนที่มีความรู้ความสามารถและมีความถนัดในแต่ละด้านมาบริหารนโยบาย ระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย และการเข้ารับราช ก็มีความเข้มงวดมาก การสร้างและใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทำงานแต่ละด้าน เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง มี่ทำให้ จีน มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายทศวรรษตั้งแต่ปีค.ศ. 1978 เป็นต้นมา
แต่ในประเทศไทย การคัดเลือกผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รวมทั้งการแต่งตั้งราชการชั้นสูงในกระทรวงต่างๆ มักไม่เป็นเช่นนั้น คุณภาพและประสิทธิภาพในการกำหนดและการบริหารนโยบาย จึงไม่ดีเท่าที่ควร

นโยบายเศรษฐกิจ อะไรที่ควรทำ อะไรไม่ควรทำ
รัฐบาลใหม่ ควรมีนโยบายเศรษฐกิจ ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน แก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ และแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคขัดขวางความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ไม่ควรมีนโยบายที่สร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจ เช่น นโยบายประชานิยมที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ไม่เกิดประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ทั้งยังสร้างภาระการคลังมาก ทำให้การคลังไม่มีความมั่นคง ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินการคลัง จนอาจลุกลามไปถึงขั้นเกิดวิกฤติเศรษฐกิจได้
จนถึงปัจจุบัน การระบาดของโรคโควิด และปัญหาต่างๆในเศรษฐกิจโลกยังไม่หมดไป นโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด จึงต้องคงมีอยู่ต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่ง
การดำเนินมาตรการต่างๆ ที่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิดต้องใช้งบประมาณ แต่ก็มีความจำเป็น
สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคการเมืองบางพรรค โดยเฉพาะพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากเป็นอันดับหนึ่งและสอง มีนโยบายสวัสดิการซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก และทำแบบเหวี่ยงแห คือ ไม่ว่ายากดีมีจน ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลในจำนวนเท่าๆกัน เช่น แจกเงินให้ประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปทุกคนคนละหนึ่งหมื่นบาท นอกจากนั้น ยังมีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่สูงกว่าอัตราที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมาก และให้ใช้ในทุกพื้นที่ของประเทศ โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของค่าครองชีพ และมีอัตราที่สูงกว่าค่าจ้างเดิมที่มีอยู่ในจังหวัดนั้นมากเพียงใด นโยบายเหล่านี้หากนำมาใช้แล้ว จะสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศได้มาก
นโยบายสวัสดิการที่ควรมีคือ ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้สมควรได้รับความช่วยเหลือ แต่ไม่จ่ายเงินให้ผู้ไม่จำเป็นต้องรับความช่วยเหลือ ในปีนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศไทย คือนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารนายธนาคาร(The Banker) ให้เป็นรัฐมนตรีคลังแห่งปี(Finance Minister of the Year 2023) จากผลงานการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเฉพาะเจาะจง คือให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิดเท่านั้น และมีผลทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง มาตรการช่วยเหลือนี้ใช้ได้ผล เนื่องจากก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยได้วางโครงสร้างพื้นฐานการจ่ายเงินแก่ประชาชนรายได้น้อยอย่างมีประสิทธิภาพ
ในเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ประเทศไทยจะมีรัฐบาลใหม่ เมื่อดูจากนโยบายการใช้จ่ายเงินสวัสดิการของพรรคการเมืองต่างๆ มีความเป็นไปได้สูงว่า รัฐบาลใหม่จะจ่ายเงินสวัสดิการเป็นจำนวนมาก หากไม่มีนโยบายเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย เสถียรภาพความมั่นคงทางการคลังของประเทศ จะตกอยู่ในอันตราย รัฐบาลจึงต้องมีแผนเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายในภาครัฐที่เหมาะสม
การเพิ่มรายได้ภาครัฐทำได้หลายทาง เช่น การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีการกำหนดไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ มีการเก็บภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยต้องเข้มงวดกวดขัน ป้องกันไม่ให้มีการหลบเลี่ยงภาษี กำหนดภาษีศุลกากรนำเข้าในสินค้าฟุ่มเฟือยในอัตราสูงขึ้น ลดสิทธิพิเศษการลดหย่อนภาษีบางรายการ เก็บภาษีในสินค้าและบริการที่มีส่วนสร้างมลพิษ และทำลายสุขภาพ ฯลฯ แม้มาตรการแต่ละอย่าง อาจเพิ่มรายได้ไม่มากนัก แต่เมื่อรวมกันแล้ว รัฐบาลจะมีรายรับเพิ่มขึ้น สิ่งที่ยังไม่ควรทำในขณะนี้คือ เก็บภาษีการซื้อขายหุ้น และปรับภาษีมูลค่าเพิ่มให้มีอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งจะทำลายความเชื่อมั่นในการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และเพิ่มภาระแก่ประชาชนผู้ซื้อสินค้าในยามที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว
การลดการใช้จ่ายภาครัฐ สามารถก็ทำได้หลายทาง เช่น ชะลอการซื้ออาวุธยุทโธอุปกรณ์ และลดการใช้จ่ายในหน่วยงานของรัฐบางอย่างที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ในเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลไทยให้สิทธิพิเศษ ในด้านการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากรให้แก่นักลงทุนต่างประเทศ ในอัตราสูง และเป็นเวลาที่ยาวนานกว่าการลดหย่อนภาษีในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็ไม่สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้มากนัก เนื่องจากประเทศไทย มีสถานการณ์ทางการเมืองและสังคมไม่มั่นคง หรือไม่มีเสถียรภาพ เทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนบางประเทศ หากรัฐบาลใหม่มีนโยบายเศรษฐกิจที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในประเทศ และแก่นักลงทุนต่างประเทศได้แล้ว เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศไทยมีการปรับปรุงดีขึ้น การให้สิทธิประโยชน์จำนวนมากแก่นักลงทุน ก็อาจลดลงมาได้ โดยไม่กระทบต่อการลงทุนจากต่างประเทศ
ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อเสถียรภาพและความมั่นคงในภาคการเงินและการคลังมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ หากรัฐบาลมีนโยบายเศรษฐกิจไม่ดี มีการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สินค้ามีราคาแพง ราคาหุ้นตกลงไปมาก บริษัทธุรกิจและธนาคารล้มละลาย คนพากันเทขายหุ้น และแห่ถอนเงินจากธนาคาร แม้เศรษฐกิจโลกกระเตื้องขึ้น เศรษฐกิจไทยก็อาจประสบกับภาวะวิกฤติได้

