INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ไม่เชื่อจะรบกันกรณีโจมตีเรือน้ำมัน

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ไม่เชื่อจะรบกันกรณีโจมตีเรือน้ำมัน

ติดตามข่าวเรือน้ำมันโดนระเบิดสองลำในอ่าวโอมานแล้ว สำหรับผมมองไม่พบหลักฐานว่า เกิดจากฝีมือใคร ระหว่าง สหรัฐ อิหร่าน หรือ”มือที่ ๓”

แต่ถ้าจะถามความรู้สึก ผมเดาว่า น่าจะเกิดจากการกระทำของสหรัฐ ที่ใคร่แสดงพลัง แสดงอำนาจว่าอยากก่อสงคราม เพราะขู่แล้วขู่อีก ทั้งนี้ ด้วยตัวประธานาธิบดีสหรัฐ”โดนัลด์ ทรัมพ์”เองและรัฐมนตรีต่างประเทศ”ไมก์ ปอมเปโอ”อดีตผู้อำนวยการ ซีไอเอ ซึ่งทั้งสองท่าน ล้วนมีนิสัยสันดานแบบ”เหยี่ยว” ซึ่งนิยมใช้นโยบายก้าวร้าว

ผมไม่เชื่อว่าจะเกิดจากฝีมือของอิหร่าน ตามที่อิหร่านยืนกรานว่าไม่ได้ทำ ซึ่งผมก็มองว่าอิหร่านไม่มีเหตุผลอะไร ที่ต้องกระทำ ทำไปก็ไร้ประโยชน์ มีแต่เข้าตัว เพราะถึงอย่างไรๆ ก็สู้สหรัฐที่มีแสนยานุภาพมากกว่าไม่ได้ แถมยังจะเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดนและบ่อน้ำมัน ให้แก่สหรัฐและพันธมิตร ที่สหรัฐนำพาเข้ามาด้วย

กองกำลังชาติอื่นที่มาด้วยกับสหรัฐในตอนนี้ รวมทั้งกองกำลังของสหราชอาณาจักร ซึ่งหนังสือพิมพ์ “เธอะซัน”รายงานว่า ได้แอบส่งหน่วย”เรือบริการพิเศษ”ซึ่งมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Special Boat Service ที่ถือกันว่า เป็นหน่วยรบระดับหัวกะทิ(Elite Unit)ของกองทัพเรือ(อังกฤษ) เข้ามาสนับสนุนกองเรือจู่โจมของสหรัฐ นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน“ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” ซึ่งลาดตระเวณอยู่ในทะเลอาระเบียแล้ว พร้อมกับ”กลุ่มนักข่าว”ตะวันตก ที่ได้รับอนุญาต เข้าไปฝังตัวอยู่กับกองเรือนั่นเอง

ผมยังคาดว่า หากเกิดการสู้รบจริง บางทีออสเตรเลีย ก็จะส่งหน่วยทหารมาร่วมด้วย เพราะสงครามของสหรัฐที่ผ่านๆมา (ตั้งแต่สงครามโลกครั้ง ๒)ก็ไม่เคยพลาด ไม่ว่าในสงครามใด เนื่องจากมีส่วนได้ประโยชน์ในฐานะที่เป็น”คนขาว”ด้วยกัน

ก็ได้แต่หวังว่า ไทยจะไม่ส่งหน่วยทหาร เข้าไปช่วยสหรัฐ อย่างที่เคยส่งไปอิรัก เช่น เมื่อครั้งรัฐบาล”ทักษิณ” ทั้งๆ ที่รู้แก่ใจว่า สงครามครั้งนั้น เป็นสงครามที่ผิดกฎหมาย โดยสหรัฐ(“บุชผู้ลูก”)โกหกโลก อ้างเป็นตุเป็นตะว่า อิรักครอบครองอาวุธที่มีประสิทธภาพในการทำลายล้างสูง ทั้งๆ ที่ไม่มีอยู่จริง ทั้งยังหาว่าอิรัก เป็นต้นตอแห่งการก่อการร้าย โดยพยายามไล่ล่า จนได้ตัว”ซัดดัม ฮุสเซน”ผู้นำอิรักไปเป็นเครื่องเซ่นสังเวย ฆ่าบูชายันต์ในที่สุด

สหรัฐพยายามโหมเชื้อไฟสงคราม แทบจะทุกวันในเวลานี้ หลังสุดก็แถลงว่า จะส่งทหารอเมริกันไปประจำการเพิ่มในพื้นที่อ่าวอีก ๑,๐๐๐ นาย ก็เลยทำให้อิหร่าน ที่ถูกยั่วยุ ออกมาแถลงขู่ตอบโต้กลับไปว่า “มีขีปนาวุธที่ความแม่นยำสูง ที่สามารถโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐในทะเลได้ง่ายๆ”

ในการนี้ ผมสังเกตเห็นสื่อมวลชนอเมริกัน ไม่ว่าสื่อกระแสหลักหรือสื่อกระแสรอง ต่างพากันเงียบกริบ ต่อท่าทีก้าวร้าวรัฐบาลสหรัฐที่มีต่ออิหร่าน ไม่พยายามแแยกแยะความผิด-ถูก ออกมาให้ชัดหรือตักเตือน”ทรัมพ์”เหมือนอย่างที่เคย

ผมเลยพาลพาโลเหมาไปเลยว่า “พวกมัน(สื่ออเมริกัน)”คงเห็นพ้องต้องกันที่จะทำสงครามกับอิหร่านในคราวนี้ด้วย

นับว่าดีที่เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ”อันโตนิโย กูเตอร์เรซ”นั้น ท่านยังมีน้ำเสียงคงความยุติธรรมเอาไว้ ด้วยการออกมาแถลงกลางๆว่า ”จะต้องค้นหาสาเหตุการโจมตีมาให้ได้และจะต้องชัดเจนว่าใครรับผิดชอบ” ทั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ”ปอมเปโอ”เปิดเผยด้วยว่า จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะมนตรีความมั่นคง เพราะมีหลักฐานพยานพร้อม ที่จะยืนยันว่าอิหร่านกระทำ

เมื่อหนักหนาเช่นนี้ ทั้งจีนและรัสเซียก็เลยต้องออกโรง เพราะเห็นแล้วว่าสถาการณ์ในอ่าว เสี่ยงเกิดการสู้รบจริง แม้จะเป็นสงครามเพียงจำกัดเขต แต่ก็จะต้องส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจโลก ที่ย่ำแย่อยู่แล้วโดยไม่ต้องสงสัย เพราะแค่เกิดเหตุการณ์การโจมตีเรือน้ำมัน ก็ทำให้ราคาน้ำมันโลก ขยับตัวขึ้นไปแล้ว ๓-๔ เปอรเซ็นต์

โดยจีนบอกผ่านนักการทูตระดับสูงของตน ที่ออกมาเตือนว่า”โลกไม่สมควรเปิดหีบแห่งความชั่วร้ายในตะวันออกกลาง” แถมตำหนิสหรัฐที่กดดันอิหร่าน พร้อมกับเรียกร้องว่า ขออย่าได้ละทิ้งข้อตกลงนิวเคลียร์

ส่วนกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงประณาม ใครก็ตามที่โจมตีครั้งนี้ แต่ก็อย่าด่วนสรุปว่าใครทำ

ก็คงจะเห็นแล้วว่า การคุกคามที่สหรัฐกระทำกับอิหร่านมาแต่แรกนั้น ส่งผลกระทบต่อโลกใบนี้เพียงไร นับตั้งแต่สหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ ตามที่”ทรัมพ์”ปรารถนาจะเห็น

ดังนั้น ในฐานะที่ไทยกำลังจะเป็นประธานการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ ๓๔ ซึ่งกำลังจะมีขึ้นระหว่างวันที่  ๒๒-๒๓ มิถุนายน จึงใคร่เสนอให้ มีการร่วมกันออกแถลงข้อเรียกร้องเพื่อแสดงพลังของอาเซียนโดยรวม ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในวิกฤติการณ์ จงใช้ความอดทนอย่างยิ่งยวดเพื่อรักษาสันติภาพเอาไว้ เพราะถ้าหากเกิดการสู้รบ ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกซึ่งกำลังถดถอยอยู่แล้ว ให้ย่ำแย่มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับผมแล้ว ยังไม่เชื่อครับว่า จะเกิดการสู้รบขึ้น ทั้งนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า

๑ เรือที่ถูกโจมตีไม่ใช่เรืออเมริกันและสินค้าในเรือ ก็ไม่ใช่ของสหรัฐ คือไม่ใช่ทรัพย์สินของสหรัฐหรือเป็นหน่วยทหารสหรัฐ ตามที่”ทรัมพ์”ประกาศไว้

๒ การกดดันของสหรัฐ เป็นแค่เพียงการบีบคั้นอิหร่าน ให้กลับมาเจรจาเงื่อนไขใหม่ เพื่อควบคุมการพัฒนานิวเคลียร์ ให้เป็นไปตามที่สหรัฐต้องการมากขึ้น ส่วนการเคลื่อนทัพ เป็นการแสดงแสนยานุภาพ ใหไพร่พลคึกคัก ตามหลัก”การทูตเรือปืน” ซึ่งเคยใช้สำเร็จมาแล้ว ในการบังคับให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ สมัยนายพลเปอร์รี

ก็ได้แต่ภาวนาว่า ความเชื่อของผม จะเป็นความจริง โดยไม่เกิดอุบัติเหตุ สู้รบกันเสียก่อน

ช่วยกัน สวดมนตร์เยอะๆ นะครับ

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com