สตีฟ จ้อปส์ ลีโอนาร์โด ดา วินชี แห่งศตวรรษที่ยี่สิบ

สตีฟ จ้อปส์ ลีโอนาร์โด ดา วินชี แห่งศตวรรษที่ยี่สิบ
วอลเตอร์ ไอเเซคสัน เป็นนักเขียน นักข่าว และอาจารย์ชาวอเมริกันที่มี
ชื่อเสียง เขาถูกรู้จักกันต่อการเขียนชีวะประวัติของบุคคลประวัติศาสตร์อย่างเช่น สตีฟ จ้อปส์ ลีโอนาร์โด ดา วินชี เบนจามิน แฟรงคลิน และอัล
เบิรต ไอน์ สไตน์ เขาได้สำรวจชีวิตและมรดกของบุคคลที่มีอิทธิพล เขาจบการศึกษาจากฮาวาร์ด คอลเลจด้วยบีเอประวัติศาสตร์และวรรณกรรม เขาได้ศึกษาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ ณ เพมบรอค คอลเลจ มหาวิทยาลันออกฟอร์ด
วอลเตอร์ ไอแซคสัน เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงภายในทั้งวิชาการและวงจร
สื่อ เขามีภูมิหลังที่เข้มแข็งภายในสื่อสารมวลชนด้วยการเป็นบรรณาธิการของวารสารไทม์และซีอีโอของซีเอ็นเอ็น เขาเป็นอาจารย์ประวัติศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยทูเรนตรงที่เขาได้สอนประวัติศาสตร์และค่านิยมอเมริกันเขา
เป็นซีอีโอของเอสเพน อินสติติวด้วย โดยสาระสำคัญ วอลเตอร์ ไอเเซคสัน
ได้เชื่อมโยงโลกของวิชาการและสื่อได้ใช้ประสบการณ์อย่างกว้างของเขา
ภายในทั้งสอง เพื่อที่จะสร้างเรื่องราวอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะผ่านทางชีวะประวัติของเขาเขา
วอลเตอร์ ไอเเซคสัน นักเขียนชีวะประวัติที่มีชื่อเสียง ได้เข้ารอบสุดท้าย
ของรางวัลพูลิตเซอร์ภายในชีวะประวัติเมื่อ ค.ศ 1993 ต่อชีวะประวัติของเฮนรี คิสซิงเจอร์ ของเขา แม้ว่าเขาไม่ได้ชนะ หนังสือได้ถูกยกย่องต่อการ
พิจารณาอย่างยืนหยัดของชีวิตของคิสซินเจอร์ เขาอยู่ภายในรอบสุดท้ายหมายความ หนังสือของเขาป็นหนึ่งของคู่เเข่งขันสูงสุดแต่ไม่ได้เป็นผู้ชนะ
รางวัลพูลิตเซอร์เมื่อ ค.ศ 1993 ภายในชีวะประวัติได้ถูกให้แก่ทรูเเมนโดย
เดวิด แมคคัลเลาห์
วอลเตอร์ ไอเเซคสันได้ถูกรู้จักกันต่อชีวะประวัติขายดีที่สุดของเขา ชีวะประวัติที่ลงลึกและตอบรับอย่างดีและมักจะมุ่งบุคคลที่สร้างการมีส่วนช่วยอย่างสำคัญต่อประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม อย่างเช่น สตีฟ จอปส์ ลีโอ
นาร์โด ดา วินชี และอัลเบิรต ไอน์สไตน์ และเขาได้เขียชีวะประวัติของเฮน
รี คิสซิงเจอร์ อีลอน มัสก์ และเจนนิเฟอร์ ดอดนา ด้วย ชีวะประวัติของวอล
เตอร์ ไอเเซคสันมักจะสำรวจแรงจูงใจ บุคลิกภาพของเรื่องของเขา การไปเลยพ้นจากเพียงข้อเท็จจริง เขามักจะสำรวจบุคคลที่เชื่อมโยงสาขาวิชา
การรวมวิทยาศาสตร์และศิลปะกับมนุษยศาสตร์