ความสามารถในการแข่งขัน
ประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขัน ภาคเศรษฐกิจต่างๆ จะมีประสิทธิภาพ (efficiency) หรือผลิตภาพ(productivity)ที่ดี ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ มีหลายอย่าง ทั้งสิ่งที่มีอยู่เดิม เช่น ทำเลที่ตั้งของประเทศ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ความรู้ความสามารถแและความขยันขันแข็งของประชาชน
สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นด้วยนโยบายและทิศทางในการบริหารประเทศทางนโยบายเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของประเทศ มีส่วนสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เช่น การรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง การสร้างสิ่งสาธราณูปโภค การพัฒนาเทคโนโลยี และการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากการมีนโยบายเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และจากการมีส่วนร่วมของประชาชน หากรัฐบาลไม่มีคุณภาพ ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ก็จะไม่มีเสถียรภาพ สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ก็จะไม่เกิดขึ้น ความสงบสุขของประเทศและการมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง มีความสำคัญต่อความเจริญของประเทศ และการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคเศรษฐกิจต่างๆ ประเทศที่มีศึกสงคราม ประชาชนมีความแตกแยก ขัดแย้ง เศรษฐกิจอ่อนแอ ไม่มีเสถียรภาพ ย่อมพัฒนาได้ยาก การเพิ่มประสิทธิภาพในภาคเศรษฐกิจต่างๆ ก็ทำยาก ในทางตรงกันข้าม หากสภาวะที่การเมืองมีเสถียรภาพ นักการเมืองและข้าราชการมีความรู้ความสามารถ ไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น การพัฒนาประเทศ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเศรษฐกิจต่างๆ ก็จะทำได้ดี การที่ประเทศไทยไม่สามารถพัฒนาได้มากในเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา สาเหตุหนึ่งเนื่องจากประชาชนไม่ได้เลือกคนดีเข้ามาบริหารประเทศ แต่มีรัฐบาลที่ดำเนินนโยบายประชานิยม เพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง เมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว ก็มีการทุจริตคอรัปชั่น พรรคการเมืองที่ฉ้อฉลนี้ เมื่อไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็ยุยงก่อกวน สร้างความไม่สงบ ในสภาพเช่นนี้ การพัฒนาธุรกิจ และการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ย่อมไม่สามารถทำได้ ดังนั้น ไม่ว่าพรรคการเมืองใดขึ้นมาเป็นแกนนำรัฐบาล จะต้องพยายามสร้างความสงบสุขให้ประชาชนมีความรักสามัคคี ไม่แตกแยก รวมทั้งมีนโยบายที่ดี และนำนโยบายเหล่านั้นสู่การปฏิบัติ ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น การสร้างความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจภาคต่างๆ จึงจะประสบความสำเร็จได้ การสร้างสิ่งสาธารณูปโภคมีผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

ตัวอย่างที่เห็นในประเทศไทย ก็คือ การสร้างสิ่งสาธารณูปโภคจำนวนมากในทศวรรษ 1960 และการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ห้า(ค.ศ. 1982 -1986) ที่มีผลทำให้เศรษฐกิจอุตสาหกรรมในประเทศพัฒนาไปมาก
แผนการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกระรอกใหม่ การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ และโครงการแลนด์บริดจ์ ที่จะเชื่อมโยงพื้นที่ฝั่งอ่าวไทย และฝั่งทะเลอันดามัน ตลอดจนแผนพัฒนาพื้นที่ในเขตภูมิภาค และในจังหวัดชายแดน ที่ดำเนินการในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นนโยบายการสร้างสิ่งสาธารณูปโภค ที่เป็นมีความจำเป็นต่อการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ ที่จะต้องดำเนินการต่อไป วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยู่หลายประการ ภาคอุตสาหกรรมพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ แต่การรับการถ่ายทอดเทคโนโลยียังมีข้อจำกัดมาก บริษัทเอกชนขาดสิ่งจูงใจในการทำวิจัยและพัฒนา สร้างนวัตกรรม และฝึกอบรมคนงาน สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา องศ์การและสมาคม ทั้งที่อยู่ในภาครัฐบาล และภาคเอกชน ยังมีบทบาทน้อยในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การดำเนินนโยบายของรัฐบาล ขาดการประสานงานและการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน และที่สำคัญคือ ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดทางด้านกำลังคนอยู่มาก
ในปัจจุบัน การพัฒนาเทคโนโลยีของโลกมีความเจริญก้าวหน้ามาก ประเทศที่ยังมีความล้าหลังทางด้านเทคโนโลยี แต่ถ้ามีนโยบายชัดเจน รู้จักใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ก็สามารถรับประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาแล้วได้นโยบายที่พึงมีคือ -ตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีต่อการพัฒนาประเทศ -รับทราบสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีของโลก -ศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่มีต่อประเทศ -สร้างสิ่งสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยี -มีนโยบายส่งเสริมการวิจัยพัฒนา และสร้างนวัตกรรมที่ชัดเจน รู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ต่อกิจกรรมในภาคส่วนต่างๆของประเทศ -ปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีได้อย่างสะดวก -รัฐบาลควรให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาและหน่วยงานทั้งในภาครัฐและเอกชน มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี -รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ารับรู้ และสอนให้รู้จักใช้อุปกรณ์สมัยใหม่ให้เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน -พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ปรับปรุงการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ สร้างกำลังคนที่มีความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีความสำคัญต่อการสร้างความเจริญก้าวหน้า ประเทศจะเจริญได้ หากมีคนที่มีความรู้ความสามารถ และมีจริยธรรม แต่เมื่อมีคนดีแล้ว ต้องรู้จักนำมาใช้ประโยชน์ มอบหมายให้เขาทำงานในหน้าที่ที่เขามีความถนัด การใช้คนเก่งคนดี มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการใช้คนในภาครัฐบาล สาเหตุหนึ่งที่ประเทศไทยไม่สามารถพัฒนาให้มีความเจริญก้าวหน้าได้ เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งส่วนใหญ่ ไม่ได้ใช้คนดีคนเก่งมาบริหารประเทศ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านการสื่อสารมีการพัฒนาไปมาก ทั้งการแสวงหาความรู้ และการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะ สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ให้เป็นประโยชน์ เช่น การถ่ายทอดความรู้และการฝึกอบรมทักษะ ด้วยเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์

หน่วยงานต่างๆ ทั้งที่เป็นของรัฐบาลเอกชน ต้องส่งเสริมการเรียนรู้ทั้งการศึกษาในระบบ และนอกระบบ ปรับปรุงระบบการเรียนการสอนให้มีสาระให้ผู้เรียนมีความรู้และทักษะเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก หลักสูตรการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย และโรงเรียนอาชีวะศึกษา ควรให้ความสำคัญกับการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการนำเทคโนโลยี มาใช้ประโยชน์ทางด้านต่างๆ ที่สำคัญคือ สอนให้ผู้เรียนรู้จักหาความรู้และข่าวสารข้อมูลด้วยตนเอง การศึกษานอกระบบ ควรส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างห้องสมุดประชาชนในท้องถิ่นต่างๆทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม นโยบายรัฐ ก็ควรให้ความสำคัญต่อการศึกษาอบรมทางด้านศีลธรรมและจริยธรรมด้วย มิฉะนั้น ในอนาคต ประเทศไทย ก็อาจมีนักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ และประชาชนที่คดโกง ฉ้อฉล มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
นโยบายการส่งเสริมเทคโนโลยี และการพัฒนากำลังคน ที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ได้เป็นสิ่งยาก และอาจไม่ต้องใช้งบประมาณมากนัก ในเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลไทยชุดต่างๆ ใช้งบประมาณทางด้านนโยบายประชานิยมเป็นจำนวนมาก หากลดงบประมาณในการดำเนินนโยบายประชานิยมส่วนหนึ่ง การส่งเสริมวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพัฒนากำลังคน ก็สามารถที่จะดำเนินการได้โดยส่วนใหญ่
นโยบายที่พึงมีในเศรษฐกิจแต่ละภาค จะกล่าวถึงในตอนต่อไป

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *