INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

 จิตใจของผู้เริ่มต้น

 

จิตใจของผู้เริ่มต้น

สตีฟ จ้อปส์ ได้ถูกอิทธิพลอย่างลึกซึ้งโดยวัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยเฉพาะภายในปรัชญาการออกแบบและความรู้สึกทางสุนทรียภาพของเขา และ

ความหลงใหลของเขากับญี่ปุ่นได้ขยายไปสู่ความรักพุทธศาสนานิกาย

เซนของเขา โดยเฉพาะภายในการแสงหาความสมบูรณ์ นวัตกรรม และความสนใจรายละเอียด เขาจะชื่นชมแนวคิดญี่ปุ่นของโชคุนิน – ช่างฝีมือ -โชชิน – จิตใจของผู้เริ่มต้น – และโคดาวาริ – ความสมบูรณ์ – ถูกประยุกต์ใช้กับแอปเปิล โดยสาระสำคัญ สตีฟ จ้อปส์ เป็นผู้คลั่งไคล้ญี่ปุ่นอย่างแท้

จริง ความชื่นชมอย่างลึกซึ้งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อ

ต่อชีวิตและงานของเขา

ปรัชญาการออกแบบ และชีวิตส่วนบุคคลของสตีฟ จ้อปส์ ถูกอิทธิพลอย่างลึกซึ้งโดยพุทธศาสนานิกายเซน และมินิมอลลิซซึม เขาได้ปฏิบัติ

การนั่งสมาธิเซน เขาเชื่อว่าช่วยให้เขาสงบจิตใจและยกระดับสัญชาติ

ญานของเขา เขาได้อธิบายมันเป็นวิถีทางที่จะมองเห็นอะไรชัดเจนมาก

ขึ้น และอยู่ภายในปัจจุบันมากขึ้น การนั่งสมาธิจะมีอิทธิพลต่อปรัชญา

การออกแบบของเขา การมุ่งเน้นความเรียบง่าย และรายละเอียด เขา

เชื่อว่าการนั่งสมาธิเพื่อการมีสติเป็นเครื่องมือที่มีพลังเพื่อการลดความ

เครียด ยกระดับจุดมุ่งเน้น และปรับปรุงความคิดสร้างสรรค์

สตีฟ จ้อปส์ ยึดหลักการของความเรียบง่าย จุดมุ่งเน้น เเละลดสิ่งที่ไม่จำ

เป็นภายในทั้งผลิตภัณฑ์และวิถึชีวิตของเขา พุทธศาสนานิกายเซนและมินิมอลลิซซึม ร่วมการเชื่อมโยงอย่างเข้มเเข็ง ทั้งการมุ่งเน้นความเรียบง่าย การมีสติ และการไม่ยอมรับวัตถุนิยม พุทธศาสนานิกายเซน ส่งเสริมการค้นหาการรู้เเจ้งเห็นจริงผ่านทางการนั่งสมาธิและการสำนึกตนเองในขณะที่มินิมอลลิซซึมกระตุ้นการการครอบครอง และมุ่งประสบการณ์และความสัมพันธ์

สตีฟ จ้อปส์ ได้ถูกอิทธิพลอย่างลึกซึ้งโดยวัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยเฉพาะ

เกียวโต เขาถูกรู้จักกันต่อความรักของเขาต่อพุทธศาสนานิกายเซน สวนญี่ปุ่น และงานฝีมือสมัยเดิม การไปเยี่ยมเกียวโตของเขาจะเป็นแหล่งของ

ความบันดาลใจ และให้เขาด้วยมุมมองที่แตกต่างกัน ที่เขาได้ประยุกต์ใช้

ต่อการคิดทางธุรกิจ และการออกแบบของเขา เขารับเอาวิธีการผลิตของ

โซนีหลายอย่างที่เขาชื่นชมต่อประสิทธิภาพและคุณภาพของพวกเขา

สตีฟ จ้อปส์ ได้พบแรงบันดาลใจภายในประวัติศาสตร์ สถาปัตกรรม แลประเพณีศิลปะของเมือง โดยเฉพาะ สวนเซน และการประดิษฐ์ตัวอักษร คนขับรถของเขา โอชิมา ฮิโรชิ ได้แนะนำเขาภายในด้านที่หลากหลายของวัฒนธรรมของเกียวโต รวมทั้งสวนหินของวัดเรียวอันจิ คนขับรถได้

นำเขาไปที่วัดเรียวอันจิสามครั้ง โดยเฉพาะก่อนเวลาปิดที่แสดงความชื่น

ชมของเขาต่อบรรยากาศความสงบของวัด และเขามักจะนั่งและทำสมาธิภายในบริเวณของวัด

สตีฟ จ้อปส์ มีความชื่นชมอย่างลึกซึ้งต่อวัฒนธรรมและการเป็นช่างฝีมือ ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะประเพณีของโชคุนิน เขาถูกรู้จักกันต่อความรักเกี่ยว