วิทยานิพนธ์ “ศิลปะพบวิทยาศาสตร์” ของวอลเตอร์ ไอเเซคสันเสนอแนะว่านวัตกรรมที่แท้จริงจะอยู่ ณ จุดตัดกันของการแสดงออกทางศิลปะและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เขาเชื่อว่าบุคคลที่สามารถเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อของสองสาชาวิชาครอบครองความสามารถเฉพาะที่จะจินตนาการและสร้างความคิดของการคิดค้นใหม่ วอลเตอร์ ไอเเซคสัน ได้ใช้ลีโอนาร์โด ดา วินชี เป็นตัวอย่างสำคัญที่สุดของจุดตัดกันนี้ เขายืนยันว่าอิฉริยะของลีโอนาร์โด ดา วินชี เกิดขึ้นจากความสามารถของเขาเป็นทั้งนักศิลปะ และนักวิทยาศาสตร์ที่ฉลาด
ลีโอนาร์โด ดา วินชี ศึกษากายวิภาคศาสตร์ที่จะให้ความรู้การวาดภาพ อย่างเช่น รอยยิ้มของโมนา ลิซา รอยยิ้มปริศนาของโมนา ลิซา จะเป็นผล
ลัพธ์ของการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ของลีโอนาร์โด ของการแสดงออก
ทางสีหน้า โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ ที่ควบคุมริมฝีปาก เขาได้ใช้ความเข้าใจของสายตามนุษย์รับรู้แสงและเงาอย่างไร
ลีโอนาร์โดเล่นกับแสงและเงาทำให้รอยยิ้มกระพริบ หรือเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ชมการศึกษากายวิภาคศาสตร์อย่างกว้างขวางของเขา จะมีทั้งการผ่า การทำให้เขาเข้าใจกล้ามเนื้อที่แตกต่างกันสร้างการแสดง
ออกที่หลากหลายอย่างไร และความรู้จักษุศาสตร์ของเขาช่วยให้เขาสร้างการลวงตาที่น่าสงสัยของรอยยิ้มดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ชม

ลีโอนาร์โด ดา วินชี เป็นผู้รอบรู้ชาวอิตาลีมีชีวิตอยู่ระหว่างช่วงเวลาเรอเนสซองซ์ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของถ้อยคำเรเนสซอง แมน เพราะว่าเขาเก่งภายในสาขาวิชา ที่หลากหลาย เช่น ศิลปะ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมและกายวิภาคศาสตร์เรอเนสซองซ์แมนเป็นถ้อยคำที่ถูกใช้อธิบายบุคคลบางคนที่ฉลาดมากครอบครองทักษะเเละความรู้พิเศษภายในสาขาวิชาที่หลากหลาย เเสดงขอบเขตที่กว้างของความสามารถและความสนใจ
ภายในบริบทของเรอเนสซองซ์ อัฉริยะสากลถูกรู้จักกันเป็นเรอเนสซองซ์ แมน ด้วย อ้างถึงบุคคลด้วยความสามารถและความรู้พิเศษข้ามขอบเขตที่กว้างของสาขาวิชา พวกเขาจะมีทักษะภายในศิลปะ วิทยาศาสตร์ ปรัชญา และสาขาวิชาอื่น ได้สร้างการมีส่วนช่วยที่สำคัญภายในด้านที่หลากหลาย พวกเขาถูกขับเคลื่อน ด้วยความต้องการที่เข้มแข็ง ที่จะเรียนรู้ และสำรวจด้านที่แตกต่างกันของโลกแนวคิดของอัฉริยะสากลได้วิวัฒนาการระหว่างเรอเนสซองซ์ ช่วงเวลาของการเกิดใหม่ทางสติปัญญาและศิลปะที่สำคัญภายในยุโรป
เรเนสซองซ์ แมน เป็นชื่อตามยุคของเรอเนสซองซ์ภายในประวัติศาสตร์ยุโรป ตั้งแต่ศตวรรษที่สิบสี่ ถึงศตวรรษที่สิบหกภายในยุโรป โดยเฉพาะภายในอิตาลี ยุคนี้ได้แสดงคุณลักษณะ ด้วยความสนใจที่เริ่มใหม่ภายในศิลปะสมัยเดิม วรรณกรรม เเละปรัชญา นำไปสู่ความอยากรู้ทางปัญญาที่กว้าง แนวคิดของเรอเนสซองซ์ แมน ต่อเนื่องที่จะบันดาลใจบุคคลเเสวงหา
ความสนใจที่หลากหลาย และได้พัฒนาขอบเขตที่กว้างของทักษะ สะท้อนมรดกที่ยั่งยืนของการมุ่งเน้นของเรอเนสซองซ์ต่อศักยภาพของมนุษย์และความอยากรู้ทางสติปัญญา
ถ้อยคำ อัฉริยะสากล และเรอเนสซองซ์ แมน มักจะถูกใช้แทนกันแต่กระ
นั้นแนวคิดของอัฉริยะสากลอาจจะถูกพิจารณามาก่อนถ้อยคำเฉพาะเรอ
เนสซองซ์ แมน ภายในบริบทของประว้ติศาสตร์ แต่อัฉริยะสากล อาจจะถูกพิจารณา เป็นแนวคิดที่กว้างกว่า และโดยทั่วไปมากกว่า และบางทีแม้
เเต่เป็นแนวคิตลอดกาลของความสามารถที่พิเศษ ในขณะที่เรอเนสซองซ์ แมน ได้ผูกติดโดยเฉพาะต่อช่วงเวลาเรอเนสซองซ์ อัฉริยะสากลจะอ้างถึงบุคคลบางคนด้วยปัญญา และทักษะพิเศษข้ามหลายสาขาวิชาที่แตกต่าง
กัน
เรอเนสซองซ์ แมน อ้างถึงบุคคลที่เจริญเติบโต ภายในช่วงเวลาเรอเนสซอง ขับเคลื่อนโดยอุดมคติเรอเนสซองซ์ของการยึดความรู้ทุกอย่าง ลีโอนาร์โด ดา วินชี และไมเคิลเเองเจโล มักจะถูกอธิบายว่าเป็นเรอเนสซองซ์ แมน หรือผู้รอบรู้ พวกเขาจะมีทักษะ เเละความรู้ที่พิเศษภายในสาขาวิชา
ที่หลากหลาย มักจะเป็น ศิลปะ วิทยาศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ระหว่าง
เรอเนสซองซ์ พวกเขาเป็นตัวตนจิตวิญญานของเรอเนสซองซ์
วอลเตอร์ ไอเเซคสัน ได้แสดง สตีฟ จ้อปส์ จะเป็นบุคคลบางคนที่เข้าใจเทคโนโลยีควรจะสวยงามแสดงความสำคัญของการผสมผสานศิลปะและวิทยาศาสตร์ภายในนวัตกรรมเเนวคิดศิลปะพบวิทยาวิทยาศาสตร์ มุ่งเน้นว่านวัตกรรมที่แท้จริง ต้องการความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ของทั้งด้านมนุษย์และด้านวิทยาศาสตร์เป็นรากฐานเทคโนโลยี และโลกรอบตัวเรา ด้วยการส่งเสริมจุดตัดกันนี้ สามารถปลดปล่อย ศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา แลขับเคลื่อนความก้าวหน้าอย่างมีความหมาย
วอลเตอร์ ไอเเซคสัน ได้ถูกรู้จักกันต่อการสำรวจจุดตัดกันของศิลปะและ วิทยาศาสตร์ เขายืนยันว่านวัตกรรมที่แท้จริงมักจะเกิดขึ้นจากจุดตัดของจินตนาการทางศิลปะและความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ เขาเชื่อว่าบุคคล
ที่สามารถเชื่อมโยงสาขาวิขาเหล่านี้ การรวมความอยากรู้และจินตนาการ
กับความรู้วิทยาศาสตร์ น่าจะสร้างการค้นพบ ที่เเหวกแนว ลีโอนาร์โด ดา
วินชี ตามมุมมองของวอลเตอร์ ไอเเซคสัน เป็นตัวอย่างแท้จริงของอัฉริยะ
ดังกล่าวนี้ และชีวะประวัติของเขาได้สำรวจความสนใจและทักษะที่หลาก
หลายของลีโอนาร์โด จากการเขียนภาพไปสู่วิศวกรรม เกิดขึ้นจากความ
ความสามารถนี้ ที่จะเชื่อมโยงศิลปะและวิทยาศาสตร์
ภายในหนังสือเล่มหนึ่งของเขาชื่อ Innovators วอลเตอร์ ไอเเซคสันได้ลำดับเหตุการณ์ประวัติของวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์และการปฏิรูปของดิจิตอล ตั้งแต่ต้นกำเนิดเริ่มเเรกของมันเมื่อ 1800 จนถึบวันนี้ การมุ่งเน้น
บุคคลที่ได้สร้างมัน และความร่วมมือร่วมใจที่ได่นำไปสู่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญเขาได้สำรวจแฮคเกอร์ อัฉริยะ และกี๊กส์ เหล่านี้ได้ร่วมแรงร่วมใจสร้างเทคโนโลยีที่ปฏิรูปโลกอย่างไร และสร้างนวัตกรรมอย่าง
เช่น คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนต และไมโครชิป อย่างไร
หนังสือเล่มนี้ได้แสดงความสำคัญของการทำงานเป็นทีมและความร่วมมือร่วมใจภายในการขับเคลื่อนนวัตกรรม มุ่งเน้นว่านวัตกรรมที่สำคัญหลาย
อย่างเป็นผลลัพธ์ของความร่วมมือร่วมใจ ไม่ใชผลงานของอัฉริยะคนเดียว แต่มันเป็นผลผลิตของความคิด ที่เขื่อมโยงระหว่างกัน เเละความคิดสร้างสร้างร่วมกันหนังสือได้ขุดคุ้ยเรื่องราวและบุคคลิกภาพของบุคคลที่สำคัญ อย่างเช่นเอดา เลิฟเลซ อลัน ทัวริ่ง แวนนีวาร์ บุช และสตีฟ จ้อปส์ มีส่วน
ช่วยต่อการของคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนตอย่างไร
วอลเตอร์ ไอเเซคสันได้เริ่มต้นด้วยการแนะนำเอดา เลิฟเลซ ที่ถูกรับรู้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ โปรแกรมเมอร์คนเเรก หนังสือได้แสดงผลงานของเธอ
บนพื้นฐานคอมพิวเตอร์กลไกของชารลส์ แบบเบจ ได้สร้างรากฐานเพื่อ
นวัตกรรมในอนาคตภายในคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนต การเเสดงสาย
ตาไกลของอดา เลิฟเลซ ภายในความเข้าใจศักยภาพของเครื่องกล เลย
พ้นไปจากการคำนวณธรรมดา Innovators ได้ใช้เรื่องราวอดา เลิฟเลซ
เป็นจุดเริ่มต้นที่จะสำรวจประวัติที่กว้างขึ้นของวิวัฒนาการดิจิตอล การมุ่ง
เน้นความสำคัญของมุมมองที่หลากหลาย
หนังสือ ได้มุ่งเน้นความสำคัญของสหวิทยาการ และจุดตัดของศิลปะเเละวิทยาศาสตร์ภายในการขับเคลื่อนนวัตกรรม วอลเตอร์ ไอเเฆคสันยืนยันว่าการค้นพบใหม่และความก้าวหน้ามักจะเกิดขึ้นจากบุคคลที่สามารถผสมผสานอย่างไร้รอยต่อการคิดทางศิลปะ และวิทยาศาสตร์ การคิดอย่างลีโอนาร์โด ดา วินชี มุ่งเน้นความสำคัญของความยากรู้ การสังเกตุ และสหวิทยาการ มันได้เสนอแนะที่จะคิดอย่างลีโอนาร์โด บุคคลควรจะยึดการเรียนรู้ตลอดชีวิต แสวงหาความรู้เพื่ออยากได้ และเปิดกว้างต่อมุมมองที่
แตกต่างกัน วอลเตอร์ ไอเเซคสันเชื่อว่าความยากรู้และความคิสร้างสรรค์สำคัญต่อการขับเคลื่อนนวัตกรรม เขาได้เสนอแนะว่าคุณลักษณะเหล่านี้ทำให้บุคคลสำรวจความเป็นไปได้ใหม่และท้าทายกรอบความคิดที่มีอยู่

สตีฟ จ้อปส์ ได้ปรากฏตัวหลายครั้งภายในชีวะประวัติของลีโอนาร์โด ดา วินชี ของวอลเตอร์ ไอแซคสัน สองอัฉริยะที่สร้างสรรค์ มีหลายอย่างร่วมกันอยู่ สิ่งสำคัญที่สุดคือความสามารถของพวกเขาที่จะเเต่งงานศิลปะและวิทยาศาสตร์สร้างโลกของเรา ครั้งหนึ่งสตีฟ จ้อปส์ได้กล่าวว่าความลับต่อ
ความสำเร็จของแอปเปิลสามารถถูกพบได้ ณ จุดตัดของเทคโนโลยี และศิลปศาสตร์ เราคิดว่าแมคอินทอชต้นกำเนิดเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ดีที่สุดของวิถีทางของเขา
สตีฟ จ้อปส์เป็นอัฉริยะ ณ การสร้างผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ เพราะว่าเขาได้เชื่อมโยงความคิดจากสาขาวิชาที่แตกต่างกัน เรามองเห็นวิถีทางอย่างเดียวกันจากลีโอนาร์โด ดา วินชี ตัวอย่างเช่น โมนา ลิซา เป็นสุดยอดของชีวิตใช้ความสามารถสมบูรณ์แบบอยู่ ณ จุดตัดของศิลปะ และธรรมชาติ
วอลเตอร์ ไอเเซคสัน ได้เขียนว่า ลีโอนาร์โด ดา วินชี ศึกษาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ทัศนศาสตร์ วิศวกรรม และกายวิภาคศาสตร์ที่จะสร้่างโมนา ลิซา เขาได้คิดค้นน้ำมันใหม่และวิธีการทาสีใหม่ด้วยที่จะทำให้โมนา ลิซา มีรอยยิ้มปริศนาของเธอ
ลีโอนาร์โด ดา วินชีอยากรู้อย่างไม่รู้จักพอ และกระโดดอย่างไม่หยุดยั้งจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเขาลุ่มหลงเกี่ยวกับเรื่องหนึ่ง เขาเดินตามหัวใจของเขา ไม่รู้ว่าที่ไหนความสนใจของเขาจะนำไปหรือที่ไหนมันจะตัดกันในอนาคต สตีฟ จ้อปส์ ตัดสินใจอย่างเดียวกันภายในชีวิตของเขาเช่น เขาเดินตามความลุ่มหลงของเขา เพื่อการศึกษาการประดิษฐ์ตัวอักษร ณ
มหาวิทยาลัย และไม่ได้รับรู้ว่าเขาจะได้ประยุกต์ใช้มันหลายปีต่อมาสร้าง
คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของเขา
มันจะอยู่ภายในดีเอ็นเอของเเอปเปิลที่เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่เพียงพอ มันเป็นเทคโนโลยีที่แต่งงานกับศิลปศาสตร์ แต่งงานกับมนุษย์ศาสตร์ มันจะให้ผลลัพธ์เรา ทำให้หัวใจของเราต้องร้องเพลง
“ความเรียบง่ายเป็นความซับซ้อนสูงสุด” จะเป็นคำพูดอ้างอิงที่มีชื่อเสียงอ้างถึงสตีฟ จ้อปส์ และปรัชญาการออกแบบของเขา มันสะท้อนปรัชญาการออกแบบที่ให้ความสำคัญการใช้ง่ายและความชัดเจน การยืนยันว่า
การทำบางสิ่งบางอย่างให้เรียบง่าย ต้องการความพยายามและความเข้า
ใจอย่างมาก สตีฟ จ้อปส์เชื่อว่าความซับซ้อนที่แท้จริงอยู่ที่การการกำจัดความซับซ้อนที่ไม่จำเป็น การมุ่งที่อะไรสำคัญอย่างแท้จรืงต่อผู้ใช้คำพูดอ้างอิงนี้จะตรงกันข้ามกับความคิดว่าผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อน เหนือกว่าตามธรรมชาติ
มันสะท้อนความเชื่อของเขาว่าความสวยงามและนวัตกรรมที่แท้จริงจะมาจากการกำจัดความซับซ้้อนที่ไม่จำเป็น และมุ่งเน้นประสบการณ์ใช้งานได้
