“อีลอน มัสก์” ยุปิด “เสียงอเมริกา”

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
“อีลอน มัสก์” ยุปิด “เสียงอเมริกา”
ภายในไม่กี่วันที่ “อีลอน มักส์”เสนอปิด USAID เพื่อลดค่าใช้จ่ายของรัฐ จนเกิดความเดือดร้อนไปทั่ว ในวงการความช่วยเหลือด้านมนุ ษยธรรมทั่วโลก ก็มีเรื่องอื่นตามมาอีกครับ

“มัสก์”ก็คือหัวหน้าองค์กรที่“ทรัมป์”ตั้งขึ้นเรียกว่า DOGE หรือ Department of Government Efficiency ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาการเล่ นพรรคเล่นพวก ยกเลิกกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อนและฟื้ นฟูหน่วยงานต่างๆ ให้มีความกระชับและเข้มแข็งว่ องไวมากขึ้น
โดยทำงานขึ้นกับ“ทรัมป์”เพี ยงคนเดียว

จนทุกวันนี้ถูกนินทาหลับหลังว่า เขามีอำนาจเหนือ “ทรัมป์” มากไปเสียแล้ว
วานนี้ ๑๑ กพ.๖๘ “มัสก์”ก็ออกมาสนับสนุนให้ปิดวิ ทยุ วีโอเอ หรือ Voice of America หรือ”เสียงอเมริกา”อีกแล้วละครั บ ฐานที่เป็นเพียงขยะที่ผลาญเงิ นไปเปล่าๆ ปลี้ๆ ปีละหนึ่งพันล้านเหรียญสหรั ฐเลยทีเดียว
ทั้งนี้ จากการเสนอแนะของ“ริชาร์ด เกร็นเนล”ทูตพิเศษเพื่อกิจการพิ เศษที่วิจารณ์ออกมาโต้งๆว่า ทั้งวิทยุฟรียุโรป/วิทยุเสรี และวิทยุเสียงอเมริกาที่ใช้จ่ ายด้วยเงินภาษีชาวบ้านนั้นเต็ มไปด้วยพวกเคลื่อนไหวซ้ายตกขอบ
“สองสื่อนี้นับเป็นซากแห่งอดีต พวกเราไม่ต้องการให้รัฐต้องมีค่ าใช้จ่ายแบบนี้อีกต่อไป”
ว่าเข้านั่น
พลัน“อีลอน มัสก์”ก็สนองตอบทันควันว่าใช่ แล้ว สองสื่อที่รัฐให้การสนับสนุนนี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแล้ วและว่า
“ใช่เลย ต้องปิดมันเสีย แถมย้ำซ้ำด้วยว่าสองสื่อที่ว่ าเป็นกระบอกเสียงของพวกคนบ้าหั วรุนแรงที่เอาแต่พูดถึงเรื่ องของตนเอง ด้วยค่าใช้จ่ายของรัฐปีละหนึ่ งล้านเหรียญ
เมื่อข่าวปรากฏออกมาเช่นนี้ คนที่ทำงานในเครือวิทยุยุ โรปเสรีและเสียงอเมริกา ก็ต้องหนาวสิครับ
เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะตกงานแน่ เพราะไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว “ประธานาธิบดีสหรัฐ”โดนัลด์ ทรัมป์”จะเอาอย่างไร….จะเลิก หรือจะยุบด้วยการลดพนักงาน
ทั้งวิทยุฟรียุโรป/วิทยุเสรี และวิทยุเสียงอเมริกาตั้งขึ้ นมาเพื่อต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่ อระหว่างเกิดสงครามเย็นตั้งแต่ ปี ๑๙๔๗ จนถึงปี ๑๙๙๑ เมื่อสหภาพโซเวี ยตแตกกระจายกลายเป็นรัฐต่าง ๆ
โดยใช้เป็นเครื่องมือ ต่อต้านสหภาพโซเวียตและชาติพั นธมิตรทั้งคอมมิวนิสต์ตะวั นตกและตะวันออก
แต่มาจนบัดนี้ ก็ยังดำรงอยู่ ไม่ยอมเลิกทำงาน
แต่ก็ยังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสี ยงของรัฐบาลอเมริกันต่อไป
ผมเองเวลาทำงานแปลข่าว หรือวิเคราะห์ ก็มักจะต้องตรวจสอบข่าวคราวที่ ออกมาจากสื่ออิสระอื่น กับวิทยุ“เสียงอเมริกา”เสมอครับ ว่าใครน่าจะมีเหตุผลและข้อมูลที่ น่าเชื่อถือในข่าวเดียวกัน
หาตัวเลขไม่ได้ตอนนี้ครับว่า สองวิทยุนี้ มีพนักงานจำนวนมากเท่าไร รู้แต่ว่านับวันงานของวิทยุทั้ งสองแผ่ขยายจนกลายเป็นสื่อดิจิ ตอลไปแล้ว
บ้านเราสามารถรับฟังได้ตั้งแต่ เวลาหกโมงเช้าของทุกวัน
คาดเดาว่าคนที่ทำงานนั้นกั บสองสื่อนี้ น่าจะเฉียดหมื่นเสียด้วยซ้ำ สำหรับภาษาต่างๆ ทั่วโลกที่เป็นเป้าหมายรับชมรั บฟัง
พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ผมมีเรื่องเล่าส่วนตัวครับ
ช่วงที่ผมได้ลูกคนที่สองไม่นาน ตอนนั้นผมทำงานแปลข่าวอยู่ที่“สยามรัฐ”รู้ว่ามีการเปิดรับสมั ครผู้ประกาศข่าว วีโอเอ ผมก็ไปสมัครสอบด้วยครับ

ทั้งนี้ ด้วยความฝันอันแรงกล้าว่าจะพาลู กพาเมียไปอยู่สหรัฐและหากมี โอกาส ก็จะขอสัญชาติเป็นคนอเมริกั นไปเสียเลย
จำได้ว่ามีคนไปสอบข้อเขี ยนและทดสอบเสียงราวๆ ร้อยคนหรืออาจจะมากกว่า
ผมได้เปรียบคนอื่น ๆ เพราะเคยฝึกเป็นผู้ประกาศจากวิ ทยุธรรมศาสตร์มาแล้วสมัยเป็นนั กศีกษา แถมสุ้มเสียงดีซะด้วย….ฮะแอ้ม
ปรากฏว่าผมสอบได้ที่ ๑ และได้สิทธิเข้าสัมภาษณ์ เพื่อชี้ขาด ซึ่งก็เข้าใจว่าจะมีคนอื่นๆ ด้วย
จำได้ว่าคนที่ไปสัมภาษณ์ผม ไปจากฮาวาย เป็นอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นครั บ เข้าใจว่าจะเป็นหัวหน้าฝ่ ายภาษาไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม
ผลก็คือผมผ่านได้รับเลือก
แต่แล้วก็เกิดฟ้าผ่า
ทางสถานทูตอเมริกันแจ้งผมที่หลั งว่า“ปีนี้เขาไม่เอาเสียงผู้ชาย เอาแต่เสียงผู้หญิง”
ผมถามกลับไปว่า เป็นเพราะอะไร
“ตัดค่าใช้จ่าย”นั่นคือคำตอบ
ผมเกิดอาการ“สวรรค์ล่ม”อยู่ หลายวันเลยครับ
แผนระยาวหมายตั้งถิ่นฐานในสหรั ฐพังยับ
ต้องทำงาน“สยามรัฐ”ต่อไปจนมีลู กต่ออีกสามคน……..ฮา
ก็ได้แต่ห่วงคนไทยทุกท่านที่ ทำงานอยู่กับ”เสียงอเมริกา” ตอนนี้ละครับ
ตั้งสติกันให้ดีๆ หากต้องถูกยุบหน่วยงาน ต้องรีบๆ หางานใหม่สำรองไว้ก่อนนะครับ
Facebook Comments