โตของเขา เขามักจะไปเยี่ยมเกียวโตบ่อยครั้ง และมักจะพักอยู่ที่ทาวาระยะเรียวกัง โรงแรมญี่ปุ่นสมัยเดิม เขาได้ไปเยี่ยมเกียวโตหลายครั้ง รวมทั้งครอบครัวของเขารู้จักกันต่อความชื่นชมความสวยงามและวัฒนธรรมที่ดึง

ไปสู่สถาปัตยกรรม สวนและวัดสมัยเดิม เขาค้นพบมันเป็นความสูงส่งทางความสวยงาม ความรักของเขาต่อความสวยงานได้ขยายไปสู่อาหาร โดยเฉพาะซูชิเเละโซบะด้วย

สตีฟจ้อปส์มักจะอ้างถึงอิทธิพลพุทธศาสนานิกายเซนต่อปรัชญาการออก

แบบของเขา การมุ่งเน้นมินิมอลลิสซึมและมุ่งเน้นองค์ประกอบที่สำคัญเขาเชื่อว่าศิลปะ ตามที่มองเห็นภายในสวนเซน สามารถเปิดเผยแก่นแท้อย่างแท้จริงของผลิตภัณฑ์และความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดของเขากับช่างฝีมือญี่ปุ่นอย่างเช่น อิซเซ มิยากิ และชาคูนากะ ยูคิโอะ เขาไปห้องแสดงภาพญี่ปุ่นบ่อยครั้ง เเละซื้ิอสินค้าทำด้วยมือ เช่น ถ้วยน้ำชาและแจกันจากช่างฝีมืออย่างเช่น ชาคูนากะ เขาถูกประทับใจด้วยความสนใจต่อรายละเอียดและคุณภาพของวัตถุที่ใช้

สตีฟ จ้อปส์ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับนักออกแบบ อิซเซ มิยากิ ถูกรู้จักกันต่อเสื้อผ้าที่สร้างสรรค์และเรียบง่ายแม้แต่ได้เขาพิจารณาการออก

แบบของมิยากิเพื่อเครื่องแบบของเเอปเปิล สตีฟจ้อปส์ มีความชื่นชมอย่างลึกซึ้งต่่อเกียวโตและงานฝีมือ และวัฒนธรรมสมัยเดิมของมัน เขามักจะไปเยี่ยมเมืองและพักอยู่ที่ทาวาระย เรียวกัง เขามีความสนใจสวนมอสและวัดพุทธศาสนา รักศิลปะของญี่ปุ่น โดยเฉพาะ ภาพพิมพ์แกะไม้ของคาวาเสะ ฮาซุย ที่มักจะถูกอ้างเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญเพื่อการเเสวงหาการออก

แบบที่สวยงามและมินิมอลลิสซึม

สตีฟ จ้อปส์ มีความดึงดูดอย่างเข้มแข็ง ต่อศิลปะญี่ปุ่น โดยเฉพาะภาพพิมพ์แกะไม้ที่ญี่ปุ่นเรียกว่า ชิง-ฮังงะ ความรักศิลปะญี่ปุ่นของสตีฟ จ้อปส์ โดยเฉพาะ ชิง-ฮังฮะ เริ่มต้นภายในตอนเป็นเด็กของเขา และได้ต่อเนื่องมาตลอดชีวิตของเขา ความชื่นชมชิง-ฮังฮะของเขามาจากการแสดงศิลปะ ณ บ้านของเขาเองภายในซิลิคอน แวลลี่ย์ ตรงที่ปู่ของเขาได้สะสมภาพพิมพ์ จ้อปส์ ถูกดึงไปสู่สุนทรียภาพที่เรียบง่าย และมินิมอลลิสซึมของชิง-ฮังฮะที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อปรัชญาการออกแบบของเขา ณ แอปเปิล

ระหว่างชีวิตของเขา สตีฟ จ้อปส์ได้ไปเยี่ยมเกียวโตหลายครั้งถูกบันดาลใจโดยวัดไซโฮ-จิ รู้จักกันเป็นวัดโคเคเดระ หรือวัดมอส กล่าวได้ว่าจะเป็น

สถานที่ชอบของเขาภายในญี่ปุ่น วัดโคเคเดระ จะเป็นสถานที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งภายในเกียวโต การดึงไปสู่บรรยากาศที่เงียบสงบและสวนมอสที่งดงามความสวยงามมินิมอลลิตท์และหลักการเซนของวัดมีอิทธิพลอย่างมากต่อปรัชญาการออกแบบของจ้อปส์ เพื่อผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล

สตีฟ จ้อปส์ ได้ถูกบันดาลใจอย่างลึกซึ้งโดยพุทธศาสนานิกายเซนของญี่ปุ่น และการมุ่งเน้นของมันบนความเรียบง่ายด้วยสวน ณ วัดเกีบวโตไซโฮ-จิ ถูกรู้จักกันเป็นวัดมอสด้วย เขาได้พบการออกแบบมินิมอลลิตส์ของสวน และมุ่งที่องค์ประกอบตามธรรมชาติสูงส่งอย่างมีสุนทรียะ และเป็นแหล่งของการบันดาลใจอย่่างสร้างสรรค์ จ้อปส์ ยึดมินิมอลลิสซึมภายในผลิตภัณฑ์ และปรัชญาการออกแบบของเเอปเปิล การให้ความสำคัญต่อความเรียบง่ายและประสบการณ์ของผู้ใช้

วิถีทางนี้ได้ถูกขับเคลื่อนโดยพุทธศาสนานิกายเซน มุ่งเน้นความสำคัญของการกำจัดสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวไม่่จำเป็นเปิดเผยแก่นแท้ของผลิตภัณฑ์ วิถีทางมินิมอลลิตท์ของเขาทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่สง่างามและใช้งานง่ายที่สะท้อนกลับผู้ใช้ และช่วยให้แอปเปิลบรรลุความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ จ้อปส์ เชื่อว่าความซับซัอนที่แท้จริง มาจากการออกแบบทำให้ง่ายลง และกำจัดองค์ประกอบที่ไม่จำเป็น การมุ่งการใชังานและประสบการณ์ของผู้ใช้ เขาได้เเสวงหาที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ ง่ายที่จะเข้าใจและใช้ ทำให้เส้นโค้งการ

เรียนรู้ของผู้ใช้ใหม่น้อยที่สุด

“น้อยคือมาก” เป็นหลักการแกนของมินิมอลลิสซึม หมายถึงการมุ่งการกำจัดองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นที่จะบรรลุความชัดเจน ประสิทธิภาพ และผละกระทบ ไม่ใช่การท่วมท้นลูกค้าด้วยอะไรที่ไม่จำเป็น มินินอลลิสซึมเป็นแนวคิดมีประวัติที่ยาวนาน ขยายจากประเพณีปรัชญาโบราณ ไปสู่ขบวนการศิลปะสมัยใหม่ และปรัชญาวิถีชีวิต ต้นกำเนิดของมันจะอยู่ที่ปรัชญาโบราณอย่างเช่น มุ่งเน้นการดำรงชีวิตที่เรียบง่ายและไม่ยอมรับ

การครอบครองวัตถุ

ภายในศตวรรษที่ยี่สิบ มินิมอลลิสซึมได้เเรงฉุดภายในศิลปะ และสถา

ปัตยกรรม ด้วยขบวนการอย่างเช่นการบุกเบิกน้อยคือมากต้นกำเนิดของ

มินิมอลลิสซึมมักจะถูกเชื่อมโยงกับสถาปนิกชาวเยอรมัน ลุดวิก มีส ฟาน เดอร์ โรห์ สร้างถ้อยคำที่มีชื่อเสียง น้้อยคือมาก แต่กระนั้นต้นกำเนิดของขบวนการและอิทธิพลได้ขยายเลยพ้นไปจากเขา ด้วยนักประวัติศาสตร์บางคนได้ยกย่องที่ปรึกษาของเขา ปีเตอร์ เบห์เรนส์ นอกจากนี้บุคคลเช่น

เเฟรงค์ สเตลลา และโดนัลด์ จัดด์ ถูกพิจารณาเป็นผู้บุกเบิกภายในขบวน

การศิลปะมินิมอลลิตท์ด้วย

ในขณะที่เขาไม่ได้เป็นบุกเบิกคนเดียว ปรัชญาน้อยคือมากของมิส แวน เดอร์ โรห์ ห่อหุ้มหลักการของมินิมอลอิสซึม ภายในสถาปัตยกรรม และการออกแบบ การออกแบบของเขาอย่างเช่นเก้าอี้บาร์เซโลนาเป็นตัวอย่างของสุนทรียภาพมินินอลลิสซึม ในขณะที่เเสดงความสวยงามและการเป็นช่างฝีมือด้วย มิส แวน เดอร์ โรห์ ได้บุกเบิกการพัฒนามินิมอลลืสซึมทาง

สถาปัตยกรรม รู้จักกันต่อปรัชญาน้อยคือมากของเขา เขาได้มุ่งเน้นความเรียบง่าย ความชัดเจน และความแม่นยำภายในการออกแบบ เขามักจะใช้วัตถุสมัยใหม่อย่างเช่นเหล็กและกระจกที่จะบรรลุสิ่งนี้

 

สตีฟ จ้อปส์ ได้ใช้ความคิดที่มีชื่อเสียงของการเชื่อมโยงจุดภายในชีวิต

ของเขา เเนวคิดนี้มักจะอ้างอิงต่อเขา สตีฟ จ้อปส์ ได้กล่าวอย่างมีชื่อเสียงว่าคุณไม่สามารถเชื่อมโยงจุดมองไปข้างหน้าคุณคุณสามารถเชื่อมโยงจุดมองไปข้างหลังคุณเท่านั้นในขณะที่คุณอาจจะมองไม่เห็นล่วงหน้าประสบ

การณ์ชีวิต และการเลือกของคุณจะนำไปสู่ผลลัพธ์บางอย่างอย่างไร มองไปข้างหลัง คุณสามารถมองเห็นการเชื่อมโยงและแบบแผน ที่จะสร้างเส้นทางของคุณได้ เขาได้เล่าเหตุการณ์ของชีวิตที่สำคัญสามเรื่องที่สร้างมุม

มองของเขา การรับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม การออกจากมหาวิทยาลัย และ

การเข้้าเรียนวิชาการประดิษฐ์ตัวอักษร

สตีฟ จ้อปส์ ได้อธิบายการตัดสินใจของเขาศึกษาการประดิษฐ์ตัวอักษรภายในมหาวิทยาลัยอย่างไร เเม้ว่าดูเหมือนจะไม่เกี่ยวพันอาชีพต่อมาของเขาภายในเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ต่อมามันได้มีอิทธิพลการออกแบบของแมคอินทอชเครื่องเเรกของเขา โดยเฉพาะแบบอักษรที่ใช้งานได้ง่ายของมัน เขาได้มองเห็นประสบการณ์ที่หลากหลายรวมทั้งเวลาของเขาภายในชุมชนฮิปปี และงานของเขา ภายในสาขาวิชาที่หลากหลาย ในที่สุดได้มีส่วนช่วยต่อความเข้าใจเทคโนโลยีและการออกแบบอย่างไร หลักการที่

ได้เรียนภายในชั้นเรียนการประดิษฐ์ตัวอักษรได้ถูกประยุกต์ใช้โดยตรง

กับเเมคอินทอชทำให้เกิดคุณลักษณะอย่างเช่นการเว้นวรรคตัวอักษรเป็น

สัดส่วน ไม่ได้พบโดยโดยทั่วไปบนคอมพิวเตอร์อื่น ณ เวลานั้น

ภายในชีวะประวัติของสตีฟ จ้อปส์ วอลเตอร์ ไอเเซคสัน กล่าวว่า จ้อปส์ ได้ถูกบันดาลใจโดยความสามารถที่จะผสมผสาน ศิลปะและวิทยาศาสตร์

ของลีโอนาร์โด ดา วินชีที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบและประสบการณ์ของ

ผู้ใช้ของผลิตภัณฑ์แอปเปิล เขาได้ดึงวิถีทางสหวิทยาการของลีโอนาร์โด

และมุ่งเน้นการรวมกันของวิทยาศาสตร์และศิลปะ แม้ว่าลีโอนาร์โด ดา วินชี และสตีฟ จ้อปส์ จะดำรงชีวิตอยู่ศตวรรษที่แยกจากกัน พวกเขาได้ร่วมความคล้ายคลึงและการเชื่อมโยงที่มีชื่อเสียง ความสามารถที่จะเชื่อมโยงจุดและจินตนาการอนาคตด้วยการผสมผสานสาขาวิชาที่แตกต่างกัน พวก เขาถูกขับเคลื่อน ด้วยความอยากรู้ ความต้องการสำรวจสาขาวิชาที่แตก

ต่างกัน เเลเชื่อต่อพลังของการคิดอย่างสหวิทยาการที่จะขับเคลื่อนนวัต

กรรม

บุคคลทั้งสองเป็นผู้เชี่ยวชาญของการเชื่อมโยงจุดหรือเชื่อมโยงความคิดดูเหมือนไม่เกี่ยวพันกันสร้างนวัตกรรม พวกเขาอยากรู้อย่างไม่รู้จักพอ ยึดสาขาวิชาที่หลากหลาย และการค้นหาความสวยงามภายในจุดตัดกันของวิทยาศาสตร์และศิลปะลีโอนาร์โด ดา วินชี ถูกรู้จักกันต่อวิถีทางการรอบรู้ของเขาทำให้เป็นตัวตนของแนวคิดนี้โดยการเชื่อมโยงความสนใจและสา

ขาวิชาที่หลากหลายของเขาสร้างนวัตกรรมการคิดค้นใหม่ ทั้งสตีฟ จ้อปส์

และลีโอนาร์โด ดา วินชี ได้มองเห็นพลังของการเชื่อมโยงศิลปะเเละวิทยา

ศาสตร์ พวกเขาเชื่อว่าความสวยงามและการออกแบบจะสำคัญเท่ากัยวิศว

กรรมและเทคโนโลยี โดยสาระสำคัญ พวกเขาทั้งสองถูกบันดาลใจด้วย

ความคิดว่านวัตกรรมที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อศิลปะและวิทยาศาสตร์พัวพันกัน

การออกแบบเครื่องบินของเขาจะถูกบันดาลใจโดยการศึกษากายวิภาค

ศาสตร์ของนก การแสดงการคิดข้ามสหวิชานำไปสู่นวัตกรรมอย่างไร เขาเชื่อว่าศิลปะคือ วิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์คือ ศิลปะ เเละผลงานของเขาเป็นตัวอย่างการผสมผสานนี้ ตัวอย่างเช่น วิทรูเวียน แมนจะเป็นทั้งงานศิลปะที่สวยงามและการนำเสนอทางวิทยาศาสตร์สัดส่วนของมนุษย์มันจะ

แสดงสัญลักษณ์ร่างกายมนุษย์อุดมคติ และความกลมกลืนของมันกับจักร

วาล การดึงเเรงบันดาลใจจากสถาปนิกโรมันโบราณ วิตรูวิอุส มันแสดงจุด

ตัดกันของศืลปะ วิทยาศาสตร์ และปรัชญา การแสดงความสมดุลและสัด

ส่วนของมนุษย์จากภายในทั้งวงกลมและสี่เหลี่ยม สะท้อนความเชื่อภายใน

โลกขนาดเล็กแห่งร่างกายมนุษย์ และโลกกว้างใหญ่แห่งจักรวาล

สตีฟ จ้อปส์ และกลุ่มวิศวกรของแอปเปิลได้ไปเยี่ยมศูนย์ซีรอกซ์เมื่อ ค.ศ

1979 โดยเฉพาะที่จะไปชมคอมพิวเตอร์ซีรอกซ์ อัลโต การไปเยี่ยมครั้งนี้

เป็นเครื่องมือภายในการสร้างส่วนต่อประสานผู้ใช้ของแมคอินทอช คอม

พิวเตอร์ จ้อปส์ ได้ถูกกระตุ้นและได้มองเห็นศักยภาพของส่วนต่อประสานกราฟฟิกกับผู้ใช้และเม้าส์ของศูนย์วิจัยซีรอกซ์ เป็นวิถีทางไม่เคยมีมาก่อน

ณ เวลานั้น และได้ปรับมันสร้างระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่ายของแอปเปิล เขาจะเเสดงจุดตัดของศิลปะเเละวิทยาศาสตร์อยู่เสมอภายในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของเขา การมุ่งเน้นความสวยงาม และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานนี้เขาได้ผลักดันโทรศัพท์ไม่มีปุ่มแนวคิดที่ถูกมองน่าหัวเราะ ณ เวลานั้น การเเสดงวิสัยทัศน์ของเขาต่ออนาคตของเทคโนโลย

สตีฟ จ้อปส์ ได้ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าลีโอนาร์โด ดา วินชี จะเป็นวีรบุรุษและเเรงบันดาลใจของเขา แม้แต่การรวมความคิดของลีโอนาร์โดของจุดตัดกันของศิลปะและวิทยาศาสตร์ไปสู่สไลด์ของเเอปเปิลโดยสาระสำคัญ ทั้งลีโอนาร์โด ดา วินชี และสตีฟ จ้อปส์ เข้าใจพลังของการคิดอย่างสหวิท

ยาการ บุคคลทั้งสองมักจะถูเปรียบเทียบต่อวิถีทางสหวิทยาการของพวก

เขา ได้ถูกรู้จักกันต่อความสามารถของพวกเขาที่จะเชื่อมโยงสาขาวิชาที่

แตกต่างกันสร้างนวัตกรรม พวกเขาเข้าใจคุณค่าของการมองปัญหาจาก

มุมมองที่แตกต่างกันการดึงความคิดและความเข้าใจจากสาขาวิชาที่หลาก

หลาย ด้วยการสาขาวิชาที่หลากหลาย พวกเขาได้ปลดปล่อยระดับใหม่

ของความคิดสร้างสรรค์เเละนวัตกรรมการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนแปลง

โลก

สตีฟ จ้อปส์ ใช้การเปรียบเทียบที่มีชื่อเสียงของการเชื่อมโยงจุดภายใน

การปราศัยพิธีรับปริญญาสเเตนฟอร์ด 2005 ได้อธิบายประสบการณ์ชีวิต

ของเขา ดูเหมือนไม่เกี่ยวพันกัน ณ เวลานั้น ต่อมามันสามารถเข้าใจได้เมื่อย้อนหลังไป เขาได้กระตุ้นบัณฑิตไว้วางใจสัญชาติญานของพวกเขา และ

เดินตามความลุ่มหลงของพวกเขา เชื่อว่าประสบการณ์เหล่านี้ในที่สุดจะ

นำไปสู่ความเข้าใจอย่างมีความหมายของสถานที่ของพวกเขาภายในโลก ภายในการปราศัยของเขา สตีฟ จ้อปส์ ได้ร่วมเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดและการเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมของเขา การออกจากมหาวิทยาลัยของเขา

การทำงาน ณ อตาริของเขา และการเดินทางไปอินเดียของเขาทุกอย่าง

ต่อมาได้แสดงบทบาทภายในความสำเร็จ ณ แอปเปิลของเขา

ตัวอย่างเช่น เขาได้กล่าวว่าวิชาการประดิษฐ์อักษร ณ มหาวิทยาลัยรีด ของเขาดูเหมือนไม่มีจุดหมาย ณ เวลานั้นต่อมาได้บันดาลใจการออกแบบของส่วนต่อประสานผู้ใช้ของแมคอินทอช คุณไม่สามารถเชื่อมโยงจุดมองไปข้างหน้า คุณสามารถเชื่อมโยงจุดมองไปข้างหลังเท่านั้น ดังนั้นคุณต้องไว้วางใจว่า จุดจะเชื่อมโยงอนาคตของคุณ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม คุณต้องไว้วางใจบางสิ่งบางอย่าง.. ความกล้าหาญ โชคชะตา ชีวิต ชะตากรรม อะไรก็ตามของคุณ วิถีทางนี้ไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง และมันได้สร้างความแตกต่างทุกอย่างภายในชีวิตของผม

สตีฟ จ้อปส์ มักจะใช้การเปรียบเทียบของการเชื่อมโยงจุด อธิบายวิถีทาง

ของเขาต่อการแก้ปัญหาและนวัตกรรม ณ แอปเปิล เขาเชื่อว่า โดยการดึง

ประสบการณ์และความเข้าใจที่หลากหลาย บ่อยครั้งจะมาจากสาขาวิชาที่

ไม่เกี่ยวพัน เราสามารถพัฒนาความคิด และผลิตภัณฑ์ปฏิรูปได้ วิถีทางนี้

สำคัญต่อความสำเร็จของแอปเปิล มันจะทำให้พวกเขาสร้างผลิตภัณฑ์ทั้ง

ความก้าวหน้าทางเทคนิค และสุนทรียภาพ เขาได้มุ่งเน้นความสำคัญของ

การสะสมขอบเขต ที่กว้างของประสบการณ์และความรู้ เขาเชื่อว่า “จุด”

เหล่านี้ สามารถเป็นอะไรกตาม ตั้งแต่ชั้นเรียนการประดิษฐ์ตัวอกษรของ

เขา ไปจนถึงความลุ่มหลงของเขา รถจักรยานยนต์บีเอ็มดับบลิวเริ่มแรก

หรือเวลาทำงานของเขาภายในบริษัทการตลาด

สตีฟ จ้อปส์ ยืนยันว่านวัตกรรมเกิดขึ้น เมื่อบุคคลเชื่อมโยงความคิดที่ไม่เกี่ยวพันกัน การดึงประสบการณ์ที่หลากหลาย การสร้างบางสิ่งบางอย่างที่ใหม่และมีคุณค่า เขาเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เกี่ยวกับการคิดค้นจากไม่มีอะไรเลยแต่ค่อนข้างจะเกี่ยวกับการรวมแนวคิดที่แตกต่างกันและ

การสังเกตุที่จะสร้างทั้งหมดที่เฉพาะ วิถีทางนี้ทำให้เขาระบุแบบแผนและการเชื่อมโยงที่บุคคลอื่นอาจจะมองข้ามไป การนำไปสู่การค้นพบที่สำคัญอย่างเช่นไอโฟนและไอแพด

ด้วยการเชื่อมโยงจุดของชีวิตของเขา สตีฟ จ้อปส์ ได้แสดงเหตุการณ์ดูเหมือนไม่เกี่ยวพันกัน ที่สามารถจะมีส่วนช่วยต่่อความสมหวังและอาชีพที่

บรรลุความสำเร็จได้อย่างไร ปรัชญาของเขาได้กระตุ้น วิถีทางการคิดไป

ข้างหน้า ด้วยสะท้อนความเข้้าใจอดีต การมุ่งเน้นพลังของความไว้วางใจ และความอุตสาหะ ภายในการนำทางการเดินทางของชีวิต เขาได้กระตุ้น

บุคคลแสวงหาความลุ่มหลงของพวกเขาแม้ว่ามันจะหมายถึงความเสี่ยงภัย

และก้าวลงจากเส้นทางสมัยเดิม เมื่อประสบการณ์เหล่านี้สามารถจะนำไปสู่โอกาสที่มองไม่เห็น สตีฟ จ้อปส์ เรียนรู้จากความผิดพลาดของเขา ด้วย

การมองความล้มเหลวเป็นโอกาสเพื่อการเจริญเติบโต และการคิดค้นใหม่

สตีฟ จ้อปส์ เข้าใจว่าความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของกระบวนการความคิดสร้างสรรค์และมันสามารถจะเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณค่า เขาได้กล่าวอย่่างมีชื่อเสียงว่า ดังนั้นผมมีโอกาสทำความผิดพลาดได้มาก สุนทรียภาพของคุณจะดีขึ้นเมื่อคุณทำผิดพลาด เขาได้กระตุ้นบุคคลอื่น ที่จะยอมรับความผิดพลาด แทนที่จะพยายามปกปิดมัน มันสอดคล้องกับกรอบความคิดของผู้เริ่มต้นที่มุ่งเน้นความเปิดเผย ความอยากรู้และความเต็มใจที่จะเรียนรู้และปรับตัววิถีทางของจ้อปส์ตรงที่เขามองความล้มเหลวเป็นโอกาสที่จะหมุนและปรับปรุ่ง มันเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของกรอบความคิดของผู้เริ่มต้น

กรอบความคิดของผู้เริ่มต้นจะยึดความผิดพลาดเป็นก้าวย่างบนเส้นทางไปสู่การเรียนรู้ สตีฟ จ้อปส์ มักจะพูดเกี่ยวกับความสำคัญของการมีจิตใจของผู้เริ่มต้น กรอบความคิดที่จะเปิดเผยต่อประสบการณ์ใหม่ ปลอดจากแนวคิดที่มีอยู่ก่อน เเนวคิดนี้ถูกรู้จักกันเป็นโชชิน โชชินจะเป็นภาษาญี่ปุ่นภายในพุทธศาสนานิกายเซนมันอ้างถึงที่จะเข้าหาสถานการณ์ด้วยสภาวะ

ของความเปิดกว้าง ความกระตือรือร้น และไม่มีความคิดที่มีอยู่ก่อน คล้าย

กับผู้เริ่มต้นอย่างแท้จริง มันมักจะถูกอธิบายเป็นการมีจิตใจที่ว่างเปล่าและ

เปิดรับ คล้ายเด็กกำลังสำรวจบางสิ่งบางอย่างเป็นครั้งแรก กรอบความคิด

นี้ยอมให้ต่อมุมมองใหม่ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของตัวเราเองและโลก

โชชิน หมายถึงจิตใจของเริ่มต้น ต้นกำเนิดจากพุทธศาสนานิกายเซนและ

ถูกสอนครั้งแรกภายในศตวรรษที่สิบสามโดยโดเกน เซนจิ ผู้ก่อตั้งโซโต โรงเรียนเซน โดเกน เซนจิ ได้อภิปรายแนวคิดภายการเขียนของเขา โชโบเกนโซะ ต่อมาความคิดได้ถูกทำให้นิยมแพร่หลายโดย ขุนเรียว ซูซูกิภายในหนังสือ 1970 ของเขา Zen Mind, Beginner’s Nind ได้ถูกแนะนำแนวคิดต่อผู้ฟังที่กว้างขึ้น แนวคิดของโชชินได้ถูกพบภายในวัฒนธรรม

ญี่ปุ่นด้วย โดยเฉพาะภายในบูโด ศิลปะการต่อสู้ ตรงที่มันได้ถูกมองเป็น

วิถีทางที่จะรักษาจิตใจของผู้เริ่มต้นเเม้ว่าภายหลังหลายปีของการปฏิบัติ

สุภาษิต “โชชิน วาซูรู เบการาซู” เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า ไม่เคยลืมจิตใจของผู้เริ่มต้น อย่าลืมเจตนาต้นกำเนิดของคุณ หรือไม่เคยลืมจิตวิญญานเริ่มต้นของคุณ เป็นคำพูดโดยทั่วไปภายในบูโดและธุรกิจญี่ปุ่นกระตุ้นให้นักปฏิบัติยังคงเปิดกว้่างต่อความคิดและความท้าทายใหม่ มันมุ่งเน้นการ

รักษาความกระตือรือร้น และความถ่อมตัวเริ่มแรก เมื่อเริ่มต้นบางสิ่งบาง

อย่าง ถ้อยคำนี้กระตุ้นบุคคล ที่จะจดจำความตื่นเต้น และเเรงจูงใจที่ขับ

เคลื่อนพวกเขาเริ่มต้นโครงการใหม่ ถ้อยคำถูกทำให้นิยมแพร่่หลายโดยเซอามิ โมโตกิยะ นักเขียนบทละคร เสนอแนะว่าเมื่อบุคคลก้าวหน้าและได้ประสบการณ์มากขึ้น มันสำคัญที่จะจดจำเหตุผลเริ่มแรกเพื่อการเริ่มต้นบางสิ่งบางอย่าง

ความตื่นเต้นเริ่มแรก และมุมมองที่สดใสของผู้เริ่มต้น มันช่วยรักษาความรู้สึกของการเปิดกว้าง และขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อการเรียนรู้และการเจริญเติบโต สุภาษิตนี้ได้ถูกใช้เตือนใจบุคคล เพื่อที่จะรักษาทัศนคติความจริงจังและความถ่อมตัวที่พวกเขามี ณ การเริ่มต้นของการทำอะไรก็ตาม

ภายในบูโดของญี่ปุ่น ตรงที่ประเพณีเเละเทคนิคจะถูกให้คุณค่าสูง จิตใจของผู้เริ่มต้นได้ช่วยเหลือให้ผู้ฝึกฝนยังคงเปิดกว้างภายในการแปลความหมายใหม่ของศิลปะของพวกเขา ปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าภายหลังหลายปีของการปฏิบัติ

สุภาษิต “โชชิน วาซูรู เบการาซู” เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่าไม่เคยลืมจิตใจของผู้เริ่มต้น อย่าลืมเจตนาต้นกำเนิดของคุณ หรือไม่เคยลืมจิตวิญญานเริ่มต้นของคุณเป็นคำพูดโดยทั่วไปภายในบูโดและธุรกิจญี่ปุ่นกระตุ้นให้

ผู้ฝึกฝนยังคงเปิดกว้่างต่อความคิด และความท้าทายใหม่ มันมุ่งเน้นการ

รักษาความกระตือรือร้นและความถ่อมตัวเริ่มแรก เมื่อเริ่มต้นบางสิ่งบาง

อย่าง ถ้อยคำนี้กระตุ้นบุคคลที่จะจดจำความตื่นเต้น และเเรงจูงใจที่ขับ

เคลื่อนพวกเขาเริ่มต้นโครงการใหม่ เเมัว่าภายหลังได้ประสบการณ์แล้ว

ถ้อยคำทำให้นิยมแพร่่หลายโดยเซอามิ โมโตกิยะ นักเขียนบทละครโน

ชาวญี่ปุ่น ละครโน เป็นศิลปะการแสดงนาฎกรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมแสดงมาตั้ง

แต่ศตวรรษที่สิบสี่ พัฒนาโดย คันอามิ คิโยสิกุ และลูกชายของเขา เซอามิ

โมโตกิยะ ละครโนเป็นศิลปะการแสดงเก่าแก่ที่สุดและยังคงสืบทอดมาจน

ถึงวันนี้

สุภาษิตนี้ได้เสนอแนะว่าเมื่อบุคคลก้าวหน้าและได้ประสบการณ์มากขึ้น มันสำคัญที่จะจดจำเหตุผลเริ่มแรก เพื่อการเริ่มต้นบางสิ่งบางอย่าง ความตื่นเต้นเริ่มแรก และมุมมองที่สดใสของผู้เริ่มต้น มันจะช่วยรักษาความรู้สึกของการเปิดกว้าง และได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเรียนรู้และการ

เจริญเติบโต สุภาษิตนี้ได้ถูกใช้เตือนใจบุคคลที่จะรักษาทัศนคติความจริง

จังและความถ่อมตัวที่พวกเขามี ณ การเริ่มต้นของการทำอะไรก็ตาม

ภายในบูโดของญี่ปุ่น ตรงที่ประเพณีเเละเทคนิคจะถูกให้คุณค่าสูง จิตใจของผู้เริ่มต้นได้ช่วยให้ผู้ฝึกฝน ยังคงเปิดกว้างต่อการแปลความหมายใหม่ของศิลปะของพวกเขา ปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และจะปรับ

ปรุงอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าภายหลังหลายปีของการปฏิบัติ บูโดเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่าวิถีทางของการต่อสู้ หรือวิถีทางของนักรบ จิตใจของผู้เริ่ม

ต้นหรือโชชินกระตุ้นบุคคลให้เข้าถึงการฝึกฝนบูโดด้วยจิตวิญญานของ

การเรียนรู้และการปรับปรุ่งอย่างต่อเนื่อง

ถ้อยคำ ดอกไม้ถูกพบภายในความลับ และจิตใจของผู้เริ่มต้นภายในบริบทของเซอามิ แสดงความคิดว่าศิลปะที่กระทบและสวยงามมากที่สุด

มักจะกำเนิดจากสภาวะขอวจิตใจที่ถ่อมตัวและปลดเปลื้อง และจากการ

เก็บกระบวนการและผลลัพธ์ของมันซ่อนเร้นไว้การเขียนของเซอามิจะมุ่ง

เน้นว่าศิลปะเเท้จริงเกี่ยวพันการกลับไปอย่างสม่ำเสมอต่อมุมมองของผู้

เริ่มต้น ความลับเสนอจะแนะว่าความประหลาดใจและพลังงานลึกลับจะ

ล้อมรอบบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเร้นสามารถยกระดับคุณค่าที่รับรู้ได้

ถ้อยคำ “ดอกไม้ถูกพบภายในความลับ”เป็นคำพูดอ้างอิงที่มีชื่อเสียงจาก

เซอามิ และไม่ได้เป็นเพียงแค่เกี่ยวกับการเก็บความลับมันได้สรุปความคิด

ว่าความสวยงามแท้จริงและผลกระทบบรรลุโดยเก็บส่วนหนึ่งของบางสิ่งบางอย่างซ่อนเร้น การทำให้จินตนาการของผู้ชมเติมภายในช่องว่าง และสร้างความชื่นชมอย่างลึกซึ้ง ภายในโรงละครโน ดอกไม้ อ้างถึงการเบ่ง

บานของความสวยงาม ช่วงเวลาของผลกระทบ และความรู้สึกของชีวิต

ชีวาที่สะท้อนด้วยผู้ชม

แนวคิดของเซอามีมุ่งเน้นว่าความน่าหลงใหลมากที่สุดและความสวยงามที่ยั่งยืน มักจะถูกพบภายในสิ่งที่ไม่ได้เปิดเผย หลักการของการพบความสวยงามภายในความลับสามารถถูกประยุกต์ใช้ได้ต่อด้านอื่นของชีวิตการ กระตุ้นบุคคลที่จะยึดจิตใจของผู้เริ่มต้น ทำให้พวกเขาเข้าถึงความท้าทายด้วยมุมมองที่สดใส ภายในการเขียนของเขา เซอามิ ใช้การเปรียบเทียบของดอกไม้ แสดงความสวยงาและศิลปะ โผล่ออกมาจากจิตใจของผู้เริ่มต้น และมักจะถูกพบในความลับ

ตามปรัชญาของเซอามิ ดอกไม้ของศิลปะ หรือความสวยงามที่ซ่อนเร้นถูกพบภายในความลับ ในขณะที่จิตใจของผู้เริ่มต้น – โชชิน – สภาวะของการเปิดกว้างและก่ารเปิดรับ ทำให้บุคคลชื่นชมและรวมประสบการณ์และความรู้ใหม่ คล้ายมากกับเมล็ดพันธุ์ที่สามารถเบ่งบานไปสู่ดอกไม้ความลับไม่ได้เป็นเพียงแค่เกี่ยวกับการเก็บอะไรไว้ซ่อนเร้นแต่เกี่ยวกับกระบวนการของการปลูกฝังและการปรับปรุงศิบปะ ผ่านทางการปฏิบัติ และการรักษาจิตใจของผู้เริ่มต้น

 

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *