INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เศรษฐศาสตร์ ยูโด

 

judo 4454835 1280

เศรษฐศาสตร์ ยูโด

รากฐานแนวคิดของกลยุทธ์ยูโดสามารถถูกย้อนหลังไปสู่เศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ยูโดถ้อยคำที่สร้างโดยนักเศรษฐศาสตร์ จูดิธ เกลเเมน และสตีเวน ซาลอปภายใน ค.ศ 1983 ภายในเอกสารของพวกเขา ชื่อ “Judo Economics Capacity Limitation and Coupon Competition” ถูกพิมพ์ภายใน Bell Journal of Economics เมื่อ 1983 อธิบายกลยุทธ์การเข้า
สู่ตลาด ชื่อเป็นการเปรียบเทียบ บนพื้นฐานศิลปะการต่อสู้ยูโดญี่ปุ่น ตรง
ที่คู่แข่งขันเล็กกว่าอ่อนแอกว่าใช้ขนาดและความเเข็งเเรงของคู่ต่อสู้ใหญ่
กว่าต่อสู้พวกเขา ภายในการศึกษา ค.ศ 1983 ของพวกเขา เกลแมน และซาลอป วิเคราะห์เกมการเข้าสู่ตลาดระหว่างผู้เข้ามารายเล็กและคู่แข่งขัน
ที่ใหญ่กว่า การประยุกต์ใช้หลักการนี้ต่่อทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะ
ภายในสถานการณ์การเข้าสู่ตลาด
วิวัฒนาการของแนวคิดได้สะท้อนการก้าวจากทฤษฎีศาสตร์โดยเฉพาะ
ไปสู่กลยุทธ์ธุรกิจที่ปฏิบัติได้กว้างขึ้น แนวคิดได้ถูกขยายและนิยมแพร่
หลายต่อมาโดยอาจารย์คณะบริหารธุรกิจฮาวาร์ด เดวิด ยอฟฟี่ และเเมรี
ควาก ภายในหนีงสือ 2001 ของพวกเขา “Judo Strategy ที่พวกเขาได้
ขยายการเปรียบเทียบไปสู่กลยุทธ์ธุรกิจเต็มที่ต่อบริษัทเล็กกว่า แข่งขันกับคู่แข่งขันใหญ่กว่า ด้วยการหลักการที่สำคัญสามข้อคือ
*การเคลื่อนไหว ใช้ความรวดเร็วและความคล่องตัวค้นหาและสร้างตำแหน่งภายในตลาดเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ถูกตอบสนอง
*ความสมดุล ต่อสู้กับคู่แข่งขันภายในวิถีทางที่ควบคุม โดยไม่ต่อสูภายในการต่อสู้ตัวต่อตัวที่ต้นทุนสูง
*การใช้ประโยชน์ ทำให้ขนาดและความเเข็งเเรงของคู่แข่งขันไป
กลายเป็นข้อเสียเปรียบ
จูดิธ เกลเเมน และสตีเวน ซาลอป ได้แนะนำเศรษฐศาสตร์ยูโด เป็นการปรับปรุงโมเดลของเบอร์ทรานด์ ด้วยการแสดงว่าผู้เข้ามาสู่ตลาดรายเล็ก
สามารถใช้กลยุทธ์การจำกัดกำลังการผลิตเพื่อที่จะอยู่รอดและกำไรต่อสู้ผู้เล่นเดิมใหญกว่าได้อย่างไรกลยุทธ์ที่พวกเขาเรียกว่าเศรษฐศาสตร์ ยูโด มันได้แยกออกไปอย่างสำคัญจากโมเดลเบอร์ทรานด์ คาดคะเนว่าภายใน
ภายในตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมือนกันบริษัทจะขับเคลื่อนราคา ลงไปสู่ต้นทุนส่วนเพิ่ม และมีกำไรเศรษฐศาสตร์เป็นศูนย์ พวกเขาได้เปลี่ยนแปลงสมมุติฐานบอร์ทรานด์มาตรฐาน อย่างเช่น แทนที่บริษัทเลือกราคาพร้อม
กัน พวกเขาได้จัดโครงสร้างเกมสองระยะผู้เข้ามาเลือกกำลังการผลิตของ
มันก่อน และกำหนดราคาของมัน ผู้เล่นเดิมสังเกตุการกระทำของผู้เข้ามา
และกำหนดราคาของมันเอง
โมเดลเบอร์ทรานด์ ได้กำเนิดมาจากนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส โจเซฟ
เบอรทรานด์เมื่อ ค.ศ 1883 เขาเสนอเเนะว่าบริษัทควรจะเเข่งขัน โดยการกำหนดราคา ไม่ใช่ใช้ปริมาณ และลูกค้าควรจะซื้อจากผู้ขายราคาต่ำที่สุด และบริษัทควรจะมีสิ่งจูงใจที่จะตัดราคาของราคาคู่แข่งขันของพวกเขาจนกระทั่งถูกขับเคลื่อนลงมาสู่ต้นทุนส่วนเพิ่ม โมเดล เบอร์ทรานด์ สันนิษฐานว่าบริษัทแข่งขันกันโดยการกำหนดราคาต่อผลิตภัณฑ์ที่เหมือนกันนำไปสู่ดุลยภาพการแข่งขัน ตรงที่ราคาจะถูกขับเคลื่อนลงมาสู่ต้นทุนส่วนเพิ่มทำ
ให้เกิดกำไรเศรษฐศาสตร์เป็นศูนย์ การมีส่วนช่วยของโจเซฟ เบอร์ทรานด์คือ เปลี่ยนแปลงจุดมุ่งจากการแข่งขันปริมาณไปสู่การแข่งขันราคา เสนอแนะว่าบริษัทควรจะตัดราคาของราคาระหว่างกัน จนกระทั่งพวกเขาได้ไปถึงต้นทุนของพวกเขา
เศรษฐศาสตร์ ยูโด ปรับปรุงโมเดลเบอร์ทรานด์ ด้วยการยกเลิกสมมุติ
ฐานของกำลังการผลิตที่ไม่จำกัดต่อผู้เข้ามารายเล็กการปรับปรุงที่สำคัญ
คือผู้เข้ามาสมัครใจและผูกพันเชื่อถือได้ต่อกำลังการผลิตที่จำกัด ราคาที่
ต่ำของผู้เข้ามายึดส่วนน้อยของตลาดเท่ากับกำลังการผลิตที่น้อยของมัน
จูดิธ เกลแมน และสตีเวน ซาลอปได้แนะนำเกมตามลำดับแทนการเป็นเกม
พร้อมกันตามโมเดล เบอร์ทรานด์ ผู้เข้ามาใหม่เคลื่อนไหวก่อน ที่ผูกพันต่อกำลังการผลิตที่จำกัดของมัน และกำหนดราคาต่ำของมัน บริษัทเดิมด้วยกำลังการผลิตที่ไม่จำกัดของมัน เคลื่อนไหวลำดับสอง และสังเกตุการกระ
ทำของผู้เข้ามา ก่อนกำหนดราคาของพวกเขาเอง
กลยุทธ์เหมาะสมที่สุดของบริษัทเดิมคือ ปรองดองผู้เข้ามาด้วยการยอม
ให้พวกเขาตอบสนองส่วนน้อยที่จำกัดของตลาด และบริษัทเดิมสามารถ
ตอบสนองส่วนที่เหลือของตลาด ณ ราคาที่สูงและกำไรมากขึ้นรักษาการยึดครองตลาดของมัน บริษัทเดิมพบว่า มันทำกำไรมากกว่าด้วยการยอม
ให้ส่วนของตลาดที่น้อยแก่ผู้เข้ามา แทนการลดราคาต่อลูกค้าทุกคนของมัน
เศรษฐศาสตร์ ยูโด เป็นกลยทธ์ตรงที่บริษัืเล็กกว่า จำกัดกำลังการผลิตของมันที่จะเข้าไปสู่ตลาด บังคับให้บริษัืทเดิมใหญ่กว่าปรองดองมันแทนการยับยั้งการเข้ามาที่ประยุกต์ใช้ภายในกรอบข่ายของการแข่งขันเบอร์ทรานด์ โมเดลเบอร์ทรานด์ สันนิษฐานว่าบริษัืทสองบริํษัทผลิตผลิตภัณฑ์เหมือนกัน บริษัทเเข่งขันด้วยการกำหนดราคาพร้อมกันลูกค้าจะมีข้อมูลที่สมบูรณ์ และจะซื้อจากบริษัทที่เสนอราคาต่ำที่สุดอยู่เสมอ บริษัทไม่มีข้อจำกัดกำลังการผลิตและสามารถตอบสนองอุปสงค์ตลาดทั้งหมด ณ ราคาที่เลือกของพวกเขา ผลลัพธ์คือ สงครามราคาที่ได้ขับเคลื่อนราคาลงมาสู่ต้นทุนส่วนเพิ่ม ด้วยบริษัทมีกำไรเศรษฐศาสตร์เป็นศูนย์
ภายในเศรษฐศาสตร์ ยูโด ผู้เข้ามารายเล็กปรับปรุงโมเดลเบอร์ทรานด์
ด้วยการผูกพันต่อกำลังการผลิตที่จำกัด ข้อจำกัดกำลังการผลิตนี้ป้องกัน
บริษัทเดิมที่ใหญ่กว่าจากการต่่อสู้ภายในสงครามที่กดดันให้ผู้เข้ามาออกไปจากตลาด บริษัทเดิมปรองดองผู้เข้ามา ยอมให้ผู้เข้ามาอยู่รอดและได้

มากำไร ในขณะที่โมเดลเบอร์ทรานด์ได้คาดคะเนการขับเคลื่อนราคาลง
มาถึงต้นทุนส่วนเพิ่ม และกำไรเป็นศูนย์ต่อทุกบริษัท

1761970736359

การเปิดตัวของ “Softsoap” โดยมินนีทอนกา คอรปอเรชั่น เป็นโลกแห่งความจริงคลาสสิคของยูโด เศรษฐศาสตร์ ที่บริษัทได้ใช้กลยุทธ์ยูโดป้อง
กันตลาดสบู่เหลวใหม่ของมันเอง จากคู่แข่งขันเดิมที่ใหญ่กว่า เช่น พรอค
เตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ลและยูนิลีเวอร์ แกนของกลยุทธฺของเขาคือใช้ขนาด
และความเฉื่อยชาของคู่แข่งขันที่ใหญ่กว่าของเขาต่อสู้พวกเขาที่จะสร้าง
ฐานที่มั่นของตลาดเพื่อบริษัืทของเขา แทนการจดสิทธิบัตรสูตรสบู่เหลว
ของเขา นวัตกรรมอย่างแท้จริงของโรเบิรต เทย์เลอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัทอยู่ที่
บรรจุภัณฑ์ เนื่องจากเขารู้ว่าบริษัทใหญ่จะลอกเลียนแบบผลิตภัณฑ์ของเขาอย่่างรวดเร็ว เขาต้องการอุปสรรคต่อการเข้ามาที่จะให้เขาเริ่มต้นได้
ผู้ก่อตั้งและพลัังสร้างสรรค์เบื้องหลังซอฟท์โซป

1761970735095

คือ โรเบิรต เทย์เลอร์
ผู้ประกอบการ ความคิดเริ่มแรกของเขาต่อผลิตภัณฑ์จะมาจากช่วงเวลาของความหงุดหงิดที่บ้าน เขารำคาญจากสบู่แท่งที่เหลืออยู่เลอะเทอะไม่สะดวกภายในจานและต้องการข้อแก้ปัญหาที่สะอาดและสะดวกมากขึ้น เปลี่ยนแปลงวิถีทางที่บุคคลล้างมือของพวกเขาและในที่สุดทำให้จานสบู่แทบล้าสมัยไป เขาได้เริ่มต้นสร้างแนวคิดการตลาด และได้สร้างสบู่เหลวผ่านทางการทดลองที่บ้านเขาเรียกผลิตภัณฑ์ใหม่ของเขาว่า “Softsoap” และเริ่มต้นวางแผนที่จะขายมันผ่านทางบริษัทที่เล็กของเขา มินนีทอนกา คอรป เมื่อ ค.ศ 1980
แต่กระนั้นเขาได้รับรู้ว่าถ้าผลิตภัณฑ์ของเขากลายเป็นที่นิยมแพร่หลาย บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเช่น จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ตรงที่ครั้งหนึ่งเขาได้ทำงานอยู่ด้วย ที่จะลอกเลียนแบบความคิดของเขาได้ง่ายมากต่อสบู่เหลวภายในขวดขวดหัวปั้ม และผลักดันเขาออกไปจากธุรกิจ เมื่อ ค.ศ 1980 ตลาดสบู่ยูเอสจะถูกครอบงำโดยคู่แข่งขันยักษ์ใหญ่ขายสบู่แท่งอย่างเช่น
พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล กระเป๋าลึกและสามารถบดขยี้ผู้เข้ามารายเล็กได้ง่าย ด้วยการเปิดตัวสบู่เหลวของพวกเขาเอง โรเบิรต เทย์เลอร์รู้เขาไม่สามารถแข่งขันภายในการต่อสู้ตัวต่อตัวได้
แทนการต่อสู้พวกเขาโดยตรง เขาได้ใช้กลยุทธ์ยูโด ที่จะเปิดตัวซอฟท์โซป ด้วยการทำให้ขนาดที่ใหญ่กว่าของคู่แข่งขันกลายเป็นข้อเสียเปรียบ
มินนีืทอนก้า รัยรู้ว่าตราสินค้าสบู่ที่สำคัญได้ลงทุนภายในการผลิตสบู่เเท่ง เชื่องช้า ที่จะตอบสนองต่อแนวโน้มสบู่เหลว โรเบิรต เทย์เลอร์ ใช้เงินของ
บริษัทประมาณ 12 ล้านเหรียญซื้อหัวปั้มสบู่พลาสติคทั้งปี ประมาณ 100 ล้านหน่วยจากผู้ผลิตยูเอสสองรายเท่านั้นที่จำเป็นต่อขวดสบู่เหลวกลยุทธ์ที่กล้าหาญนี้ได้ถูกใช้ปิดกั้นคู่เเข่งขันจากการเข้ามาสู่ตลาดนานกว่าหนึ่งปี เนื่องจากมันไม่สามารถหามาได้
ยักษ์ใหญ่สบู่ได้ถูกกีดกันออกไปจากตลาด โรเบิรต เทย์เลอร์ ได้เปิดตัวซอฟท์โซฟ ด้วยการรณรงค์การโฆษณาอย่างมาก มันได้ให้บริษัืทของเขา
มีเวลานานเป็นปีิ เพื่อที่จะสร้่างซอฟท์โซปเป็นชื่อครัวเรือนและตราสินค้าที่มีชื่อเสียง ภายในหกเดือนมินนีทอนกาได้ขายซอฟท์โซปมูลค่าถึง 25 ล้านเหรียญ เมื่อ ค.ศ 1980 ตลาดสบู่แท่งจะถูกครอบงำโดยบริษัทผลิตภัณฑ์
บริโภคยิ่งใหญ่เช่น พอรคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล และยูนิลีเวอร์พวกเขาจะมีตราสินค้าที่เข้มแข็งเช่นไอวอรี่ และเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่กว้างขวาง

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *