INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ความเรียบง่ายคือความซับซ้อนสูงสุด

ความเรียบง่ายคือความซับซ้อนสูงสุด

สตีฟ จ้อปส์ ได้ดึงเเรงบันดาลใจจากทั้งอกิโอะ โมริตะ และลีโอนาร์โด ดา วินชี การมองพวกเขาเป็นบุคคล ที่ผสมผสานศิลปะและวิทยาศาสตร์ได้บรรลุความสำเร็จ โมริตะถูกชื่นชมโดยจ้อปส์ต่อความสามารถของเขา
ที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ ด้วยความรู้สึกที่เข้มแข็งของการเชื่อมโยงต่อมนุษย์
ลีโอนาร์โด ได้ถูกมองโดยจ้อปส์ เป็นบุคคลที่ เเสวงหาทั้งศิลปะเเละวิทยา
ศาสตร์ พวกเขาทั้งสองได้ถูกพิจารณามีอิทธิพลต่อวิสัยทัศน์และการออก
แบบของสตีฟ จ้อปส์
สตีฟ จ้อปส์ ชื่นชมอย่างลึกซึ้งต่อความเป็นผู้นำของโมริตะ ณ โซนี และถูกบันดาลใจ โดยปรัชญาการออกแบบของบริษัท ในขณะที่วิถีทางของสหวิทยาการของลีโอนาร์โดต่อศิลปะเเละวิทยาศาสตร์มีอิทธิพลต่อความ
เชื่อของเขาภายในพลังของการรวมกันของวิทยาศาสตร์และศิลปะศาสตร์
อกิโอะ โมริตะ ลีโอนาร์โด ดา วินชี และสตีฟ จ้อปส์ ต่างผ่านจากยุคที่แตก
ต่างกัน ได้ร่วมความคิดอย่างเดียวกัน
วอลเตอร์ ไอเเซคสัน ดึงการเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งระหว่างลีโอนาร์โด ดา
ดา วืนชีื และสตีฟ จ้อปส์ การแสดงความสามารถร่วม ที่จะเชื่อมโยงศิลปะ
และวิทยาศาสตร์การเเสวงหานวัตกรรมของพวกเขาข้ามสาขาวิชาที่หลาก
หลาย วอลเตอร์ ไอเเซคสันใช้การเปรียบเทียบ “หมุดกลมภายในรูสี่เหลี่ม” อธิบายบุคคลที่ผิดธรรมเนียม แปลกเเยก หรือต่่อต้านเชื่อมโยงความคิดนี้
อธิบายบุคลิกภาพเฉพาะของสตีฟ จ้อปส์ และลีโอนาร์โด ดา วินชี เพื่อการ
แสดงคุณลักษณะเฉพาะของพวกเขาเป็นหมุดกลมในรูสี่เหลี่ยม
การเปรียบเทียบนี้จะมุ่งเน้นการไม่ทำตามและการคิดผิดธรรมเนียมของ
พวกเขา ทำให้พวกเขามองเห็นโลกที่แตกต่างกัน และสร้างการมีส่วนช่วยอย่างสำคัญ เเละพวกเขาได้ท้าทายสภาวะเดิมอย่างไร พวกเขาจะไม่สอด
คล้องกับโมเดลสมัยเดิม พวกเขาไม่ทำตามบรรทัดฐานทางสังคมที่เป็นอยู่
บุคคลเหล่านี้มักจะมีวิถีทางที่แตกต่างของการมองโลก การคิดที่ผิดธรรม
เนียมจะทำให้พวกเขาระบุโอกาส และสร้างนวัตกรรม
การเปรียบเทียบหมุดกลมในรูสี่เหลี่ยมถูกนิยมแพร่หลายโดยวอลเตอร์ ไอเเซคสัน เขาได้เสนอแนะว่าความไม่เหมาะสมเหล่านี้มักจะเป็นบุคคลที่ผลักดันพรมแดน และขับเคลื่อนนวัตกรรม ท้าทายสภาวะเดิม พวกเขาไม่พอใจกฏ และมีมุมมองเฉพาะ ที่นำไปสู่การค้นพบใหม่หรือนวัตกรรม การ
เปรียบเทียบแสดงสัญลักษณ์สถานการณ์ ตรงที่บุคคลบางคนหรือบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สอดคล้องโดยธรรมชาติ หรือไม่เหมาะสมภายในสภาพแวด
ล้อมของพวกเขา มันได้เสนอแนะว่า ความไม่สอดคล้องจะคล้ายกับความพยายามผลักดันหมุดกลมในรูสี่เหลี่ยม
หมุดกลมในรูสี่เหลี่ยม ได้ถูกกำเนิดภายในต้นศตวรรษที่สิบเก้า ด้วย นักปรัชญาชาวอังกฤษ ซิดนีย์ สมิธ ภายในลำดับการบรรยายของเขา On the Conduct of the Understanding ซิดนี่ย์ สมิธ ได้ใช้คำพูดนอ้างอิงนี้ที่จะ
อธิบายสถานการณ์ตรงที่บุคคล ไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม คำบรร
ยายที่ให้แก่รอแยล อินสติวชัน แห่งลอนดอน มีทั้งแนวคิดของการใส่หมุดสี่เหลี่ยมให้เหมาะกับรูสี่เหลี่ยม คำพูดอ้างอิงได้กลายเป็นอย่างรวดเร็ววิถีทางโดยทั่วไปที่จะอธิบายบุคคลบางคนหรือบางสิ่งบางอย่างไม่สอดคล้องกับสถานที่หรือสถานการณ์บางอย่าง ถ้อยคำหมุดสี่่เหลี่ยมในรูกลมถูกใช้
โดยทั่วไปมากกว่าหมุดกลมในรูสี่เหลี่ยม แต่มันมักจะถูกใช้แทนกันได้


วอลเตอร์ ไอเเซคสัน ได้พรรณาลีโอนาร์โด ดา วินชี เป็นตัวอย่างยิ่งใหญ่
แรกของวิสัยทัศน์ที่บุคคลสามารถชี้เป็นแรงบันดาลใจ เขาได้เสนอเเนะว่า
ความสามารถของสตีฟ จ้อปส์ ที่จะมองเห็นการตัดกันของศิลปะเเละเทค
โนโลยี เป็นหลักการแกนภายในผลงานของบุคคลทั้งสองคนถูกบันดาลใจ
โดยตรงโดยลิโอนาร์โด ดังนั้นทำไมลีโอนาร์โดได้ถูกพิจารณาเป็นวีรบุรุษ
หรือเเรงบันดาลใจต่อสตีฟ จ้อปส์
วอลเตอร์ ไอเเซคสัน เขียนชีวะประวัติของสตีฟ จ้อปส์ เขียนชีวะประวัติ
ของลีโอนาร์โด ดา วินชีิ ด้วยการแสดงคู่ขนานระหว่างอัจฉริยะความสร้าง
สรรค์สองคน ไอเเซคสันได้มุ่งเน้นความสามารถร่วมของพวกเขาที่จะผสมผสานศิลปะและวิทยาศาสตร์ทำให้เกิดนวัตกรรมเปลี่ยนแปลงโลก เขาได้เสนอแนะว่าวิถีทางของลีโอนาร์โดต่อความคิดสร้างสรรค์ ยกตัวอย่างโดยการวาดภาพวิตรูเวียน แมนเป็นโมเดลเพื่อความเข้าใจที่จะปลดปล่อยศักย
ภาพความคิดสร้่างสรรค์ของบุคคลเองอย่างไร แนวคิดที่สะท้้อนด้วยวิสัยทัศน์เพื่อแอปเปิลของสตีฟ จ้อปส์
วอลเตอร์ ไอเเซคสัน ได้ใช้การวาดภาพของวิตรูเวียน แมนเป็สัญลักษณ์จุดตัดกันของศิลปะและวิทยาศาสตร์ เปรียบเทียบมันต่อการนำเสนอของ
สตีฟ จ้อปส์ เกี่ยวกับจุดตัดกันของศิลปศาสตร์และเทคโนโลยี การเสนอสุดท้ายของสตีฟ จ้อปส์ มักจะจบลงด้วยสไลด์ที่แสดงจุดตัดกันของถนนศิลปะและเทคโนโลยี การนำเสนอที่มองเห็นของการรวมกันของศิลปะและเทคโนโลยี ความคิดนี้ถูกบันดาลใจโดยลีโอนาร์โด ดา วินชี ที่ได้ยึดจุดตัด
กันภายในผลงานของเขาการเชื่อมช่องว่างระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์
การเคลื่อนไปอย่างไร้รอยต่อระหว่างศิลปะเเละวิทยาศาสตร์ ิ
ผลงานของลีโอนารโดได้รวมเข้าไว้ทั้งสาขาวิชาศิลปะและวิทยาศาสตร์ วอลเตอร์ ไอเเซคสันได้อธิบายสตีฟ จ้อปส์ เป็นบุคคลที่ก้าวหน้า ณ จุดตัดของศิลปะ เเละเทคโนโลยี ความคิดนี้ มักจะถูกมองเห็นเป็นจุดตัดกันของถนนสองสาย ถนนศิลปะศาสตร์ และถนนเทคโนโลยีื สตีฟ จ้อปส์ ภายในการนำเสนอของเขา มักจะใช้คำพูดอ้างอิงถนนสองสายนี้ แสดงความเชื่อของเขาว่าผลิตภัณฑ์และบริษัทที่ดีที่สุดมาจากการรวมกันของสองสิ่งนี้ ผลิตภัณฑ์แอปเปิล อย่างเช่นแมคอินทอช ไอพอด และไอโฟน มักจะถูก
มองเห็นเป็นตัวอย่างของจุดตัดกันนี้
การวาดภาพวิตรูเวียน แมน ของลีโอนาร์โด ได้แสดงสัญลักษณ์สัดส่วนอุดมคติของร่างกายมนุษย์ ความสอดคล้องระหว่างศิลปะ วิทยาศาสตร์
และธรรมชาติ มันแสดงการแสวงหาความสมบูรณ์ และการรวมกันของ
สาขาวิชาเหล่านี้การวาดภาพอยู่บนหลักการสถาปัตยกรรมโรมันโบราณ
การแสดงผู้ชายเปลือยภายในวงกลมและสี่เหลี่ยม แสดงสัญลักษณ์คู่กัน
ของการดำรงอยู่ของมนุษย์ เหมาะสมภายในจักรวาล -วงกลม- และโลก –
สี่เหลี่ยม-


เราได้เรียนรู้ภายในหนังสือของวอลเตอร์ ไอเเซคสันลีโอนาร์โด ดา วินชี เป็นวีรบุรุษของสตีฟ จ้อปส์ บุคคลทั้งสองจะเป็นอัฉริยะทางความคิดสร้าง
สรรค์ของการรวมกันศิลปะและวิทยาศาสตร์ขับเคลื่อนวัตกรร ที่จริงแล้วสไลด์ของเเอปเปิลจะแสดงป้ายของสองถนนตัดกัน ณ หัวเลี้ยวของศิลป
ศาสตร์และเทคโนโลยีจะถูกบันดาลใจโดยตรงจากลีโอนาร์โด จ้อปส์ ได้มองเห็นความสวยงาม ภายในทั้งศิลปะและวิศวกรรม และความสามารถของเขาที่จะรวมมันทำให้เขาเป็นอัฉริยะ วอลเตอร์ ไอเเซคสัน เรียนรู้จากการเขียนหนังสือเกี่ยวกับทั้งสตีฟจ้อปส์ และลีโอนาร์โด ดา วินชี พวกเขาทั้งสอง ได้ผสมความคิดจากสาขาวิชาที่แตกต่างกันเป็นกุญแจพื้นฐานที่จะปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์
บุคคลทั้งสองได้รับรู้ว่าศิลปะคือวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์คือศิลปะ และทั้งจอปส์ และลีโอนาร์โดได้สร้างสภาวะเพื่อศิลปะเเละวิทยาศาสตร์ที่
จะผสมผสานกัน ความคิดมักจะถูกสร้าง ภายในสถานที่รวมกันทางกาย
ภาพ ตรงที่บุคคลด้วยความสนใจที่หลากหลายเผชิญหน้าระหว่างกันโดยบังเอิญ นั่นคือทำไมสตีฟ จ้อปส์ ชอบอาคารของเขาที่จะมีห้องใหญ่ศูนย์
กลาง…ณ สนามลูโดวิโก สฟอร์ซา ลีโอนาร์โด พบเพื่อนที่สามารถกระตุ้นความคิดใหม่ การถกเถียงความลุ่มหลงที่หลากหลายของพวกเขาด้วยกัน
ลีโอนาร์โด ดา วินชี อยากรู้ไม่รู้จักพอ และกระโดดอย่างไม่หยุดยั้งจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเขาลุ่มหลงเกี่ยวกับเรื่องหนึ่งเขาเดินตามหัวใจของเขาไม่รู้ว่าที่ไหนความสนใจของเขาจะนำไป หรือที่ไหนมันจะตัดกันในอนาคต สตีฟ จ้อปส์ ได้ตัดสินใจอย่างเดียวกันภายในชีวิตของเขา เขาได้
เดินตามความลุ่มหลงของเขาเพื่อการศึกษาการประดิษฐ์ตัวอักษรภายใน
มหาวิทยาลัย และไม่ได้รับรู้ว่าเขาจะประยุกต์ใช้ได้มันหลายปีต่อมาสร้าง
คอมพิวเตอร์เครื่องแรกด้วยแบบอักษรที่สวยงามและอักษรศิลป์
มันจะเป็นอะไรที่สตีฟ จ้อปส์ ได้เรียกว่า “การเชื่อมโยงจุด” สตีฟ จ้อปส์ ได้กล่าวอย่างมีชื่อเสียงว่าคุณไม่สามารถเชื่อมโยงจุดมองไปข้างหน้าคุณสามารถเชื่อมโยงมันมองไปข้างหลังเท่านั้น คำพูดอ้างอิงนี้มักจะอ้างถึงคำปราศัยรับปริญญาแสตนฟอร์ด 2005 ของสตีฟ จ้อปส์ความคิดคิดในขณะที่คุณอาจจะมองไม่เห็นล่วงหน้าประสบการณ์ชีวิต และการเลือกของคุณจะนำไปสู่ผลลัพธ์บางอย่างอย่างไร มองไปข้างหลัง คุณสามารถมองเห็นการเชื่อมโยงและแบบแผนที่สร้างเส้นทางของคุณได้

คำพูดอ้างอิง “ความเรียบง่ายเป็นความซับซ้อนสูงสุด” มักจะถูกอ้างต่อลีโอนาร์โด ดา วินชี มันได้ถูกหมุนเวียนอย่างกว้างขวาง และได้ถูกมองเป็นหลักการไร้กาลเวลาภายในสาขาวิชาที่หลากหลายในขณะที่เราจะไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าลีโอนาร์โด ดาวินชี ได้เขียนมันอย่างเเท้จริงเเต่มันได้ถูกยอมรับอย่างกว้างขวางเป็นการนำแสดงอย่างถูกต้องของปรัชญาและผลงานของเขา เขาได้แสวงหาความเข้าใจโลกธรรมชาติ เเละสไตล์สุนทรีย

ภาพของเขามักจะมุ่งเน้นความชัดเจนและความสวยงาม ไม่ใช่การตกเเต่ง

อย่างซับซ้อน

สตีฟ จ้อปส์ เป็นลีโอนาร์โด ดา วินซี เป็นตัวอย่างการผสมผสานที่หายากของความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะและวิทยาศาสตร์ และบุคคลบางคนได้พิจารณาเขา ชายยุคเรเนสซองซ์ สมัยใหม่ ที่คล้ายมากกับลีโอนาร์โด ดา วินชีบุคคลทั้งสองเป็นผู้เชี่ยวชาญของการผสมเกสรข้าม ดึงความคิดจากสาขาวิชาที่หลากหลาย และได้ประยุกต์ใชัมันต่อบริบทใหม่ ความสามารถนี้ได้รวมศิลปะ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมการทำให้เกิดผลิตภัณฑ์คิดค้น

ใหม่และวิสัยทัศน์ที่สร้างอนาคต

ทั้งสตีฟ จ้อปส์ และลีโอนาร์โด ดา วินชี จะถูกหลงใหลด้วยจุดตัดกันของศิลปะเเละวิทยาศาสตร์ เเนวคิดที่สตีฟ จ้อปส์มักจะมุ่งเน้นอยู่เสมอภายในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของเขา ในขณะที่ผลงานของลีโอนาร์โด ดา วินชี อย่างเช่นการวาดภาพและการคิดค้นทางกายวิภาค ได้รวมเอาความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์กับการแสดงออกทางศิลปะ

การเปรียบเทียบที่แสดงคุณลักษณะร่วมของพวกเขาการเป็นผู้รู้รอบด้าน ผู้มีวิสัยทัศน์และผู้สร้างนวัตกรรมจากการมองเห็นจุดตัดกันของศิลปะและ เเละเทคโนโลยี พวกเขาทั้งสองมีความสามารถเลยพ้นไปจากปัจจุบัน และ

จินตนาการอะไรที่สามารถเป็นไปได้ การสร้างอนาคตผ่านความคิดสร้าง

สรรค์ของพวกเขา แตวิสัยทัศน์เฉพาะของพวกเขาจะแตกต่างกัน ลีโอนาร์

โด ดา วินชี มุ่งเน้นการคิดค้นทางเครื่องยนต์ และการแสดงออกทางศิลปะ ในขณะที่สตีฟ จ้อปส์ มุ่งเน้นเทคโนโลยี และผลกระทบของมันต่อการสื่อ

สารของมนุษย์และชีวิตประจำวัน

ลีโอนาร์โด ดา วินชี ร่างภาพของเครื่องบิน ที่หลากหลาย การเเสดงความหลงใหลของเขากับการบิน การออกแบบของเขาเกี่ยวกับ เฮลิคอปเตอร์ และรถถังเป็นหลายศตวรรษก่อนที่มันจะถูกสร้าง เขาได้ศึกษากายวิภาคของนกนำไปสู่การออกแบบเครื่องบินของเขา การออกแบบของลีโอนาร์

โด ดา วินชี เพื่อเครื่องบิน รถถัง และการคิดค้นอื่น แสดงความสามารถของเขาที่จะจินตนาการเทคโนโลยีนำหน้าไปไกลของเวลาของมัน

สตีฟ จ้อปส์ ได้มองเห็นจุดตัดกันของศิลปะเเละเทคโนโลยีเป็นตำแหน่ง

ของความคิดสร้างสรรค์ เขาได้จินตนาการโลกตรงที่คอมพิวเตอร์ ถูกใช้

ได้ง่าย และรวมเข้าไปสู่ชีวิตประจำวัน วิสัยทัศน์ของสตีฟ จ้อปส์ได้นำไป

สู่การสร้างแมคอินทอช ไอพอด ไอโฟน และไอเเพด เขาผลักดันโทรศัพท์

จอสัมผัส เมื่อความคิดได้ถูกพิจารณาว่าผิดธรรมดา ปรัชญาการออกแบบ และชีวิตส่วนบุคคลของสตีฟ จ้อปส์ ถูกอิทธิพลอย่างลึกซึ้งโดยพุทธศาส

นานิกายเซน และมินิมอลลิซซึม

สตีฟ จ้อปสยึดหลักการของความเรียบง่าย จุดมุ่งเน้น เเละลดสิ่งที่ไม่จำ

เป็นภายในทั้งผลิตภัณฑ์และวิถึชีวิตของเขา พุทธศาสนานิกายเซนและมินิมอลลิซซึม ร่วมการเชื่อมโยงอย่างเข้มเเข็ง ทั้งการมุ่งเน้นความเรียบง่าย การมีสติ และการไม่ยอมรับวัตถุนิยม พุทธศาสนานิกายเซน ส่งเสริมการค้นหาการรู้เเจ้งเห็นจริงผ่านทางการนั่งสมาธิและการสำนึกตนเองในขณะที่มินิมอลลิซซึมกระตุ้นการการครอบครอง และมุ่งประสบการณ์และความสัมพันธ์

