INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ทะเลจีนใต้ตึงเครียดมีโอกาสบานปลายเป็นสงครามได้

ทะเลจีนใต้ตึงเครียดมีโอกาสบานปลายเป็นสงครามได้

ศ.พล.ท.ดร. สมชาย วิรุฬหผล

เรื่องทะเลจีนใต้นี้จัดเป็นมหากาพย์ที่ต่อเนื่องมานับหลายสิบปี โดยเริ่มตั้งแต่มีการสำรวจหลายฝ่ายพบว่าหมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลี่มีแหล่งน้ำมันจำนวนมหาศาล แม้ปัจจุบันยังไม่มีการขุดเจาะน้ำมันโดยเฉพาะในแหล่งหมู่เกาะสแปรตลี่ก็ตาม

พื้นที่บริเวณดังกล่าวนี้นอกจากเป็นเส้นทางเดินเรือพานิชย์และเป็นแหล่งประมงของหลายชาติที่รายรอบ นั่นคือเวียตนาม ฟิลิปปินส์ บรูไน มาเลเซีย รวมทั้งประมงจีน และอินโดนิเซีย

            ครั้นพอพบว่ามีแหล่งน้ำมันใหญ่ใต้พื้นทะเล จีนก็เริ่มออกท่าทีเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ จนในที่สุดมีการขีดเส้นประเป็นแนว 9 ขีด ปิดล้อมบริเวณดังกล่าว และอ้างสิทธิว่าเป็นเจ้าของโดยยึดหลักอ้างอิงทางประวัติศาสตร์

แต่ประเทศที่อยู่รายรอบต่างก็คัดค้าน และนำเรื่องเข้าสู่ศาลระหว่างประเทศ ยกเว้นอินโดนิเซียที่ยังวางเฉย ส่วนไทยแม้มีสิทธิจะร้องค้านได้แต่คงประเมินแล้วได้ไม่คุ้มเสียจึงมิได้คัดค้าน

ต่อมาศาลระหว่างประเทศก็มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจีนไม่มีสิทธิการอ้างตนเป็นเจ้าของ เพราะมันเป็นเขตทับซ้อนกับเขตเศรษฐกิจทางทะเลของระเทศที่ร้องค้าน แต่จีนก็ไม่แยแส สวนกลับว่ามันเป็นแค่เศษกระดาษเท่านั้น

ผลกระทบทางการเมืองทำให้ความสัมพันธ์ของจีนกับประเทศเพื่อนบ้านและรายรอบไม่เป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะปัญหาการทำประมงที่ถูกเรือปืนของจีนคุกคาม เช่นกรณีที่เกิดกับฟิลิปปินส์และเวียตนามที่เกิดมาแล้วหลายครั้ง

            อย่างไรก็ตามจีนก็ยังคงเดินหน้าสร้างเกาะเทียมและฐานปฏิบัติการที่สามารถใช้ในทางทหาร รวมทั้งการสร้างสนามบินตามแนวปะการังของหมู่เกาะ

สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรซึ่งคัดค้านจีน และสนับสนุนประเทศที่ถูกคุกคามและยึดพื้นที่ทางทะเล นอกจากเหตุผลทางการประมงเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตลอดรวมไปถึงการคุกคามเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่ลำเลียงสินค้าไปมาระหว่างยุโรป เอเชียอาคเนย์ ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ ญี่ปุ่น เกาหลี และใต้หวัน ทำให้ประเทศที่มีส่วนได้ส่วนเสียต่างก็พากันประท้วงการกระทำของจีน โดยที่จีนก็ยังคงเพิกเฉย

ในระหว่างการเกิดความขัดแย้งที่ทอดยาวออกมา ก็ดูว่าจะมีสหรัฐที่เป็นตัวตั้งตัวตีสำคัญ จนมีการปฏิบัติการทางทหาร ด้วยการเคลื่อนกำลังทางเรือทั้งเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือคุ้มกัน เรือพิฆาตและเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีมิสไซด์ที่ติดหัวรบนิวเคลียร์รวมอยู่ด้วย

กองเรือของสหรัฐทำการท้าทายการอ้างสิทธิของจีนมาหลายครั้งและเคลื่อนกำลังผ่านช่องแคบจีน-ไต้หวัน ถึง 2 ครั้งในช่วงไม่กี่เดือนมานี่ ซึ่งจีนก็แสดงอาการตอบโต้ด้วยการส่งฝูงบินโฉบไปมาหรือส่งเรือรบตามประกบ แต่ก็ยังไม่เกิดเหตุกระทบกระทั่งลงมือลงไม้กัน

เหตุการณ์มิได้ยุติเพียงเท่านั้นสหรัฐก็ได้เชิญชวนพันธมิตรให้ร่วมมือกันท้าทายการอ้างสิทธิของจีนในทะเลจีนใต้ด้วยการส่งกองเรือหรือเรือรบผ่านพื้นที่พิพาท

เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เรือรบขนาดกลางของฝรั่งเศสเข้าเทียบอ่าวคัมรัมในเวียตนาม ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสได้ประกาศว่าเรือดำน้ำโจมตีติดอาวุธนิวเคลียร์และเรือสนับสนุนได้เสร็จสิ้นการลาดตระเวนในทะเลจีนใต้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เพื่อปฏิบัติภารกิจในการสถาปนาเสรีภาพในการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าว และตามมาด้วยการเยือนของเรือรบขนาดกลางแพรเรียลเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 โดยจอดแวะพักที่อ่าวคัมรัน เวียตนามก่อนออกปฏิบัติภารกิจต่อไป

อินเดียก็มิได้เพิกเฉยได้ส่งเรือรบ 4 ลำ เข้าไปในพื้นที่เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 นี้

ต่อมาสหราชอาณาจักรก็ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินพร้อมเรือคุ้มกันมาซ้อมรบกับสิงค์โปร์และเดินทางต่อไปญี่ปุ่นซึ่งต้องผ่านเขตพิพาทนี้แต่ความหมายคือต้องการตอบโต้การอ้างสิทธิของจีนในทะเลจีนใต้

ล่าสุดเยอรมันนี ซึ่งไม่เคยย่างกลายเข้ามาในเขตพิพาทนี้กว่า 20 ปีได้ตัดสินใจส่งเรือฟรีเกตบาเยิร์น โดยจะมีภารกิจ ในภูมิภาคนี้เพื่อเป็นหลักประกันในเสรีภาพของการเดินเรือ และพันธสัญญาต่อพันธมิตร

ทั้งนี้โดยเริ่มออกเดินทางเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เรือลำนี้มีขีดความสามารถในการต่อสู้ทั้งภาคพื้นและใต้น้ำ โดยบรรทุกตอร์ปิโดต่อต้านเรือดำน้ำ 46 ลูก ติดตั้งขีปนาวุธต่อต้านเรือและอาวุธต่อต้านอากาศยานคาดว่าจะเดินทางมาถึงบริเวณพิพาทใน 6 เดือน

สำหรับจีนนั้นได้พยายามเสริมเขี้ยวเล็บเพิ่มขึ้นโดยขณะนี้มีเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ กำลังเร่งสร้างเป็นลำที่ 3 และมีแผนจะสร้างอีก 1 ลำ ส่วนเรือดำน้ำเท่าที่ปรากฏมี 2 ลำ กำลังก่อสร้าง 1 ลำ และมีแผนจะสร้างอีก 1 ลำ

ส่วนสหรัฐนั้นมีเรือบรรทุกเครื่องบินทั้งหมด 11 ลำ แต่ผลัดกันปฏิบัติการ 3-4 ลำ อีก 3 ลำเตรียมสำรอง ที่เหลือเข้าซ่อมบำรุง นอกจากนี้สหรัฐยังมีเรือที่สามารถบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็กหรือบินขึ้นตรงที่เร็วกว่า (WASP) อีก 8 ลำ เพื่อเสริมกำลังทางสมุทรานุภาพด้านเรือดำน้ำสหรัฐมีเรือดำน้ำประจำการ 17 ลำ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าจีนนั้นไม่อาจต่อกรกับสหรัฐได้ตัวต่อตัวยิ่งมีพันธมิตรสหรัฐด้วยจีนก็คงต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ ถ้ารวมกำลังพันธมิตรของจีนโดยเฉพาะรัสเซียก็จะทำให้ช่องว่างนี้แคบลง ทั้งพลังทางทะเลและทางอากาศ ยังไม่นับอาวุธนิวเคลียร์  อนึ่งรัสเซียได้ประจำการเรือรบที่ทันสมัย2ลำ เรือดำน้ำแบบล่องหน1ลำ ปรับปรุงเรือดำน้ำรุ่นเก่าทั้งพลังนิวเคลียร์และดีเซลอีกหลายลำ ส่วนเครื่องบินได้ประจำการเครื่องบินสเตลท์SU57 ซึ่งมีสมรรถนะเหนือกว่าF35

อนึ่งรัสเซียยังพัฒนาโดรนที่ทำให้เรือดำน้ำล่องหนหรือสเตลท์ไม่อาจพลางตัวได้

            ที่น่าหวั่นวิตกก็คือหากเกิดสงครามจริงคงมีการงัดเอาอาวุธนิวเคลียร์ และอาวุธมหาประลัยต่างๆมาใช้ซึ่งจะเกิดอำนาจทำลายล้างมหาศาลและผลกระทบไปทั่วโลก

ประเด็นอยู่ที่ว่าการกดดันจีนเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ในครั้งนี้ จะมีผลออกมาอย่างไรจีนจะยอมถอยหรือไม่ผู้เขียนคิดว่าคงไม่ยอม แต่ทั้ง 2 ฝ่ายคงหลีกเลี่ยงมิให้เกิดการปะทะกันอันจะเป็นชนวนสงครามได้ ทว่าอุบัติเหตุย่อมเกิดได้เสมอใครจะรู้

แต่หากมองในแง่การเมืองระหว่างประเทศจีนตกเป็นฝ่ายถอยร่นเพราะไม่อาจสร้างความชอบธรรมในการอ้างสิทธิเหนือทะเลจีนใต้ ยิ่งจีนกดดันเพื่อนบ้านก็ยิ่งได้รับการต่อต้านมากขึ้นโดยมีสหรัฐและพันธมิตรสนับสนุน

ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวในช่วงสัปดาห์นี้ จีนได้จัดการฝึกซ้อมทางทหารเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาค มีการซ้อมการโจมตีทางชายหาด ซึ่งมองได้ 2 ด้านคือ จีนเตรียมตัวในการบุกของฝ่ายตรงข้าม หรือไม่ก็จีนเตรียมจะบุกไต้หวันเพราะจีนได้ส่งกองเรือไปวนรอบเกาะไต้หวัน ภายหลังจากที่กองเรือสหรัฐพึ่งผ่านช่องแคบไต้หวันเพียง 1 วัน

เท่านั้นยังไม่พอ จีนยังส่งเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิดเข้าน่านฟ้าไต้หวันมากผิดปกติในช่วงนี้

ในอีกด้านหนึ่งรัฐบาลจีนได้เตือนกองเรือแคร์ริเออร์สไตรก์กรุ๊ปของสหราชอาณาจักรว่าอย่ากระทำการไม่เหมาะสม ขณะเข้าใกล้น่านน้ำพิพาทในทะเลจีนใต้

ส่วนทางด้านอังกฤษได้แถลงว่าสหราชอาณาจักร เชื่อว่าหากมีการเผชิญหน้ากันก็คงจะคล้ายเหตุการณ์ในปี พ.ศ 2561 โดยจีนได้ส่งเรือรบมาประกบเรือรบหลวงอัลเบียนในระยะห่างเพียง 200 เมตร ขณะที่มีเครื่องบินจีนบินอยู่ในระดับต่ำเหนือเรือ

ด้านเยอรมันก็ได้รับการติดต่อผ่านทางทูตเยอรมันประจำกรุงปักกิ่งถึงวัตถุประสงค์ของการส่งเรือรบมาที่ทะเลจีนใต้

ทั้งหมดก็เป็นท่าทีของจีนซึ่งเน้นการส่งสัญญาณทางการทูต และการเตือนโดยใช้เรือหรือเครื่องบินโฉบไปมา ซึ่งนักวิเคราะห์ถือว่ายังเป็นการแสดงออกในระดับที่ต่ำอยู่ จึงไม่น่าจะเกิดเหตุกาณ์รุนแรง

หากจีนไม่ถูกสหรัฐและพันธมิตรกดดันกันมากกว่านี้ เพราะทั้งเพนตากอนและประธานาธิบดีไบเดน ต่างออกมาพูดตรงกันคือการเตรียมเข้าสู่สงครามกับจีนและรัสเซียหากทั้ง 2 ประเทศยังคงทำตัวเป็นภัยคุกคามสหรัฐ

หรือนี่จะเป็นเพียงแค่คำขู่ แต่ถ้าจีนคิดว่าเอาจริงชิงลงมือก่อนมันจะยุ่งนะซิ เพราะจีนก็มองว่าสหรัฐคือภัยคุกคามอันดับ 1 เหมือนกัน

คนไทยก็คงต้องเตรียมใจเผื่อไว้ความวัวยังไม่หายความควายเข้ามาแทรก ทั้งสงครามชีวภาพ สงครามไซเบอร์ สงครามการเงินช่วยกันประคองตัวให้รอดก็แล้วกัน ด้วยเมตตาธรรมค้ำจุนโลก

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com