อิสราเอลกับการออกกฎหมายผนวกเวสต์แบงก์: ความขัดแย้งที่ไม่มีวันสิ้นสุด

อิสราเอลกับการออกกฎหมายผนวกเวสต์แบงก์:
ความขัดแย้งที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ศ.พล.ท ดร.สมชาย วิรุฬหผล
บทนำ
เวสต์แบงก์ (West Bank) หรือฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน คือดินแดนที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของอิสราเอลนับตั้งแต่สงครามหกวันในปี ค.ศ. 1967 ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา สถานะของดินแดนแห่งนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างเข้มข้นในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ โดยชาวปาเลสไตน์มองว่าเวสต์แบงก์คือส่วนหนึ่งของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต ในขณะที่กลุ่มการเมืองฝ่ายขวาในอิสราเอลพยายามผลักดันให้ดินแดนดังกล่าวกลายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐอิสราเอลอย่างถาวรผ่านกระบวนการออกกฎหมาย
การเคลื่อนไหวเพื่อผนวกเวสต์แบงก์เข้ากับอิสราเอลได้รับแรงผลักดันอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูได้รวมกลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดเข้าไว้ในคณะรัฐบาล ทำให้แนวนโยบายการขยายการตั้งถิ่นฐานและการผนวกดินแดนกลายเป็นวาระสำคัญของรัฐบาล
ประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือนและบริบทของปัญหา
หลังจากที่อิสราเอลยึดครองเวสต์แบงก์ในปี 1967 อิสราเอลได้เริ่มดำเนินนโยบายการตั้งถิ่นฐานของชาวยิวในดินแดนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีชาวอิสราเอลกว่า 700,000 คนอาศัยอยู่ในนิคมชาวยิวประมาณ 150 แห่งในเวสต์แบงก์ ซึ่งชุมชนระหว่างประเทศส่วนใหญ่ถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาเจนีวาที่ห้ามไม่ให้ประเทศผู้ยึดครองย้ายพลเมืองของตนไปตั้งถิ่นฐานในดินแดนที่ยึดครอง
ข้อตกลงออสโล (Oslo Accords) ที่ลงนามในช่วงทศวรรษ 1990 ได้แบ่งเวสต์แบงก์ออกเป็นสามพื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ A ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของทางการปาเลสไตน์ พื้นที่ B ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารพลเรือนร่วม และพื้นที่ C ซึ่งคิดเป็นกว่าร้อยละ 60 ของเวสต์แบงก์และอยู่ภายใต้การควบคุมทางทหารและพลเรือนของอิสราเอลอย่างสมบูรณ์ พื้นที่ C นี้เองที่เป็นเป้าหมายหลักของความพยายามผนวกดินแดนโดยฝ่ายนิติบัญญัติอิสราเอล ทว่าข้อตกงนี้ถูกใช้เพื่อประโยชน์ของอิสราเอลฝ่ายเดียว
ความพยายามออกกฎหมายผนวกดินแดน
ในปี ค.ศ. 2020 รัฐบาลอิสราเอลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูได้ประกาศแผนการผนวกพื้นที่บางส่วนของเวสต์แบงก์ โดยเฉพาะหุบเขาจอร์แดนและนิคมชาวยิวส่วนใหญ่ แผนดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในขณะนั้นผ่าน “แผนสันติภาพ” ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่เรียกว่า “ดีลแห่งศตวรรษ” อย่างไรก็ตาม แผนการผนวกดินแดนอย่างเป็นทางการถูกระงับชั่วคราวเมื่ออิสราเอลตกลงทำข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรน ซึ่งต้องการให้อิสราเอลชะลอการผนวกดินแดนเป็นเงื่อนไขของการปรับความสัมพันธ์ทางการทูต
อย่างไรก็ดี ในปี ค.ศ. 2023 หลังจากที่รัฐบาลชุดใหม่ของเนทันยาฮูที่ประกอบด้วยพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดอย่างพรรค Otzma Yehudit ของอิตามาร์ เบน-กวีร์ และพรรค Religious Zionism ของเบซาเลล สมอทริช เข้ามาบริหารประเทศ ความพยายามออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเวสต์แบงก์ก็กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง โดยรัฐสภาอิสราเอล (Knesset) ได้ผ่านกฎหมายหลายฉบับที่เป็นการเพิ่มอำนาจของรัฐบาลพลเรือนในพื้นที่ C และอนุมัติการก่อสร้างนิคมใหม่จำนวนมาก
ผลกระทบและปฏิกิริยาจากนานาชาติ
การออกกฎหมายและนโยบายที่มุ่งผนวกเวสต์แบงก์ได้รับการประณามจากชุมชนระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง สหประชาชาติได้ผ่านมติหลายฉบับที่ประณามการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในดินแดนที่ยึดครอง สหภาพยุโรปได้แสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อนโยบายดังกล่าว และประเทศอาหรับหลายประเทศรวมถึงจอร์แดนและซาอุดีอาระเบียได้เตือนว่านโยบายนี้จะเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการสันติภาพ นอกจากนี้ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ได้ออกความเห็นในปี ค.ศ. 2024 ว่าการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ของอิสราเอลเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
ในทางกลับกัน รัฐบาลอิสราเอลและกลุ่มผู้สนับสนุนโต้แย้งว่าเวสต์แบงก์มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อความมั่นคงของอิสราเอล และอ้างสิทธิ์ทางประวัติศาสตร์และศาสนาที่บิดเบือนในดินแดนที่พวกเขาเรียกว่า “ยูเดียและสะมาเรีย” พวกเขามองว่าการตั้งถิ่นฐานเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของชาวยิวในดินแดนประวัติศาสตร์ของตนซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับตามหลักกฏหมายนานาชาติ
บทสรุป
ปัญหาเวสต์แบงก์และความพยายามออกกฎหมายผนวกดินแดนของอิสราเอลสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งอันลึกซึ้งที่ซ้อนทับกันอยู่หลายชั้น ทั้งในมิติของสิทธิมนุษยชน กฎหมายระหว่างประเทศ อัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์และศาสนา ตลอดจนผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ของมหาอำนาจโลก การหาทางออกที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความเต็มใจจากทั้งสองฝ่ายในการยอมรับสิทธิขั้นพื้นฐานของกันและกัน รวมถึงการสนับสนุนอย่างจริงจังจากประชาคมระหว่างประเทศในการผลักดันกระบวนการสันติภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืน ในขณะที่สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและซับซ้อน ชะตากรรมของผู้คนทั้งชาวปาเลสไตน์และชาวอิสราเอลที่อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ยังคงเป็นเดิมพันสูงสุดของความขัดแย้งที่ยังหาข้อยุติไม่ได้นี้ กระนั้นก็ตามรัฐบาลอิสราเอลและผู้ตั้งถิ่นชาวยิวก็ไม่เคยหยุดยั้งในการเข่นฆ่าชาวปาเลสไตน์อย่างเป็นระบบ ในขณะที่อ้างสิทธิทางศาสนา แต่เพิกเฉยต่อคำสั่งของพระเจ้าที่ทรงเน้นเรื่องความเมตตากรุณาและห้ามการเข่นฆ่าเพื่อนมนุษย์