สตีฟ จ้อปส์ มีความชื่นชมอย่างลึกซึ้งต่อวัฒนธรรมและการเป็นช่างฝีมือ ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะประเพณีของโชคุนิน เขาถูกรู้จักกันต่อความรักเกี่ยว

โตของเขาเขามักจะไปเยี่ยมเกียวโตบ่อยครั้งและมักจะพักอยู่ที่ทาวาระยะเรียวกัง โรงแรมญี่ปุ่นสมัยเดิม เขาไปเยี่ยมเกียวโตหลายครั้ง รวมทั้งครอบ

ครัวของเขา เป็นที่รู้จักกันต่อความชื่นชมความสวยงามและวัฒนธรรมที่ดึง

ไปสู่สถาปัตยกรรม สวนและวัดสมัยเดิม เขาค้นพบมันเป็นความสูงส่งทางความสวยงาม ความรักของเขาต่อความสวยงานได้ขยายไปสู่อาหาร โดยเฉพาะซูชิเเละโซบะ

สตีฟจ้อปส์มักจะอ้างอิทธิพลพุทธศาสนานิกายเซนต่อปรัชญาการออก

แบบของเขา การมุ่งเน้นมินิมอลลิสซึมและมุ่งเน้นองค์ประกอบที่สำคัญเขาเชื่อว่าศิลปะของการถอน ตามที่มองเห็นภายในสวนเซน สามารถเปิดเผยแก่นแท้อย่างแท้จริงของผลิตภัณฑ์และความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดของเขากับช่างฝีมือญี่ปุ่นอย่างเช่น อิซเซ มิยากิ และชาคูนากะ ยูคิโอะ เขาไปห้องแสดงภาพญี่ปุ่นบ่อยครั้งเเละซื้ิอสินค้าทำด้วยมือ เช่น ถ้วยน้ำชาและแจกันจากช่างฝีมืออย่างเช่น ชาคูนากะ เขาถูกประทับใจด้วยความสนใจต่อรายละเอียดและคุณภาพของวัตถุที่ใช้

สตีฟ จ้อปส์ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับนักออกแบบ อิซเซ มิยากิ ถูกรู้จักกันต่อเสื้อผ้าที่สร้างสรรค์และเรียบง่าย แม้แต่จ้อปส์ได้ พิจารณาการออกแบบของมิยากิเพื่อเครื่องแบบของเเอปเปิล สตีฟจ้อปส์ มีความชื่นชมอย่างลึกซึ้งต่่อเกียวโตและงานฝีมือ และวัฒนธรรมสมัยเดิมของมัน มักจะไปเยี่ยมเมืองและพักอยู่ที่ทาวาระย เรียวกัง เขามีความสนใจสวนมอสและวัดพุทธศาสนา เขารักศิลปะของญี่ปุ่น โดยเฉพาะภาพพิมพ์แกะไม้ของ คาวาเสะ ฮาซุย มักจะถูกอ้างเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญเพื่อการเเสวงหาการออกแบบที่สวยงามและมินิมอลลิสซึม

ภาพพิมพ์แกะไม้ที่ญี่ปุ่นเรียกว่า ชิง-ฮังงะ ความรักศิลปะญี่ปุ่นของสตีฟ

จ้อปส์ โดยเฉพาะ ชิง-ฮังฮะ เริ่มต้นภายในตอนเป็นเด็กของเขา และได้ต่อเนื่องมาตลอดชีวิตของเขา ความชื่นชมชิง-ฮังฮะของเขามาจากการแสดงศิลปะ ณ บ้านของเขาภายในซิลิคอน แวลลี่ย์ตรงที่ปู่ของเขาได้สะสมภาพพิมพ์ จ้อปส์ได้ถูกดึงไปสู่สุนทรียภาพที่เรียบง่ายและมินิมอลลิสซึมของชิง

-ฮังฮะที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อปรัชญาการออกแบบของเขา ณ แอปเปิล

 

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com