ง่ายของผู้ใช้ คำพูดอ้างอิงนี้เสนอแนะว่าความซับซ้อนที่แท้จริงไม่ได้เกี่ยวกับการเพิ่มระดับของการตกแต่งหรือความซับซ้อน แต่มันเกี่ยวกับเปิดเผยความสวยงามและความสง่างามรากฐานของอะไรก็ตามโดยทำให้มันเรียบ
ง่าย คำพูดอ้างอิงนี้มักจะอ้างต่อลีโอนาร์โน ดา วินชี แต่มันไม่ได้พบภายในสมุดบันทึกหรือการเขียนของเขา และการใช้ที่ถูกรู้จักกันครั้งแรกของคำพูดอ้างอิงนี้เป็นการพิมพ์ภายในละคร 1931 โดยแคลร์ บูธ ลูซ
ผลงานและชีวิตของลีโอนาร์โด ดาวินชี แสดงความชื่นชมอย่างลึกซึ้งต่อความเรียบง่าย เขาจะเเสวงหาเพื่อที่จะเข้าใจกฏพื้นฐานของธรนมชาติและศิลปะ มักจะลดปรากฏการณ์ที่ซับซ้อน ไปสู่องค์ประกอบที่สำคัญของมัน
แต่กระนั้นแก่นแท้ของความคิดจะสอดคล้องกับวิถีทางของลีโอนาร์โด ต่อศิลปะ วิทยาศาสตร์ และชีวิต ตรงที่เขาได้มุ่งเน้น ความชัดเจน การใช้งาน และการกำจัดความซับซ้อนที่ไม่จำเป็น มันกลายเป็นเวทมนต์ต่อแอปเปิล การแสดงวิถีทางของพวกเขาที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ง่าย
สตีฟ จ้อปส์ และเเอปเปิลถูกรู้จักกันต่อความผูกพันของพวกเขาต่อความเรียบง่ายและการออกแบบที่สะอาด พวกเขาจะกำจัดคุณลักษณะและการใช้งานที่ไม่จำเป็น การมุ่งต่ออะไรที่สำคัญอย่างแท้จริงต่อผู้ใช้สตีฟ จ้อปส์ เชื่อว่าความเรียบง่ายมักจะมีพลังและประสิทธิภาพมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อมันมาสู่ประสบการณ์ของผู้ใช้ คำพูดอ้างอิงว่าความเรียบง่ายเป็นความซับ
ซ้อนสูงสุดยอมรับว่าการทำให้บางสิ่งบางอย่างเรียบง่ายไม่ใช่ง่ายเลย มัน
ใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของความท้าทายรากฐานและความสามารถระบุ
ข้อแก้ปัญหา ความเรียบง่าย ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกี่ยวกับสุนทรียภาพ หรือรูปร่าง มันเกี่ยวพันกับการทำให้ประสบการณ์ผู้ใช้ง่ายด้วย และการทำให้ผลิตภัณฑ์ง่ายที่จะเรียนรู้และใช้งาน
หลักการข้อนี้ได้นำทางการออกแบบผลิตภัณฑ์แอปเปิลหลายอย่าง การมุ่งที่่การใช้งานง่าย เขาเชื่อว่าการออกแบบที่บรรลุความสำเร็จหมายความถึงการนำส่วนเกินออกไป และมุ่งที่จำเป็นการให้ความสำคัญประสบการณ์ของผู้ใช้ การยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ง่ายที่จะเรียนรู้และใช้ แม้ว่าไม่มีคู่มือรายละเอียด สตีฟ จ้อปส์ เชื่อว่าประสบการณ์ของผู้ใช้กับผลิตภัณฑ์ควรจะใช้
งานง่าย และง่ายที่จะเข้าใจ เขาได้รับรู้ว่าความเรียบง่ายที่แท้จริงต้องการ
ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของความซับซ้อนรากฐาน
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







